Saturday, February 07, 2009

Review iPhoto 09

iLife เป็นชุดโปรแกรมของแอปเปิลที่ทำพวกจัดการรูป วิดีโอ เพลง ดีวีดี เว็บ ก็จะมีโปรแกรมในชุดทั้งหมด 5 ตัว คือ iPhoto, iMovie, iWeb, iDVD และ GarageBand แต่โปรแกรมที่ดังที่สุดและเป็นตัวขายของทั้งชุดเลยก็คือ iPhoto

iPhoto เป็นโปรแกรมจัดการรูปภาพ ที่ทำได้หลายอย่างมาก ถ้าเทียบกับการอัพเกรดในรุ่นก่อนๆ แล้ว iPhoto 09 นี้น่าจะเป็นการอัพเกรดฟีเจอร์ที่เยอะที่สุด แต่ก็จะไม่ขอพูดถึงฟีเจอร์เก่านะครับ ถ้าสนใจก็ลองถามๆ เพื่อนที่มีแมคแล้วให้เค้าโชว์ให้ดูก็ได้ครับ แล้วจะรู้ว่าของเค้าดีจริง

เริ่มเปิดโปรแกรมขึ้นมา ก็มีหน้าต้อนรับ ถ้าใครที่เป็นมือใหม่ก็เข้าไปดูวิดีโอสอนการใช้โปรแกรมในเว็บได้ ตรงนี้แอปเปิลทำได้ดีมากๆ เพราะวิดีโอดูง่ายเข้าใจง่าย


หลักจากนั้นก็มีข้อความขึ้นมาเรื่องขอใช้ข้อมูลพิกัดต่างๆ (Geocoding) ที่เรามีอยู่ในรูป (ถ้ามี) มาแสดงบนแผนที่ ตรงนี้เดี๋ยวจะพูดถึงทีหลัง

  • Face

ถือว่าเป็นฟีเจอร์ชูโรงของ iPhoto '09 นี้เลย คือการเพิ่มระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) เข้ามาในโปรแกรมจัดการรูปภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องระบบจดจำใบหน้าไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ อย่างกล้องรุ่นใหม่ๆ ก็จะมีระบบโฟกัสที่ใบหน้า หรืออย่างระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ แต่ก็มีไม่กี่โปรแกรมที่เอาระบบนี้เข้ามาในโปรแกรมจัดการรูปภาพแบบจริงจัง

หลังจากเปิด iPhoto ขึ้นมาครั้งแรกก็จะมีเมนู Face ให้เลือก พอเข้าไปดูก็จะพบว่าโปรแกรมกำลังเริ่มทำอินเด็กซ์หน้าทั้งหมดในรูปที่มีอยู่ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรเลย จากรูปที่ผมมีทั้งหมด 5,000 รูปใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงได้ แต่ก็ทำเพียงครั้งแรกครั้งเดียว และระหว่างที่รอ เราก็ยังสามารถใช้งานอื่นๆ ได้ตามปกติ


หลังจากที่โปรแกรมทำอินเด็กซ์รูปทั้งหมดแล้วก็จะมีคำแนะนำให้เราลองค้นหารูปใบหน้าในรูปต่างๆ ดู


ก็ลองเริ่มจากรูปตัวเองก่อนเลย พอเลือกรูปแล้วจะมีปุ่มทางซ้ายล่าง เป็นรูปหน้าคน พอกดแล้วก็จะมีกรอบที่ใบหน้าทั้งหมดในรูปนี้ ให้เราระบุว่าใครคือคนในหน้านี้



หลังจากที่เราใส่ชื่อไปแล้ว ก็จะได้ชื่อของเราก็จะไปโผล่ในหน้า Face แล้ว ที่น่าเสียดายคือรายชื่อที่ใช้ใน iPhoto ไม่ได้เอามาจาก Contact ใน Address Book ของเรา ทำให้ข้อมูลต่างๆ ต้องกรอกเองเช่นชื่อเล่นหรืออีเมล์



พอเรากดเข้าไปที่รูป โปรแกรมก็จะหาคนที่หน้าคล้ายกับรูปที่เราเลือกไว้ เพื่อให้เราทำการยืนยันได้ว่ารูปไหนคือคนในรูปต้นแบบ คนไหนไม่ใช่

ถ้าถามว่าแล้วโปรแกรมค้นหาได้แม่นแค่ไหน ? หลังจากที่ลองทดสอบหลายรอบ ก็ต้องบอกเลยว่า แม่นมาก ประมาณ 95% คือได้รูปที่ถูกต้องเป็นคนๆ เดียวกับที่เราเลือกในรูปต้นแบบ ยิ่งถ้าเรายืนยันรูปมากเท่าไหร่ ความแม่นยำในการค้นหาหน้าของคนนั้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นด้วย

แต่กับบางคนที่มีหน้าตาที่คล้ายกันมาก เช่นคนในครอบครัวเดียวกัน หรือเป็นพี่น้องกัน ก็มีโอกาสที่โปรแกรมจะเข้าใจว่าทั้งสองคนเป็นคนเดียวกัน แต่เราสามารถเลือกได้ว่าใครใช่ไม่ใช่ ซึ่งการบอกว่าใครไม่ใช่ ก็มีผลต่อการค้นมามากด้วยเช่นกัน เพราะโปรแกรมจะตัดคนที่ไม่น่าจะใช่ออกไปจากผลการค้นหาด้วย (เคยสงสัยรึเปล่าว่าคนไหนมด คนไหนโฟว์ คนไหนมด)


แต่ก็ใช่ว่าโปรแกรมจะหารูปหน้าคนทั้งหมดเจอ บางรูปที่หันข้าง ใส่แว่นดำ หรืออย่างเช่นรูปสัตว์ โปรแกรมก็จะไม่เข้าใจว่าเป็นหน้าคน แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังสามารถใส่ชื่อเองได้ด้วยมือ เช่นผมชอบรูปของแพนด้า ก็ทำกลุ่มของรูปแพนด้าไว้



ผมใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการจัดกลุ่มหน้าของตัวเองทั้งหมดจากรูปกว่า 5,000 ใบ ซึ่งก็ถือว่าเร็วมากถ้าเทียบกับที่จะต้องมาทำเองด้วยมือทีละรูป


  • Place

กล้องถ่ายรูปสมัยนี้เริ่มมีการเพิ่มพิจัดตำแหน่งของรูปที่เราถ่ายใส่ลงมาในรูปด้วย โดยเฉพาะกล้องบนมือถือ อย่างที่ผมทดสอบคือเอารูปจากบนไอโฟนมาลงใน iPhoto ซึ่งโปรแกรมก็เข้าไปหาตำแหน่งของรูปที่ถ่ายว่าอยู่ที่จุดไหนในแผนที่


ถ้าเรากดดูในแผนที่ในระยะไกล โปรแกรมจะจัดกลุ่มของรูปไว้ให้ตามประเทศเลย เช่นรูปที่ถ่ายในไทย ในสิงคโปร์ พอเรากดลึงลงไปเรื่อยๆ จุดในแผนที่ก็จะละเอียดขึ้น แยกเป็นตามจังหวัด ไปจนถึงตามจุดที่เราถ่ายรูปจริงๆ ในแผ่นที่


ถ้าเราอยากดูรูปไหนก็กดเข้าไปดูได้จากแผนที่ ซึ่งก็ดูมีประโยชน์ดี แล้วถ้ารูปไหนไม่มีพิกัดระบุ เราก็สามารถใส่พิกัดที่เราถ่ายรูปนั้นๆ ได้ด้วยตัวเอง ทีนี้ลองนึกเล่นๆ ถ้าในอีก 5 ปี กล้องทุกตัวมี gps ฝังอยู่ในตัว แล้วพอเรามาดูรูปแยกตามตำแหน่งในแผนที่ก็จะมีประโยชน์มากเลยทีเดียว

Place มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือถึงแม้ตำแหน่งในแผนที่จะค่อนข้างแม่น แต่เราจะต้องต่ออินเตอร์เน็ตไว้ตลอดเวลา ไม่งั้นจะไม่สามารถดูรูปตามแผนที่ได้


  • Theme & Slideshow

หลายคนชอบดูรูปโดยกดดูรูปต่อๆ ไปด้วยตัวเอง แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชอบให้รูปเปลี่ยนไปเองเรื่อยๆ หรือที่เรียกกันว่าสไลด์โชว์ ซึ่งโดยปกติสไลด์โชว์ ก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาย ขอแค่เปลี่ยนรูปไปมา มีเพลงกับซุมเข้าออกนิดหน่อยก็น่าจะพอแล้ว

แต่ใน iPhoto ตัวใหม่ แอปเปิลเพิ่มธีมเข้ามาเป็นลูกเล่นในสไลด์โชว์ด้วย ทำให้เวลาดูรูปแบบอัตโนมัติมีลูกเล่นมากขึ้นเยอะเลย ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งหมด 6 ธีม


ในระหว่างที่เราเล่นสไลด์โชว์ก็สามารถเลือกไปดูช่วงอื่นๆ ได้ด้วย ไม่ต้องรอให้เล่นไปทีละรูปจนถึงช่วงท้าย อีกส่วนนึงที่ชอบมากคือ แอปเปิลใช้ประโยชน์จาก Face เข้ามาช่วย ทำให้เวลาเราเล่นสไลด์โชว์ รูปหน้าจะอยู่ตรงกลางเสมอ ทำให้หน้าไม่ตกขอบ (การมานั่งจัดหน้าตกขอบเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากเวลาทำสไลด์โชว์)

นอกจากนี้เรายังสามารถ Export สไลด์โชว์ออกมาเป็นไฟล์วิดีโอ ไปลงในไอโฟนหรือใน YouTube ก็ได้ เท่าที่ลองก็ได้วิดีโอที่ชัดมากเลยทีเดียว


  • Photo Editing
การแก้ไขรูปถึงแม้จะไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมายเท่า Photoshop แต่ก็เพียงพอสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ที่จะแก้ไขรูปให้ดูดีขึ้นอย่างเช่นการปรับแสง สี ตาแดง ลบสิว แต่ในเวอร์ชันใหม่นี้ เวลาที่เรากดปุ่ม Enhance คือให้โปรแกรมปรับรูปอัตโนมัติ จะมีค่าบอกด้วยว่ารูปนี้มีการปรับอะไรไปเท่าไหร่ (ของเดิมไม่บอก)

อีกตัวนึงที่ชอบมากคือการปรับเรื่องสีของภาพ ซึ่งโดยทั่วไปเวลาเราปรับสีมากๆ มักจะทำให้สีผิวหน้า ผิวตัวคนเพี้ยนไปด้วย ซึ่งในเวอร์ชันใหม่จะมีปุ่มช่วยให้เวลาปรับสีจะไม่มีผลกับใบหน้าและผิวหนัง อธิบายยากลองดูรูปตัวอย่าง


  • Photo Book

การทำสมุดภาพ ในเวอร์ชันนี้ มีการใช้ประโยชน์จาก Face กับ Location เข้ามาอย่างเต็มที่ อย่างเช่นเวลาเราเอารูปลงไปในกรอบของหนังสือ โปรแกรมจะเลือกให้รูปวางในตำแหน่งที่หน้าไม่โดนขอบบังโดยอัตโนมัติ

อีกส่วนนึงคือเราสามารถทำหน้าที่โยงกับตัว Location ตำแหน่งของรูปที่เราถ่ายได้ หรือเราอาจจะใส่ชื่อเมืองที่เราไปเองก็ได้ เท่าที่ลองหาดู ก็มีให้เลือกถึงระดับเมืองในเมืองไทย อย่างเชียงใหม่หรือขอนแก่นเลยทีเดียว



นอกจากนี้ยังมีความฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกหลายตัวอย่างเช่น อัพโหลดรูปไปลงใน Facebook, Flickr ได้ และชื่อที่เรา tag ลงไปก็จะตามไปด้วย ซึ่งเท่าที่ลองดูก็ทำได้ผลดีตามที่โฆษณา คาดว่าในอนาคตอาจจะมี Social Network ตัวอื่นๆ เพิ่มเข้ามาก็ได้


  • เทียบมวย iPhoto's Face กับ Picasa Web Album's Name tag

ก่อนที่ iPhoto จะมีระบบ Face นั้น ทางกูเกิลก็ได้เริ่มการจัดการรูปกับหน้าไว้ก่อนตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเมื่อเราอัพโหลดรูปลงบน Picasa Web Album แล้วเลือกให้ทางกูเกิลเริ่มทำ Name Tag ได้

จากที่ลองจับเวลาดู การทำอินเด็กซ์ของ Picasa นั้นทำได้เร็วกว่ามาก คือรูป 5,000 ใบ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ iPhoto ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมง ทั้งนี้ก็เพราะการทำงานของ Picasa ทั้งหมดเกิดที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิล


ถ้ามาดูกันที่ความแม่นยำ เท่าที่ทดสอบดูพบว่า Picasa จะมีการทำอินเด็กซ์รูปที่ไม่น่าจะใช่หน้าคนมากกว่า คือผิดเยอะกว่านั่นเอง อย่างเช่นภาพวาดแพนด้าในรูป ใน Picasa บอกว่านี่เป็นรูปคน แต่รูปเดียวกันนี้ใน iPhoto กลับบอกว่าไม่ใช่หน้าคน



สุดท้ายคือเรื่องความเร็วในการยืนยันรูปกับชื่อ พบว่าถ้าทำบน Picasa จะทำได้ช้ามาก เพราะเราต้องทำการยืนยันทั้งหมดบนเว็บ และทำได้ทีละไม่เกิน 15 คนต่อชุด ในขณะที่ iPhoto เราจะทำการยืนยันรูปได้เร็วกว่า เพราะรูปทั้งหมดอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ตรงนี้ผมว่ากูเกิลเองก็อาจจะกำลังแอบทำให้มีระบบจดจำหน้าใน Picasa ที่ลงบนเครื่องทั่วไปอยู่ก็ได้


ข้อดี
  • มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามามากกว่าเวอร์ชันก่อนๆ โดยเฉพาะ Face, Place, Theme & Slideshow
  • การยืนยันบุคคลในรูปทำได้ง่ายและเร็วมาก
  • เริ่มใช้ในการอัพโหลดรูปลง Social Network ได้ ถึงตอนนี้จะมีแค่ Flickr กับ Facebook
ข้อเสีย
  • Face ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ จะมีรูปประมาณ 5% ที่ยังต้องจัดการด้วยมือ
  • ไม่ได้มีการเอารายชื่อมาจาก Contact ในเครื่อง
  • ไม่สามารถดูรูปตามแผนที่ได้ ถ้าไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตอยู่
  • ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูลเยอะขึ้นมาก

สรุปแล้ว iPhoto '09 เป็นการอัพเดตครั้งใหญ่ของโปรแกรมในตระกูล iPhoto เลยก็ว่าได้ เพียงแต่จะคุ้มค่ากับเงิน $79 หรือเปล่า อันนี้ก็แล้วแต่คน เพียงแต่ต้องอย่าลืมว่าในชุด iLife นั้นยังมีโปรแกรมอื่นๆ อีก 4 ตัวนอกจาก iPhoto (เอาไว้จะมา Review ทีหลัง)


0 comments: