Wednesday, September 29, 2010

พาไปดูอีเวนต์รับเครื่อง iPhone 4 by Dtac

เนื่องจากเป็นลูกค้ายาวของค่ายอารมณ์ดี Dtac และไม่คิดจะเปลี่ยนไปค่ายไหน เพราะงั้นเมื่อจะซื้อ iPhone 4 (ตัดสินใจทันทีตั้งแต่จ๊อบส์บอกว่า "The Biggest Leap since the original iPhone")

ข้อดีของการใช้สินค้าอยู่ยี่ฮ้อเดียว ค่ายเดียวก็คือ ไม่ต้องไปเดินเลือกเปรียบเทียบอะไรที่ไหน ออกมาเหอะ ไม่ซื้อรุ่นนี้ก็ซื้อรุ่นหน้าแหล่ะ (ฮา)

พนักงาน Dtac โทรมาให้ไปรับเครื่องได้ตั้งแต่วันจันทร์ โดยไม่ยอมบอกราคา แต่ให้นัดรอบวันศุกร์ช่วงบ่าย เนื่องจากอยากไปดูว่าเค้าจะเปิดขายวันแรกยังไง เลยไปแวะดูตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงตรง คนเยอะน่าดู

  • งานจัดที่จามจุรีสแควร์ ใช้เนื้อที่เยอะมาก เดินไปถึงกับตะลึงว่าจัดงานได้ใหญ่และสวยน่าดู
  • มีจุดจ่ายตังค์และรับเครื่อง 32 จุด, ลงทะเบียน 8 ช่องทาง, พนักงานเกินสองร้อยคน และพริ๊ตตี้ 4 คน (สำคัญมาก)
จุดรับเครื่องและรูดปื๊ดๆ

ทีมงานให้คำแนะนำการใช้
  • ก่อนบ่ายโมงมีการซักซ้อมเต้นเพลง Dtac Feel Good กันอยู่ 7-8 รอบได้
  • ซ้อมกันจริงจังมาก แต่สนุกสนานดี
  • เริ่มงาน เปิดตัว iPhone Buddy ทั้ง 8 คน จริงๆ คือเป็นพนักงานรับลงทะเบียนและให้คำแนะนำ เห็นว่าจะคอยดูแลเฉพาะเรื่องไอโฟนอย่างเดียวไปตลอดทั้งปี
เรียงแถวรอลูกค้า

เต้นเพลง Feel Good

  • มาตั้งแต่บ่าย แต่ได้คิวที่ 91 คนเยอะจริงๆ -_-"


ป้ายบอกคิว เบื้องหลังคือ Power Point 1 หน้า
ที่เวลาจะแก้ก็กด Esc แล้วมาลบๆ พิมพ์ๆ ใหม่

มาตั้งแต่บ่าย ได้คิวที่ 91 T_T
  • ทุกคนที่มารับเครื่องต้องลงทะเบียนผ่านเว็บมาและได้คอนเฟิร์มกลับจาก Dtac ก่อน ถึงจะรับได้
  • ลงทะเบียนเสร็จ รับบัตรคิว อยู่ดีๆ ก็มีตากล้องมาขอถ่ายรูปเราพร้อมกับให้ชูบัตรคิวขึ้นมาด้วย บิวต์ให้ยิ้มสุดๆ อีกตะหาก งงว่าจะถ่ายไปทำไม
  • ไม่กี่นาทีจากนั้นก็ร้องอ๋อ .. เพราะทาง Dtac จะให้พนักงานคนหนึ่ง (เรียกตัวเองว่า Mini Me) ใส่หน้ากากเราที่เพิ่ง print ออกมา แล้วคนนี้ก็จะเป็นตัวแทนเราในการเดินเรื่อง ต่อคิว คอยตามเราเมื่อถึงคิวแล้ว และอยู่กันไปจนกว่าจะได้รับเครื่องเรียบร้อย
  • หมายความว่า เราจะไปนั่งเล่นที่ไหนก็ได้ ไปกินข้าว ช๊อปปิ้ง .. ถึงเวลาน้อง Mini Me ก็จะมาตามเราไปรูดปื๊ดๆ เป็นอันจบ (มีการขอเบอร์ไว้เผื่อหากันไม่เจอ)
ได้บัตรคิวปุ๊บ ต้องถ่ายรูปก่อน พร้อมชูบัตรคิวไว้
เข้าเครื่องปั้ม Mini Me

แทแดม .. ได้ฝาแฝดเพิ่มมาอีกคน คอยต่อคิวให้

  • ไอเดียน่ารักมาก และน่าชื่นชม เพราะเราไม่ต้องทำอะไรเลยจริงๆ ถึงเวลาน้องเค้าจะมาตามเอง
  • เข้าใจว่าเอามาใช้แก้ปัญหาระบบบัตรคิว ที่ทุกคนที่ถือบัตรคิวจะต้องมาคอยอยู่บริเวณงานตลอดเวลา จะเดินไปไหนก็ต้องคอยเดินกลับมาดูว่าถึงคิวรึยัง .. การใช้พนักงานประกบหนึ่งต่อหนึ่ง ช่วยลดการขอผ่านคิว และคิวหายไปได้เยอะ
  • มองไปก็จะเห็น Mini Me ยืนใส่หน้ากากต่อคิวกันเป็นร้อยคน น่ารักไปอีกแบบ
  • แน่นอนว่าเกือบทุกคนที่มาซื้อ ขอถ่ายรูปคู่กับ Mini Me กันหมด
  • 90 คิว ใช้เวลารอประมาณชั่วโมงครึ่ง !!
  • แต่ Dtac ก็ทำการบ้านมาดี จัดมุมนั่งรอแบบชิวๆ มีบีนแบ็คนิ่มๆ ให้นั่ง มีวงดนตรีมาเล่นชิวๆ สบายๆ (นักร้องน่ารักมาก), มีน้ำผลไม้ กาแฟ ขนมเค้ก คุ๊กกี้ให้กิน, นิตยสารให้อ่าน, มีมายากลมาเล่นให้ดูถึงข้างๆ, มี Wifi เล่นเน็ตฟรี
  • ที่เจ๋งมากคือมี iPad ให้เล่นฟรี 5 เครื่อง พร้อมลงเกมส์มาเต็มพิกัด 
  • มี Macbook ให้เล่นฟรีอีก 3 เครื่อง
  • ที่เจ๋งสุดคือมีพริ๊ตตี้เดินมายิ้มแย้มทักทายเป็นระยะๆ .. อ่ะอร๊างงง >////<


ของกินเพียบ ไม่อั้น

มายากลมาเล่นให้ดูใกล้ๆ 
มี iPad ให้เล่นฟรี ลงเกมส์ไว้เพียบ
  
น้ำผลไม้ กาแฟ ขนมเค้กมาเสิร์ฟ
วงดนตรี เล่นเพลงสด ชิวมากๆ

นักร้องน่ารักค๊อดๆ
  • นั่งฟังเพลง กินนู่นนี่จนเพลิน พอน้อง Mini Me เดินมาบอกว่าถึงคิวแล้วไม่อยากลุกไปไหนเลยทีเดียว (จริงๆ)
  • ช่วงซื้อก็ไม่มีอะไรมาก เลือก package, เลือกรุ่น, รูดปื๊ดๆ , ตรวจเช็คเครื่อง ..​แล้วก็ตัวลอยกระเป๋าเบาออกมาจากงาน
  • ระหว่างรอรูดปื๊ด ยังเอาน้ำเอาเค้กมาให้กินอีกแน่ะ

พริ๊ตตี้ค่ายนี้น่ารักจริงๆ
ก่อนเซ็นจ่ายตังค์ เอาเค้กมาให้กินอีก

ทั้งหลายทั้งปวง ก็เพียงเพราะเจ้านี่ !!
  • สรุปแล้วใช้เวลารับเครื่องทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่ง เริ่มจากลงทะเบียน จะว่าช้าก็ช้านะ แต่ถ้านับว่าเราคือคิวที่ 90 ก็ถือว่าโอเคอยู่ พอรับได้
งานนี้ผมประทับใจกับบริการของ Dtac มาก สมชื่อสโลแกน "เร็วกว่า ดีกว่า เอาใจกว่า" .. เอาใจไปเลยเต็มๆ ครับผม :)

Tuesday, September 28, 2010

รีวิว iPhone 4 : มือถือเทพ เอ้ากราบบบ

มือถือเทพมาจุติแล้วววววว
  • iPhone 4 มือถือเทพมาจุติบนโลกมนุษย์ บัดนี้ได้มาถึงเมืองไทยแล้ว !!
  • เปิดตัวพร้อมกัน 3 ค่ายมือถือ เค้าให้ขายวันที่ 24 พี่ไทยก็จัดงาน Count Down กันตอนเที่ยงคืนวันที่ 23 แล้วขายกันวินาทีแรก จนฝรั่งทึ่งในความไทยแลนด์โอนลี่จริงๆ
  • เมืองนอกเค้าให้พนักงานมายืนปรบมือหน้าร้าน แปะๆ .. พี่ไทยจัดเวทียิ่งใหญ่ แสงสีเสียงวูบวาบ ดารา พริ๊ตตี้ ข้าวฟรี น้ำฟรี ติ๋มซำฟรี ปิด Paragon Hall ถ่ายทอดสดให้ชาวโลกได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพี่ไทย ใย ใย ใย (กรุณาเอ๊คโค่ตาม)
  • บางที่สุดในโลก กระจกทนทานที่สุดในโลก สัญญาณห่วยที่สุดรึเปล่า อันนี้ไม่รู้ แต่จับแล้วสัญญาณหดครับพี่จ๊อบ !!
  • จอ Retina Display ชัดเจน ทุกรูขุมขน ลึกลงไปถึงไส้ติ่ง ผมลองเปิดดูวิดีโอเพื่อทดสอบแล้ว หึๆๆๆๆ
  • ชิป A4 รวดเร็วว่องไว สุดยอดในปฐพี แต่เล่น Flash ไม่ได้ พี่แกบอกเดี่ยวเครื่องช้า (ฮ่วย)
  • แรม 512 MB เปิดที 20 โปรแกรมรวดไม่มีสะดุด
  • กล้อง 5 ล้าน คมชัดกว่า ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
  • มีกล้องหน้า ไว้เล่น Facetime คุยแบบเห็นหน้าได้ แต่ตอนนี้ยังหาเพื่อนคุยไม่ได้ซักคน
  • กระจกหน้าหลังลื่นมาก เสียวตก แต่ของเค้าดี ให้ตกได้ 3 ครั้งก่อนจะบุบสลายลาโลกไป
  • ราคาที่เมืองไทย 20,650 บาท ถูกที่สุดในโลก พ่อค้า MBK ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายน้ำ แต่ไอ้คนที่ซื้อตอน 5 หมื่นไม่รู้จะหาปี๊บที่ไหนมาคลุมหัว
  • มุมซ้ายล่าง สัญญาณหาย แต่พี่แกไม่แถม Case มาให้ด้วย จงหาซื้อกันเอง
  • จอแก้วกันรอยแบบที่ใช้บนเฮริค๊อปเตอร์ มีดขูดไม่เป็นรอย แต่อย่าได้ลองทำหล่นจากมือเชียว
  • iOS4 เปิดหลายโปรแกรมสลับไปมาได้ (Multitasking) เทพจริง แต่กินแบตจัง
  • เปิดเครื่องเล่นเงียบๆ คนเดียวไม่ได้ ผิดกฏหมาย ต้องเล่นบนรถไฟฟ้า กลางที่ประชุม หน้าลิฟท์ กลางวงกินข้าว ยกขึ้นมาแล้วชูสูงๆ ให้คนทั้งโลกเห็นว่าข้ามี ข้าเทพ
  • ซื้อมือถือราคาสองหมื่นกว่าบาทได้ แต่ไม่เห็นจะมีใครยอมซื้อโปรแกรมถูกลิขสิทธิ์ตัวละ 30 บาทมาใช้ รอแต่เจล เจล เจล อย่างเดียว

สุดท้าย .. iPhone 4 คือมือถือที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ครับ :)

AIS จัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

True จัดที่ Royal Paragon Hall

Dtac จัดที่ Office ตัวเองจามจุรีสแควร์

แถมวิดีโอ ที่ดูทีไรก็ประทับใจ ว่านี่ไม่ใช่งานปีใหม่แต่เป็นงานที่จัดให้มือถือ 1 เครื่อง 1 รุ่น ..
MC - ".. สาม .. สอง .. หนึ่ง ... อายยยยยย โฟนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน"





Thursday, September 23, 2010

เบื้องหลัง Gmail's Priority Inbox

ฟังจาก Behind the Scenes of Gmail's Priority Inbox รู้สึกว่าน่าสนใจดีเลยจดไว้ (ไม่) หน่อย ถ้าใครไม่รู้จัก Gmail Priority Inbox ไปดูวิดีโอนี้ด่วน

  • Priority Inbox เกิดจากไอเดียในโครงการ 20% โปรเจ็ค
  • ไอเดียเริ่มจากทีมใน Zurich 8 คน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว !!
  • ชื่อเดิม Magic Inbox
  • เริ่มพัฒนาไอเดียจนได้ทีม Designer มาร่วมทีมอีก 3 คน และนักวิจัยอีก 3 คน จาก 3 ประเทศ (รวม 15 คน)
  • ย้ายที่นั่งทีม Designer มานั่งข้างๆ กับ Engineer เพื่อลด Gap การทำงาน #Like

  • ไอเดียคือการจัดความสำคัญของอีเมล์ อันไหนสำคัญไม่สำคัญ
  • ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ User มีเยอะมาก จนไม่สามารถคาดเดาได้
  • บางอย่างสำคัญมากกับบางคน แต่อาจจะเป็นขยะของอีกคน
  • การให้ User สร้าง Filter เองมันยากเกินไป
  • เลยมาสรุปที่จะต้องสร้าง Machine Learning ขึ้นมา แล้วให้คนใช้สอนมัน
  • ระดับความเก่งของวิศวกรของกูเกิล สร้าง Machine Learning ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากที่สุดคือสร้าง UI ให้เป็นตัวกลางระหว่างหน้าจอ กับตัว Machine Learning ที่โคตรซับซ้อน
  • กูเกิลลองเปลี่ยน UI ไปเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์แล้วนั่งวิจารณ์กันว่าจะแก้ยังไงไปเรื่อยๆ



  • Dual Inbox ช่วยแบ่งได้ดีว่าอะไรสำคัญไม่สำคัญ
  • ทำไปซักพักเริ่มเข้าใจสัจธรรมว่า คนสร้างเป็นพวก Power User คือเก่งเกิน แต่คนใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้เก่งอะไรมาก เลยต้องเปลี่ยน UI อีกรอบ
  • ป้าย + / - เกิดจากทีม Designer คิดอะไรไม่ออก เลยเดินไปรอบๆ เมืองและเจอป้ายบอกทางซ้ายขวา เลยลองเอามาใช้ดู
  • เพิ่มความยืดหยุ่นอีกหน่อย ให้ User Customize ตัว Dual Inbox ได้
  • ได้ UI ครบหมดแล้ว มาเจอตออีกอย่างคือ แล้วจะสอน User ยังไงให้ใช้เป็น ?
  • ส่งเมล์มาอธิบายคนไม่อ่าน โชว์ Text Box ชี้ๆ ให้ดูว่าใช้ไง คนกดข้ามไปเลยไม่สนใจ
  • คิดไม่ออกเลยไปเล่นเกมส์ แล้วได้แรงบรรดาลใจมาจากเกมส์ชื่อ Heavy Rain บน PS3 .. เกมส์นี้ต้องใช้ปุ่มเยอะมาก ต้องสั่นจอยขึ้นลงด้วย ก่อนเข้าเกมส์ก็เลยมี Mini Game เล็กๆ ให้ลองเล่นคือสั่นจอยขึ้นลงเพื่อแปลงฟัน .. แค่นี้คนใช้ก็พอรู้แล้วว่าต้องยกจอยขึ้นลง
  • เอาไปสร้างเป็น Popup Mini Game ครั้งแรกถ้าเราใช้ Priority Inbox คือ Gmail จะเลือกเมล์ที่มั่นใจว่าสำคัญสุดๆ 3 อันมา และไม่สำคัญ 3 อันมาให้ผู้ใช้ลองเล่นดู แค่นี้ผู้ใช้ก็พอรู้แล้วว่าอะไรคือ Priority Inbox
  • เป็นโครงการที่เจ๋งมาก เลยข้าม Labs ไปเป็น Beta ออกมาให้คนใช้เลย
  • ลองให้ผู้ใช้จริงมาลองเล่นดู 2 อาทิตย์แรกรับสมัครกลุ่มทดลองใช้ แล้วทดลองใช้จริง 8 อาทิตย์ เก็บข้อมูลทุกอย่างที่กลุ่มทดสอบลองมาใช้ดู
  • กลุ่มทดสอบชอบ Mini Game กับวิดีโอ เลยเอาทั้งสองอย่างมาใส่รวมกัน
  • ผมสำรวจคนใช้เวลาอ่านเมล์น้อยลง 6% ใช้เวลาอ่านอีเมล์ที่ไม่สำคัญน้อยลง 13%
  • ได้ Review ที่ดีมาก เป็น Feature ที่ต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน
  • Q&A: ปัญหาใหญ่ของ Machine Learning คือถ้าเราสอนมันไป แล้วไม่สนใจมันซักปี พอกลับมา มันจะไม่ฉลาดแล้ว จะทำยังไง ? นั่นคือเหตุผลนึงที่ยังอยู่ใน Beta ก่อน
  • Q&A: จะมีโอกาสกับ Native Email App ที่ใช้ IMAP อย่าง Outlook, iPhone Email ? กูเกิลจะสร้าง Label กับ Folder ใหม่ให้เวลาเราจะเรียกผ่าน IMAP จะเลือกเองได้
  • Q&A: เด็กสมัยใหม่ใช้อีเมล์น้อยลงมาก ส่วนใหญ่ไปคุยผ่าน Social Network มากกว่า กูเกิลมีแผนยังไง ? จริง ลูกของคนพูดใช้อีเมล์แค่ตอนส่งงานอาจารย์เท่านั้น ส่วนแผนในอนาคต กูเกิลก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่
  • Q&A: ช่วงวิจัยมีการคิดถึงคนในภาษาอื่นประเทศอื่นๆ นอกอเมริกายังไง ? กูเกิลทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้ใน 35 ประเทศขึ้นไป เพื่อให้แน่ใจว่ามันทำงานได้ดี
  • Session ของฝรั่งใช้เวลาพูดไอเดียสั้นๆ แค่ 15 นาที ที่เหลืออีก 30 นาทีเป็น Q&A

Gmail จงเจริญ !!

Monday, September 20, 2010

รีวิว: ชั่วฟ้าดินสลาย นมพลอย vs ก้นอนันดา


update: อ่านเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว: ชั่วฟ้าดินสลาย เวอร์ชัน Director's Cut

"เราจะรักกันไป จนชั่วฟ้าดินสลาย" .. โอ้โห ฟังแล้วขนลุก ไม่เสี่ยว ไม่ฮี๊ว แต่ดูจริงจังลึกซึ้ง สมกับเป็นคำบอกรักของคนสมัยก่อน

ช่วงนี้หนังไทยเฟื่องฟูมาก เพราะท๊อปฟอร์มกันมาหลายเรื่องติดๆ กัน ไล่ตั้งแต่สิ่งเล็กเล็๋ก, กวนมึนโฮ, น้ำตาลแดง จนมาถึง "ชั่วฟ้าดินสลาย"

ผมเกิดไม่ทันหนังต้นฉบับ 2523 แต่ก็พอจะเคยได้ยินว่าเป็นบทประพันธ์ที่โ่ด่งดังมาก เรียกกันว่า "โศกนาฏกรรมรัก" ซึ่งเนื้อหาของบทประพันธ์ก็ช่างเข้ากับคำนี้จริงๆ มันเศร้า ซึ้ง โศกจับจิต ชนิดออกจากโรงมาแล้วภาพยังติดตา อารมณ์ยังติดอยู่ในใจ

ชั่วฟ้าดินสลายฉบับ 2553 กำกับโดยหม่อมน้อย ได้พระเอกแห่งสยามประเทศ อนันดา คู่กับพลอย เฌอมาลย์ ที่ทั้งคู่ไม่ได้แค่แสดงแต่ร่วมผลิตและกำกับด้วย
[Spoil]

  • คุณจะไม่ได้เห็น นมพลอย เต็มๆ แค่โฉบไปเฉี่ยวมา เดินในป่าก็มีกล้วยไม้มาบัง เถาวัลย์มาปิด
  • แต่คุณจะได้เห็น ก้นอนันดา ใหญ่ขนาดครึ่งจอภาพยนต์กว้างคูณยาว โชคดีที่ไม่ใช่จอ IMAX ไม่งั้นจะได้เห็นก้นอนันดาขนาดเท่าตึก 3 ชั้น
  • หนังโปรโมทตัวเองว่าเป็น Erotic แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันคือดราม่าเต็มๆ
  • ไม่น่าเชื่อว่าหนังได้เรต 15+ ซึ่งเป็นเรตเดียวกับกวนมึนโฮ
  • ฉากวับๆ แวมๆ มีเพียง 1% ของหนังทั้งเรื่อง เพราะงั้นถ้ากะเข้าไปดูฉากอย่างว่า คุณจะมีอีก 99% ที่ไม่คิดว่าจะได้ดู
  • หม่อมน้อยบอกว่าเป็นบทประพันธ์ที่ผู้กำกับทั่วประเทศอยากทำเป็นหนัง โชคดีที่เสี่ยเจียงเลือกเองทั้งผู้กำกับ และนักแสดง
  • หนังดราม่ามาก สุข เศร้า รันทดชีวิต บัดซบความรัก และจบแบบโศก สมชื่อ โศกนาฏกรรมรัก
  • พลอยแสดงดีมาก และ เธอจะได้ตุ๊กตาทองปีนี้
  • อนันดานอกจากตูดจะใหญ่แล้ว ก็แสดงดีเช่นกัน
  • ภาพสวย เพลงเพราะ เสียงเจนิเฟอร์คิ้ม เล่นเอาเคลิ้ม
  • ไม่ปรากฏโฆษณาเป๊บซี่หรือเมืองไทยประกันชีวิตในหนัง คาดว่าใช้ทุนค่ายล้วนๆ (ถ้ามีคงตลก)
  • ความรักคืออะไร ? เราจะรักใครจนชั่วฟ้าดินสลายได้จริงรึเปล่า ?
  • หม่อมน้อยบอกอยากให้คนได้ดูแล้วเป็น กระจกส่องรัก กลับไป ให้ลองคิดถึงตัวเอง
  • ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่ท่านอยากได้จริงๆ เป็นหนังที่ได้แง่คิดมากกว่าความบันเทิง
  • สุดท้ายมนุษย์ทุกคนก็คิดถึงเพียงตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใด
ออกมาจากโรงด้วยความรู้สึกเศร้าค้างๆ แต่ก็เป็นหนังที่ดีมากจริงๆ แนะนำให้ดู

เพิ่มเติม : รู้สึกว่าช่วงหลังหนังไทยจะเน้นที่การแสดงของฝ่ายหญิงเป็นหลัก ไม่รู้ทำไม อันนี้สังเกตุเอง ..
รถไฟฟ้าฯ - พี่เคนคอยหล่ออย่างเดียว คริสเล่นดีโคตร
สิ่งเล็กเล็ก - มาริโอ้คอยหล่ออย่างเดียว ใบเฟิร์นเล่นดีโคตร
กวนมึนโฮ - เต๋อคอยด่าอย่างเดียว หนูนาเล่นดีโคตร
น้ำตาลแดง - มีแต่ผู้หญิง แต่แสดงดีโคตรรึเปล่า .. ไม่รู้


หน้าตา น้ำเสียง ได้เลย .. โอ้ววว

ถึงจะแอบมีชู้กัน แต่ก็รักกัน

ภาพนี้ได้ความหมายมาก

เวลาที่มีความสุข


โอวววววววว

"เธอสองคน จะต้องอยู่ด้วยกันไปจนชั่วฟ้า .. ดินสลาย"



Saturday, September 18, 2010

Cover-yoty

เหตุเกิดขึ้นเมื่อเที่ยงวันนี้ หลังจากที่เราโซ้ยข้าวเที่ยงจนอิ่มหนำที่ cu square และกำลังพาตัวเองขึ้นไปเรียนต่อตอนบ่าย ระหว่างทางเราก็เดินผ่านหลังเวที ซึ่งวันนี้มีการประกวดเต้น Cover เพลงเกาหลีกันอยู่

สภาพหลังเวที คือไม่มีอะไรบังเลย เป็นเพียงที่โล่งธรรมดา ก็เหมือนกับเวทีของงานประกวดที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก

ระหว่างที่เดินผ่านหลังเวที พวกเราก็ต้องพบกับภาพอันน่าตกตะลึง เมื่อเด็กสาว 8 คนที่เต้นกันอยู่บนเวที ต่างกรูกันเข้ามาหลังเวทีในช่วงเปลี่ยนเพลง ทั้ง 8 ใส่เสื้อสายเดี่ยวสีดำ มีเสื้อคลุมบางๆ กระโปรงสั้น .. หลังจากที่พวกเธอวิ่งมาถึงหลังเวทีแล้ว ..

ทันใดนั้นเด็กสาวทั้ง 8 ก็ถอดเสื้อผ้าออก !!

ใช่แล้ว พวกเธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ เริ่มจากถอดเสื้อ กระโปรง ออกจนเหลือแค่เสื้อเกาะอกตัวบาง กางเกงซับใน และมี 2 คนที่ไม่ได้ใส่เกาะอกมาเลยเหลือแค่ชุดชั้นใน (เฮือก !!)

ด้วยความตกตะลึง เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมาก และอยู่ต่อหน้าเต็มๆ พวกเราจึง .. ยืนหยุดดู (ฮะๆ)

คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกคนที่เดินผ่านไปมา ต่างก็หยุดยืนตะลึงไปด้วยกันกับประสบการณ์เด็กสาวเกาหลีเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูกลางวันแสกๆ เช่นนี้

แต่เด็กสาวทั้ง 8 ต่างไม่ได้สนใจสายตานับ 10 ที่จ้องมองอยู่ .. ไม่สิ พวกเธอไม่สนใจด้วยซ้ำ เพราะการเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทันขึ้นเวทีในเพลงต่อไป คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต

เวลาผ่านไป 30 วินาทีเห็นจะได้ ต้องชมว่าเปลี่ยนชุดกันได้เร็วจริงๆ 7 คนสิ่งขึ้นไปก่อน เหลืออีกคนที่เปลี่ยนชุดไม่ทัน และเพลงก็ขึ้นมาแล้ว เธอจึงตัดใจไม่ขึ้นเวทีไปกลางโชว์เพราะคงจะเสียจังหวะและอาจถูกตัดคะแนน

ส่วนฝูงชนที่ยืนตะลึงหยุดดูเด็กสาวเปลี่ยนเสื้อผ้านั้น .. ก็เดินทางใครทางมันต่อไปตามเส้นทาง แต่ภาพมันช่างติดตาจริงๆ ครับพี่น้อง >.,<

Wednesday, September 15, 2010

ยินดีต้อนรัก อำลาสิ่งที่ไม่ใช่รัก


ไปเจอ Postcard น่ารัก โดนๆ ชอบมาก .. ที่ร้าน "ที่อยู่ของจิตใจ" ตลาดน้ำ อัมพวา


Wednesday, September 08, 2010

ที่มาของ #2543 #2553




ถ้าใครเล่น Twitter วันนี้ (7 กันยายน 2553) จะพบว่ามี Tag ยอดฮิตสองตัวที่ชื่อ #2543 และ #2553 แล้วก็จะแปลกใจกับการนำปีสองปีนี้มาเล่นเป็นมุขกันมากมาย เพื่อเทียบอดีตกับปัจจุบัน

ตัวอย่าง





ส่วนตัวขอเล่นมั้ง




ถ้าจะถือว่าเป็นปรากฏการณ์เล็กๆ ก็น่าจะเรียกได้ ตามประสาประเทศเราที่ชอบตามกระแสกันอยู่แล้ว ผมลองพยายามหาที่มาที่ไปซักพักก็ได้ที่มาที่ไป ที่แบบคิดเองสรุปเองดังนี้


ที่มาอันน่าสงสัย

ถ้าดูตามสถิติแล้ว จะเห็นว่า #2543 และ #2553 นั้นเพิ่งจะเริ่มมีการเล่นกันในวันนี้นี่เอง ช่วงเวลาบ่าย 4 เป็นต้นมา ถ้ามาดูคนแรกที่ใช้ #2543 นั้นจะพบว่าเค้าคือ @kohsija





ซึ่งถ้าดูจากข้อความแล้ว ค่อนข้างจะตีความยากเหลือเกินว่า @kohsija จะเป็นผู้นำเทรนด์ #2543 จริงหรือไม่ ซึ่งการที่จะหาข้อมูลสนับสนุนได้คงต้องอาศัย tools เพื่อหาความสัมพันธ์ #2543




เมื่อดูจากกราฟข้างบนจะเห็นว่า สิ่งที่สัมพันธ์กับ #2543 อย่างมีนัยยะสำคัญคือ #2553 นั่นเอง ซึ่งก็เป็นไปตามที่เราพบเห็นว่ามีการเล่นกันมาตลอด เพียงแต่ไม่ได้ปรากฏชื่อของใครที่มีปริมาณมากพอที่จะเชื่อได้ว่าเป็นผู้สร้างเทรนด์ #2543 จริง

#ทวิต2543

จากนั้นเมื่อลองค้นหาลึกลงไปจะพบว่า จริงๆ แล้วก่อนที่จะมีการใช้ #2543 ในวันนี้ มี tweet ที่น่าสนใจอันหนึ่งของ @hlblb (นักเขียนหนังสือในเครือ a book)




ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ก็มี Tweetple ที่เป็น Big Name นั่นคือ @wongthanong (ผู้ก่อตั้ง a day ไบเบิลเด็กแนว) นำข้อความที่ @hlblb มา retweet ต่อหลายต่อหลายข้อความ





ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ Tag เอาไว้ แต่ก็เป็นการเริ่มต้นสร้างกระแสให้กับประเด็นว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2543 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เมื่อเข้าไปดูช่วงที่ #2543 มีการเพิ่มความนิยมขึ้นอย่างน่าสนใจนั่นคือช่วงเวลา 17.15 - 17.30 นั้น มีการใช้คำว่า 2543 และ 2553 จาก big name หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น @wongthanong , @iannnnn, @suckoja, @rawitat





ทำให้ตอนนี้ดูเหมือน #2543, 2543, [2543] หรือ ทวิต2543 นั้นกลายเป็นประเด็นหมู่ของการเล่นสนุกในวงกว้างไปแล้ว

2543, kohsija, hlblb

2543, 2553, wongthanong



เมื่อลองมาตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่าง #2543, @wongthanong, @hlblb เพื่อหาผู้นำเทรนด์ที่แท้จริง ก็พบว่าทั้ง 3 มีความเกี่ยวข้องกันจริง แต่ไม่ได้เยอะจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นเจ้าของ #2543 ได้จริง ต่างกับตอนที่มีคดีตัดสินยึดทรัพท์ ที่ #judgementday ถูกใช้คู่กับ @suthichai มาโดยตลอดทั้งวัน


แล้วจริงๆ มันคืออะไร ทำไมต้อง 2543, 2553 ?

เมื่อไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูล ก็คงต้องพิสูจน์ด้วยการวิเคราะห์เอาเอง (อาจจะเรียกว่าเดาก็ได้ครับ) โดยเนื่องจากคนที่เริ่มใช้ 2543 คือ @hlblb ซึ่งเป็นนักเขียนในเครือ a day และมีผู้ตามคือ @wongthanong ซึ่งก็เป็นเจ้าของนิตยสาร a day

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าประเด็นของมันคือเรื่องของ "a day"

เมื่อทดสอบเข้าเว็บของบริษัท DayPoets ก็พบกับโฆษณาที่ทำให้ร้องอ๋อ นั่นคือนิตยสาร a day กำลังจะจัดทำนิตยสารเล่มพิเศษ a day legend เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี a day !!




เมื่อดู ข้อมูลจาก wiki พบว่า a day เล่มแรกออกวางแผงในเดือน กันยายน 2543
และ a day legend นั้นกำลังจะมีการเปิดจองครั้งแรกในวันที่ 9 กันยายน 2553 หรือในอีกสองวันเท่านั้น

สรุปแล้ว การเล่น #2543 และ #2553 นั้นอาจจะเป็นการ tweet เพื่อเล่นกันเองในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับนิตสาร a day โดยภายหลังได้กลายเป็นการเล่นสนุกเพื่อมองย้อนเปรียบเทียบ 10 ปีในประเด็นต่างๆ ไปแทน

หรืออาจจะเป็นการโปรโมท นิตยสาร a day legend เพื่อให้เป็น viral marketing ในอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นไปได้ :D (ยินดีช่วยโปรโมทเต็มที่ ><)