Friday, April 30, 2010

Stanford : iPhone Development


Stanford University เป็นมหาลัยในฝันของผม คือนอกจากจะเป็นมหาลัยระดับโลกแล้ว ที่ Stanford ยังเป็นก้าวแรกสู่บริษัทไอทีระดับโลกอย่างแท้จริง เพราะตั้งอยู่ใน Silicon Valley เลย ..​ คิดดูว่าเดินออกจากมหาลัยไปไม่กี่ป้ายรถเมล์ก็ถึงสำนักงานใหญ่ของ Google, Apple, Sun, Oracle แล้ว
  • 2 ผู้ก่อตั้งกูเกิล Sergey Brin, Larry Page จบปริญญาเอกที่ Stanford
  • บริษัท Sun ก่อตั้งมาตั้งแต่สมาชิกยังเรียนอยู่ที่ Stanford (ชื่อบริษัท Sun ย่อมาจาก Stanford University Network)
  • สตีฟ จ๊อบส์ไม่ได้จบที่นี่ แต่มหาลัยก็ให้ปริญญาพิเศษและเชิญให้จ๊อบไปพูดสุนทรพจน์พิเศษให้กับนักศึกษาที่เรียนจบ

ถ้าจุฬาฯ เป็น Stanford .. MBK คือกูเกิล, CTW คือ Oracle และ U Chu Liang คือแอปเปิล ^^


iTunes U

พอดีช่วงนี้กำลังศึกษาการเขียนโปรแกรมบน iPhone + iPad อยู่ แล้วก็ไปค้นเจอว่า มีแหล่งความรู้ระดับโลกที่อยู่ใกล้ตัวโคตรๆ แต่ไม่เคยเปิดดู นั่นคือในโปรแกรม iTunes นี่เอง

ในโปรแกรม iTunes นั้น นอกจากเราจะเข้าไปดาวน์โหลดเพลง, หนัง, โปรแกรมได้แล้ว ยังมีส่วนที่เรียกว่า iTunes University (เรียกย่อๆ ว่า iTunes U) ซึ่งจะมีคอร์สสอนวิชาดีๆ ของสุดยอดมหาลัยอย่าง Harward, MIT, Oxford, Stanford มาให้เราโหลดวิดิโอการเลคเชอร์ไปดูได้ และทั้งหมดฟรี !! (ใครอยากไปเรียนต่อเมืองนอก หรืออยากรู้ว่าเมืองนอกเค้าสอนกันยังไง โหลดมาดูด่วน)


หน้าหลัก iTunes U .. มีมหาลัยดังๆ เพียบ

คอร์สสอนของ MIT มีให้ดูฟรีๆ


โดยเฉพาะในราย Stanford นอกจากจะมีวิชาที่น่าสนใจเยอะมากๆ แล้ว ก็ยังมีวิชาที่เรากำลังค้นหาอยู่ นั่นคือหลักสูตร iPhone Application Development
  • มีทั้งหมด 10 คาบด้วยกัน สอนครั้งนึงประมาณชั่วโมงกว่าๆ
  • สำเนียงอเมริกัน ฟังง่ายมาก (อย่างน้อยก็ง่ายกว่าสำเนียงอังกฤษ)
  • มีอาจารย์สอน 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นพนักงานของแอปเปิลโดยตรง
  • แอปเปิลสนับสนุนคอร์สนี้โดยตรง นักเรียนทุกคนได้รับ dev account ฟรี (ปกติ $99)
  • ก่อนจบคอร์ส ทุกคนต้องทำโปรเจ็คส่ง คนละชิ้น โดนโปรแกรมที่ทำจะได้ไปเดโมที่สำนักงานใหญ่ของแอปเปิล (โอววววว)
  • สอนดีมาก อาจารย์ความรู้แน่นปึ๊ก เอกสารการสอนแอปเปิลให้มาโดยตรง (โหลดได้ฟรีในเว็บ)
ตอนนี้พยายามโหลดมาดูบน iPad ไว้ดูเวลานั่งรถตู้

หวังว่าจะเรียนจบโดยเร็ว ทั้งจากบน iTunes U และจาก U จริงๆ



คอร์สเขียนโปรแกรมบนไอโฟน

ตัวอย่างวิดิโอที่สอน อาจารย์แก Geek มาก สมกับที่สอนเขียนโปรแกรมบนไอโฟน



Monday, April 26, 2010

การ์ตูน มุนินฺ, สาว 22 กับโรคนางเอก (ลูคิเมีย)

ช่วงนี้ปิดเทอม นอกจากดูหนังแล้ว ตั้งใจว่าจะใช้เวลาว่างอ่านหนังสือเยอะๆ ซึ่งก็ได้อ่านเยอะจริงๆ

สองเล่มต่อไปนี้เป็นการ์ตูนที่ดังมาจากในบล็อคทั้งคู่ (exteen), สำนักพิมพ์เดียวกัน (จ้ำอ้าว สำนักพิมพ์) และเป็นนักเขียนผู้หญิงทั้งคู่ซะด้วย ซึ่งก็บอกอะไรได้หลายอย่างว่า เวทีนักเขียนหรือนักเขียนการ์ตูนไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย สมัยนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถล้วนๆ



การ์ตูน มุนินฺ

เป็นการ์ตูนที่ดังมาก โดยเฉพาะกับ forward mail เรื่องทหารในภาคใต้
  • ชอบการ์ตูนแบบนี้มานานแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก ไม่ต้องวาด effect อลังการหรือสวยสุดๆ
  • ทุกอย่างเกิดจากอารมณ์ล้วนๆ
  • ไม่ว่าจะจบแบบแฮปปี้ หรือเศร้า แต่ทุกตอนก็ซึ้ง กินใจ
  • ตอนที่ชอบที่สุดคือ ศุกร์ 13 กุมภา 52 .. อ่านแล้วมันจี๊ดดดดด
  • ล่าสุด คุณน้องได้เป็น 1 ใน 50 Women who will make a change จาก a day เล่ม 115
  • พอดีน้องมุนินฺ ประกาศในบล็อคว่าถ้าใครอยากได้หนังสือพร้อมลายเซ็นต์ ให้ส่งเมล์มาได้
  • เลยได้การ์ตูนสุดแนว พร้อมลายเซ็นสุดน่ารัก


ปล. เพิ่งรู้ว่าน้องมุนินฺ เป็นเด็กขอนแก่น, เป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน (ขอนแก่นวิทยายน) และตอนนี้ก็เรียนอยู่มหาลัยขอนแก่น

เด็กขอนแก่นนี่เก่งจริงๆ ^^


สาว 22 กับโรคนางเอก (ลูคิเมีย)

เรื่องจริง จากเด็กสาววัย 22 แต่ต้องมาเป็นโรคลูคิเมีย (ที่ทำไมผู้ชายไม่เป็นกันมั่งนะ) เรื่องนี้คุณน้องที่ออฟฟิสแนะนำ fwd เมล์มาให้อ่าน พอได้ข่าวว่าออกเป็นหนังสือแล้วเลยไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง
  • ไม่น่าเชื่อว่าน้องนุชในรูปจะสวยมาก อ่านในการ์ตูนก็นึกว่าเป็นเด็กผู้หญิงแก่นๆ คนนึง
  • skill การเขียนการ์ตูน ไม่ได้สวยอะไรมากนัก แต่อารมณ์ที่ออกมา เอาไปเลยเต็มร้อย !!
  • พิมพ์สีทั้งเล่ม
  • มีเนื้อหามากกว่าที่เห็นในบล็อคเยอะพอสมควรเลย
  • ชอบที่สุดคือตอนสมีกอล .. โอวว My Precious (ฮาได้อีก)
  • อ่านจบ นอกจากจะสนุกแล้ว ยังได้แง่คิดดีๆ กลับไปเพียบ
  • การได้เห็นคนที่ทุกข์กว่าเรามากมาย แต่กลับยังมองโลกในแง่ดีได้มากกว่าเราหลายเท่า มันช่างจี๊ดดดดดด
  • ใครชอบมองโลกในแง่ลบ .. หาซื้อมาอ่านด่วน !!



มัชฌิมนิเทศ : พี่โหน่ง วงศ์ทนง


ถ้า a day เป็นนิตยสารเด็กแนว .. ผู้ก่อตั้งและสร้างนิตยสารนี้ก็คงเป็นเด็กแนวตัวพ่อ !!

ด้วยความเป็นแฟนตัวยงของ a day มานาน เลยทำให้รู้สึกชอบและติดตามผลงานของพี่โหน่ง (วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์) มาโดยตลอด

และไม่พลาดที่จะไปสอยหนังสือเล่มล่าสุด "มัชฌิมนิเทศ" จากงานสัปดาห์หนังสือรอบล่าสุด

"มัชฌิมนิเทศ" เป็นหนังสือที่เอาบทสัมภาษณ์ที่พี่โหน่งไปพูดในงาน "มัชฌิมนิเทศ" ให้นักศึกษาปี 3 ฟัง
  • อ่านแล้วได้แรงใจในการลุกขึ้นมาทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ / ฝัน
  • ได้กลับมามองตัวเองว่า แล้วไอ้ที่เราทำอยู่ตอนนี้นี่มันใช่ที่เราอยากทำจริงๆ แน่รึเปล่า
  • อ่านง่าย พูดตรงไปตรงมา
  • ใครทำฝันหายไป ซื้อมาอ่านด่วน !!
  • ใครกำลังค้นหาตัวเองอยู่ ซื้อมาอ่านด่วน !!
  • ใครที่ไม่ได้อยู่ใน 2 ข้อข้างต้น ก็ซื้อมาอ่านด่วน !!
อืม .. ว่าแต่แล้วเราค้นหาตัวเองเจอรึยัง ?


Thursday, April 22, 2010

Time Magazine : Inside Steve's Pad


ผมชอบอ่าน Time Magazine มาก แต่เนื่องจากแพง (ฉบับละ 150 บาท) เลยจะอ่านในเว็บเอามากกว่า จะซื้อมาอ่านก็เฉพาะเล่มที่ชอบจริงๆ

ล่าสุดเห็นศาสดาจ๊อบขึ้นปก แทบจะกรี๊ดรีบสอยมาไว้ครอบครอง เอาไปขึ้นหิ้งที่บ้านไว้กราบไหว้ชาบูชาบู
(/-_-)/

บทความของ Time จะมีความลึกซึ้งน่าสนใจกว่านิตยสารทั่วไป เหมือนผ่านการกลั่นกลองมาแล้วหลายรอบ แต่ละคำถามจะโดนๆ และมีความหมายมาก
  • Time พูดถึง iPad ได้ดีมาก เค้าบอกว่า Notebook ที่พวกเราทุกคนมีนั้นทำทุกอย่างที่ iPad ทำได้หมดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะดูรูป ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นเว็บ ..​ แถมทำได้มากกว่าซะด้วย
  • แต่สิ่งเดียวที่ iPad มีมากกว่า .. มันเรียกสั้นๆ แค่ว่า "ประสบการณ์การใช้งาน (User Experience)"
  • แอปเปิลไม่ได้ทำวิจัยตลาดว่าคนใช้อยากได้อุปกรณ์ประมาณนี้รึเปล่า แอปเปิลรู้แต่ว่าอยากสร้างมันและทำมันออกมาให้เจ๋งสุดยอด แล้วรอดูว่าคนใช้จะชอบมันรึเปล่า
  • บทความมีทั้งหมด 5 หน้า สัมภาษณ์สตีฟ จ๊อบส์แค่หน้าครึ่ง นอกนั้นเป็นสัมภาษณ์ทีมงานที่สร้างไอแพดคนอื่นๆ ซะมากกว่า (เวง)
  • บทสัมภาษณ์ทั้งหมด สามารถหาอ่านได้จากบนเว็บ (เวง#2 .. แล้วตูจะซื้อมาทำไมนี่)
  • จ๊อบส์ดูแก่มาก
คำถามที่โดนที่สุด คือถามจ๊อบส์ว่าหลังจากที่ผ่านการผ่าตัดครั้งสำคัญๆ ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดถึงสองครั้ง เค้าคิดจะจบชีวิตการทำงานในตอนที่กำลังอยู่ในจุดสูงสุดอย่างตอนนี้รึเปล่า ?

จ๊อบส์ตอบว่า ..​ "I don't think of my life as a career, I do stuff. I respond to stuff. That's not a career — it's a life!"

ตอบแบบนี้ แถวบ้านเรียก .. เท่ห์โคตรๆ

ปล. นอกจากโฆษณาสินค้าระดับโลกในหนังสืออย่าง Rolex, Standard Charter แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นโฆษณาของ Dtac ด้วย .. Dtac โฆษณาบนนิตสาร Time !! โอวววว เมพ !!

Dtac Ads on Time Magazine


Sunday, April 18, 2010

Nearby Wifi Signal


เอา macbook ไปนั่งริมระเบียง นั่งเล่นเน็ตชิวๆ พอกดดูสัญญาณ Wifi ที่มีในคอนโด เห็นรายการแล้วตกใจ

สมัยนี้ทุกบ้านต้องมี Wifi เหมือนกับสมัยก่อนทุกบ้านต้องมีเบอร์โทรศัพท์บ้าน
เลยนึกสนุกลองนั่งเดา password ของ Wifi ชาวบ้านเล่น แล้วก็พบว่า
  • เข้าไปใช้เน็ตเล่นได้สบายแฮ 1 ที่ด้วย password : "1234567890"
  • เข้าไปได้ 1 ที่ แต่เล่นเน็ตไม่ได้ ด้วย password : "internet"
  • อีก 7-8 รายเข้าไม่ได้
  • ที่คอนโดจะมี Wifi แบบจ่ายตังค์ทั่วโครงการ ลองทดสอบเข้าไปพบว่ามีเครื่องแชร์ไฟล์อยู่ในวงเดียวกัน 3 เครื่อง .. มีเครื่องนึงที่แชร์รูปใน my picture ทั้งหมด (แต่ไม่พบรูปวาบหวิวใดๆ)
ก่อนหน้านี้เคยไปลองเข้า Wifi ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เราๆ เพิ่งเห็นเสื้อแดงพุงพุ้ยรอยตัวลงมา แล้วก็พบว่า Server ของโรงแรมนี้แชร์ไฟล์เอาไว้ในวง Wifi ฟรีของโรงแรม และผมยังสามารถเข้าไปดูรายงานบัญชีของโรงแรมได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ใดๆ

อนิจจา ..​ จะใช้เทคโนโลยี โปรดศึกษามันให้ดีก่อนใช้ :)


ความกังวลกับอนาคตของจาวา


Josh Bloch อดีตพนักงานของซันผู้เขียน Java Collections Framework, หนังสือ Effective Java Programming ไบเบิลของคนเขียนจาวา และคลาสสำคัญๆ หลายตัว (ปัจจุบันทำงานที่กูเกิล) ให้ความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของจาวาว่า ความแข็งเกร่งของจาวากำลังสั่นคลอน จากปัญหาความสับสนในทิศทางของบริษัทนับตั้งแต่การเข้าซื้อของออราเคิล

Bloch ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่เคยเป็นที่สนใจอย่างมากในอดีตอย่าง J2ME ทั้งที่เป็นระบบเปิด แต่ในปัจจุบันแทบจะไม่มีใครพูดถึงและล้าหลังระบบปิดอย่างไอโฟน โดยประเด็นอื่นๆ ที่ Bloch ยกขึ้นมาพูดถึงจาวา เช่น

  • ระยะเวลาในการออกเวอร์ชันใหม่เริ่มยาวขึ้น โดยเฉพาะกับ Java เวอร์ชัน 7
  • อนาคตอันมืดมนของกลุ่ม Java Community Process (JCP)
  • เป็นครั้งแรกที่โค้ดภายในของจาวาเริ่มมีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน
  • การเสื่อมความนิยมเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี (ข่าวเก่า : ภาษา C กลับมาขึ้นอันดับ 1 )
  • ประเด็นที่สำคัญและทำร้ายจาวามากที่สุดคือข้อจำกัดมากมายใน license ปัจจุบันของจาวา

ทางออกที่สำคัญในตอนนี้คือออราเคิลจะต้องทำงานให้หนักขึ้น โดยเฉพาะการหาผู้นำที่แท้จริงให้กับจาวา (ข่าวเก่า:James Gosling ลาออกจาก Oracle แล้ว) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Bloch ก็ทิ้งท้ายไว้สั้นๆ ว่า

"The king is not dead. The king is alive and well. He has a slight cold"

ที่มา - PC World



Saturday, April 10, 2010

เกรียน, เมพ vs เหวง



"เหวง" กลายเป็น trend สุดแรงกว่า "เกรียน" และ "เมพ" ไปแล้ว .. ทิ้งกันไกลแบบไม่เห็นฝุ่น

รึว่า "เหวง" จะกลายเป็นศัพท์ใหม่ที่ต้องบรรจุในพจนานุกรม ?

ที่แน่ๆ เตรียมรอฟังเพลงลูกทุ่งแบบ "เหวงๆ" ได้เลย .. เค้ามาแน่ (ตอนแพนด้าดังนี่ก็ออกกันมา 7-8 เพลง)


Saturday, April 03, 2010

Mistine BB


วันก่อนไปเจอสุดยอดการตลาด .. ที่สามารถนำเทรนด์แห่งยุคมารวมกันได้อย่างสุดยอด

Mistine BB !!

มันคือครีมโลชันทาผิว .. แต่ไม่รู้ล่ะว่ามันดียังไง เพียงแต่มันมี ..
  • BB !! - พยายามอ่านดูว่ามันย่อมาจากอะไร .. คือเค้าย่อมาจาก Mistine Body Make Up Lotion .. ไม่ทราบว่าเอาบีบีมาจากไหน แต่ไม่รู้ล่ะ ยังไงมันก็มีบีแล้วตั้งหนึ่งตัว
  • เกาหลี !! - ไม่ได้มาจากเกาหลีนะ ไม่ได้มีอะไรในครีมเกี่ยวกับเกาหลีเลย แต่ไม่ได้สิ มันต้องมีเกาหลีให้ได้ .. ว่าแล้วก็จับดาราเกาหลีมาเป็นแบบ , เพิ่มภาษาเกาหลีใต้คำว่า BB และสโลแกนที่ไม่เกี่ยวอะไรเล๊ยกับเกาหลี .. "สาวไทย ก็มีผิวสวยได้ ไม่แพ้สาวเกาหลี" โอววว เอากับเค้าสิ
ขอคารวะคนคิดแผนการตลาดหนึ่งจอก ที่เอาครีมทาผิว มารวมกับเกาหลี และบีบี .. ได้ไงก็ไม่ทราบ .. แต่เออ ทำไปแล้ว

(/- -)/ ชาบู ชาบู


Thursday, April 01, 2010

RIP ... My Macbook :'(


เป็นที่รู้กันว่าทางเดินระหว่างตึกอับดุล ไปทางโรงแรมดุสิตนั้นเปลี่ยวมาก และก็มีคดีกระชากกระเป๋ากันบ่อยๆ


ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายผมจะมาโดนกับตัวเอง ...


วันก่อนครับ


ระหว่างที่ผมกำลังเดินจากที่ทำงานไปรถไฟฟ้า วันนั้นไฟค่อนข้างมืด เพราะเวลาก็สามทุ่มกว่าแล้ว
ช่วงที่ผ่านตึกร้าง ผมสังเกตุว่ามีใครซักคนนึงกำลังเดินตามมา ด้วยฝีเท้าที่เร่งกว่าปกติ แล้วก็เข้ามาไกล้ขึ้นเรื่อยๆๆๆ


ผมพยายามจะยกมือถือขึ้นมากะว่าจะโทรหาใครซักคน แต่ไม่ทันเสียแล้ว มีชายหนุ่มท่าทางเหมือนเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อยืดกางเกงยีน วิ่งมาฉกกระเป๋าสะพายข้างผมไป โชคดีที่ผมดึงสายไว้ได้ทัน


ชายคนนั้นพยายามดึงกระเป๋าออกไป แต่ผมเองก็คว้ากระเป๋าไว้ไม่ยอมปล่อย .. เราฉุดกระชากกันอยู่ซักพัก จนสุดท้ายชายคนนั้นก็ยอมวางกระเป๋าลง ผมโล่งใจคิดว่าคงรอดแล้ว แต่ไม่ ปรากฏว่าเค้าคว้ามีดขึ้นมาขู่ หน้าตาจริงจังจนน่ากลัว


ผมไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะถึงจะวิ่งหนีก็คงไม่พ้นอยู่ดี จากสภาพที่ต้องสะพายกระเป๋าวิ่งไปด้วย .. แต่อาวุธในตัวก็ไม่มีอะไรจะไปสู้กับมันได้ .. ชายค้นนั้นวิ่งเข้ามา จากท่าทางคงไม่ได้ต้องการทำร้าย แต่กะว่าจะเอามีดขู่ผมให้ปล่อยกระเป๋าให้ได้


สุดท้ายผมตัดสินใจ คว้า notebook ขึ้นมา เพราะอย่างน้อยก็เป็นของที่แข็งที่สุดและขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มี ..

แล้วก็ฟาดหน้าไอ้โจรคนนี้เข้าเต็มแรง .. เจ้าโจรล้มลง และไม่ทันตั้งตัว ผมจึงรีบวิ่งหนีสุดชีวิต กลับเข้ามาที่บริษัทอย่างรวดเร็ว

...

..

.

ผมตัดสินใจจะเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ แต่แล้วสิ่งที่ผมพบก็คือ ...







ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย





Happy April's Fool Day