Friday, July 31, 2009

เมื่อรถสตาร์ทไม่ติด (เจ้าเต่างอน)

ขอแนะนำ .. เจ้าเต่า (เวอร์ชันงอน)

มีบล็อคค้างเขียนหลายอัน จะค่อยๆ ทยอยตามเก็บเอาไว้อ่านเล่นเมื่อเวลาผ่านไป

เจ้าเต่า เป็นอีกชื่อนึงของรถโตโยต้า เซลิก้าคันโปรด (ปกติจะชอบตั้งชื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน) สาเหตุที่เรียกมันว่าเจ้าเต่าก็เพราะว่าถึงแม้ภายนอกจะดูงาม สวยเช้ง แต่ภายในแล้วมันค่อนข้างจะแก่(มาก) อายุอานามก็ 10 ปีขึ้นไปแล้ว เพราะงั้นมันก็จะมีอารมณ์ รถสปอร์ตโดนสามล้อแซง หรือขึ้นจะขึ้นสะพานสูงๆ ทีก็ต้องให้กำลังใจกันหน่อย .. "สู้เค้านะลูก .. สู้ๆๆๆ .. "

เมื่อช่วงเดือนสองเดือนก่อน เป็นช่วงที่ไม่ได้ขับเจ้าเต่าเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่ได้ไปไหน ที่บ้านก็ไม่ได้นัดกินข้าวกัน แล้วก็มีไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง เลยไม่ได้ใช้รถเลย .. พอมาถึงวันที่จะต้องใช้ขึ้นมา ก็พบว่า ..

เจ้าเต่าสตาร์ทไม่ติด -_-"

คิดว่าคงเกิดจากอาการงอน ที่เจ้านายไม่ยอมพาไปเที่ยวเป็นเวลานาน เลยขอนอนพัก หลับไม่ตื่น จนแบตฯหมด .. ต้องไปหาเพื่อนคู่ใจแถวนั้นมาจั๊มแบตฯ ปลุกให้ตื่นขึ้นมา .. จะว่าไปช่วงหลังนี้ก็มีอาการงอนแบบนี้บ่อยครั้ง จนเริ่มจะเกรงใจชาวบ้านแถวนั้น ที่ต้องรบกวนบ่อยๆ

แต่แล้วสวรรค์ก็ส่งเครื่องช่วยปลุกเจ้าเต่ามาเกิด เมื่อเดินไปพบกับเครื่องจั๊มแบตฯ ขนาดพกพา มีนามว่า "MY and CARR" (เขียนแบบนี้จริงๆ) .. โดยตัวเครื่องก็จะมีสายจั๊มแบตฯ 2 สาย, ไปฉายเวลาเครื่องดับกลางคืนก็ช่วยได้, หลอดไฟแสดงสถานะ และก็ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่หนักสุดๆ 5 กิโลได้ .. ราคา 2,950 บาท !! ลด 40% เหลือ 1,770 บาท .. พระเจ้าช่วย คิดแล้วคิดอีก แต่คนขายรับประกันมาก ถึงขนาดว่า ถ้าซื้อไปแล้วลองใช้ดู ถ้ารถพี่สตาร์ทไม่ติดผมคืนเงินให้เลย

กล้าท้าก็กล้าซื้อเว้ย .. ถ้าใช้ไม่ดีเดี๋ยวเขียนบล็อคด่า .. ว่าแล้วเลยควัก Gift Voucher - Central ที่มีทั้งหมด บวกแต้มนู่นนี่มาใช้ จนเหลือจ่ายเองนิดๆ หน่อยๆ .. อิ

แล้วคืนนั้นกลับถึงคอนโดก็ลองใช้เลยทันที และก็พบว่า
  • คู่มือเป็นกระดาษ 4 แผ่น กะหล่วยมาก อ่านไม่รู้เรื่อง
  • หาปุ่มเปิดเครื่องไม่เจอ ต้องคลำอยู่ซักพักนึง (ไม่ Visible เลย)
  • เนื่องจากตอนทดสอบมืดมาก ปรากฏว่าเครื่องมีไฟฉายติดมาในตัว ซึ่งก็สว่างดีมาก นับว่าคนทำคิดเผื่อไว้แล้ว (Utilities สูง)
มีเรื่องน่าตื่นเต้นคือ พอถึงเวลาใช้จริง อยู่ดีๆ ภาพแบตฯระเบิดตู้มคามือก็โผล่ขึ้นมา ไม่ก็มีผีโผล่มาจากเครื่องชาร์ตแบต .. ก็เลยใช้ความกล้าๆ กลัวๆ เสีบสายขั้วลบ .. แล้วก็มาขั้วบวก .. ทันใดนั้นเองก็มีประกายไฟ สป๊ากขึ้นมา !! พร้อมเสียง แต๊ดๆๆๆๆ !!

จ๊ากกกก !! แม่จ๋าช่วยด้วยยยย !! ด้วยความตกใจ ขโจชิเลยโยนเครื่องชาร์ตราคาเกือบสามพันทิ้ง แล้ววิ่งหนีไปอีกมุมถนน .. ยังดีที่ไม่แต๋วแตกไปมากกว่านี้และก็ไม่มีใครเห็น (55)

พัก 10 นาที .. ทำใจได้ซักพักก็เลยมาลองใหม่ .. เออ คราวนี้ไม่สปาร์กแฮะ สงสัยเมื่อกี้เจ้าเต่าแอบขู่ .. หลังจากเสียบสายครบ ก็ไปเสียบกุญแจ หมุนปุ๊ป ติดปั๊ป !! โอววว .. ฟิเนอร์เร่

ของเค้าดีจริงครับ รับรองคุณภาพ หาซื้อได้ที่ Central ทุกสาขา (แอบช่วยโฆษณา)

เครื่องชาร์ตแบตฯ MY and CARR

ภายในแข็งแรงทนทานดี มีไฟฉายพร้อม lcd แสดงสถานะ

บรรยากาศขณะทดลองใช้ .. วังเวง ได้ใจ
รูปนี้ถ่ายหลังจากตกใจ โยนเครื่องทิ้งลงพื้น -_-"


Monday, July 27, 2009

ไปทำวีซ่าเนเธอร์แลนด์ (เวอร์ชันกินแห้ว)

หลังจากที่ได้วีซ่าอังกฤษเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการไปทำวีซ่าเนเธอร์แลนด์ เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวพี่ชาย (และหาคนพาเที่ยว) ก่อนหน้านี้ก็หาข้อมูลเอกสารต่างๆ โดยเอกสารที่สำคัญที่สุดคือใบรับรองทีี่อยู่ที่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งพี่ชายต้องไปเขียนคำร้องและให้นายอำเภอเซ็นจากที่เมืองอัมสเตอร์ดัม .. หลังจากนั้นก็ไปจองเวลาเข้าไปทำวีซ่าที่เว็บของสถานทูตฯ

วันนี้ตื่นเช้า แต่งหล่อมาเลย เช็คดูเอกสารก็ครบถ้วนไม่น่ามีปัญหาอะไร
  • ลงรถไฟฟ้าที่สถานีชิดลม
  • เดินไปถึงซอยต้นสน นั่งมอร์เตอไซด์เข้าไป ไม่ไกลมากนัก แค่ 10 บาท
  • สถานทูตเนเธอร์แลนด์ดูกว้างใหญ่และสงบเงียบมาก ต้นไม้เยอะ อากาศสบายๆ
  • เข้าไปถึงก็นั่งรอเวลาซักพัก วันนี้คนไม่เยอะมาก เพราะที่นี่จะต้องจองคิวทางเว็บเท่านั้น ถ้า walk-in จะแทบไม่ได้ทำวีซ่าเลย เพราะคิวเต็มตลอดเวลา (ให้สิทธิคนจองคิวก่อน)
พอถึงเวลา ก็เข้าไปยื่นเอกสารให้ด่านแรกตรวจสอบ .. แต่ที่แปลกคือ เจ้าหน้าที่ถามชื่อเราหลายครั้งมาก

"เอ้อ .. คุณขจร .. นัดไว้กี่โมงนะคะ" เจ้าหน้าที่ถาม
"เอ่อ .. 9 โมงครับ ผมนัดไว้ทางเว็บครับ" ผมรีบตอบ
"เอ .. แต่หาแล้วไม่มีชื่อคุณนะคะ .. มีอีเมล์แจ้งเตือน หรือเอกสารนัดเวลาหรือเปล่าคะ"
"ครับ ผมของทางเว็บ มีอีเมล์แจ้งวันเวลาครับ .. สักครู่นะครับ"

ว่าแล้วเลยเปิดไอโฟน โชว์อีเมล์ที่นัดวันเวลาให้เจ้าหน้าที่ดู อย่างหน้าชื่นตาบาน : D

"เอ๊ .. จากในอีเมล์นี้ .. คุณขจรนัดวันที่ 29 ไม่ใช่เหรอคะ แต่วันนี้มันวันที่ 27 นะคะ"

เฮือกกกกกก !! จำวันผิด !!!!!! (ขอเครื่องหมายตกใจเยอะๆๆๆๆ)

สุดท้ายก็เลยต้องทำหน้าจ๋อย .. เดินกลับไปทำงานอย่างห่อเหี่ยว ในความติงต๊องของตัวเอง

สรุปคือต้องมาทำวีซ่าใหม่วันพุธ .. :'(


ปากซอยต้นสน นั่งมอร์เตอไซด์เข้าไป 10 บาท


ถึงแล้ว สถานทูตเนเธอร์แลนด์
** ชื่อในรูปเขียนตามภาษาดัตช์

ข้างในกว้างขวาง ร่มรื่นมาก

โชว์โง่ให้ดูกันเห็นๆ T_T

ถ่ายหน้าคนติ๊งต๊องจำวันผิดเอาไว้เป็นหลักฐาน .. 55
(แล้วตูจะแต่งหล่อมาทำไมเนี่ยวันนี้)



Sunday, July 26, 2009

เมื่อ @อภิสิทธิ์ อวยพรวันเกิด @ทักษิน ทาง Twitter




@PM_Abhisit - คงอยากมีความสุข , หากท่านจะดวงตาเห็นธรรม , ท่าจะมีความสุขมากขึ้น , ครับ
@Thanksinlive - ขอขอบคุณท่านนายกฯ , ขอเป็นกำลังใจ , หากมีอะไรที่ผมช่วยได้ก็ยินดี , ครับ

Following @PM_Abhisit , @Thanksinlive for more fun .. :D


Wednesday, July 22, 2009

เตรียมไปดู Man U vs Arsenal @Oldtrafford !!

ความเดิมตอนที่แล้ว ที่เคยเล่าว่าความฝันที่ต้องการทำให้ได้และไปให้ถึงภายในช่วงชีวิตนี้ คือการไปเหยียบ(จูบ) สนามของแมนยู นั่นคือที่โอลด์แทรฟฟอร์ด หลังจากนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องให้เข้าใกล้ความฝันนั้นไปทีละนิดๆ

หลังจากที่ได้รับทราบว่าได้ไปทำงานที่อังกฤษ แน่นอนจุดหมายแรกคือการวางแผนไปโอลด์แทรฟฟอร์ด(อ๊ะ !! ไม่ใช่ๆ แผนแรกคือทำงานๆๆๆๆ .. 55) แล้วก็เริ่มลองดูตารางการแข่งขัน โชคดีที่ไปช่วงที่เปิดฤดูกาลพอดี ว่าแล้วก็เลยลองหาวันที่เหมาะๆ จะไปดูบรรยากาศรอบๆ สนาม แล้วก็พบว่า วันที่ 29 สิงหาคม เป็นวันบิ๊กแมตช์ แมนยู เจอกับคู่รักคู่แค้นอย่าง อาร์เซนอลพอดี

** โดยส่วนตัวอาร์เซนอลเป็นทีมที่ผมเกลียดเข้าไส้ที่สุด ไม่ใช่ลิเวอร์พูล

แต่จะด้วยอะไรก็มิทราบ .. วันเวลาผ่านไป เริ่มเพ้อถึงภาพตัวเองนั่งอยู่สนามในฝัน เชียร์ทีมสุดรัก .. และวันนี้ก็เพ้อเปิดเน็ต คลิ๊กๆๆๆๆ .. แล้วก็จองตั๋วบอลบิ๊กแมตช์ คู่นี้ไปแล้วเรียบร้อยด้วยราคา £205.7 (ประมาณ 12,000 บาท)

หลายคนบอกเฮ้ย !! (เมึง)บ้าไปแล้วป่าว ตั๋วบอลอะไรราคาเป็นหมื่น .. ก็แหม ตั๋วราคาปกติมันขายหมดตั้งนานแล้ว เลยต้องซื้อตั๋วจากร้านข้างนอกแทน (โดนโขกไปหลายอยู่)

เอาเป็นว่า วันที่ 29 สิงหาคม เวลาประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง อย่าลืมเปิดดูบอลคู่นี้น๊า เผื่อจะเจอหนุ่มหล่อคนนึงนั่งเชียร์บอลเป็นบ้าเป็นหลังอยู่

\( ^__^ )/

จองที่เว็บ TravelCareSports.com พี่เอ๊กแนะนำมา

นั่นไง คู่บิ๊กแมตช์ในฝัน

แล้วก็ละเมอคลิ๊กๆๆๆๆๆ .. สุดท้ายจองตั๋วไปแล้วเรียบร้อย .. เหอะๆ
** ไปดูกับเพื่อนที่บริษัทอีกคน

รอก่อนน๊า .. โอลด์แทรฟฟอร์ด


Monday, July 20, 2009

ไปทำวีซ่าอังกฤษ [อีก 1 เดือน]

ได้เวลาไปทำวีซ่าแล้ว โดยป้าต้อยเมเนเจอร์สุดสวยมาช่วยตรวจเอกสารให้วันก่อน จริงๆ ก็พอจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่ามัน้องมีเรื่องวุ่นๆ ให้ทำแน่นอน .. แล้วก็วุ่นจริงๆ ด้วย

รู้สึกตัวอีกที .. ก็มายืนอยู่หน้าที่ทำวีซ่าไปอังกฤษเรียบร้อยแล้ว

  • ขั้นตอนการเข้าไปขอวีซ่าไม่มีอะไรยุ่งยาก เจ้าหน้าที่เข้มและ(โคตร)ดุมากมาย แต่ถ้าเราทำตามกฏทุกข้อก็ไม่มีปัญหาอะไร
  • ความรู้ใหม่คือเค้าจะให้เราจองเวลามาทำจากในอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งพอถึงเวลาปุ๊บก็จะให้คนที่จองเข้ามาทำได้ก่อน ส่วนคนที่ walk-in อย่างเราก็จะเป็นพลเมืองชั้น 2 ไปแทน
  • ไปยื่นกับเพื่อนที่บริษัทอีก 2 คน เนื่องด้วยเตรียมตัวมาดีหลักฐานครบ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเลย
  • สังเกตุเห็นว่าข้างในมีกล้องวงจรปิดเยอะมากถึงมากที่สุด (ห้องเล็กๆ มีอยู่ 7-8 ตัว)
  • เจ้าหน้าที่ก็ไม่ค่อยจะใส่หน้ากากป้องกันหวัดกันซักเท่าไหร่
  • ใช้เวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย ที่ประทับใจมากคือมีบริการ sms มาบอกตลอดเวลาว่าการทำวีซ่าของเราตอนนี้ไปอยู่ขั้นไหนแล้ว ค่าบริการ 15 บาท
  • ช่วงรอ กดดูอากาศที่น๊อตติงแฮมตอนนี้เท่าไหร่ ..​ ขนาดซัมเมอร์ยัง 21 องศา *__*
จะว่าไปวันนี้เหมือนเริ่มเดินไปก้าวแรกแล้วสินะเนี่ย .. อีก 1 เดือน ..


อาคาร Regent House ที่ทำวีซ่าอังกฤษ (คนละที่กับสถาณทูตนะ)

เข้ามาก็เห็นป้ายชัดเจนเลย

มีบริการ Visa Tracking ด้วย sms .. เจ๋งมาก

น็อตติงแฮมหนาวมาก



Congratulation to my Mom, Best Mom of the year 2009

My Mom just get "Mom of the year 2009" award from Zonta Organization



Congratulation Mommy !!
You look so beautiful.
We're very proud of you and
"I Love You" more than I can say.


Kiss !!


Friday, July 17, 2009

H1N1


Trendy for today, Beware of H1N1 ^ ^


Tuesday, July 14, 2009

No Future, No Tomorrow .. just for Today

งานอดิเรกอย่างนึงของผมคือการนั่งอ่านคำคม ผมชอบคำคม คำพูดของหลายๆ คนที่มีความหมายดีๆ จนโต๊ะที่ทำงานจะมีบอร์ดแม่เหล็กเล็กๆ อยู่อันนึง ถ้าวันไหนว่างก็จะหยิบเอากระดาษมาเขียนคำที่ชอบ แล้วเอามาแปะไว้อ่านเล่นเป็นบางเวลา

คำบางคำ ถ้าเราได้รู้ถึงที่มาและความหมายจริงแท้ของมัน คำนั้นจะฟังแล้วกินใจมากกว่าเดิมมากเลย

ผมมีเพื่อนชาวเกาหลีอยู่คนนึง ซึ่งเธอเป็นแฟนของเพื่อนสนิทผมอีกที ..​ ตามประสาเวลาที่เราได้พูดคุยกับคนที่อยู่ต่างแดน เราก็อยากจะถามอะไรหลายๆ อย่างเพื่อศึกษาความนึกคิดของคนต่างชาติ ต่างเพศ ต่างวัย ต่างภาษากัน

มีครั้งนึงที่ผมถามเธอว่า เธอคิดยังไงกับอนาคตของตัวเอง .. จะมาอยู่เมืองไทยรึเปล่า ? หรือจะยังอยู่ที่เกาหลี ? ครอบครัวล่ะ ? งานล่ะ ? แล้วคิดว่าหลังจากนี้จะทำอะไร ?

เธอนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วก็อมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาว่า
"For me .. No plan , no future , no tomorrow .. just for Today"

ผมนั่งอึ้งไปซักพักนึง ..​ เชื่อว่าหลายคนอาจจะฟังแล้ว มันก็คงเป็นคำพูดสวยๆ คำนึง .. แต่สำหรับผม ที่พอจะรู้ และเข้าใจในความหมายลึกๆ ของสิ่งที่เธอพูดออกมา มันทำให้คำพูดนี้มันช่างมีความหมายมากเหลือเกิน

โดยส่วนตัว ผมมีความเชื่ออยู่ 2 อย่าง
หนึ่ง ..​ เราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้
สอง .. เราไม่รู้อนาคต

บางคนจมอยู่แต่กับอดีต .. ในขณะที่บางคน ฝันถึงแต่กับอนาคต .. จนลืมสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
การไม่สนใจอดีต มันก็ดูเป็นคนลืมตัว ? .. การไม่มองไปในอนาคต มันก็เหมือนคนไม่รู้จักวางแผน ?

แต่ผมเชื่อในปัจจุบันมากกว่า อดีตมันอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรามาแล้วนับไม่ถ้วน .. และอาจจะมีอะไรอีกมากมายหลายต่อหลายอย่างที่รอเราอยู่ข้างหน้า อาจจะมากเสียจนเราตั้งตัวไม่ทัน ..​

เพราะงั้นขอแค่เรามีวันนี้ ขอแค่เรามีความสุข กับสิ่งที่เป็นอยู่ อีกแป๊บนึงก็จะผ่านไปแล้วอีก 1 วินาที .. หลังจากที่เราอ่านประโยคเมื่อกี้ไป เวลาก็ผ่านไปแล้วอีก 2 วินาที .. เวลาไม่รอใคร ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ..

no plan .. no future .. no tomorrow .. just for today

:)


Thursday, July 09, 2009

ต่ออายุบัตรประชาชนครั้งแรก (จริงๆ นะ)

เพิ่งจะรู้ว่าบัตรประชาชนตัวเองหมดอายุ ก็ตอนกำลังจะไปทำวีซ่า .. เลยต้องไปทำแบบด่วนๆ พอดีเคยได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้เค้าไฮโซ มีจุดบริการประชาชนอยู่ที่ BTS สยาม กับหมอชิต เลยใช้เวลาช่วงเที่ยงแว๊บไปทำบัตรประชาชนมาอย่างรวดเร็ว

เป็นครั้งแรกที่บัตรประชาชนหมดอายุ เพราะที่ผ่านๆ มา กระเป๋าตังค์จะหายทุกๆ 2 ปีครั้งอยู่แล้วตามประสาคนขี้ลืม (แว่นหายมาแล้ว 7 ครั้ง, มือถือหายมาแล้ว 4 เครื่อง, จักรยานหายมาแล้ว 5 คันสมัยอยู่ลาดกระบัง) เลยได้ไปทำใหม่อยู่เรื่อยๆ เพราะงั้นครั้งนี้เลยเป็นครั้งแรกที่ได้ไปต่ออายุบัตรประชาชน (กรี๊ดดดด .. แก่)

  • BMA Express ย่อมาจาก Bangkok Metropolitan Administration (ยาวจัง)
  • สาขาสยาม สถิตย์อยู่ที่ทางเชื่อมพารากอนกับส่วนกลางของ BTS สยาม .. ซึ่งเดินผ่านไปผ่านมาเป็นร้อยรอบ แต่ไม่ยักกะรู้ว่ามันอยู่ตรงนี้
  • มีคนมาใช้บริการพอสมควร แต่ก็บริการฉับไว รวดเร็ว เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มพูดจาดีมาก
  • ต่ออายุบัตรประชาชน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ฟรี !!
  • ยื่นคำร้อง แล้วก็ยืนรอข้างนอก 5 นาที ก็ได้เข้าไปถ่ายรูปทำบัตร
  • ช่วงก่อนเข้าไป ก็ยืนถ่ายรูปอยู่ข้างนอก 2-3 ใบ พอเข้าไปเจ้าหน้าที่เลยถามว่าถ่ายรูปไปทำไมเหรอคะ ก็เลยบอกว่าเอาไปเขียนไดอารี (กลัวบอกว่าเ้ขียนบล็อคแล้วจะงง) .. เจ้าหน้าที่เลยบอกว่า งั้นไม่ถ่ายรูปข้างในด้วยเลยล่ะคะ .. แหม .. ใจดีจัง
  • แสกนลายนิ้วมือ ถ่ายรูป เช็คความเรียบร้อย ไม่เกิน 5 นาทีก็ได้บัตรประชาชนใบใหม่
  • พยายามแอ๊บเด็กสุดๆ .. พอถ่ายรูปเสร็จ เจ้าหน้าที่แซวว่า "หน้าเด็กจัง" ^ ^
ช่วงรับบัตร ปรากฏว่าเค้าต้องยึดบัตรประชาชนอันเก่าไปด้วย เพราะต้องส่งให้ทางเขตอีกที .. ด้วยความอาลัยอาวรบัตรเก่าที่ใช้มาตั้งหลายปี เลยขอยืมมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก (สมัยนั้นหน้าโจรมาก)


ข้างหน้า BMA Express สาขาสยาม

วันไหนคนเยอะ เค้าก็มีระบบบัตรคิวให้ด้วยนะ .. ไฮโซ

"ไม่ถ่ายรูปข้างในด้วยล่ะคะ" เค้าเสนอ .. เราก็สนอง

จุดยืนถ่ายรูปบัตรประชาชนในตำนาน


Before

After




ขออำลา Michael Jackson อีกซักครั้ง



การเสียชีวิตของไมเคิลกระทบกระเทือบกับจิตใจผมอย่างรุนแรงกว่าที่คิด .. มันมีอะไรหลายอย่างที่อัดอั้นใจ จนอยากจะเขียนถึงเขาอีกซักครั้งนึง

ครั้งแรกที่รู้จักกับไมเคิลคือเมื่อตอนอายุประมาณ 8 ขวบ จำได้ว่าพี่ชายซื้อวิดีโอเรื่อง Moonwalker มาดูกัน อารมณ์ตอนนั้นมันแบบว่า .. ว้าววว มันช่างแฟนตาซีและผู้ชายคนนี้ช่างเท่ห์และมีเสน่ห์เสียจริงเลย โดยเฉพาะช่วงไฮไลต์ของหนัง คือมิวสิควิดีโอเพลง Smooth Criminal ที่คงเป็นเอ็มวีที่ดีและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หลังจากนั้นผมก็เริ่มความชอบไมเคิลมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ถึงแม้จะฟังไม่ออก แต่ก็ร้องแบบอู้อี้ๆ ตามไปได้ จนร้องได้ทุกเพลง
  • เริ่มฝึกเต้นตามเอ็มวีทุกเพลง ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายจะเต้นได้ทุกเพลงจริงๆ โดยเฉพาะท่า Moonwalk ที่สมัยนั้นมันเท่ห์เอามากๆ
  • ภาพที่ยังคงอยู่ในใจเสมอมา คือตอนที่ไปเที่ยวอเมริกา มีเด็กไทยตัวน้อยคนนึง กระโดดโลดเต้น แล้ววิ่งไปนอนกับพื้นถนน เพื่อถ่ายรูปกับดาวที่มีชื่อของ Michael Jackson บนพื้นในเมือง Hollywood
  • สมัยมัธยม ในคืนวันที่มีกิจกรรมเล่นรอบกองไฟของค่ายลูกเสือ เป็นช่วงที่ไมเคิลกำลังจะมาทัวร์เมืองไทยและกระแสกำลังพีคถึงขีดสุด อาจารย์เรียกใครก็ได้ที่เต้นท่าไมเคิลได้ออกมาโชว์ เพื่อนๆ ตะโกนบอกว่าขจรๆๆๆๆ .. แล้วอาจารย์ก็เรียกให้ออกมาเต้นโชว์ ไม่งั้นจะโดนลงโทษทั้งหมู่ เลยจำใจเต้นแบบอายๆ .. แต่อายจนไม่ดูตาม้าตาเรือ เดินถอยหลังเข้ากองไฟเฉยเลย (ทุกวันนี้ยังคงโดนเพื่อนสมัครมัธยมล้ออยู่)
  • พออายุมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสของไมเคิลก็เริ่มลดลงไปตามสมัย มีข่าวดี ข่าวร้าย ข่าวที่ไม่น่าเชื่อออกมามากมาย .. แต่ทุกครั้งที่ได้รู้ข่าว ก็เพียงรับฟัง แล้วก็อมยิ้มเมื่อกลับไปนึกถึงภาพไมเคิลในหัว ที่มันมีแต่เรื่องดีๆ ไม่เคยจางหายไป
  • ทุกวันนี้ หลายต่อหลายครั้ง เพลง ภาพ และความเป็นไมเคิลมันยังคงแฝงอยู่ในจังหวะชีวิตของผมจนรู้สึกได้ เพียงแต่ตอนนี้มันต่างออกไป เพราะเค้าในภาพนั้นไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว
เมื่อคืนนี้ผมนั่งดูถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตอำลาไมเคิลเป็นครั้งสุดท้าย .. ภาพที่ครอบครัวพาโลงศพของไมเคิลมาวางไว้ตรงกลาง .. ระหว่างเวทีคอนเสิร์ต .. กับแฟนๆ ของไมเคิล .. ทำเอาน้ำตาไหลออกมาจนหยุดไม่อยู่

บางทีคนเราก็รักใครได้อย่างไม่มีเงื่อนไข .. ไม่ว่าเค้าจะเป็นยังไง เวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ถึงแม้จะรู้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่บนโลกใบเดียวกับพวกเราแล้ว .. ผมชอบประโยคนึงเอามาก ประโยคที่ไมเคิลมักจะบอกกับทุกคนอยู่เสมอๆ ..

"I love you .. I love you all"










Wednesday, July 08, 2009

Good bye Ronaldo, we will miss you





One of my 'all time' favorite player .. we will miss you, good luck.



Saturday, July 04, 2009

อัพเดตชีวิต [June 2009]

ไม่ได้เขียนบล็อคมานานหลายวัน ปกติจะอัพเดตตัวเองบ่อยมาก แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายบวกมีเรื่องให้คิดมากมาย (ถึงขนาดลืมว่าพรุ่งนี้มีงานแต่งเพื่อนตัวเอง) พอดีวันนี้หลายอย่างได้กระจ่างไปแล้วก็เลยได้เวลาว่างมาบันทึกชีวิตขำขำตาม เดิม

เริ่ม ด้วยเรื่องวันเกิด ที่ปีนี้แปลกหน่อยคือไม่มีใครโทรมา Birthday เลย .. ไม่ใช่ไม่ดีนะ เพราะปีนี้ทุกคนมา bd ให้เห็นต่อหน้าเลย ทั้งพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆ ได้กินเค้กวันเกิดตั้ง 3 ชิ้น .. แม้แต่น้องจีโน่หลานรักยังอุตส่าห์ Skype ข้ามโลกมาร้องเพลงให้อาเจ็กฟัง

"อาเจ็คเอ็มคร๊าบบบ .. แฮปปี้เบิ๊ดเด๊ทู๊ยู .. แฮปปี้เบิ๊ดเด๊ทู๊ยู" (ออกเสียงแบบนี้จริงๆ)

ร้องจบก็บอกว่า "อาเจ็คเอ็มรอแป๊บนึงนะคร๊าบบบ" .. ว่าแล้วจีโน่น้อยก็วิ่งไปเอากล้องถ่ายรูป มาถ่ายรูปอาเจ็คในจอคอมพิวเตอร์ !!

น่ารักอย่างนี้จะไม่ให้คิดถึงได้ยังไงนี่
ต่อมาก็เริ่มเข้าสู่โลกแห่งการเรียน เรียน เรียน .. ซึ่งเทอมนี้ก็ต่างจากเทอมก่อนอย่างสิ้นเชิง มีงานท้าทายความสามารถ ทั้งพลังกายและพลังใจมากมาย .. มากเสียจนเรียนไปเรียนมาเริ่มหมดพลัง พอหมดพลังก็เลยนัดเพื่อนเก่า (gang of 4) ไปหาไรแด๊กกัน Featuring ด้วยการไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ BSD .. โดยไม่ดูเลยว่าเป็นโรคกระเพาะ(รักเธอ) ซึ่งไม่รู้สึกว่ากำลังจะกลายเป็นโรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่ เริ่มแสดงอาการ สุดท้ายเป็นหนักจนนอนไม่ได้ ไปหาหมอ พอหมอถามว่าทำไมอาการหนัก พอบอกว่ากินเบียร์เยอะไปคับ ก็โดนสวดกลับมา T_T

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายดีนัก ไปมาแล้ว 2 โรงพยาบาล .. เอาน่า คิดซะว่างดอาหารรสจัดซักพักให้ท้องได้พักผ่อน




เรื่องสุดท้าย คือเรื่องที่ได้ข่าวแว่วๆ มาตั้งแต่ช่วงปิดเทอม แต่ก็เพิ่งได้คอนเฟิร์มทุกอย่างเมื่อไม่นานมานี้ ว่าจะมีโอกาสได้ไปหาประสบการณ์ทำงานที่เมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ .. คงเป็นประสบการณ์ล้ำค่าอีกครั้งนึงที่จะได้ไปเก็บเกี่ยว แต่ก็ต้องแลกด้วยการขยันเรียน (ทางไกล) มากกว่าเดิม .. ไม่เป็นไร .. กำลังใจเยอะ .. สู้ !!

หวังว่าคงจะได้ไปเยี่ยมเด็กน้อยในรูปข้างบนด้วยนะ .. รออาเจ็คด้วยนะคร๊าบบบบ