Thursday, October 28, 2010

5 เหตุผลที่คุณควรออกเดทกับ Geek


ต้องขอบคุณหนังเรื่อง The Social Network ที่ดูเหมือนจะช่วยให้สาวๆ เข้าใจและสนใจจะลองคบกับบรรดา Geek ทั้งหลายมากขึ้น โดย Annie Scudder แห่ง PopSugar ได้รวบรวม 5 เหตุผลที่สาวๆ ควรจะลองเดทกับหนุ่ม Geek มาดังนี้

1. พวกเขาจริงใจ - Geek ส่วนใหญ่ใช้เวลาเล่นเกมส์มากกว่าจะมาเล่นสงครามประสาทกับคุณ ถึงพวกเขาจะเป็นพวกที่ไม่ช่ำชองเรื่องการออกเดทซักเท่าไหร่ แต่ถ้าตัดสินใจจะออกเดทกับใครก็แปลว่าเค้าพร้อมจะมีคุณเข้ามาในชีวิต
2. พวกเขาจัดการอุปกรณ์ได้ทุกชนิด - อยู่ดีๆ Wifi ก็ใช้ไม่ได้ ? หรือถ้าคุณฝันอยากนอนดูทีวีกับโฮมเธียเตอร์ดีๆ ซักชุดแต่สายไฟหลายสิบเส้นทำให้คุณกลัว พวกเขาช่วยคุณได้
3. พวกเขาซ่อมคอมพิวเตอร์ให้คุณได้ - ไม่ต้องไปเสียเวลารอสายจากฝ่ายบริการลูกค้า หรือไปต่อคิวยาวเหยียดในร้านซ่อมคอมพิวเตอร์อีกต่อไป ถึงแม้ว่าเขาจะยังซ่อมให้คุณในตอนนี้ไม่ได้ แต่เขาก็จะไปค้นหาวิธีมาทำให้จงได้เอง
4. พวกเขาช่วยเปิดโลกให้คุณ - การใช้เวลากับ Geek จะช่วยให้คุณรู้ว่าโลกเทคโนโลยีไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และข้อดีของพวกเขาคือถ้ารู้อะไรดีๆ เขาจะมาแชร์ให้คุณฟังแน่นอน
5. พวกเขาหาอะไรก็ได้ในอินเทอร์เน็ต - พวกเขาเป็นสุดยอดแห่งการใช้อินเทอร์เน็ต ถ้าหากคุณอยากจะวางแผนพักผ่อนในช่วงวันหยุด จองที่พัก หาร้านดินเนอร์ดีๆ ซักแห่ง  เขาจัดการทั้งหมดให้คุณได้  โรแมนติคไหมล่ะ

สาวๆ อ่านแล้ว อยากจะลองคบกับ Geek ดูบ้างรึเปล่านะ ?

ที่มา - TresSugar

Tuesday, October 26, 2010

[FAQ] 20 คำถามกับคลิปขอแต่งงาน



เนื่องจากช่วงนี้ยุ่งๆ และพอดีมีคนถามเกี่ยวกับ เรื่องที่คุณก็รู้ว่าเรื่องอะไร เข้ามาเยอะ จะไม่ตอบก็เกรงใจ แต่ตอบบ่อยก็เริ่มอยากทำระบบ replay ประโยคเดิม เลยขอทำเป็น FAQ ไว้ เผื่อเวลามีคำถามซ้ำๆ จะได้บอกรบกวนให้มาอ่านในบล็อคแทนครับ :)

1. วางแผนขอแต่งงานตั้งแต่อยู่เมืองไทยเลยรึเปล่า ?
ตอนอยู่เมืองไทยตั้งใจเพียงว่าช่วงที่ไปเที่ยวจะไปนั่งคิดและคุยกันเรื่องแต่งงาน แต่พอได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้ว คิดโน่นคิดนี่แล้ว ก็ได้คำตอบกับตัวเองว่า .. ไม่เห็นต้องรออะไรเลย ขอที่นี่เลยนี่แหล่ะ

ก็เลยเป็นสาเหตุที่ต้องไปหาซื้อแหวนที่อัมสเตอร์ดัมแทนที่จะซื้อมาจากเมืองไทย ก็วุ่นวายอยู่พักนึง

2. ฝ่ายหญิงรู้มาก่อนรึเปล่า หรือมีบอกใบ้อะไรรึเปล่า ?
ไม่รู้แน่นอน เก็บมิด ถ้าดูในวิดีโอจะเห็นว่าช่วงแรกหน้าเหวอๆ (55)

3. มีใครที่รู้ก่อนบ้าง ?
พี่ๆ ทุกคนที่ไปเที่ยวด้วยกันรู้หมด ยกเว้นเชอรี่

4. ใช้ตากล้องกี่คน ?
เนื่องจากเป็นการตัดสินใจแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ก็เลยต้องใช้ท่านพี่ๆ ทุกคนที่ไปเที่ยวด้วยกันเป็นตากล้องจำเป็น

- กล้องวิดีโอ (iPhone 4) 1 คน
- กล้องถ่ายภาพนิ่ง 3 คน
- แล้วก็พี่เลี้ยงเด็ก 1 คน (กันเด็กๆ วิ่งเข้ามา)

5. ทำไมต้องฝรั่งเศส ทำไมต้องหน้าหอไอเฟล ?
มีที่ไหนสวยกว่าที่นี่ด้วยเหรอ ? :)

6. ทำไมแชร์รูปน้อยจัง ? มีแค่สองรูป กับวิดีโอคลิปเดียว
แค่นี้ก็เขิลจะแย่ >////<

7. ก่อนขอมีแอบซ้อมบ้างรึเปล่า ?
สารภาพตามตรงว่า .. ซ้อมทุกวัน .. ในห้องน้ำ -_-"
ส่วนใหญ่ที่ซ้อมคือนั่งแล้วก็หยิบแหวน นึกไปก็ขำตัวเอง

8. บทพูดนี่ด้นสดหรือเตรียมไว้ก่อน ?
เตรียมไว้ก่อนแล้วในหัว แล้วก็ซ้อมพูดหน้ากระจกทุกวัน .. ในห้องน้ำ (อีกแล้ว)
แต่ที่เตรียมมา 100% พอถึงเวลาจริงได้พูดแค่ 30% คือแบบว่าตื่นเต้น เขิล และลืม

9. เลือกแหวนนานรึเปล่า ไปซื้อตอนไหน ?
มีวันนึงที่พี่ๆ พาไปเดินช๊อปที่อัมสเตอร์ดัม ก็ได้ช่วยกันวางแผน กลุ่มนึงพาเชอรี่ไปซื้อของ ส่วนเราก็ไปซื้อแหวน โชคดีที่ Netherlands เป็นแหล่งเพชรอยู่แล้ว เลยมีร้านเยอะ ก็เดินเลือกอยู่ชั่วโมงนึง ไม่ได้มีแบบในใจ แต่ใช้เซ็นส์ดูเอาว่าแบบไหนน่าจะเหมาะ

10. ราคาเท่าไหร่ ?
ไม่บอก .. อิๆ (ถามมาเยอะมาก)

11. ทำไมถึงเลือกขอแต่งงานแบบวิธีปกติ ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์หรือวิธี Geekๆ ?
จริงๆ เคยคิดมุขขอแต่งงานไว้เป็นสิบๆ แบบเลยนะ จดเอาไว้ด้วย แต่พอดีคิดไปคิดมาแล้ว วิธีไหนก็คงไม่สู้วิธีแบบธรรมด๊าธรรมดา แต่มันคลาสสิคที่สุดแล้วนี่แหล่ะ

ใครอยากจะขอสาวแต่งงานมาปรึกษาได้ มีมุขเก็บไว้เป็นกระบุง

12. เสื้อผ้า เตรียมชุดนี้มารึเปล่า ?
พอรู้ว่าจะขอในวันเสาร์ ก็บอกเชอรี่ว่าให้หาชุดสวยๆ ใส่วันเสาร์นะ แกล้งบอกไปว่าวันนี้ไปเที่ยวหลายที่ ถ่ายรูปมาจะได้สวยๆ

ปกติถ่ายรูปที่โน่นก็จะใส่เสื้อกันหนาว เพราะหนาวมาก แต่พอถึงเวลาก็ขอให้มาถ่ายรูปกันแบบถอดเสื้อกันหนาวออกดีกว่า

13. มีอุปสรรคอะไรบ้างด้านสถานที่ ?
มากมายมหาศาล .. ทีแรกเลือกวันกับสถานที่ไว้แล้ว แต่ปรากฏว่าวันเสาร์นั้นเป็นวันที่จะมีการประ้ท้วงใหญ่ที่ฝรั่งเศส คนจะออกมาเดินขบวนเป็นล้าน เราเลยกลัวเรื่องความปลอดภัย เกือบจะได้ไปขอที่ Disney Land แทนละ เพราะหนีม๊อบ

นอกจากนั้นก็มีพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกวันเสาร์ ซึ่งก็ตกจริงๆ แต่ตกหลังขอเสร็จ (โชคดีมาก)

14. ถ้าแผนล่มจะทำยังไง ?
กลับไปคิดแผน 2 ที่เมืองไทย

15. ทำไมเลือกเพลงรักไม่ต้องการเวลา ?
มีเสียงเปียโน เพลงเพราะ เข้าสมัย แล้วก็เปิดฟังด้วยกันบ่อยตอนอยู่ที่โน่น

16. วิดีโอใช้อะไรถ่าย แล้วใช้โปรแกรมอะไรตัดต่อ ?
(เข้าช่วงโฆษณา) วิดีโอทั้งหมดถ่ายโดยใช้ iPhone 4 ภาพมันสวยคมจริงๆ นะ แต่ไม่มี Image Stabilize ทำให้เวลาถ่ายไปเดินไปภาพมันจะกระตุกๆ

MV ใช้หลายโปรแกรมมาก ใช้ Keynote ทำตัวอักษรวิ่งไปมา, iPhoto แต่งรูปนิดหน่อย, Quick Time ใช้อัดหน้าจอเวลาอักษรวิ่งๆ แล้วสุดท้ายมาตัดฉับฉับที่ iMovie เมพ

17. ไม่ได้บอกพ่อแม่ก่อน ?
ไม่ได้บอกใครเลย ป๊าม๊ารู้เรื่องทาง FB (หาซื้อบัตรโทรศัพท์โทรกลับเมืองไทยไม่ทัน รู้ทาง FB ก่อน) ส่วนป๊าม๊าเชอรี่รู้หลังจากกลับมาแล้วโทรหา แต่พอรู้ทุกคนก็ยินดีด้วยอย่างมาก ^^

18. ไม่อายคนเหรอ ?
โคตรอาย ตอนนั้นมีฝรั่งยืนดูหลายคนด้วย บางคนก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแล้วยิ้มๆ .. แต่พอดีช่วงนั้นความรักมันทำให้ตาบอดอยู่ เลยมองไม่ค่อยเห็นอะไร ฮี๊วววววว

19. ถ้าเกิดขอแล้วไม่รับจะทำยังไง ?
อืม .. ก็คิดเคสนี้ไว้เหมือนกัน คือถ้าคุกเ้ข่าขอแล้่ว ปรากฏเชอรี่บอกว่าไม่รับ หรือขอคิดดูก่อน ก็จะบอกไปว่า ..
"ไม่เป็นไรนะ .. เข้าใจ รอได้ .. แต่ก็จะขอคุกเข่ารออยู่อย่างนี้แหล่ะ จนกว่าจะรับ"
ฮี๊ววววว \(^ o ^)/

20. สุดท้าย แล้วจะแต่งจริงเมื่อไหร่ ?
ยังไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ แต่น่าจะช่วงกลางๆ ปีหน้าครับ :)



ลองจับ Kindle & Samsung Galaxy Tab


บางเบา นุ่มสบาย
ได้มีโอกาสลองจับ 2 Gadget ที่มาแร๊งแรง หลายคนบอกทำมาแข่งกับ iPad แต่จริงๆ มันคนละตลาด เทียบกันยากเกิน

Kindle DX

  • เบามาก
  • E-Ink คือสุดยอดการอ่านในฝัน iPad ไม่มีทางสู้ได้ เคยแต่ดูรูปในเน็ต ถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองจะไม่มีทางเข้าใจ
  • เล่นเว็บช้า และแย่หน่อยที่มันมีแค่ขาวกะดำ
  • ต้องฝึกใช้ซักพักนึง ปุ่มต่างๆ วางตำแหน่งไม่ค่อยคุ้นมือ
  • ภาษาไทยหน้าตาประหลาดๆ
  • บางกว่าที่คิด
  • อนาคตไกล ไม่แปลกใจที่หนังสือใน Kindle ขายดีกว่าบน iPad มาก ถ้าใครอ่านหนังสือบน iPad ได้เกิน 1 ชั่วโมงขอปรบมือให้เลย (ปวดตา)
  • สรุป มันเอาไว้อ่านหนังสือ


อ่านกราฟก็ชัดสบายตา

ภาพใกล้ๆ ก็คมดีมาก
Samsung Galaxy Tab
  • หนามาก เมื่อเทียบกับขนาดจอ 7 นิ้ว ถ้ามาเทียบกับ iPad หรือ Kindle นี่แพ้ขาดลอย
  • หนักกว่าที่คิด
  • จอสวย คมมาก สีชัดสุดๆ น่าจะดีกว่า iPad
  • กล้องงั้นๆ แต่ก็ดีกว่าไม่มี
  • ลองใช้แล้วได้ประสบการณ์มือถือตัวใหญ่ มากกว่าจะเป็น Tablet
  • พริตตี้น่ารัก (อันนี้ไม่เกี่ยว)
  • สีสันของ Theme ออกแนวลูกกวาดไปนิด แต่ก็สไตร์ Samsung เค้าล่ะ
  • โทรศัพท์ได้ อันนี้น่าจะดี แต่ยังสงสัยว่าใครจะยกจอ 7 นิ้วมาแนบหู คงต้องซื้อหูฟัง bluetooth มาอีกตัว
  • ราคา 23,000 บาท แพงมากกกกก
จะหนาไปไหน
ถ่ายรูป ภาพพอใช้ได้
จอสวยคมมาก สมกับที่ขายทีวีจนรวย

ถึงแม้จะเล่นกันคนละตลาด แต่คิดว่าคงไม่มีใครเดินไปไหนมาไหนพกทีละ 3 ตัว .. iPad, Kindle, Galaxy Tab .. เพราะงั้นในเมื่อชีวิตต้องเลือก ก็คงจะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนไป แต่ดูยาวๆ แล้ว Galaxy Tab มาสู้ iPad ได้ยาก ส่วน Kindle น่าจะทำตลาดได้ดีจับกลุ่มคนชอบอ่านหนังสือเป็นหลัก


Friday, October 22, 2010

วิดีโอขอแต่งงาน




หลายคนอาจจะไม่รู้ ว่าผมกับเชอรี่รู้จักกันมา 16 ปีแล้ว ก่อนที่จะมาคบเป็นแฟนกันมา 5 ปี .. ด้วยเวลาที่ยาวนานขนาดนั้น ก็มีเรื่องราวหลายอย่างผ่านเข้ามา ทั้งสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ แต่เราก็ผ่านมาได้ด้วยกัน

เพราะอย่างนั้น ในวันที่เราสองคนตัดสินใจจะแต่งงานกัน จึงมีความหมายและความสำคัญมาก อาจจะมากกว่าวันแต่งงานจริงเสียอีก .. จะเรียกว่าเป็นวันที่ทั้งสองคนรอคอยก็ว่าได้

note: เนื่องจากเสียงเบามาก เลยขอตัดต่อเป็น MV เวอร์ชันซึ้งๆ แทน .. ขอเชิญรับชม :)

Thursday, October 21, 2010

My Thought on MacBook Air 2010



ในฐานะที่เป็นแฟนตัวยงของ MacBook Air เลยอยากขอเขียนถึง MacBook Air รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อคืนนี้ซักหน่อย

MacBook Air ถูกออกแบบมาให้บาง แต่ในความเป็นจริงแล้วความบาง ไม่สำคัญเท่ากับความเบา มันคือแมครุ่นที่เบาที่สุด พกพาสะดวกที่สุด และก็ใช้แล้วหล่อที่สุดด้วย (สำคัญมาก)

ผมซื้อ MacBook Air รุ่นแรก ในราคาเฉียด 7 หมื่นบาท พอมาเห็นน้องแอร์รุ่นใหม่ไฉไลกว่าเดิมในราคาถูกมากแค่ $999 เลยอดที่จะอิจฉาและเชียร์ให้ซื้อไม่ได้

  • แน่นอนมันเน้นคนพกพาสะดวก ถ้าดูแต่สเป็คมันไม่เทพอยู่แ้ล้ว
  • แต่ผมก็ใช้น้องแอร์นี่แหล่ะมาตลอด ทั้งเรียน ทำงาน เขียนเว็บ ตัดต่อวิดีโอ แต่งภาพ สเป็คเท่านี้ทำได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา ยิ่งรุ่นใหม่มีการ์ดจอ 3 มิติมาให้ด้วยยิ่งเจ๋ง
  • เบากว่าเดิมนิดหน่อย แต่นี่ก็เบามากๆ แล้ว ผมใส่ในเป้แล้วเดินเที่ยวตลอดวันตอนไปญี่ปุ่นรึอังกฤษไม่รู้สึกหนัก ลองนึกภาพถ้าเป็นรุ่นอื่นนี่ นรกชัดๆ
  • ปัญหาหลักของ MB Air ทุกรุ่นก่อนหน้าเลยคือเรื่องความร้อนจากการอ่าน HDD ถ้าไปลองกดอ่านใน forum ของแอปเปิลจะเห็นคนโพสต์ด่าตรึม (ผมล่ะคนนึง) .. รุ่นใหม่แก้ทางด้วยการใช้ Flash Memory แทน
  • จริงๆ แล้ว Flash นี่เร็วมาก เล็กกว่า เบากว่า HDD หลายเท่า ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อน เป็นตัวเดียวกับที่ใช้บน iPad, iPhone
  • USB 2 Port กรี๊ดดดดด ไม่โดนแซวแล้ว
  • ไม่มี backlit keyboard เวร
  • มีช่องเสียบ SD Card
  • ลำโพง Stereo (ของเดิม Mono)
  • ช่องเสียบหูฟังถ้าเสียบหูฟัง iPhone จะเพิ่มลดเสียงและใช้เป็นไมค์ได้
  • การ์ดตอ Nvidia GeForce 320M สำคัญมาก ในเว็บแอปเปิลโชว์ว่าเล่น Call of Duty 4 ไม่กระตุก (เครื่องเดิมเป็นการ์ดจอ on board)
  • CPU กับ Ram ไม่ต่างจากเดิม
  • แบตโคตรอึด 7 ชั่วโมง คือโน๊ตบุ๊คปกติอยู่ได้ 2 ชั่วโมงก็เก่งแล้ว ส่วน MB Air รุ่นแรกอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมงแค่นั้น
  • สุดท้าย ราคาถูกมาก เริ่มที่ 34,900 บาท (ราคานศ. 32,900) 

สรุปถ้าถามว่าคุ้มไม๊ ? คุ้มโคตรอ่ะ

ในตอนนี้ราคาเท่ากันกับ MacBook สีขาวเลย แต่ถ้าถือ MB Air นี่หล่อกว่าเยอะ ที่สำคัญคือมันเบามาก โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามันเป็นแมคที่ราคา / ประสิทธิภาพ / ความเบา / ความเท่ห์

MacBook Air 2010 คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดแล้วครับ






Tuesday, October 19, 2010

แล้วผมก็ขอเธอแต่งงาน


วันนี้ เวลา 14.32 น. นครปารีส ผม @Khajochi 
ได้คุกเข่าขอ @CherryJaJa แต่งงาน .. 

เธอตอบตกลง


Wednesday, October 13, 2010

เมื่อหนุ่มดัชต์พบสาวไทย

อยู่เนเธอร์แลนด์ไม่มีเวลาเขียนบล็อค เลยใช้เวลาว่างบนรถนั่งตัดต่อวิดีโอบนไอโฟน .. เออ iMovie นี่มันใช้ง่ายจริงๆ จับวาง ปรับโน่นนี่แป๊บเดียวได้วิดีโองามๆ อันนึงละ

หลานหนุ่มกับหลานสาวน่ารักไม๊ ? ^^



Thursday, October 07, 2010

อยากได้ยินว่ารักกัน




โดยเฉลี่ยนผมใช้เวลาอยู่บนรถตู้วันละ 1 ชั่วโมงได้ ทั้งขาไปและกลับบ้าน บางครั้งก็ต้องรอให้ถึงรอบที่รถออกหรือคนมานั่งจนเต็ม รวมหนึ่งอาทิตย์ก็ 5 ชั่วโมง หนึ่งเดือนก็ 25 ชั่วโมง

ตั้งแต่เริ่มเรียนโทก็ไม่ค่อยจะมีเวลาดูหนังซักเท่าไหร่ เพราะงั้นทางออกที่ดีสำหรับการเคลียร์รายการหนังต้องดูทั้งหมด คือโหลดลง iPad แล้วนั่งดูบนรถตู้แทน

จริงๆ ดูจบไปหลายเรื่องแล้ว แต่ลืมเขียนรีวิว -_-"

อยากได้ยินว่ารักกัน เป็นเพลงระดับคลาสสิคของ อัสนี & วสันต์ โชคดีที่เกิดทันและยังได้ยินกับเพลงนี้ จำได้ช่วงที่ออกอัลบั้มนี้ใหม่ๆ จะได้ยินเพลงนี้บ่อยมากแทบทุกวัน กลายเป็นเพลงสามัญประจำบ้านสำหรับบอกรัก และยังคงรออยู่ไปเลย

อยากดูเรื่องนี้ในโรงแต่ไม่ได้ดู เพราะมี กาย (ลูกชายสุดหล่อของมาช่า) แสดงด้วย รู้สึกว่ามันหล่อแสร็ดดด รับไม่ได้ .. ฮา
  • เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ เพราะเข้าโรงและออกไปแบบเงียบๆ
  • ง่ายๆ พระเอกเป็นผู้ชายธรรมดาๆ เงียบ ติ๋ม ในแบบที่สาวไม่ชอบ ไปแอบรักนางเอกที่ขายของร้านใกล้ๆ กัน บังเอิญว่านางเอกเป็นแฟนของเพื่อนสนิทพระเอกอีกที แอบชอบแฟนเพื่อนว่างั้นเถอะ
  • เรื่องซับซ้อนกว่านั้นหน่อย เพราะพระเอกดันไม่รู้ว่านางเอกเป็นแฟนของเพื่อนสนิท แต่อ้าว คนมันรักไปแล้วจะให้ทำยังไง แถมตอนนี้ทั้งสองคนกำลังมีปัญหากันอยู่ด้วย
  • นางเอกน่ารักมาก (เมย์ รุจิภาส ก่อเกียรติ) เป๊คสุดๆ หมวย สวย ติสต์ ร่าเริง ดูแล้วเคลิ้มมมมม
  • หนังแปลกดี เอาเนื้อร้องในแต่ละท่อนของเพลง อยากได้ยินว่ารักกัน มาทำเป็นบทหนัง
  • "สิ่งที่ฉันไม่รู้ สิ่งที่ฉันไม่ค่อยรู้ ก็หัวใจของคน" เพิ่งได้เจอกัน ไม่รู้ใจกัน รู้แต่ว่าชอบ
  • "อ่านหนังสือเล่มไหน วนเวียนวกวน แต่ไม่นานยังเข้าใจ" เริ่มเป็นเพื่อนกัน สนิทกัน แต่ก็ยังไม่รู้ใจ
  • หนังอารมณ์ประมาณเพื่อนที่แสนดี แต่แอบรักแฟนเพื่อน
  • คอยช่วยเหลือให้ทั้งสองกลับมาดีกัน แต่ตัวเองได้แต่กลับไปเจ็บอยู่คนเดียว .. โอววว พระเอ๊กพระเอก
  • นางเอกน่ารักมาก ย้ำครั้งที่สอง
  • ภาพสวย วิวดี เพลงเพราะ
  • นักแสดงเล่นแข็งทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
  • แต่ก็ยังออกมาดูดี ดูได้เพลินๆ แอบคอยลุ้นให้นางเอกมาชอบพระเอกบ้าง
  • และแอบแช่งให้มันเลิกกันกับแฟนได้แล้ว
  • ได้อารมณ์เจ็บๆ ว่าคือเค้ารักกันได้เพราะเราช่วยให้เค้าคืนดีกัน โฮกกกก
  • สุดท้ายแล้ว การได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้วล่ะนะ
  • แต่ถึงอย่างนั้น .. นางเอกน่ารักมาก ย้ำครั้งสุดท้าย
หนังดูสนุกดี ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่แนะนำให้ลองหามาดู



น้องเมย์ ขาวหมวย อร๊ายยยยย >////<

รักสามเส้าของสามคนแรก คนสุดท้ายไม่เกี่ยว
ทำดีเพื่อให้เค้าได้รักกัน กรี๊ดดด พระเอกแสรดดดด

น่ารักเน๊อะ

นั่งเรือข้ามฟากยังสวย



Wednesday, October 06, 2010

เพื่อนที่ชื่อว่าความเหงา

ถ่ายเมื่อปีที่แล้ว ในคืนเหงาๆ
ช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมลองเล่นสนุกกับตัวเองโดยการลองเที่ยวคนเดียวไปในหลายๆ ประเทศ (บล็อคเก่า - Backpack Europe - Day #0 )

เวลาเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็มักจะเล่าด้วยความสนุก ออกแนวผจญภัย น่าตื่นเต้น .. แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีอีกมุมที่ไม่ได้บอกใครเหมือนกัน อาจจะเรียกว่ามุมเหงามั้ง

ปกติจะเป็นคนชอบไปไหนมาไหนคนเดียวจนชิน ดูหนังคนเดียวเป็นเรื่องปกติ ไม่เคยเหงาเพราะคุยกับตัวเองเก่งมาก แต่คืนนั้นที่ฝรั่งเศส ผมก็เพิ่งได้รู้ว่าความหมายของคำว่าเหงานี่มันมีความหมายมากเลยนะ

อาจจะเพราะกองเหล็กที่อยู่ตรงหน้า แสงไฟวาววับ ผู้คนรอบข้าง และอากาศหนาวเหน็บ มันทำให้รู้สึกว่า มันช่างโรแมนติคจริงๆ เลยนะ .. ผมนั่งกอดเข่ามองหอไอเฟลอยู่ซักพักหนึ่ง จนแถวนั้นไม่มีใครผ่านไปมาแล้ว

"สวยจังเลยนะ .. ว่าไม๊"
ผมบอกกับตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะหันไปบอกให้ใครฟัง
คงไม่มีฝรั่งคนไหนฟังประโยคนี้ออก จะโทรไปไหนก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินค่าโทร

หันซ้าย .. ว่างเปล่า
หันขวา .. ว่างเปล่า

"ช่างมันเถอะ ก็อยากมาคนเดียวนิ" ผมคิดในใจ

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป คืนนี้ไม่มีโปรแกรมไปไหน ไม่มีไกด์ทัวร์บอกให้ทำอะไร มีแต่ใจอยากบอกว่าโอกาสจะได้มานั่งเล่นในที่แบบนี้คงไม่ได้มีบ่อยๆ (อาจจะครั้งเดียวในชีวิต)

ลมที่นี่หนาวจัง แสงตรงหน้าทำไมมันสว่างจังนะ ท้องฟ้าไม่มีดาวเลย แต่มีพระจันทร์เกือบเต็มดวง

"เหงาจังเน๊อะ" ประโยคที่คุยกับตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป

ทำไมถึงคิดถึงคำนี้ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันออกมาเอง

เคยอ่านในหนังสือเล่มนึงเค้าบอกว่า
"ความเหงา สามารถฆ่าคนเราได้"

ตอนนี้ผมเริ่มจะเชื่อขึ้นมาแล้ว

"เหงาว่ะ .. โคตรเหงาเลย .." พูดกับตัวเองอีกครั้ง แล้วก็ก้มหน้ากอดเข่าหลับตา บางทีอากาศหนาวๆ ก็ทำให้คนเราฟุ้งซ่านได้ไม่เบาเหมือนกัน

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายผมก็เข้าใจความหมายของคำว่า "เหงา" ได้ขึ้นมาจริงๆ แล้ว
นึกถึงเพลงพี่โน๊ต เคยแต่งไว้ตอนเดี่ยว 1 .. เพื่อนที่ชื่อว่าความเหงา


มีเสียงหัวเราะ มีทั้งรอยยิ้มตั้งแยะและของขวัญ
มีฉัน มีเธอ มีเค้าทุกโมงยาม
มาล้อมชีวิตให้เคล้า ให้ครื้น ให้ครึก ให้โครมคราม
แต่ฉันยังถามตัวเองอยู่ทุกที

มันเหงา มันหงอยบ้างไหม มาใช้ชีวิตแค่ลำพัง
มาฟังตัวเองอย่างนี้
ที่ทั้งจะแสง จะสี และเสียงสะท้านด้วยดนตรี
แต่ฉันมันดูเดียวดาย

แต่มีอีกคนที่เป็นเพื่อนกัน
ทุกๆวันยังคอยเฝ้าตามฉันมา
เหงาเมื่อไหร่ก็ตรงมาหา ทักทายไม่มีเว้น
ได้พูด ได้คุย กอดคอเหมือนเดิม
เหมือนมาเติมตัวตนที่เราเคยเป็น
เพื่อนคนนี้ไม่มีใครเห็น เพราะเค้าคือ .. ความเงียบงัน



ปล. อีกไม่กี่วันจะได้ไปนั่งตรงนั้นอีกครั้งนึง .. แต่คราวนี้ไม่ได้ไปคนเดียวแล้วนะ :)


Tuesday, October 05, 2010

Wall Street : Money Never Sleeps .. แต่ตรูจะ Sleep แล้วนะ



หนังที่ทำเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ โดยเฉพาะหุ้น ถือเป็นของหายากมาก อาจจะเพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาขาย หรือทำยังไงให้มันน่าสนใจ ผู้กำกับส่วนใหญ่เลยหันไปทำหนังแอ๊คชัน ดราม่า การ์ตูนกันหมด

เนื่องจากไม่ได้ดูภาคแรก ซึ่งก็เป็นหนังเก่ามากแล้ว ก็แอบเสียวๆ อยู่ว่าจะดูไม่เข้าใจ
  • Wall street ในที่นี้ไม่ใช่สถาบันสอนภาษา แต่อย่างใด 
  • เนื้อเรื่องง่ายมาก ล้างแค้นกันไปล้างแค้นกันมา โดยใช้หุ้นเป็นอาวุธ 
  • ตอนไปดูดันลืมเอาแว่นไปด้วย เลยฟังเอาเป็นส่วนใหญ่ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง 
  • ชอบ Michael Douglas แสดงดี แก่แต่เก๋า 
  • หนังไม่ได้พูดถึงอำนาจของเงินซักเท่าไหร่ ดันไปเน้นการแก้แค้น การปล่อยข่าวลือโจมตีกัน แล้วก็เรื่องครอบครัว 
  • ไม่มีฉากไหนที่ดูแล้วรู้สึกอินเลย เฉยมาก 
  • มีความรู้เรื่อง วิกฤติหุ้นฟองสบู่ dot com แตก ปี 2001 กับวิกฤติ subprime ปี 2009 จะดูรู้เรื่องขึ้น 
  • คนอเมริกันนี่มันวัตถุนิยมจริงๆ 
  • เงินเป็นสิ่งที่มีเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ ถ้าเราไม่รู้จักคำว่าพอเพียง 

หนังเฉยๆ ไม่ได้สนุกอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้แย่สุดๆ ถ้าเลือกได้ ไปดูหนังผีอาจจะดีกว่า

Michael Douglas เท่ห์โคตร

ภาคเก่า ได้ยินมาว่าดีมาก ยังไม่เคยดู หวังว่าจะดีกว่าภาคนี้