Friday, June 26, 2009

RIP Michael Jackson , I'll never forget you

ไอดอลคนแรกตั้งแต่จำความได้ในชีวิต ... เสียใจ ... น้ำตาไหล



LOS ANGELES (Reuters) - Michael Jackson, the child star turned King of Pop who set the world dancing but whose musical genius was overshadowed by a bizarre lifestyle and sex scandals, died on Thursday. He was 50.

Jackson was pronounced dead at 2:26 p.m. PDT (5:26 p.m. EDT) after arriving at a Los Angeles hospital in full cardiac arrest, said Fred Corral of the Los Angeles County Coroner's office. The cause of death was not known and an autopsy would likely take place on Friday, he said.

Jackson was taken ill at home and his personal physician tried to resuscitate him but could not, his brother Jermaine told reporters. Jackson was taken by paramedics to the hospital, where doctors worked for more than an hour to try to revive him before pronouncing him dead, the brother said.

- Reuters



Sunday, June 21, 2009

เข้าครัวกับขโจชิ : ตอนสปาเก็ตตี้ซอสไก่

วันนี้ตั้งใจว่าจะนอนพักผ่อน หลังจากที่ไปออกแรงกับการปลูกป่ามาเมื่อวาน แต่เนื่องจากปวดท้องเป็นโรคกระเพาะ เลยไม่ค่อยจะมีแรงออกไปซื้ออะไรกินข้างนอก .. ไอ้จะสั่งพิซซ่ามากินก็เปลือง

วันนี้เลยตัดสินใจ .. เข้าครัวทำอาหารกันดีกว่า !!

วันนี้ขอเสนอ สปาเก็ตตี้ซอสไก่ สูตร เอ็มเอ็ม .. โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เริ่มจากกระทะ



2. เตรียมเขียงและมีด (เขียงน่ารักไม๊)



3. จานช้อนส้อม เตรียมให้พร้อม



4. เปิดตู้เย็น เอาสปาเก็ตตี้ที่แช่ไว้ออกมา



5. เปิดถุง



6. แกะซอง เตรียมตัวเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ




7. เสียบปลั๊กเตาไมโครเวฟ !!



8. เจาะรูซอง แล้วก็เอาเข้าเครื่อง



9. นั่งผิวปากรอที่โต๊ะกินข้าว ด้วยความเหน็ดเหนื่อย




10. แทแดมมมมม !! เสร็จแล้ว สปาเก็ตตี้ซอสไก่ .. หอมน่ากิน



11. เรามาดูภาพ close up กันอีกที



รสชาติอร่อยอย่าบอกใคร ใช้เวลาทำ 5 นาที .. พ่อบ้าน แม่บ้านคนไหนจะเอาสูตรเด็ดนี้ไปใช้ก็ไม่ว่ากัน
ต้องขอบคุณท่านแม่ ที่รู้ใจว่าลูกชายทำกับข้าวไม่เป็น เลยซื้อกับข้าว(แช่แข็ง) มาตุนไว้ให้ที่ห้อง

^_____^

ว่าแต่ .. จะเอากระทะกับเขียงออกมาทำไม ?


Friday, June 19, 2009

iPhone 3GS waiting line .. vs Palm Pre

คืนนี้ (เช้าของที่อเมริกา) iPhone 3GS จะวางขายแล้ว .. สาวกยังคงไปตากแดดตากฝนรอซื้อกันเช่นเดิม


ที่ New York (พนังานแอปเปิลเอาร่มมาให้คนที่ตากฝนรอคิว)



ญี่ปุ่น



ส่วนอันนี้คือคิวรอซื้อ Palm Pre ... lol


Sunday, June 14, 2009

Up .. Pixar และ Apple


ไปดูเรื่อง Up มา .. หนังสนุกมากและยังคงคุณภาพคับจอตามแบบฉบับ Pixar ได้เป็นอย่างดี ไม่อยากวิจารณ์หนังอะไรมาก แนะนำให้ไปดู

Pixar เป็นค่ายหนังสุดโปรดที่ชอบมากมาตั้งแต่ตอนได้ดูหนังเรื่องแรกของพวกเขา คือ Toy Story .. ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของบริษัทชื่อ Steve Jobs (แต่ตอนที่รู้ก็รู้สึกทึ่งมาก ว่าบริหารได้ไงทีละ 2 บริษัท แถมยังไปได้ดีทั้ง 2 ที่)

จากข้างต้น เลยไม่แปลกที่สายสัมพันธ์ระหว่าง Apple กับ Pixar จะแน่นแฟ้นกันอย่างมาก อย่างในงาน Macworld ก็จะมี John Lasseter (ผู้กำกับและก็อยู่เบื้องหลังแอนิเมชันทุกเรื่องของ Pixar) มานั่งอยู่งานแทบจะทุกครั้ง ซึ่งเวลาที่ Jobs เริ่มเดโมโปรแกรมต่างๆ ก็จะแซวหนังของ Pixar อยู่ตลอด

และที่ชอบมากคือในหนังของ Pixar เองก็จะแอบมีแซว Apple อยู่แทบจะทุกเรื่อง .. ลองหาในเน็ตแล้วเจอเยอะมากๆ [Spoil หนังเก่าของ Pixar]
  • ในฉาก Wall-E เปิดดูหนังเรื่อง Hello Dolly จากเครื่อง iPod Video
  • ตอนที่ Wall-E ฟื้นคืนชีพขึ้นมา มีเสียงบูทเครื่องที่ดังขึ้น เสียงนั้นคือเสียงเปิดเครื่องของแมค (มุขนี้เล่นเอาขำ[อยู่คนเดียว]ในโรงไป 1 นาที)
  • Eve จากเรื่อง Wall-E ถูกออกแบบโดย Jonathan Ive ที่ออกแบบ iPod, iPhone และ Mac (จะเห็นว่าตัวขาว ใส เหมือน iPod)
  • เสียงประกาศบนยานอวกาศในเรื่อง Wall-E เป็นเสียงจากโปรแกรม text to speach บนแมค
  • รถเบอร์ 84 ที่ขับในเรื่อง Cars ได้รับการสนับสนุนจาก Apple - รูป
  • ซองที่ Mr.Incredible ถืออยู่และเปิดออกมามีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ข้างใน เป็นไอเดียที่ใช้เปิดตัว Macbook Air - รูป
  • Wheezy ตัวละครเพนกวิน จาก Toy Story เป็นโลโกเก่าของ QuickTime 3.0 - รูป
  • ใน Credit ตอนจบของเรื่อง Up จะมีไอคอนของเมาส์บนเครื่องแมค เวลารอโปรแกรมโหลดอยู่ -รูป
  • จาก Credit เรื่อง Up อีกเหมือนกัน ตัวละคร Carl กำลังใช้เมาส์สีขาวล้วนอยู่ นั่นก็คือเมาส์ของเครื่องแมค
  • หนังของ Pixar ใน Credit ส่วนของ Special Thanks จะมีชื่อ Steve Jobs อยู่
สำหรับเรื่อง Up พอดีได้ข่าวมาก่อนแล้วว่าจะมีไอคอนของแมคบน Credit ตอนจบ .. สรุปว่าวันนี้ เลยทำให้ต้องนั่งดู Credit เรื่อง Up จนจบอีกเกือบ 10 นาที เพื่อรอดูไอคอนเล็กๆ ของแมค .. ตลกดีเหมือนกัน



Wednesday, June 10, 2009

7 มิถุนายน



ใครๆ ก็ให้ความสำคัญกับวันเกิดของตัวเองเป็นธรรมดา แต่ทุกวันนี้ ถึงจะเป็นวันเกิดแต่เราก็ยังต้องทำงาน เรียน หรืออาจจะวุ่นวายกับการเลี้ยงกับเพื่อนๆ จนลืมดูแลตัวเอง ..

เพราะงั้นช่วงหลังผมเลยให้ความสำคัญกับวันก่อนวันเกิดแทน เพื่อเป็นวันที่ให้ของขวัญกับตัวเอง บางปีก็นอนทั้งวัน บางปีก็ซื้ออะไรที่อยากได้มานาน กินอะไรที่อยากกิน โดยไม่ต้องเกรงใจใคร .. จนตั้งชื่อวันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปีว่าเป็นวันของเอ็ม

วันของเอ็มปีนี้ หลังจากสนุกสนานกับการโยนโบว์ลิ่งกับเพื่อนๆ BSD แล้ว ก็เลยไปเดินเล่นสบายๆ ที่พารากอน ซื้อหนังสือมาเล่มนึง แล้วก็ขึ้น BTS ไปอ่านหนังสือริมท่าข้ามฟากสะพานตากสิน ก่อนจะไปไหว้พระทำบุญที่วัดยานนาวา .. ลมดีๆ เพลงเพราะๆ นกบินไปมา เรือลอยข้าวแม่น้ำช้าๆ .. ชอบบรรยากาศของที่นี่มาก คงจะเป็นจุดเดียวในกรุงเทพฯ ที่เส้นทางเรือ รถไฟฟ้า รถยนต์ ตัดผ่านกัน

นั่งอ่านหนังสือ จิบชาเย็น กินขนม ชิวมากๆ .. นั่งซักพักเลยทำให้นึกถึงเรื่องตลกเรื่องนึงสมัยเด็ก

คือเมื่อตอนเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบ ป๊าม๊าให้ท่องวันเกิดตัวเองว่าเกิดวันที่เท่าไหร่ สมัยนั้นเด็กมาก แค่เดือน 12 เดือนยังจำไม่ค่อยจะได้เลย ถ้ามาจำตัวเลขกับปีอีกก็คงจะจำยาก เลยทำให้ท่องไปท่องมา ดันไปจำเป็นว่าตัวเองเกิดวันที่ 6 เดือน 6 (เพราะเลขมันจำง่ายกว่า 8 เดือน 6) .. พอใครถามว่าเกิดวันไหนก็จะบอกว่า 6 เดือน 6 .. ที่ตลกคือทุกคนดันเชื่อ !!

แล้วเราทั้งบ้านก็ฉลองวันเกิดให้เอ็ม เป็นในวันที่ 6 เดือน 6 มาตลอด 3-4 ปีอย่างไม่น่าเชื่อ จนมารู้อีกทีว่าจำผิดกันทั้งบ้านก็ตอนเข้าประถมแล้ว .. พอรู้ก็ขำกันทั้งบ้าน บอกงั้นไม่เป็นไร ถือว่าฉลองให้ก่อน เกิดก่อนจะได้โตไวๆ (เกี่ยวไม๊) .. ก็เป็นเรื่องตลกในวัยเด็กที่จำได้ไม่เคยลืม

:)


Freakonomics เศรษฐพิลึก

Freakonomics เศรษฐพิลึก

ผู้แต่ง : Steven D. Levitt
แปล : พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ

สารภาพว่าเริ่มสนใจหยิบหนังสือเล่มนี้จากคำ "หนึ่งในหนังสือที่ขายดีที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา" แต่ที่ทำให้ตัดสินใจซื้อมาอ่านจริงๆ คือหลังจากยินอ่านบทนำจนจบ

Freakonomics เป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของเศรษฐศาสตร์ที่อ่านแล้วโคตรสนุก, น่าสนใจ และระหว่างที่อ่านอยู่จะมีประโยคนึงโผล่ขึ้นมาในหัวตลอดเวลาว่า " .. คิดได้ไงวะเนี่ย"

Steven Levitt พยายามตั้งข้อสงสัยประหลาดๆ และโยงความเกี่ยวข้องทางสถิติ, ตัวเลข รวมไปถึงความเชื่อ จนได้ข้อสรุปที่ดูแล้วมันไม่น่าจะเกี่ยวกันได้อย่าง เช่น การตั้งชื่อลูกทำไมถึงมีผลกับอนาคตของลูกได้ , ทำไมพวกนักค้ายาส่วนใหญ่ยังอยู่บ้านกับแม่ ฯลฯ แต่ประเด็นที่น่าจะทำให้หนังสือเล่มนี้โด่งดังที่สุดก็คงเป็นเรื่องการพยายามพิสูจน์ว่า การปล่อยให้มีการทำแท้งได้เสรี มีส่วนช่วยให้คดีอาชญากรรมลดลงอย่างฮวบฮาบ !!

อ่านจบ เลยได้ลองมานั่งคิดซักพัก .. จะว่าไปผมเองก็มีความเชื่อประหลาดๆ หลายอย่างเหมือนกัน ที่ก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง และก็ไม่รู้จะพิสูจน์ยังไงดี อย่างเช่น
  • เชื่อว่าถ้าฟังเพลงภาษาที่เราไม่รู้จักอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลี แล้วเขียนโปรแกรมไปด้วย จะทำให้บั๊กลดลง
  • แฟนแมนยูมีแนวโน้มจะช่วยแอบเชียร์ลิเวอร์พูล มากกว่าที่แฟนลิเวอร์พูลจะแอบช่วยเชียร์แมนยู
  • คนขับรถฮอนด้ามีโอกาสใช้แมคมากกว่าคนขับโตโยต้า
  • การไม่นอนเลยทั้งคืนแต่ของีบซักชั่วโมงก่อนสอบจะได้คะแนนน้อยกว่าการไม่นอนเลยทั้งคืนแล้วไปสอบ
อืม .. อย่างงี้จะพอเรียกว่า Freakonomics ได้บ้างรึเปล่าหว่า ..


Tuesday, June 09, 2009

โปรเจกต์จบ (ที่ไม่ได้ทำ)

ถ่ายกับเพื่อนๆ วิศวะ คอมฯ ลาดกระบัง รุ่น 38 .. หาเอ็มเจอให้ 5 บาท

พอดีไปโพสต์ไว้ใน Blognone เรื่องโปรเจกต์จบ เลยก๊อปเอามาเก็บไว้ดูเล่น

พอ ดีตอนป.ตรีคิดโปรเจกต์จบเอาไว้เยอะมาก ตามประสาคนช่างฝัน(เฟื่อง) แต่ด้วยความที่มันยากเกินกว่าเทคโนโลยีสมัยนั้นจะทำและเสร็จได้ภายในไม่กี่ เดือนเลยล้มเลิกไป ว่าแล้วเลยขอจดไอเดียเอาไว้เผื่อใครอยากทำ

1. Automatic Music Analyse คือทุกวันนี้มีปัญหามากเวลาเปิดใน library บน iTunes แล้วอยากจะฟังเฉพาะเพลงช้า .. หรืออยากฟังเฉพาะเพลงเร็ว เพลงที่มีเสียงเปียโน เพลงที่ไม่มีเสียงร้อง

ถ้ามีวิธีที่เราเอาเพลง เข้าไปในกล่องนึง แล้วออกมาพร้อมกับ tag ว่าเพลงนี้คือเพลงช้า มีเสียงกีตาร์ ไม่มีเสียงร้อง และน่าจะเ็พลง Classic มันคงเจ๋งมากเลย

2. Good Looking Guys/Girls Filtering คือโปรแกรมที่สามารถกรองรูปคนหมื่นคนมาเหลือ 100 คนที่หน้าตาดีสุดได้ โดยไอเดียคือใช้หลักโหงวเฮ้งที่เอาแค่โครงหน้า คิ้ว จมูก ปาก และ pattern ของคนหน้าตาดี กับไม่ดี สามารถสร้าง tag ให้กับรูปที่มีหน้าคนได้

เป้าหมายคือเอาไปขายให้ search engine ใช้ได้

ใครจะเอาไอเดียไปทำไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ ^__^ แต่ถ้าทำได้ขอเป็นหน่วย test ด้วยคน

ปล. ทั้ง 2 โปรเจกต์นำไปเสนออาจารย์ที่ BSD แล้ว โดนยิงกระจายเพราะมันไม่ใช่ Business Software T_T

Wednesday, June 03, 2009

Impressive E3 Live Press Conference

เคยดูทีวีสดๆ บนอินเทอร์เน็ตมาก็หลายครั้ง แต่มีครั้งนี้แหล่ะที่ประทับใจมากที่สุด

เมื่อคืนก่อน ด้วยความอยากดูว่าหน้าตา PSP ใหม่ของ Sony จะเป็นยังไง เลยลองกดเข้าไปดูในเว็บ E3 ปรากฏว่ามีถ่ายทอดสดงาน Press Conference ให้ดูด้วย (เสียดายไม่ได้ดูของ Microsoft ที่เปิดงานไปก่อนหน้านี้)

โดยภาพจำของการดูถ่ายทอดสดผ่านอินเืทอร์เน็ตคือ
  • กระตุก
  • ไม่ชัด
  • เสียงบู้บี้
  • เสียอารมณ์
แต่วันเวลาผ่านไป ไม่รู้ว่าด้วยเทคโนโลยีอะไรที่เขาใช้ก็เหอะ ทำให้บ้านอินเทอร์เน็ตความเร็วแค่ 3 Mbps (ขานอกประเทศไม่ได้เยอะขนาดนั้น) ทำให้ได้ดูถ่ายทอดสดที่มีภาพและเสียงชัดขนาดนี้ ประทับใจจนขนาดขอ Capture ความชัดมาให้ดูกัน

งาน Press ของ Nintendo เปิดตัว Wii Fit Plus
ภาพสดๆ ชัดมาก ขนาดอ่านตัวอักษรเล็กๆ ขวาล่างได้


Press ของ Sony เปิดตัว PSP รุ่นใหม่ (PSP Go)
ถ้าเป็นภาพที่ฉายจากจอมาจะชัดเป็นพิเศษ



เกมส์อะไรไม่รู้ แต่ออนได้ทีเดียว 120 คนพร้อมกัน ดูแล้วเหมือนเล่นเอง

กดดูแบบเต็มจอ มีภาพแตกเล็กน้อย ที่เห็นหน้าคนเบลอๆ เพราะภาพมันกำลังวิ่งไปมา

นึกไม่ออกว่าต่อไปถ้าทำให้ดูถ่ายทอดสดได้ชัดขนาดนี้บนทุกเครื่องทั่วโลก หรือบนมือถือได้จะเป็นยังไง สงสัยอาจจะมีถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต Wonder Girls ให้ได้ดูสำหรับคนที่ไม่มีเงินซื้อตั๋วก็ได้ ;)

Tuesday, June 02, 2009

Live - จากห้องเรียน






นักเรียนดีเด่น .. ตั้งใจเรียนมาก
นั่งเล่น Photo Booth