Sunday, April 26, 2009

วิธีรับมือกับนักขายของทางโทรศัพท์




อ่านเจอใน Post Today แล้วรู้สึกน่าสนใจ เลยขอบล็อกไว้กันลืม

เชื่อกันว่าหลายคนเคยประสบกับพนักงานขายของทางโทรศัพท์กันมาบ้าง โดยเฉพาะคนที่ทำประกันชีวิต, ทำบัตรเครดิต หรือกู้หนี้ยืมสินกับที่ไหนซักแห่งไว้ ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของเราจะกลายเป็นของซื้อขายในตลาดทันที ด้วยราคา 3 - 5 บาท ..​อันนี้ยืนยันได้เพราะเคยไป Out Source กับบริษัทสินเชื่อมา เห็นชัดๆ เลยว่าชื่อกับเบอร์โทรของเราอยู่ในรายการขาย (เวรเอ๊ย)

แทนที่จะนั่งบ่น พออ่านบทความของ Post Today แล้วรู้สึกว่าเข้าท่าน่าสนใจ

ในอเมริกา มีกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภทที่พูดถึงการขายสินค้าทางโทรศัพท์โดยตรง (Telephone Consumer Protection Act of 1991) ที่กำหนดไว้ว่าผู้บริโภคมีิทธิที่จะป้องกันตัวจากความเดือนร้อนรำคาญโดยนักขายสินค้าทางโทรศัพท์

ที่เจ๋งมากคือในกฏหมายฉบับนี้ กำหนดให้ออกรายชื่อเบอร์ที่ห้ามโทร (Do-Not-Call List) โดยเราสามารถติดต่อทำเรื่องขอให้เบอร์โทรของเราไปอยู่ในรายชื่อนั้นกับทางรัฐบาลได้ (มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลรายการเบอร์พวกนี้โดยเฉพาะ) และบริษัทใดๆ ที่จะทำการขายสินค้า หรือบริการทางโทรศัพท์จะถูกห้ามโทรไปขายที่เบอร์พวกนี้ทั้งหมด ถ้าบริษัทไหนฝ่าฝืนก็มีโทษทางกฏหมายทันที

รายชื่อเบอร์ห้ามโทรเหล่านี้มีความคุ้มครอง 10 ปี หมดอายุก็ไปต่อใหม่ได้

ส่วนในเมืองไทยเราก็มีกฏหมายคุ้มครองประเภทนี้เหมือนกันเพียงแต่ยังจำกัดแค่การขายประกันภัยเท่านั้น โดยกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่พึ่งออกมาเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2552 นี่เอง โดยกฏหมายกำหนดไว้ว่า
บริษัทประกันภัยจะโทรขายสินค้าและบริการกับลูกค้าได้เฉพาะ จ. - ส. เวลา 8.00 - 19.00 น. เท่านั้น
ถ้าลูกค้าบอกว่า “ไม่สนใจ” หรือ “อย่าโทรมาอีก” บริษัทจะต้องจบการสนทนาทันที (ห้ามตื้อ) และห้ามบริษัทโทรไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน
แปลว่าถ้าบอกว่า “ไม่ว่าง”, “ติดประชุม” หรือแกล้งกดวางสาย จะไม่เข้าข่าย และเขาจะโทรมาอีกครั้ง
ถ้าบริษัทถูกถามว่าได้ข้อมูลเบอร์โทรของเรามาได้ยังไง จะต้องบอกที่มาขอแหล่งข้อมูลกับลูกค้าก่อนวางสายด้วย

ดูไปก็เป็นกฏหมายที่ดูดีมากมาย แต่ก็ยังคุ้มครองแค่กับบริษัทประกันภัยเท่านั้น ส่วนบัตรเครดิต, ธนาคาร, สมาชิกโรงแรม หรือฟิตเนสนั้น กฏหมายนี้ยังไม่ครอบคลุมถึง (เฮ้อ)

เอาน่า อย่างน้อยก็ได้ความรู้ใหม่ .. ว่าจงท่องไว้

“ไม่สนใจครับ” .. “ไม่สนใจครับ” .. “ไม่สนใจครับ”

ความพ่ายแพ้ของคนเสื้อแดง

ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว “ความพ่ายแพ้ของพันธมิตร”

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มันช่างเป็นสงกรานต์ที่กร่อยสิ้นดี ไม่ได้รู้สึกอยากเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทยเลยสักนิด แทบจะทุกบ้านต้องมานั่งดูสงครามกลางเมืองในกรุงเทพฯ เหมือนนั่งดู Cloverfield ภาค Bangkok Dangerous

ส่วนตัวผมเกลียดเสื้อเหลืองแต่ก็ไม่ชอบเสื้อแดง จะว่าไปในช่วงแรกของเสื้อแดงก็ดูเหมือนจะมีคนเห็นด้วยพอสมควร แต่หลังจากภาพที่ออกไปหลายคนก็เก็บเสื้อแดงเข้ากระเป๋าแล้วก็ไม่กล้าบอกใครว่าเห็นด้วยกับกลุ่มนี้ซักเท่าไหร่

ถ้าไม่นับกลุ่มคนที่ถูกซื้อ (500 บาท?) ก็น่าจะพอแยกประเภทกลุ่มเสื้อแดงได้ประมาณนี้

  • คนต่างจังหวัด ที่ไม่ได้ถูกซื้อ
  • เกลียดรัฐบาล ประชาธิปัติย์ เสื้อเหลือง
  • ชอบทักษิน

จะเห็นว่ากลุ่มแฟนคลับทั้ง 3 กลุ่มเป็นกลุ่มคนต่างจังหวัดซะส่วนใหญ่ เสียงที่ออกมาเลยดูเบาหวิว พูดอะไรไม่มีใครฟัง ถึงแม้คนในเมืองหลวงที่มีการศึกษาจะเชียร์เสื้อแดงอยู่ไม่น้อย แต่พอถึงเวลาเมื่อภาพมันออกมาแบบนั้นก็ต้องเงียบหายไม่แสดงตัวกันไป

ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อการตลาดไม่ดีจริงและภาพที่ออกมามันรู้สึกแบบนั้นว่า

  • ม๊อบรับจ้างแน่ๆ
  • ลูกน้องทักษินแน่ๆ
  • พวกไม่มีการศึกษาแน่ๆ

ตรงข้ามกับเสื้อเหลืองที่ภาพออกมาดูดีกว่ามากมายเมื่อเทียบกับเสื้อแดง ถึงแม้ว่าการปิดสนามบิน 5 วัน จะแย่กว่าปิดถนน 3 วัน อยู่หลายขุม แต่ภาพที่มองมามันไม่น่าเอาเสื้อสีที่ตัวเองเชียร์ไปเก็บเข้ากรุเท่า เสื้อแดงกลายเป็นตัวตลก ป่าเถื่อนและทักษินเสียแรงสนับสนุนไปมากโข

ว่ากันว่าพระเจ้ามอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเมืองไทย .. อากาศดี ไม่มีภายุหิมะ เฮอริเคน ภูเขาไฟระเบิด แถมอาหารอร่อย ทะเลสวย ปลูกอะไรก็ขึ้น พื้นที่กว้างขวาง

มอบให้ทุกอย่างเลย ยกเว้นอยู่อย่างเดียว .. คือผู้บริหารประเทศและความสงบสุข ที่มักจะกลับมาวุ่นวายในทุกๆ 4-5 ปีครั้งนึง .. 14 ตุลา .. พฤษพาทมิฬ .. เสื้อแดง-เสื้อเหลือง

ฝากรูปข้างล่างไว้ให้รู้ว่าเสื้อแดงแพ้หมดใจจริงๆ







Saturday, April 25, 2009

Unboxing - MacHeads The Movie DVD (Limited Edition)

หลังจากที่ได้ข่าวว่าจะมีหนังสารคดีเรื่องเกี่ยวกับชาวแมคฯ เมื่อคราวก่อน ก็แอบแวะเวียนเข้าไปดูในเว็บของหนังเรื่องนี้สม่ำเสมอ เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่มีทางได้เข้าโรงเมืองไทยแน่นอน

ในที่สุดวันที่ออกขายเป็น DVD ก็มาถึง จริงๆ ก็มีให้สั่งทาง iTunes ด้วยแต่ดู package ในเว็บแล้วสวยดีแถมเป็น limited edition ด้วยก็เลยสั่งทาง Paypal โดยพลัน .. ขั้นตอนการสั่งง่ายโคตร 2 คลิ๊ก ได้ของแล้ว คือจ่ายผ่านทาง Paypal มันง่ายจนรู้สึกว่า เฮ้ย ง่ายไปป่าววะเนี่ย .. 2 คลิ๊ก ไปแล้ว $19.99

แล้วแล้วพัสดุก็ส่งมาถึง น่าแปลกใจเหมือนกันว่าส่งมาเร็วมาก แต่ที่แปลกใจกว่าคือส่งมาจากประเทศ อิสราเอล

  • ส่งเร็ว สภาพดี ไม่มีเสีย
  • กล่องดูหงองแหงงมาก คุณภาพไม่ดีอย่างที่หวัง
  • สกรีนบน DVD สวยใช้ได้ น่าเก็บ
  • ตัวยึดแผ่นไม่หนาแน่นเอามากๆ เปิดกล่องทีแผ่นหลุดมาที
ส่วนตัวหนังเป็นยังไง เดี๋ยวมารีวิวให้ดูกันอีกที

--------------------------------------------------

Update : MacHeads the movie team just post a link direct to this blog , Thanks a million. Anyways in case that you guys are not Thai, I decide to translate my post above in English (Bad English caution!!)

--------------------------------------------------

After i heard that there's a documentary about the Apple, Mac Community and Hardcore Fans from various website, I'd following the official website of "MacHeads The Movie" until the day they official launch DVD edition on sell.

At fist, I was thinking about to bought this item from iTunes but I just notice that there was a DVD Limited edition avaliable on there website. So that I decide to purchase this one from the official website via PayPal. The payment method is just 2 click .. click click then $19.99 (lol)

Not so long , i got the package comming but what really surprise me was it came from "Israele"

  • Package was so well , everything look fine
  • Printing on both Box and DVD really nice
  • Box is not so well to handling 2 DVD
Check out the Trailers below, I'll post the movie review nearly soon.









Wednesday, April 22, 2009

กินแห้วกับ Google Summer of Code 2009

Dear khajorn,

Thank you for applying to Google Summer of Code 2009. The proposal(s) you submitted were not selected for the program this year. We annually receive many more proposals than we are able to accept, and we would like to encourage you to apply again next year.

With best regards,
The Google Summer of Code Program Administration Team


ไม่ผ่าน .. เศร้า

ปีหน้าเอาใหม่

:'(


Monday, April 20, 2009

งดกินทอฟฟี่ชั่วคราว




Man Utd 0 - 0 Everton

แต่แพ้จุดโทษ T_T .. รุ่งเช้าทอฟฟี่สีน้ำเงินเต็มโต๊ะทันที ขอบคุณพี่ปรีมากมาย



Sunday, April 19, 2009

Plush Jobs




มีคนทำตุ๊กตา Steve Jobs ออกมาขาย .. กรี๊ด น่ารักแสรดดดดด

คนทำคือ PodBrix พึ่งจะรู้จักเว็บนี้เหมือนกัน ดูเหมือนจะชอบทำสินค้าน่ารักๆ เกี่ยวกับแอปเปิลออกมาขาย มีเลโก้ทำเป็นชุดโฆษณาแอปเปิลในปี 1984 หรือห้องทำงานของ Jobs ในช่วงเริ่มต้นบริษัท

Plush Jobs ออกขายแค่ 500 ตัว ราคาตัวละ $27.99 ( ~980 บาท )

น่ารักดี อยากซื้อเก็บแต่ดูสิ้นเปลืองไปหน่อย ว่าแล้วเลยสั่งซื้อ DVD MacHeads Limited Edition แทน

Link - PodBrix

Saturday, April 18, 2009

พักร้อน

ช่วงนี้หยุดปิดเทอมและหยุดเที่ยว ทำให้ ส. - อา. นี้เลยได้อยู่ห้องแบบนานๆ ทีจะได้มีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง จะว่าไปนี่คือตารางชีวิตที่เคยวาดไว้ตอนพึ่งจะเรียนจบรึเปล่านะ
  • 12.00 ตื่นนอน ลงไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำข้างๆ คอนโด
  • 13.30 แวะซื้อกาแฟ นั่งอ่านนิตยสารหลบร้อนก่อนเข้าห้อง
  • 14.30 เก็บห้อง ซักผ้า จัดของเข้าที่
  • 16.00 นั่งพักผ่อน เช็คเมล์ เปิดดูตารางถ่ายทอดสดฟุตบอลคืนนี้
  • 17.00 ลงไปว่ายน้ำ ออกกำลังกาย คลายร้อน
  • 18.30 อาบน้ำ ลงไปกินข้าว
  • 19.30 กลับมานั่งดูทีวี เปิดแอร์ เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ รอบอลมา
  • 23.00 เปิดเบียร์ไฮเนเก้น ถุงขนม นั่งดูบอลหน้าทีวี
  • 1.30 อ่านหนังสือก่อนนอน
  • วนกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้


Sunday, April 12, 2009

เสื้อตัวนี้สีชมพู




ทะเลาะกันเข้าไป .. ไม่เบื่อกันบ้างเหรอครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ประเทศเราจะชิบหายอยู่แล้วครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ที่บ้านไม่มีไรทำเหรอไงครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ชนะแล้วได้อะไรครับ

ทะเลาะกันเข้าไป .. เสื้อเหลืองเสื้อแดงครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. เลือกตั้งใหม่ แม่งก็เหมือนเดิมครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ไหนบอกว่ารักเมืองไทยไงครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. เข้าวัดทำบุญแทนเถอะครับ

ทะเลาะกันเข้าไป .. ปิดสนามบินก็เหี้ยพอแล้วครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ปิดอนุสาวรีย์ก็เหี้ยพอกันครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ปิดประเทศไปเลยไม๊ครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. หัดปิดปากกันบ้างเถอะครับ

ทะเลาะกันเข้าไป .. พวกผมเองที่ผิดครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. ผิดที่เลือก พวก(มึง)คุณ เข้ามาไงครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. จับมือ ให้อภัย ซึ่งกันเถอะครับ
ทะเลาะกันเข้าไป .. เริ่มต้นกันใหม่ ผมรักประเทศไทย ของผมครับ

- Khajochi : 12 เม.ย. 2552 -

Tuesday, April 07, 2009

ว่ายแหน




แว่นหาย !! อีกแล้วครับท่าน .. หายที่ร้านข้าวต้มหลังจากไปดูงานหนังสือสัปดาห์หนังสือเสร็จ

ว่าแล้วก็ไปตัดแว่นใหม่ แต่คราวนี้ขอแบบแนวๆ เนิร์ดๆ หน่อย เป็นแว่นสายตาอันที่ 7 ที่เคยซื้อมา ซึ่งสาเหตุที่ซื้อใหม่ก็เหมือนเดิมทุกครั้งคือ "หาย"

ขอโน๊ตไว้เผื่อลืม
  1. หาย
  2. หาย
  3. หาย
  4. หาย
  5. หายที่ญี่ปุ่นตอนกระโดดถ่ายรูป ที่วัดนิโจโจโช - เกียวโต
  6. หายที่ร้านข้าวต้มหลังจากไปเดินงานสัปดาห์หนังสือ
จะหายอีกทีเมื่อไหร่ต้องรอดูกันต่อไป ..

Wednesday, April 01, 2009

ประกาศเลิกใช้ Mac ตลอดชีวิต

ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะมาถึง ถ้าใครพอจะรู้จักผมอยู่บ้างจะรู้ว่าผมเป็นสาวกแอปเปิลและแมคมากแค่ไหน

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงดึกระหว่างที่ผมกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการท่องไปในเน็ตและใช้โปรแกรมมากมายในแมคเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิต เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ หลายชั่วโมงต่อมา ระหว่างที่อ่านอีเมล์อยู่นั้น ผมก็หันไปมองเครื่องโน๊ตบุ๊คอีกตัวที่อยู่ข้างๆ

มันคือเครื่อง IBM Thinkpad ที่ใช้มากว่า 6 ปีในการทำงาน ผมมองดูมันอย่างตั้งใจและเริ่มระลึกถึงคุณงามความดีที่มันได้สร้างมา .. และเริ่มเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Windows และ Mac อีกครั้งอย่างตั้งใจและไม่โอนเอียง .. ซึ่งผมก็ตระหนักได้ว่า Windows มีหลายอย่างที่ Mac ไม่มี !!

  • ผมชอบปุ่ม Start สีเขียวสดใส ซึ่งเราสามารถเพลิดเพลินกับการกดมันได้ไม่รู้จบ ถึงแม้พอกดไปแล้วมันจะกินเนื้อที่หน้าจอไปถึง 1 ใน 3 ก็เถอะ
  • ผมรัก Paint Brush มันเปิดโปรแกรมได้เร็วกว่า iPhoto มาก เราจะแต่งรูปโดยใช้โปรแกรมแพงๆ ไปทำไมในเมื่อเรามี Paint Brush อยู่แล้ว
  • Solitaire ทำให้ชีวิตผมสดใส อย่างน้อยบนแมคก็ไม่มีเกมส์แถมมาให้เล่น
  • เวลาที่เครื่องมีปัญหา Windows บอกผมทุกอย่าง จะจอฟ้าจอดำ อย่างน้อยมันก็ยังบอกว่าทำไมถึงเจ๊ง ทำไมถึงล่ม
  • และสุดท้ายผมคิดว่า Bill Gates หล่อกว่า Steve Jobs เยอะเลย
มันเป็นเรื่องเศร้าที่ต้องยอมรับความจริงเหล่านี้ เพราะงั้นหลังจากวันนี้ไปผมขอประกาศเลิกใช้ Mac ไปตลอดชีวิต และประกาศขายเครื่อง Macbook Air ที่ใช้อยู่ในราคาพิเศษ ใครสนใจติดต่อได้หลังไมค์

มันคงเป็นครั้งแรกที่อยากจะบอกว่า

"ผมรักวินโดวส์"

>>Happy Aprils' Fool Day