Thursday, December 30, 2010

รวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย Seasons Change



เคยไปเขียนไว้ใน Pantip เมื่อ 4 ปีก่อน พอดีช่วงนั้นจี๊ดกับหนังเรื่องนี้มาก (ไปดู 2 รอบ) กลัวกระทู้จะหายลาโลกเลยเอามาเก็บไว้ในบล็อคส่วนตัว

Note: ช่วงนี้กำลังอินกับเรื่อง Season Changes โดยไม่สามารถบอกสาเหตุได้ หุๆ

คำเตือน: ยาวมาก
--------------------------------------------------------------------------------------
[Spoil]

[ นอกหนัง ]
  • ชื่อเรื่อง Seasons Change จะต้องมีตัว "s" ที่หลังคำว่า Season เสมอ (หลายคนเขียนผิด)
  • ภาพยนต์เรื่องนี้มีการทำออกมาเป็น เวอร์ชันการ์ตูน จัดทำโดย Siam inter comic วาดโดยทีมงาน Cartoonthai studio ราคา 40 บาท ... เนื้อหาในการ์ตูนจะนำมาจากส่วนหนึ่งของภาพยนต์ และยังมีหลายฉากที่ไม่ปรากฏอยู่ในภาพยนต์อีกด้วย
  • สำหรับใน เวอร์ชัน pocket book นั้น จัดทำโดยสำนักพิมพ์ a book ราคา 165 บาท ... เนื้อหาจะเขียนถึงผู้ชาย 3 คน นั่นคือ ต้นผู้กำกับ บอลนักแสดงนำชาย และอ.สุกรีผู้ก่อตั้งโรงเรียน โดยเรียบเรียงมาในลักษณะเรื่องราวชีวิตของทั้ง 3 คน สลับไปมาในแต่ละบท (เนื้อหาน่าติดตามมากๆ)
  • ใน Version การ์ตูนนั้นใช้ชื่อเดียวกับในภาพยนต์คือ "Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย"
  • แต่ใน Version pocket book ใช้ชื่อว่า "Seasons Change จากร้อนสู่ฝนจนถึงหนาว"
  • Teaser ของหนังตัวแรกที่ออกมา จะมีการเปิดบางส่วนของหนัง แฟนฉัน และ เพื่อนสนิทก่อน โดยมีคำ capture ดังนี้ ... "2546 ... แฟนฉัน ... 2548 ... เพื่อนสนิท ... ปีนี้ ... คุณจะเลือกอะไร ... รักครั้งแรก ... หรือเพื่อนสนิท ... แต่บางทีก็เลือกไม่ได้ เพราะ ... เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ... Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย"
  • วันเปิดตัว แฟนฉัน คือ วันที่ 3 ตุลาคม 2546 , เพื่อนสนิท 6 ตุลาคม 2548 , Seasons change 31 สิงหาคม 2549 (ช่วงปลายปีทั้งสิ้น)
  • หนังเรื่องต่อไปของ GTH ที่กำลังจะเข้าฉายคือเรื่อง "เก๋า" (The Possible) จะเข้าฉายวันที่ 5 ตุลาคม กำกับโดย บอล - วิทยา ทองอยู่ยง ... 1 ในผู้กำกับแฟนฉันเช่นเคย 
  • Poster ของหนังมีอยู่ 4 แบบด้วยกัน 
    • 1. แบบรวม ป้อมทำท่าตีกลอง โดยมีดาวและอ้อมทำท่าเล่นดนตรีอยู่ข้างๆ - เพราะอากาศมันชอบแปรปรวน หัวใจก็เลยชอบปรวนแปร
    • 2. แบบฤดูร้อน มีอ้อมเป็นตัวหลัก - เพราะเป็นฤดูร้อน หัวใจจึงคึกคักพองโต
    • 3. แบบฤดูฝน มีบอลเป็นตัวหลัก - เพราะเป็นฤดูฝน หัวใจจึงชุ่มชื่นฉ่ำใจ
    • 4. แบบฤดูหนาว มีดาวเป็นตัวหลัก - เพราะเป็นฤดูหนาว หัวใจจึงโหยหาไออุ่น


  • กรุง บูดาเปส (Budapest ) เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการี ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ มีประชากร 1.7 ล้านคน ... เมืองนี้มีสถาบันสอนดนตรีมากกว่า 3 วิทยาลัย ... และไม่ได้อยู่ประเทศเยอรมัน
  • บอล ที่แสดงเป็นป้อม เป็นคนเดียวในนักแสดงนำทั้ง 5 คน ที่เล่นดนตรี ... ไม่เป็น
  • บอลได้รับการฝึกซ้อมโดยพี่ต่อ ซิลลี่ ฟูลส์ ... โดยบอลจะต้องฝึกซ้อมตีกลองให้ได้อย่างเทพ กับเพลงที่จะปรากฏในหนัง 6 เพลง ภายในเวลา 3 เดือน !!
  • ฉากโพลกาแดนซ์ เป็นอีกฉากหนึ่งที่ถูกตัดออกไป โดยฉากนี้จะเล่าถึงการฝึกซ้อมเต้นโพลกาแดนซ์ (การเต้นที่นักเต้นทั้งกลุ่มจะเกี่ยวแขนสลับกันไปมา) เด็กชาย-หญิงกว่า 70 คนควงแขนกันเต้นสลับไปมาอย่างสนุกสนาน ... แต่ต้องถูกตัดออกไปเพราะปัญหาเรื่องของเวลาในการถ่ายทำวันแรก และในวันถ่ายซ่อม บอลตัวเอกของเรื่องมีอาการตาบวมจากเชื้อโรค ... พี่ต้นผู้กำกับพยายามตัดต่อและใช้เทคนิคแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถซ่อนได้ทั้ง หมด จึงต้องตัดฉากนี้ออกไป (คาดว่าจะเป็นฉากที่หลายคนจะรอดูใน version DVD)
  • หลังจากเริ่มถ่ายไปได้ประมาณ 7-8 คิว กองถ่ายก็มีอันต้องโดน "เบรกกอง" คือหยุดการถ่ายทำทั้งหมดเป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์ เนื่องมาจากการถ่ายทำที่ล่าช้า และคิวเกินมาตลอด อาจจะส่งผลให้งานออกมาล่าช้า และเกินงบประมาณได้ (เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่นักแสดงจะต้องอ่านหนังสือสอบพอดี จึงถือเป็นช่วงดีที่จะหยุดการถ่ายทำไว้ก่อน) ... พี่เก้ง (จิระ มะลิกุล) จึงเข้ามาช่วยในการแก้บทใหม่ และตัดบางซีนออกเพื่อความกระชับขึ้น


[ ชื่อในหนัง ]
  • ตัวละครแต่ละตัวมีชื่อดังนี้
    • ป้อม ชาตรี ธราธร
    • อ้อม ศรัญญา วิวัฒนานนท์พงษ์
    • ดาว ดุจดาว อาระยานิมิตสกุล
    • พ่อป้อม ยงยุทธ ธราธร
    • พ่ออ้อม ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์
    • อาจารย์ญี่ปุ่น จิทาโร่ ยาโน่
    • ชื่อน้องแว่น มาโนช ชัยนุวัฒ
  • ชื่อเล่นของป้อม มาจากชื่อนักร้องขวัญใจของพี่ต้นผู้กำกับ คือ พี่ป้อม อัสนี โชติกุล (และได้มาเป็นนักแสดงรับเชิญในฉากท้ายเรื่องอีกด้วย)
  • นามสกุลของป้อม "ธราธร" เป็นนามสกุลจริงๆของผู้กำกับ พี่ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร
  • นามสกุลของดาว "อาระยานิมิตสกุล" เป็นนามสกุลจริงๆของนาถ ที่แสดงเป็นดาวนั่นเอง (ยุวนาถ อาระยานิมิตสกุล)
  • นามสกุลของอ้อม "วิวัฒนานนท์พงษ์" , ชื่อจริงของพ่อป้อม "ยงยุทธ" , ชื่อจริงของพ่ออ้อม "ประเสริฐ "  เป็นชื่อและนามสกุลของทีมอำนวยการสร้าง 
  • ชื่อน้องแว่นในเรื่องคือ มาโนช เป็นชื่อเดียวกับน้องแว่น มาโนช ในแฟนฉัน
  • ชื่อของป้อม "ชาตรี" เป็นชื่อเดียวกับชื่อของน้องแนค ในแฟนฉัน


[ บางส่วนในหนัง ]
  • ป้อม , อ้อม และดาว เป็นนักเรียนเข้าใหม่ในปีการศึกษา 2548
  • ดาวเป็นคนที่สอบเข้ามาด้วยคะแนนสอบภาคปฏิบัติสูงที่สุด ส่วนอ้อมได้คะแนนภาคทฤษฏีสูงที่สุด [ จากฉบบับการ์ตูน ]
  • ป้อมตีกลองยี่ฮ้อ Pearl ในการสอบสัมภาษณ์เข้าเรียน
  • จังหวะที่ป้อมตีนั้น มี 3 จังหวะด้วยกันคือ
    • single stoke roll - เป็นการตีสลับข้าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา คล้ายกับท่อน intro ของเพลง จิ๊จ๊ะ
    • unison and flam combination - เป็นการตี 2 มือพร้อมกัน สลับกับ 2 มือเหลื่อมกันนิดหน่อย คล้ายกับเพลง ยิ่งโตยิ่งสวย
    • double pedal sixteenth note fill in - เป็นการตีกลองไปพร้อมกับใช้กระเดื่อง 2 ตัวที่ขา คล้ายกับเพลง สายล่อฟ้า
  • นักแสดงตัวประกอบที่แสดงเป็นเพื่อนในห้อง และนักดนตรีในวง เป็นนักเรียนจริงๆของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
  • เพลง Classic ที่วงใช้ซ้อมกันคือเพลงชุด The Four Seasons ของ Vivaldi ซึ่งประกอบไปด้วยเพลง 4 เพลงไล่ตามฤดู คือ spring , summer , autumn , winter ซึ่งในภาพยนต์มีการเล่นทั้ง 4 ฤดู แต่ไม่ครบทุกท่อน
  • มุขชื่อวงดนตรีของเมืองไทยทั้ง 3 วง ฉัตรพูดชื่อวงขึ้นมาว่า "Sillyfool , Loso , Ab normal"  แล้วเฉดก็พูดว่า ที่พูดมานี่แปลว่า "โง่ / จน / บ้า"
  • อ้อมและดาวเป็นคนที่สอบได้คะแนนทอปของห้องมาโดยตลอด แต่ป้อมกลับได้คะแนนแย่มาก ( 8 / 40 ) [ จากฉบับการ์ตูน ]
  • ปากกาที่อ้อมให้ป้อมเป็น hightlight สีชมพู ... ต่อมาป้อมให้กับดาว
  • เครื่องเพลงที่ป้อมและอ้อมฟังด้วยกันคือ ipod ของ apple (หูฟังสีขาวตัดเทา)
  • คนที่โทรมาปลุกป้อมให้ตื่นแต่เช้ามาซ้อมตีกลอง คือดาว
  • Concert ปลายปีที่หอประชุมโรงเรียน มีชื่อว่า The Night of Seasons Change ... มีการใช้ชื่อนี้ในโปสเตอร์ที่มีรูปสมาชิกทุกคนในวง แปะข้างผนังโรงเรียน ในฉากที่อ้อมเดินผ่าน
  • กลุ่มนักแสดงสาว 4 คน ที่ทำหน้าที่รับลงทะเบียนหน้างาน concert เป็นกลุ่มเดียวกับที่แสดงเป็นคนต้อนรับแขกที่หน้างานแต่งงานของ น้อยหน่า ในแฟนฉัน
  • ก่อน concert จะเริ่ม ดาวพูดประโยคปริศนาคลาสสิคกับป้อมไว้ว่า "ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก ..." มีการตีความกันไปต่างๆนาๆ แต่ที่เห็นด้วยกันเกือบ 100 % คือดาวรู้เรื่องป้อมไม่กินผักมาจากอ้อม
  • เพลงที่บรรเลงในงาน concert มี The Four Seasons - Vivaldi , Weather Dance - ของอาจารย์บุญรัตน์ ศิริรัตนพันธุ์  และปิดท้ายด้วยเพลง Seasons Change v.Orchresta
  • ฉากที่เฉด และฉัตร มานั่งรอพี่ป้อม อัสนี เรียกตัวเข้าไปคุยเรื่องเพลงนั้น .. ฉากนี้ถ่ายทำโดยไม่มีการบอกนักแสดงทั้ง 2 ว่า คนที่มาเรียกพวกเขาเข้าไปนั้น จะเป็นพี่ป้อม อัสนีตัวจริงๆ .. โดยพี่ต้นเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และเป็นเพียงไม่กี่ซีนที่สามารถถ่ายเทคเดียว ผ่าน !!




[ ประโยคเด็ดจากหนัง ]

ป้อม :
- "แน่ใจแล้วนะว่าอยากเป็นนักดนตรี" ... "แน่ใจครับ"
- "ประเสริฐ .... ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ !!"
- "แอสโฮลี่" ... "แอสโฮลเว้ย !! "
- "อาอัดอีอั๊บ .. อุนอาวอึ๊เอ่าอั๊บ" [ดัดเสียงพูด]
- "ลืมเอาร่มมาอีกแล้วเหรอ"
- "สวัสดีปีใหม่ครับพ่อ"
- "บูดาเป๊สสสสสสสสสสสสสสส !!"



อ้อม : 
- "ประเสริฐ .... ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ !!" ... "ถามหา พ่อ ...งง ... เราเหรอ"
- "อ้อม .. อ้อมสุนิสาเหรอ" ..." พิยดา "
- #$ ... "ซีชาร์ปค่ะ" .. #!! .. "จี ค่ะ"
- "ก็อย่าคิดว่ามานั่งรอสิ .. แค่ได้นั่งฟังเฉยๆ ก็รู้สึกดีแล้ว"
- "มีมีมีโด ... เรเรเรที"
- "เอานี่ไปใช้ไป" (แล้วก็ยื่นปากกาให้)
- "อยากไป(ฮังการี) จริงๆเหรอ ... "
- "นึกว่ารักดนตรี .. ที่แท้ ก็ตามผู้หญิงมา"

ดาว : 
- "ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก ..."
- "เธอมาจากโรงเรียนอะไรเหรอ?"
- "โรงเรียนเดียวกับเราเลย แต่ทำไมเราไม่เคยเห็นเธอเลยล่ะ?"
- "สงสัยมีคนคิดถึงมั้ง "
- "ป้อม ... ตื่นมาซ้อมได้แล้ว"
- "แค่นี้ก็ได้ A แล้ว" ... "แต่เราอยากได้ A คนที่ 1 น่ะ"

ฉัตร : 
- "วงอะไรวะ โง่ .. จน .. บ้า"
- "อยู่ประเทศเยอรมันโว้ย มรึงนี่ไม่รู้อะไรเลย"
- "โจ๊กว่าร้อน เจอเธอ ร้อนยิ่งกว่า ...  โป๊ก !! " (โดนหนังสือ Lonely Planet ฉบับประเทศเยอรมันเขวี้ยงหัว)
- โป๊ก !! ... " นี่เพื่อนนะ.... หารค่าห้องด้วยเว้ย "

เฉด :
- "ชอบเหรอ ... ถ้ามรึงชอบก็ลุยเลยดิวะ ... เล่นของสูงเลยนะมรึง"
- "พอกูชนปุ๊บ มรึงก็เข้าไปเคลมประกันเลย"
- "มรึงนั่นหล่ะแกะ " ... " อ่ะกรูแกะแล้ว"
- "เพื่อนกัน ค่าห้องไม่ต้อง ส่วนค่าน้ำค่าไฟ หารสาม "



อาจารย์ใหญ่ : 
- "ที่นี้ไม่ได้สอนให้คนออกไปหางาน แต่สอนให้ออกไปสร้างงาน"
- "ดนตรี เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เชื่อถือได้"

พ่ออ้อม : 
- "อาชีพอะไรก็เสี่ยงทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่ร้านโชว์ห่วยทุกร้านนะที่จะขายดี"
- "เราอยู่กับลูกได้อีกไม่นาน แต่ลูกเราจะอยู่กับสิ่งที่เค้าชอบไปตลอดชีวิต"

พ่อป้อม :
- "ป้อม ... ทำไมไม่บอกให้พ่อใส่เสื้อสีชมพู !!"
- "ถ้าไม่ชอบจะขายมาสิบกว่าปีได้ไงล่ะ"
- "ป้อม ... โค้กมั้ย ... จะกินที่นี่หรือจะกลับไปกินบ้าน"

แม่ป้อม :
- "เอานมไป 2 กล่องนะเอาไว้กินเวลาหิวตอนซ้อม"
- "อะไรที่ควรห้ามก็ไม่ห้าม อะไรที่ควรปล่อยก็ไม่ปล่อย เห็นมั้ย เด็กมันไม่กินผัก ก็ปล่อยให้มันไม่กินจนโต"

อาจารย์จิทาโร่ :
- "กินเลยป้อมซัง ... ชาบู ชาบู"
- "ก็ชอบนี่ ต้องมีอะไรมากกว่านั้นอีกเหรอ"
- "Love me love my dog"












Friday, December 24, 2010

รวมประโยคเด็ดแห่งปี 2553



"DNA อยู่บนหน้าลูก"
แอนนี่ บรู๊ค



"ถ้าคิดถึงก็มาหาสิ"
ธัญญาเรศ เองตระกูล




"ข่าวเด่นวันนี้ที่ทำให้ชาวไทยทั้งประเทศแทบช็อคครับ วันนี้ .. หลินปิง ตกต้นไม้"
สรยุทธ สุทัศนะจินดา




"I then told him that I would not be signing a new contract"
Wayne Rooney



"มีนายกคนไหนบ้างที่กล้าเปิดโต๊ะรับฟังเสียงประชาชน"
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ



"หยิบฉวยทุกอย่าง ยกเว้นหนังสือ เพราะเค้าไม่อ่าน ฟังแกนนำอย่างเดียว"
พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด



"ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน"
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง



"เราขอประกาศเลิกชุมนุม ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป"
แกนนำ นปช.



"You're holding it wrong way"
Steve Jobs



"พอเถอะ คุณไม่สงสารฉันบ้างเหรอ"
หนึ่งธิดา โสภณ



"เหมาะสมกันดีนะคะ ดีจังเลย"
พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์



"อย่านึกว่ากูลำบากนะมึง อย่านึกว่ากูลำบาก
หล่อกว่ามึงก็หาไม่ยาก แค่กูไม่อยากเปลี่ยนเครือข่าย"
อุดม แต้พานิช



"ปิด .. เพื่อเปิดรับคนรอบข้าง"
Dtac



"Oh! Oh! Oh! โอ ปา รึล ซา รัง เฮ"
Girls' Generation



"We celebrate our failures"
Eric Schmidt [on shutdown Google Wave]



"ดังนั้น ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากไม่มี 3 จี จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ของกทช.เท่านั้น"
ศาลปกครองสูงสุด



"ชิมิฮาว์ฟฟ"
จอห์น วิญญู



"จึงได้มีมติ ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์"
ศาลรัฐธรรมนูญ



"รักเมืองไทยมาก ๆ และจะไม่ขอไปคุมทีมชาติไหนอีก
เพราะคงทำใจไม่ได้ หากต้องมาสู้กับนักกีฬาไทย"
โค้ชเช เช ยอง ซุก



"อย่างไรก็ดีผมขอยืนยันว่าจะไม่ลาออก"
วรวีร์ มะกูดี



"นาธานเป็นคนที่ต้องการความรักต้องการความอบอุ่น กลัวว่าคนจะไม่รัก ก็เลยต้องจำใจโกหก"
นาธาน โอมาน



"ขอโทษนะ ที่ทำให้รอนาน"



รีวิว: Yes or No อยากรักก็รักเลย - เพราะเลส ทอม ดี้ ก็มีหัวใจ



ยอมรับว่าช่วงหลังหนังไทยหลายเรื่อง มีความน่าสนใจในตัวบทกับเนื้อเรื่อง มากกว่าตัวดาราที่แสดง หรือฉากแอ๊คชันพันล้านเริ่มจะใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว โดยเฉพาะหนังที่พูดถึงเรื่องเพศที่ 3 ซึ่งหมดยุคกระเทยออกมาแรด แด๊ดๆๆๆ ผ่านหน้าจอไปนานแล้ว

"Yes or No อยากรักก็รักเลย" สร้างจากพ็อคเก็ตบุ๊คขายดี 2 เล่มที่ชื่อ "Yes รักนี้ใช่เลย", "No ก็ว่าจะไม่รัก" เขียนโดย ลลนล (เขียนอย่างนี้จริงๆ)

ซึ่งดูจากหน้าปก ก็แน่นอนว่าเป็นนิยายวัยรุ่นแนว Y ตามสมัยนิยม เดี๋ยวนี้วัยรุ่นเค้าไม่อ่านนิยายรักแล้วย่ะ เชย



ขอเรียกหนังเรื่องนี้ว่าหนังโคตรใหม่ละกัน เพราะใหม่ไปหมด ไล่ตั้งแต่

  • ผู้กำกับหญิงหน้าใหม่ นาย สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร (เป็นผู้ช่วยกำกับเรื่อง สิ่งเล็กๆ)
  • โปรดฟังอีกครั้ง .. ผู้กำกับหญิง .. ชื่อ นาย สรัสวดี
  • หนังเรื่องแรก ของค่ายหนังหน้าใหม่ "Come On Sweet" ก็มาจากชื่อสำนักพิมพ์ "Come On" เจ้าของหนังสือนั่นเอง
  • นักแสดงก็หน้าใหม่ ไล่ตั้งแต่..
  • "คิม" พระเอก ติ๊นา - ศุภนาฎ จิตตลีลา (ทอมอะไร ชื่อติ๊นา)
  • "พาย" นางเอก น้องออม - สุชารัตน์ มานะยิ่ง อร๊ายยย น่ารักโฮก <3 (ไม่ค่อยจะออกนอกหน้าเลยนะ)
  • และหนังรักหญิงหญิง ก็เป็นหนังแนวใหม่สำหรับหนังไทย
[Spoil]
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก "พาย" เป็นสาวที่เกลียดทอม แต่ดันต้องมาเป็นรูมเมทกับสาวหล่ออย่าง "คิม" โชคดีนิดนึงที่คิมเป็นแค่สาวหล่อใจหญิง ไม่ได้เป็นทอม ช่วงแรกของหนังก็แนวพ่อแง่แม่งอน หลังๆ ก็เริ่มรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ

มาดราม่าเอาก็ตอนที่พายมี "แวน" หนุ่มหล่อที่คบอยู่ด้วยแล้วคนนึง ส่วนคิมก็มี "เจน" ดี้สาวสวยเอ๊กสุดๆ มาติดพัน ไคลแม๊กสุดก็ตรงแม่ของสาวพายก็ดันเป็นพวกเกลียดทอมเข้าขั้นกระจั๊วบินใส่หน้า
  • เป็นหนังรัก ใส ใส๊ ใส
  • น้องออมแสดงดีมาก ส่วนน้องติ๊นาเล่นเป็นก้อนหินไร้อารมณ์เสมอต้นเสมอปลาย
  • ซึ่งนั่นกลับเป็นข้อดีไปซะงั้น เพราะบทหนังต้องการคนแบบนี้แหล่ะ ทอมที่นิ่ง ขี้อ้อน จริงใจ ไม่ต้องพูดอะไรมาก
  • เพลงเพราะ (มาก)
  • ถ้าดูบทพูด จะรู้ได้ทันทีว่าผู้กำกับต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน และต้องเข้าใจเรื่องทอมเป็นอย่างดี เพราะมันใช่มาก เค้าคุยกันแบบนี้แหล่ะ งอนกันแบบนี้ หึงแบบนี้ หวงแบบนี้
  • น้องติ๊นาไม่ได้หล่อ แต่ออกไปทางน่ารัก ไม่แปลกใจถ้าผู้หญิงจะชอบ



  • ประเด็นค้นหาตัวเองว่าชอบอะไรกันแน่ ยังไม่เด่นเหมือนหนังอย่าง "รักแห่งสยาม" ที่ปูเรื่องค้นหาตัวเองตลอดทั้งเรื่อง เสียดายหนังไปเน้นอาการหึงหวง งอนง้อ มากเกินไปหน่อย
  • ฉากจูบกันทำได้ดี จนผู้ชายแท้ๆ ยังมีเคลิ้มและแอบขนลุกซู่
  • จบได้ไม่ซึ้งเอาซะเลย เพราะหนังผ่านจุดพี๊กของมันไปแล้ว ตั้งแต่ฉากจูบ และฉากหักอกที่บ้านพาย
  • ใครแพ้สาวน่ารักในชุดนักศึกษา ไปดูจะคุ้มมาก
  • หนังตัดฉากที่เห็นใน Trailer กับ MV ไปหลายฉาก อย่างฉากพายจูบแวน (ดีละที่ตัด), ฉากจานพาย Snack คิม Cool, ฉากเจนก้มลงจูบคิม
  • พบว่า 80% ที่ดูในโรงเป็นผู้หญิง
  • ผมนั่งข้างๆ คู่รัก ญ-ญ คู่หนึ่งเลยล่ะ ชีก็อินกันจัดมาก พึมพำตลอดว่า ตรงนี้ใช่เลย ตรงนั้นตัวเองก็เคยทำ ตรงนี้เค้าก็เคยพูด
  • มีคนเคยบอกว่า "ความรักของทอม เป็นความรักที่รอวันเจ็บ" .. ดูแล้วจะเข้าใจพวกเค้ามากขึ้นเยอะ
ประโยคเด็ด
"เข้าใจแล้ว .. รู้แล้ว .. ว่าทำยังไงก็ไม่ชอบ ทำยังไงก็ไม่ใช่"
"ถ้าวันนึงเราเกิดชอบผู้หญิงขึ้นมาจริงๆ พายจะยังเป็นเพื่อนเราอยู่ไหม ?"
"ยังไงของแท้ มันก็ย่อมดีกว่าของปลอม"
"แล้วถ้าคนที่หนูโอเค ไม่ใช่ผู้ชายล่ะคะ"
"เราไว้ใจความรักของคิมได้ใช่ไหม ?"


สิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือการที่ตัวละครทุกตัวมีความชัดเจนในตัวเอง แวนรักพายอย่างจริงใจ เช่นเดียวกับที่เจนรักคิม, แม่รักลูกและเกลียดทอมอย่างชัดเจน, คิมเมื่อค้นพบตัวเองก็ชัดเจนไม่ว่อกแว่กไปไหน

ผมชอบที่หนังเรื่องนี้ไม่มีตัวโกง, ไม่มี Losser, ไม่มีตัวอิจฉา มีแต่ความรักใสๆ ที่แต่ละคนมีให้กัน จนเรารู้สึกได้เลยว่า ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นยังไง ก็คงจะไม่สำคัญเท่ากับการที่คนสองคนรักกัน เข้าใจ ไว้ใจ มั่นใจว่านี่คือความรักที่แท้จริง และมีแต่ความรู้สึกดีๆ ให้กัน เหมือนกับท่อนนึงของเพลงสบตา ที่บอกว่า ..

อยากให้เธอรู้ใจ อยากให้อยู่เป็นแรงของใจ เก็บความรู้สึกที่ดีมากมาย เก็บไว้ให้เธอคนเดียวเรื่อยไป ...




ฉากบังคับ

อร๊ายยย แพ้ชุดนักศึกษา >////<

หวานซะ

ฉากสุดโรแมนติค

ฉากที่ชอบที่สุดในเรื่อง เอาไปเลยเต็มร้อยครับน้องออม
แถมรูปน้องติ๊นาฉบับผมยาว ยังสาวอยู่ (คนขวาสุด)

Related Link:



Thursday, December 23, 2010

ทำไมต้อง #AntiSNSD ?



ขอลอกดราม่าซักเอ็นทรีนึง

ปกติไม่ค่อยชอบยุ่งเวลาเด็กๆ เค้ามีดราม่ากันในเน็ตเพราะคิดว่าไร้สาระ แต่บังเอิญวันก่อนมี tag ที่เห็นแค่ชื่อก็สะท้าน #AntiSNSD ขึ้นอันดับหนึ่งเมืองไทยวันที่ 17 เลยต้องขอไปสืบดูซักหน่อย ว่าเพราะอะไร ? :P

ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกว่าเป็น tag ที่ค่อนข้างง่อยมาก เพราะฮิตอยู่วันเดียวหลังจากนั้นเงียบฉี่ แสดงว่ามันก็แค่การเล่นสนุกๆ กันไป ดันให้ได้สมใจ ได้เสียแล้วก็ทิ้ง ดังรูป




แต่ที่อยากจะขอใส่เกือกไปดูซะหน่อยก็เพราะมันเกี่ยวกะ SNSD สุดน่ารักของกระผม ไปทำอะไรให้ท่านๆ เกลียดกันเหรอครับ อันนี้คืออยากรู้จริงๆ

สืบดูจากสถิติ โอววว มีคน tweet tag นี้เพียบเลยจริงๆ ด้วย 

อันดับหนึ่งของ Hashtag เมืองไทย 12 Dec 2010

กลายเป็นคำแนะนำในกูเกิลไปซะงั้น


ว่าแล้ว "ลุง" ก็เลยขอทำตัวเป็นสายสืบ ลองมานั่งอ่านที่มาที่ไป ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สำนวนภาษาไทยของหนูๆ ทั้งหลายก็ทำให้ "ลุง" ต้องเปิดดิกฯ ศัพท์วัยรุ่นยุคเกาหลี พร้อมถามสาวกเกาหลีแถวๆ นี้อยู่หลายคำ

"อะไรวะ ELF ? อะไรวะ ติ่ง ?"
"โซชิ นี่คือ girl gen ป่าวหว่า .. เอสเจ .. ใช่ super junior ป่ะ ..​ แล้ว โซวอน คือใคร ?"
"อะไรร่วมค่าย .. อะไรปีก่อน .. แล้วอะไรพลาสติก  .. ทำไมปีนี้ ปีนี้มีอะไร??"

อร๊ากกกก ..  (ลุง) งงเฟ้ยยยยยย 

ไม่ได้สิ .. ด้วยเกียจของ Geek (เกี่ยวไม๊) .. ข้าขอสัญญาว่า ข้าจะต้องไปสอดดูให้รู้เรื่องให้ได้ ว่าเค้าดราม่ากันทำไมให้จงได้


สืบดูต้นตอคนตั้ง #AntiSNSD คนแรก




พบว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ tweet ไปงั้นๆ ไม่ได้มีอะไรตอบกลับ ไม่ได้จุดประเด็นอะไร




ดูจากจำนวนคนที่ tweet ทั้งหมด ก็กระจัดกระจายมาก ไม่มีใครน่าสงสัยว่าเป็นผู้นำเหล่าทัพ

ก็เลยลองหาไปเรื่อยๆ จนไปเจอจุดต้นตอของภูเขา #AntiSNSD นั่นก็คือ ...






หลังจาก Tweet นี้ #AntiSNSD ก็พุ่งกระฉูด หยุดไม่อยู่ จนได้ที่หนึ่งประจำวันไปในที่สุด

ว่าแล้วก็หาต่อไปเรื่อยๆ






รางวัล ? ดีใจออกนอกหน้า ? แพ้ ?

งงอยู่ซักพักนึง ค้นไปค้นมาก็ไปพบว่า ในคืนนั้นเป็นวันที่ทางเกาหลีเค้าประกาศรางวัล Golden Disk Award ซึ่งรางวัลนี้มีความสำคัญมาก อาจเรียกว่าเป็นรางวัล Grammy Award ของเกาหลีเลยก็ว่าได้

ซึ่งปีนี้วงที่ได้ก็คือ Girls' Generation นี่เอง แต่ด้วยความที่สาวๆ ดีใจกันจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รางวัล และรางวัลนี้ก็ใหญ่โฮก ก็เลยปล่อยโฮกันบนเวทียกใหญ่ ดังคลิปข้างล่าง



ซึ่งมันก็เลยทำให้สาวๆ แฟนคลับวงอื่น โดยเฉพาะสาวๆ ELF (ชื่อเรียกแฟนคลับวง Super Junior) เกิดอาการหมั่นไส้ ด้วยเหตุผลดังนี้ ...

- ก็ตอนประกาศอะ เอสเจก็คงคิดว่าได้ เพราะเอสเจหวัง แต่พอประกาศโซชิ เอสเจก็นะ ร้องไห้ โซชิก็ลั้นล้ากันไป แรงดี | น่าตบดี
- ดีใจออกนอกหน้าไปปะ ?
- มันทำกับเราขนาดนี้เชียวเหรอ
- ฮยอกยังเป็นห่วงพวกเรา ดูซิน่ารักขนาดไหน ชั้นเกลียดพวกแกนังพลาสติก
- เหยียบย่ำเอลฟ์ทั้งหมด เหยียบหัวพวกกุขึ้นไป...เหยียบหัวพี่ชายร่วมค่าย มรึงรู้สึกยังไงบ้างล่ะ

เยรดดดดด ... ลุงก็เพิ่งรู้ว่าเวลาได้รางวัลแล้วร้องไห้นี่มันทำให้น่าตบ

แถมถ้าได้รางวัล แต่รุ่นพี่เราไม่ได้ เค้าเรียกว่าเหยียบย่ำรุ่นพี่ รวมไปถึงแฟนคลับเค้าด้วย 

ขออีกทีดังๆ .. เยรดดดดดดดดด




แต่แฟนคลับ SNSD ก็ไม่ยอมแพ้ โพสต์ด่ากันไปมาตามบอร์ด สุดท้ายไฟลามทุ่ง ใครผิดใครถูกไม่รู้ล่ะงานนี้

สุดท้ายก็ไม่มีอะไรนอกจาก tag #AntiSNSD จะวูบวาบไปขึ้นอันดับหนึ่งได้อยู่หนึ่งวัน แล้วก็หายต๋อมไปตามกาลเวลา

แต่ถ้าใครยังอยากเสพสงครามเด็กไทยด่ากันเพื่อดาราเกาหลี .. พวกเธอว์ก็จงตามไปเสพในกระทู้นี้โดยพลัน!!

http://twitter.com/#!/search?q=%23antisnsd