Thursday, January 28, 2010

รีวิว iPad Simulator 3.2

แอปเปิลเปิดตัว iPad มาพร้อมๆ กับออก iPhone SDK 3.2 สำหรับนักพัฒนาโปรแกรมเมื่อคืนนี้ ซึ่งส่วนที่น่าสนใจสำหรับ SDK ตัวนี้ก็คือมันมี iPad Simulator, เอกสารทางเทคนิคเกี่ยวกับ iPad และข้อมูลที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกว่า iPad Simulator ที่แอปเปิลให้มานั้น เป็นเวอร์ชันที่กั๊กมาก คือแทบจะไม่มีอะไรให้เล่นเลย ถ้าเทียบกับ iPhone Simulator จะมีโปรแกรมดูรูป มี Safari ให้ลองเล่น แต่พอมาเป็น iPad กลับเหลือแค่ 2 โปรแกรมคือ Contacts และ Setting (อันหลังไม่น่าจะนับเป็นโปรแกรมด้วยซ้ำ)

เรื่องน่ารู้ทั่วไปเกี่ยวกับ iPhone SDK 3.2 beta

  • ขนาดใหญ่มาก !! อยู่ที่ 2.32 GB
  • พอแตกออกมากินเนื้อที่ไปกว่า 5 GB
  • ใน Guideline แอปเปิลพยายามบอกว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง iPhone กับ iPad คือเรื่องขนาดหน้าจอเท่านั้น แต่ผมพบว่ามันมีมากกว่านั้นเยอะเลย

ตัวอย่าง iPhone Simulator จะเห็นว่ามีโปรแกรมให้เล่น 4 ตัวด้วยกัน

เมื่อเปลี่ยนโหมดมาเป็น iPad พบว่าหน้าจอมีขนาดใหญ่ขึ้นมากจนล้นจอ แต่ก็มีให้เราสามารถเลือก scale ขนาดให้เล็กลง 50% ได้

ในหน้า setting จะเห็นว่าการเลือกหน้าจอจะต่างจากไอโฟนพอสมควรโดยแทนที่จะเลือกไปทีละหน้า ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แอปเปิลเลยออกแบบหย้สจอให้มี 2 panel ซ้ายกับขวา

หน้า about จะเห็นว่าเป็น iPhone OS เวอร์ชัน 3.2 (ยังไม่ได้ขึ้นเวอร์ชัน 4)
ส่วนการกลับไปเมนูก่อนหน้ายังคงไอคอนหัวมุมข้างบนซ้ายเหมือนเดิม


คีย์บอร์ดยังไม่มีภาษาไทยมาให้ เข้าใจว่าเพราะมันไม่เหมือนคีย์บอร์ดบนไอโฟนเลยไม่สามารถพอร์ตมาได้ตรงๆ (อนาคตน่าจะมี)

ส่วนของ Region มีภาษาไทยให้เลือก (เฮ)

พอเลือกแล้วก็จะเปลี่ยนรูปแบบวัน เวลา เป็นแบบไทย จะเห็นว่าแสดงผลภาษาไทยได้ไม่มีปัญหาใดๆ

ในส่วนเมนูของโปรแกรม Simulator จะมีให้เราเลือกใส่ command ต่างๆ ลงไปได้ ส่วนใหญ่จะเหมือนกับไอโฟน ทั้งหมุนซ้าย ขวา เขย่า กดปุ่ม home, lock

แต่ที่น่าสนใจคือมีปุ่มจำลองสถานะการณ์ว่าถ้ามีคนโทรเข้ามาจะเป็นอย่างไร (แปลว่า iPad ใช้โทรศัพท์ได้ ?)

เมื่อลองกดดูแล้วก็จะมีปุ่มสีเขียวๆ ขึ้นมาข้างบน เช่นเดียวกับในไอโฟน แสดงว่าแอปเปิลทำคำสั่งนี้รองรับการโทรศัพท์บน iPad ไว้แล้ว


มาดูโปรแกรม Contacts กันบ้าง ก็จะแบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วน ซ้าย ขวา เช่นเดียวกับ setting

ที่น่าสนใจคือพอลองกดไปที่ปุ่มรูปคน มีเมนูให้เลือกได้ว่าจะเอารูปจากเครื่องหรือจะถ่ายรูป (แปลว่าสามารถติดตั้งกล้องได้ หรืออาจจะมีรุ่นที่มีกล้องในตัว ?)

พอกดเข้าไปก็มีหน้าจอรองรับเวลาถ่ายรูปไว้แล้ว

ลองกดเข้าไปที่ปุ่ม add field ถ้่าเป็นบนไอโฟนจะเข้าไปหน้าใหม่ แล้วเลือก field ที่ต้องการ
แต่บน iPad จะเป็น popup ขึ้นมาแทนให้เลือก เป็นอีกส่วนที่ต่างกัน ถ้าจะเขียนโปรแกรมบน iPad

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือตัวคีย์บอร์ด ที่แอปเปิลบอกว่ามีขนาดเท่ากับคีย์บอร์ดปกติเลย

สั่งเกตุว่ามีความต่างกับในไอโฟนหลายจุดดังนี้

  • ปุ่ม shift มีทั้งซ้ายและขวา
  • ปุ่มที่เปลี่ยนโหมดตัวเลขกับตัวอักษรก็มีทั้งซ้ายและขวา
  • ปุ่มขวาล่างสุดเอาไว้ซ่อนตัวคีย์บอร์ด (แต่ถ้าจะมห้คีย์บอร์ดกลับมาใหม่ จะต้องคลิ๊กอีกครั้งนึงใน text field)
  • มีปุ่ม Undo มาให้ด้วยทางซ้ายล่าง (เยี่ยมมาก)

แต่ถ้าไม่ชอบปุ่ม undo ก็สามารถเขย่าเครื่องเพื่อให้มี action Undo ขึ้นมาได้เหมือนไอโฟน (เขย่าทั้งเครื่องคงตลกพิลึก)

ถ้าเข้าโหมด Lock เครื่องจะเป็นดังรูป ต้องสไลด์เพื่อเข้าหน้าหลัก


จากหน้าหลัีกถ้าเลื่อนไปทางซ้ายหนึ่งครั้งจะได้หน้า Spotlight สำหรับหาข้อมูล ซึ่งเท่าที่ลองใช้ดู ปรากฏว่าหา Contact ชื่อผมไม่เจอ -_-"


มาลองในส่วนของตัว SDK ที่ใช้เขียนโปรแกรมกันบ้าง ซึ่งก็มีข้อน่าสังเกตุดังนี้

  • ในขั้นตอนสร้างโปรแกรมจะมีให้เลือกเลยเ้ราจะทำโปรแกรมสำหรับ iPhone OS รึเปล่า ไม่ได้แยกว่าเป็น iPhone หรือ iPad
  • แต่ในส่วนของการสร้าง Interface นั้นจะต้องเลือกว่าจะใช้หน้าจอแบบ iPhone หรือ iPad
  • เพราะงั้นหมายความว่าในโปรแกรมตัวเดียวกันเราสามารถสร้างหน้าจอสองแบบเอาไว้ได้ แล้วเขียนโปรแกรมให้ดักเอาว่าตอนนี้เปิดบน iPhone หรือ iPad แต่ในทางปฏิบัติจริงอาจจะมีหลายคนที่เขียนโปรแกรมแยกไปเลยมากกว่า
  • ตัว controller , input , windows ต่างๆ ที่ให้มาเหมือนกับที่เคยมีมาบนไอโฟน ไม่ได้มีอะไรเพิ่มมาพิเศษ

ลองเอาตัว controller ต่างๆ มาแปะดูเล่นๆ จะเห็นว่าขนาดหน้าจอนั้นใหญ่เหลือเฟือ เอามาวางซ้อนกันได้
สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนไอโฟนก็คงต้องเปลี่ยนรูปแบบการวางหน้าจอพอสมควร เพราะขนาดจอต่างออกไปเยอะเลย

ลองเขียนแล้วให้ทำงานดู โดยลองเลือกสร้างหน้าจอแบบไอโฟน พอสั่งทำงานบน iPad ก็จะได้หน้าจอเล็กๆ ขนาดเท่าไอโฟน แต่ก็มีปุ่มให้ขยายได้ทางขวาล่าง

พอกดขยายก็จะได้หน้าจอเต็มๆ ซึ่งต้องชมว่าแอปเปิลทำไว้ให้เราสามารถใช้โปรแกรมเดิมบนไอโฟน มาเล่นบน iPad ได้เลย


ถ้าเรากดที่ไอคอนแช่เอาไว้ ไอคอนโปรแกรมก็จะสั่นและสามารถเรียงลำดับ ลบ หรือย้ายไปหน้าใหม่ได้เหมือนไอโฟน

ขนาดของ dock ใส่ได้มากกว่าเดิม คือ 6 โปรแกรม (ผมว่าวางแบบนี้ดูเต็มและสวยกว่าที่แอปเปิลวางไว้แค่ 4 โปรแกรมในหน้าเว็บ มันดูโล่งมากๆ)

ข้อสรุปเพิ่มเติมจากเอกสารของแอปเปิล

  • Architecture ของ OS เหมือนกับไอโฟนทุกประการ
  • มีแค่บาง class หรือ method เท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมาบน iPad (จะใช้ไม่ได้บนไอโฟน)
  • สามารถต่อออกไปจอข้างนอกได้
  • สามารถแชร์ไฟล์ได้ผ่านทาง share folder
  • ยังคงไม่มี multitasking

หวังว่าใน SDK เวอร์ชันหน้าคงจะมีอะไรให้เล่นมากกว่านี้ :P



Apple iPad Tablet

มันช่างเป็นท่า Demo สินค้าที่เท่ห์จริงๆ เลย

แล้วมันก็มาจริงๆ iPad ตามที่ทุกคนคาดหมาย ติดตรงที่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นสุดยอด Innovation หรือ Wow Impact ได้เหมือนตอนไอโฟน ก็คงตามชื่องานที่อยากให้มาดูอะไรใหม่ๆ "Latest Creation"

แรกเริ่มที่ดูจากภาพนิ่งแล้วก็รู้สึกว่ามันธรรมดามาก เพราะเหมือนไอโฟนตัวพ่อที่มันใหญ่ๆ แค่นั้น ..​ แต่พอได้ดูวิดีโอจากคนที่เล่นและในเว็บแอปเปิลแล้วก็บอกได้ว่า มันเจ๋งมากเมื่อได้ลองเล่น
  • สำคัญที่มันโคตร Smooth
  • ทีแรกเข้าใจว่าอ่าน e-book ก็พอ แต่ดูแอปเปิลทำการบ้านมาดี เอาโปรแกรมอะไรไม่รู้ใส่ลงไปเต็มไปหมด
  • ที่ไม่มีในไอโฟนและน่าจะเป็น killer app (ที่ทำให้อาจซื้อได้) คือ iWork
  • ก็กำลังสงสัยอยู่ว่าโปรแกรม Office Document นี่มันจะใช้ยังไงถ้าไม่มี mouse + keyboard อยากลองตัวจริงมาก กำลังทำวิจัยเรื่องนี้พอดี
  • ประทับใจจริงจังคือราคา $499 นี่โคตรถูกเลยนะ ถ้าเทียบกับจอขาวดำทำอะไรไม่ได้เลยของ Kiddle $249 เนี่ย หมื่นนิดๆ ได้ tablet เจ๋งๆ มาอัน
สุดท้าย .. ซื้อไม๊ ?

ไม่รู้ .. ไม่รู้จะเอามาทำอะไร จะแบกยังไง 3 เครื่อง (ไอโฟน + macbook air + iPad) เพราะถ้าคิดอยากได้อะไรเบาๆ ก็มี mb air อยู่แล้ว เมิงยังเบาไม่พออีกเหรอ .. ถ้าอยากได้อะไรที่เปิดเล่นเน็ตได้ตลอดเวลา ก็มีไอโฟนแล้วนี่ ยังจะเอาไรอีก

เอาไว้หาข้อแก้ตัวดีๆ ให้ได้ก่อนแล้วกันนะ ค่อยเจอกัน iPad ^^


Wednesday, January 27, 2010

BSD Master Project - code name Mango, Apple Tablet


ช่วงนี้อยู่ระหว่างหาข้อมูลทำโปรเจ็คจบ ป.โท Bsd Chula หรือที่เรียกกันว่า Master Project

เนื่องจากโปรเจ็คนี้เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายว่าเราจะเรียนจบหรือไม่ เลยอยากเขียนบล็อคเอาไว้เป็นระยะๆ ถึงความก้าวหน้า(ถอยหลัง?), ข้อมูลที่หาได้, การเขียน proposal, การเสนองาน, ช่วงทุกข์ช่วงสุข ฯลฯ

ชื่อโปรเจ็ค : <ยังไม่มี>
Code Name : Mango (ชอบกินมะม่วง แล้วรู้สึกชื่อนี้มันเก๋ดี .. com.khajochi.mango)

จะทำอะไร :
ทำโปรแกรมเทรดค่าเงินหรือหุ้น บนจอแบบ Multi-Touch Screen
เสนอวิธีการใช้ action ใหม่ๆ ลงไปในโปรแกรม

ที่มาที่ไป :
- จริงๆ แล้วมันเริ่มมาจากโปรเจ็ค innovation ที่คิดเล่นๆ ในบริษัทเมื่อ 2 ปีก่อน คือจับโปรแกรมเทรดค่าเงินในบริษัทไปทำบนมือถือ (ตอนนี้มีคนทำไปแล้ว) แต่ด้วยความที่กำลังทำถึงช่วงพีคๆ แล้วดันสอบป.โท ติดและได้ทุน เลยไม่มีเวลา (ข้ออ้างที่ดี) ก็เลยเอามาทำเหมารวมกันเลย ได้ทั้งโปรเจ็คจบ ได้ทั้งโปรเจ็คย่อยของบริษัท :P
- เหตุผลที่อยากทำเรื่องนึงคืออยากลองเขียนโปรแกรมบนไอโฟนกับแท็บเล็ตใหม่ของแอปเปิล น่าแปลกที่มีลางสังหรตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้วว่าแอปเปิลจะออกแท็บเล็ตใหม่ (ซึ่งก็คงจะได้เห็นจริงๆ ซะทีคืนนี้) คิดว่ามันน่าจะทันยุคทันสมัยดี เป็น portfolio ให้ตัวเองได้อีกทางนึง

ถึงไหนแล้ว :
อยู่ในขั้นหาข้อมูล ที่มาที่ไป ความเป็นไปได้ ทฤษฏีที่จะเอามาใช้ ช่วงนี้พยายามบอกตัวเองว่า "ต้องไปหาอาจารย์ทุกอาทิตย์" อาทิตย์ไหนไม่มีความก้าวหน้าอะไรก็ต้องบากหน้าไปหา พอตั้ง commit แบบนี้ไว้ก็จะทำให้เรากระเสือกกระสนออกไปหาข้อมูลเพิ่มเอง เพราะกลัวไม่มีไรคุยกับอาจารย์ ตามทฤษฏีประจำตัว "โยนตัวเองลงในทะเล"

วางแผน :
- อาจจะลองส่ง proposal แบบกากๆ ไปวันที่ 20 ก.พ. นี้ แต่ไม่ทันไม่เป็นไร
- ควรจะได้รูปเล่มคร่าวๆ ภายในเดือน มีนาคม
- ต่อสู้กับอาจารย์และปรับแก้ภายในเดือนเมษายน - พฤษภาคม
- รอส่งจริงจัง 20 มิถุนายน รอบแรก ระหว่างนั้นเขียนโปรแกรมรอ

หนุ่มสาวเอง .. จงจบ 2 ปี ให้ได้นะเธอว์


Monday, January 25, 2010

The Missing Piece in 2009 #2

สภาพแก๊ง Transition OM .. อาหารในมือบ่งบอกว่าตูกินแบบนี้ทุกวัน

ภายในห้องแต่งตัวที่สนามแบต .. กรี๊ดดด
(มีล่อแหลมกว่านี้แต่มิกล้าถ่าย)

ถึงจะเล่นพนันแต่เราก็เล่นอย่างถูกกฏหมายนะเออ
แทงแมนยูชนะไป 5 ปอนด์

โดดซ้อมหนีไฟจากเมืองไทย แต่กลับมาเจอซ้อมที่อังกฤษแทน

ซ้อมกันจริงจัง ฝนตกก็ต้องออกมายืนรอ


ใน Office มันมีห้องซ้อมดนตรีด้วยนะเออ

อาหารอินเดียแบบ full set เกิดมาเพิ่งเคยกิน

กินเบียร์อยู่ดีๆ ฝรั่งมันก็พาลงไปเดินเล่นในถ้ำ ขอบอกว่าเฮี้ยนมาก

จานนี้ถือว่าอร่อยที่สุดในเมืองแล้ว ข้าวราดแกงกระหรี่ จานละ 350 บาท

บอกพี่ชายว่าจะแข่ง Google Code Jam ซักชั่วโมง
ผ่านไป 15 นาที พี่ขึ้นมาดู .. อ่าว ไหนว่าจะแข่งเขียนโปรแกรม

แอบถ่ายในร้านหลุยวิคตองสาขาชองเอลิเซ่ย์ในตำนาน

สภาพ hostel ที่อิตาลี ห้องนึง 10 คน

ป้ายรับสมัครพนักงาน ที่ร้านใน London
ไม่ต้องบอกว่าอยากได้พนักงานสัญชาติไหน

วิ่งลิ้นห้อยไปขึ้นรถไฟใต้ดินก่อนขึ้นเครื่องกลับ

เมื่อวันที่ True Coffee ลด 50%


กันดั้มหน้า paragon

งานเปิดตัว Windows 7 ที่พารากอน (อีกแล้ว)

แวะเที่ยวเพลินวานที่หัวหิน

ภาพกลุ่มหื่น เอ๊ย !! กลุ่มที่มาจองตำแหน่งหน้าสุดเพื่อดูโชว์ Nobody ในงานปีใหม่บริษัท
(ว่าแต่คนถ่ายก็อยู่หน้าสุดเหมือนกัน)

สาวๆ แอร์นครชัย เปลี่ยนชุดมาเต้น Nobody ในช่วงปีใหม่

รถทัวร์ First Class ต้องนครชัยแอร์ มีกาแฟเสิร์ฟ ผ้าห่ม เบาะสุดนุ่ม
ทีวีส่วนตัว หูฟัง รีโมทย์ ฯลฯ

ไดโนเสาร์ที่ Central ขอนแก่น



The Missing Piece in 2009

เช่นเดียวกับปีก่อน ปีนี้ก็มีเรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้เขียนบล็อคไว้ แต่ก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานเผื่อเอามาเขียนไว้กันลืมช่วงที่เวลาผ่านไป

เริ่มต้นปี แอบไปดูงานเปิดตัว iPhone 3G ที่ Paragon ไม่ได้ซื้อแต่ขอแว๊ปไปดู

ข้อเตือนใจสำหรับคนที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วลืม lock เครื่องคอมไว้
กลับมาอาจจะได้สภาพเช่นนี้ (พี่ย้งคือพี่ที่หล่อที่สุดในทีม)

ซื้อข้าวเหนียวมะม่วงเทพที่หัวหิน จำทางไปไม่ได้
แต่ถ่ายรูปไว้เพราะรูปมีค่า gps location ติดมาด้วย

(ไอ้)คนไหนมันบังอาจสูบบุหรี่แล้วทิ้งลงมาจากคอนโดฟะ รู้ไม๊มันมาอยู่บนเจ้าเต่ารถสุดที่รัก

ไปฉีดยากันไข้หวัด 2009 ถ่ายไว้เป็นที่ระทึก (ว่าฉีดละนะ)


ป้ายโฟมและซุ้มรับปริญญา BSD ที่ลงมือลงแรงไปกว่า 4 ชั่วโมง

ของที่ระลึกจากงาน Bye Nior สวยดีชอบ

ในที่สุดฟ้าก็ส่งเซเว่นมาจุติที่คอนโด

ไปตรวจร่างกายประจำปีที่ BNH สุดยอดไฮโซ ปีหน้าจะมาอีก

จัดซุ้มเล่นเกมส์เพื่อการกุศลที่บริษัท
ให้ปาลูกปิงปองลงแก้ว ซึ่งยากโคตรๆ

กระแสแพนด้าแรงมาก จนมีไอติมลายแพนด้าที่ black canyon

ขึ้นเครื่องไปที่อังกฤษ มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหวัด 2009 ก่อนจะออก
(น้ำยาเค้าว่าได้รับการรับลองจากองค์การอนามัยโลก)

Office ที่อังกฤษ มีโต๊ะ pool ด้วย กรี๊ดดด

ท่าไม่ให้ แต่พอเล่นได้

Pub ที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก อยู่ที่ nottingham นี่เอง


แน่นอนว่าเบียร์โคตรอร่อย

สวนสนุกเคลื่อนที่ในเมือง แต่ไม่ได้เล่นซักอัน

ถูกใจกับ Tesco ที่ลอนดอน มีคนขาย 2 คน ตอนไปถึงคนเยอะมาก
มันชี้ให้ไปกดที่เครื่องจ่ายเงินเอง

Apple Store ที่ London ในตำนาน

ใหญ่มาก ขอทำงานที่นี่ฟรี ไม่คิดค่าแรง

ขนมเค้กรูป DS + Mario .. กินได้จริงๆ นะ

เช้าทั้งหนาว บ่ายฝนตก เย็นแดดออก ต้องอังกฤษ

- ต่อตอน 2 -