Saturday, December 30, 2006

100 เรื่องที่เราไม่รู้ในปี 2006

ท้ายปีแต่ละสำนักก็มีการจัดอันดับหลายต่อหลายเรื่อง ทาง BBC ก็เลยเอากับเค้าบ้าง แต่เป็นเรื่องที่เคยอยู่ในมุมเล็กๆในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งบางเรื่องก็น่าสนใจ ในขณะที่บางเรื่องก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย ... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเค้าก็อุตส่าห์รวบรวมมาให้อ่านกันจุใจถึง 100 เรื่องด้วยกัน

ที่เกี่ยวข้องกับชาวไอที และน่าสนใจก็อย่างเช่น

- มีกว่า 200 ล้านบล็อกทั่วโลกที่ไม่มีใคร update มันเลย
- เครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในเกาะอังกฤษ สามารถประมวลผลได้ 15.4 ล้านล้านคำสั่ง ต่อวินาที
- แต่ .. เครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก สามารถประมวลผลได้ 1,000 ล้านล้านคำสั่ง ต่อวินาที
- นักช๊อปออนไลน์มีความอดทนที่จะสามารถนั่งรอหน้าเพจที่จะโหลดเข้ามาได้ เฉลี่ยแค่ 4 วินาทีเท่านั้นนะ

เรื่องที่น่าสนใจทั่วไปก็เช่น ..

- ไข่ เกิดก่อนไก่นะจ๊ะ
- มากกว่า 90% ของเครื่องบินที่ตก มีผู้โดยสารรอดชีวิต!! (ไม่น่าเชื่อ)
- จากการวิจัยพบว่า ถุงยางขนาดมาตรฐานนั้นมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับชายชาวอินเดียส่วนใหญ่

ที่มา - BBC



Friday, December 22, 2006

เมื่อ Google จับมือกับ Nasa

องค์การนาซ่า (Nasa) ประกาศความร่วมมือกับกูเกิล (Google) ในการใช้สื่อ เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ต่างๆของกูเกิลเพื่อนำเสนอข้อมูล ผลวิจัย และโปรเจ็คต่างๆสู่ชาวโลก (ขนาดนั้น)

เพราะจะว่าไปแล้ว นาซ่าเองก็เป็นองค์กรที่มีผลงานวิจัยและโปรเจ็คต่างๆทั้งในและนอกโลกมากมาย แต่การนำเสนอข้อมูลให้เราๆท่านๆได้ศึกษานั้นก็มีน้อย(มาก) เราจะมาเห็นผลงานอีกทีก็ตอนมีข่าวส่งยานอวกาศไปนู่นแล้ว ส่วนกูเกิลเองก็มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางในการเข้าสู่แหล่งข้อมูลได้ทุกๆ เรื่องในโลกอยู่แล้ว นี่ก็นับว่าเป็น เจ้าบ่าวเจ้าสาว ที่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง

คาดคะเนกันว่า การจับคู่ของสองสุดยอดนี้ จะทำให้เราได้เห็นเรื่องน่าตื่นเต้นในอนาคตอันใกล้ อย่างเช่น Google Earth ที่สามารถดูดาวดวงอื่นๆ พร้อมข้อมูลการวิจัย, การแสดงข้อมูล หรือถ่ายทอดสดการปล่อยยานอวกาศสดๆผ่าน Google Video หรือแม้แต่การคาดคะเนสภาพอากาศทั่วโลกแบบ Real time

ที่มา - Nasa
รูปโดย - Jenny Hinrichsen (currently down)



Tuesday, December 19, 2006

มาตรฐานเงินเดือนไทย ปี 2549

ไกล้ช่วงสิ้นปีกันแล้ว หลายคนเริ่มเตรียมตัวรับปีใหม่ที่จะมาถึง ในขณะที่หลายๆคนเริ่มมองหางานใหม่หลังได้โบนัสกันไปแล้ว (ฮา) ทางบริษัท Kelly ประเทศไทยเค้าเลยออกสำรวจมาตรฐานเงินเดือนไทย ในตำแหน่งต่างๆ แยกตามประเภทของกิจการไป

พบว่าปี 2549 เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมอื่นๆดีขึ้นมาจากปีก่อนค่อนข้างมาก มีหลายบริษัทเข้ามาเปิดกิจการในไทย และเร่งขยายตัวกันใหญ่ รวมถึงการเปิดสนามบินสุดอลังการอย่างสุวรรณภูมิแล้ว ตลาดงานในปีนี้มีการแข่งขัน และอัตราเข้าออกของพนักงานค่อนข้างสูงมาก

แต่จากที่ผมลองเทียบดูกับปีก่อนๆนะคับ ... รู้สึกปีนี้ชาวแบงค์กับอสังหาริมทรัพย์จะมีรายได้เพิ่มขึ้นผิดหูผิดตามากๆ เลย ... ในขณะที่รายได้ของชาวไอทีเราลดลง -_-"

ที่มา - Kelly Thailand Salary Guide 2549 (pdf)



Friday, December 15, 2006

10 อันดับ ผู้ทรงอิทธิพลต่อวงการคอมพิวเตอร์

Steve Jobsนิตยสาร Computer Weekly ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้อ่านถึง "10 อันดับ ผู้ทรงอิทธิพลต่อวงการคอมพิวเตอร์" ซึ่งผลจากการจัดอันดับนั้น ไม่ใช่เพียงคนที่เราๆรู้จักกันดีอยู่แล้วอย่าง Gates , Jobs หรือ Dell แต่ยังมีหลายคนที่มีประวัติและเรื่องราวน่าสนใจมากมาย

อันดับ 1 : Steve Jobs

เด็กหนุ่มผู้ออกจากโรงเรียนกลางคัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ได้สร้างประวัติศาสตร์โฉมใหม่ให้วงการคอมพิวเตอร์ นับตั้งแต่ Apple II ประสบความสำเร็จ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆที่ใช้ระบบ GUI และทำให้ผู้ใช้ตามบ้านสามารถสัมผัสได้ในราคาไม่แพงนัก

- อ่านต่อ -

จ็อบส์ ถูกให้ออกจากบริษัทที่เค้าสร้างมากับมือตั้งแต่ 1985 แต่เค้าก็ได้สร้างบริษัท Next ซึ่งทำระบบโอเอส สุดล้ำ ที่ต่อมาเป็นพื้นของ OSX และบริษัทแอนิเมชันชื่อดังอย่าง Pixar

ขาดจ็อบส์เหมือนขาดใจ ผลประกอบการของ Apple ร่วงลงเรื่อยๆและเกือบที่จะไปไม่รอดอยู่แล้ว ในที่สุด Apple ก็ได้ซื้อบริษัทของ Job และขอร้องให้เขากลับมาทำหน้าที่เดิม คือ CEO ... นับแต่นั้น จ็อบส์ ได้ดึง Apple กลับมาอย่างสง่างามอีกครั้งด้วย iMac , OSX , iPod ฯลฯ

โลกกำลังรอดูต่อไปว่า ชายศิลปินผู้นี้จะมีอะไรใหม่ๆมาให้เราต้องร้อง "ว้าว!!" กันได้อีก


อันดับ 2 : Tim-Berners-Lee
ชื่อไม่คุ้นหู แต่เค้านี่แหล่ะคือผู้ให้กำเนิดอินเทอร์เน็ต สร้างแนวทางการใช้ TCP , DNS ,ภาษา HTML เป็นผู้สร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ HTTPD และยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรอย่าง W3C อีกด้วย


อันดับ 3 : Bill Gates
Bill Gates
ไม่มีใครไม่รู้จักชายคนนี้ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก .. หลายคนไม่ชอบหน้า บิล เกตส์ (Bill Gates)มากนัก แต่หากมานึกถึงสิ่งที่เค้าสร้างให้กับวงการคอมพิวเตอร์(และบริษัทของเขาเอง) นั้น ก็ต้องขอบคุณเค้าไม่น้อย
นับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ MS-Dos ได้กำเนิดขึ้นมา และต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็น Windows และ Windows 95 ซึ่งเป็นโอเอสที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการใช้งานระบบ GUI
หลายคนค่อนขอดว่า ผลิตภัณฑ์หลายตัวของไมโครซอฟท์นั้น คือการลอกคู่แข่งมา และทำให้ดีขึ้น นับตั้งแต่ Ms Office - Foxpro, Windows - Mac OS, Internet Explorer - Netscape แต่สำหรับผู้ใช้แล้ว ไมโครซอฟท์เองได้สร้างสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ ที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่คนพิการ
16 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา บิล เกตส์ ประกาศปลีกตัวออกมาจากงานบริหารในไมโครซอฟท์ และขอใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานเพื่อสังคมและการกุศล ทำให้โลกหันกลับมามองถึงความดีของผู้ชายคนนี้ในอีกมุมหนึ่ง ... คนรวยที่รู้จักคำว่าพอเพียง ก็ดีแบบนี้นี่เอง


อันดับ 4 : James Gosling
ผู้ให้กำเนิด ภาษาจาวา (Java) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมตัวแรกๆที่มุ่งเน้นเขียนในเชิงวัตถุ (Object Oriented) และการใช้งานในเชิงของอินเทอร์เน็ต ... จาวากลายเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ด้วยระบบที่เราสามารถเขียนโปรแกรมเพียงครั้งเดียวแต่สามารถทำงานได้ทุกที่ (write once run any where) และยังเป็นต้นแบบของภาษาในเชิงวัตถุอีกหลายตัวในโลก
เจมส์ ยังเป็นผู้สร้าง Emacs - text editor ใน Unix ที่เราคุ้นเคย และจากความสำเร็จในการสร้างจาวา รวมทั้ง Virtual Machine ทำให้เจมส์ถูกเลือกเข้าเป็นหนึ่งใน
US National Academy of Engineering อีกด้วย


อันดับ 5 : Linus Torvalds
ผู้ให้กำเนิดลินุกซ์ (Linux) พระเอกของโอเอสที่ไม่ใช่วินโดวส์ในปัจจุบัน .. ความสำเร็จของลินุกซ์ก่อให้เกิดกระแสของโอเพนซอร์ส และโลกได้รู้จักกับคำว่า ของฟรีที่ดีๆ มีอยู่จริง


อันดับ 6 : Richard Stallman
ผู้ก่อตั้งโครงการ GNU project ซึ่งสร้างซอฟต์แวร์ในระบบโอเพนซอร์ส มากมาย รวมทั้งยังเป็นผู้คิดค้น GNU License ซึ่งเป็นแม่แบบของระบบ license ของระบบโอเพนซอร์สในปัจจุบัน


อันดับ 7 : Arthur C Clarke
ผู้เขียนนวนิยายชื่อดัง "Space Odyssey" เป็นแรงบัลดาลใจให้กับเทคโนโลยีหลายๆตัวในปัจจุบัน


อันดับ 8 : Ted Codd
ผู้สร้างกฏพื้นฐานทั้ง 12 ข้อใน relational database


อันดับ 9 : Steve Shirley
หญิงเหล็กคนนึงของวงการ เธอก่อตั้งบริษัท Xansa และพยายามสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในวงการ IT มากขึ้น


อันดับ 10 : Martha Lance Fox
ผู้สร้างเว็บ Lastminute.com ในปี 1998 นู่น แต่สร้างกระแสของ e-commerce ในยุคแรกเริ่มให้คนทั่วไปได้รู้จักกันเป็นอย่างดี

ปล. น่าจะมีจัดอันดับแบบนี้เฉพาะคนไทยกันบ้างนะเนี่ย

ที่มา - Computer Weekly



Thursday, November 23, 2006

13 อันดับประเทศ บล็อกอินเทอร์เน็ต มากที่สุด

อินเทอร์เน็ต คงเป็นสื่อเสรี ที่ไม่เสรีอีกต่อไป เมื่อผลสำรวจจาก Business Week ในเรื่องของประเทศที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตมากที่ สุดในโลก 13 ประเทศ ซึ่งผู้ชนะเลิศได้แก่ .. แท่น แท๊น

อันดับหนึ่ง ได้แก่ พม่า ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง โดยรัฐบาลพม่าลงทุนใช้โปรแกรมดักจับหน้า screen shot ของผู้ใช้เน็ตค่าเฟ่ ทุกๆ 5 นาที และยังมีการใช้ซอฟต์แวร์บล๊อกเว๊บที่ทางรัฐบาลเห็นว่าไม่เหมาะสมทันทีที่พบ เห็น .. เรียกได้ว่า จับตาดู และบล็อกแบบทันทีทันใด

ส่วนอันดับอื่นๆที่ตามมาได้แก่ จีน , เบลารุส , อิหร่าน, ตูนิเซีย, คิวบา, อียิปต์, ซาอุดีอาระเบีย, เตอร์กมินิสสถาน, เวียดนาม, เกาหลีเหนือ, ซีเรีย และ อุซเบกิสถาน .. โดยที่น่าห่วงที่สุดคงจะเป็นจีน ซึ่งดูจะเจริญกว่าเพื่อนแต่กลับปิดกั้นสื่อมากเป็นอันดับที่สอง

สารภาพตามตรงว่าผมแอบลุ้นให้มี ประเทศไทยของเรา ติดอันดับกะเค้าบ้างเหมือนกันนะเนี่ย
"ดวงตาแห่งซาลูมอน"

ที่มา - Business Week



Thursday, November 16, 2006

ร่วมฉลอง World Usability Day

เห็นชื่องานแล้วไม่ต้องงงกัน เพราะงานนี้ไม่ได้จัดกันเล่นๆขำๆ แต่งานนี้มีการจัดสัมนากว่า 115 งาน ใน 35 ประเทศทั่วโลก และปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 8,000 คน !!

จุดประสงค์ของงานนี้คือต้องการให้ผู้คนบนโลกตระหนักถึงการใช้งานใน อุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ คอมพิวเตอร์ มือถือ รถยนต์ ไปจนถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ว่ากันว่าเป็นงานที่ผู้ใช้จะได้เรียกร้อง ส่วนผู้สร้างจะได้ตระหนักถึงความต้องการ และความง่ายในการใช้งานของสินค้าของพวกเค้า

แสบสันที่สุดคงจะเป็นที่มีคนมา post ไว้ถึง เหตุผล 15 ข้อที่ทำไม hotmail ถึงห่วย อ่านดูแล้วก็ฮาดีเหมือนกัน

ที่มา - World Usability Day | Google Blogoscope



Tuesday, November 14, 2006

Google เผยเคล็ดลับ "ความเร็วต้องมาก่อน"

Marissa Mayer ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้านการค้นหา เปิดเผยในงานสัมนา Web 2.0 ว่าหัวใจหลักของ เว็บแอพพลิเคชัน นั้นควรจะยึดถือความเร็วมาก่อน

จากผลของการทดสอบพบว่า ยิ่งเราแสดงจำนวนผลของการค้นหามากเท่าไหร่ ผู้ใช้ก็จะยิ่งใช้เวลาอยู่กับเว๊บของเราน้อยลงไปเท่านั้น ไม่ใช่เพราะว่าจำนวนข้อมูลมันเยอะเกินไปหรอก แต่มันเป็นเรื่องของความเร็ว .. ผลการค้นหา 10 รายการ จะเร็วกว่า 30 รายการอยู่ 0.5 วินาที

สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการในอันดับแรกๆ คือความเร็ว .. เธอยกตัวอย่างว่าในช่วงแรกที่ Google Earth เปิดให้บริการ ในหน้าแรกนั้นมีข้อมูลมากถึง 100k .. แต่หลังจากที่ลองลดขนาดของข้อมูลลงเหลือ 70k - 80k แล้ว เธอพบว่าจำนวนผู้ใช้มากขึ้น 10% ในสัปดาห์แรก และ 25% ใน 3 สัปดาห์ต่อมา

เป้าหมายของกูเกิลในการค้นหาข้อมูลคือจะต้องแสดงผลการค้นหา 10 ล้านหน้าให้ได้ภายใน 1 วินาที (อะไรจะขนาดนั้น)

ที่มา - Google Blog Oscope | Zdnet



Friday, November 10, 2006

Virtual Earth ความพยายามครั้งใหม่ Microsoft

ลอกเค้ามาแล้วทำให้ดีขึ้น คือปรัชญาที่ยังใช้ได้เสมอของไมโครซอฟท์ แต่กับ Virtual Earthโปรแกรมมองโลกผ่านดาวเทียมที่เสนอความสามารถทุกแบบที่ Google Earth ทำได้คงจะใช้ไม่ได้เหมือนเคย ถึงแม้ไมโครซอฟท์จะพยายามบอกว่า ทุกความสามารถทุกอย่างสามารถทำได้จากบนเบราว์เซอร์ตัวเดียว (โอ๊ะๆ .. คำว่าตัวเดียวในที่นี้หมายถึงเฉพาะบน IE นะครับท่าน) แต่นั่นคงยังไม่พอกับความช้าของโปรแกรม ภาพที่ไม่คมชัด รวมทั้งแผนที่ ที่ไม่ครอบคลุมเอาเสียเลย ไม่มีแม้แต่กรุงเทพฯของเรา

ส่วนที่เหนือกว่าคงมีเพียงตึกใหญ่ๆในอเมริกาที่แสดงเป็นสามมิติได้ แต่ทาง Google Earth ก็ไม่รอช้า เตรียมออกความสามารถนี้มาในเวอร์ชันใหม่เช่นเดียวกัน

สงสัยที่ฝรั่งเคยบอกว่าคนไทยชอบลอกเลียนแบบของคนอื่นนี่ คงต้องให้ฝรั่งมองกันเองบ้างแล้วล่ะม๊าง

ที่มา - ZD Net



Thursday, May 04, 2006

สวัสดี ... ดากานดา

** ทดสอบทำ podcast ครั้งแรก

สวัสดี ... ดากานดา

นี่แก .. แกคงไม่เชื่อหรอกนะว่าฉันจะมี Podcast กะเค้าเป็นเหมือนกัน ... จะว่าไปฉันเองยังไม่เชื่อตาตัวเองเหมือนกันล่ะ แต่ก็เอาเถอะ ยังไงตอนนี้แกก็ได้เข้ามาใน Podcast ของฉันแล้ว ฉันมีเพลงเพราะๆ ที่แกจะได้ฟังเวลาแกนั่งวาดรูปส่งอาจารย์จอมเฮี้ยบนั่นไงล่ะ...

ดากานดา ... วันนี้ฉันมีเพลง Better Together ของ Jack Johnson ... เนี่ยพึ่งไปได้มาจากเจ้าฟู่เหยิน ยังอุ่นๆอยู่เลย ... อยากให้แกลองฟังดูว่ะ

ไข่ย้อย
ไข่ย้อย