Wednesday, October 06, 2010

เพื่อนที่ชื่อว่าความเหงา

ถ่ายเมื่อปีที่แล้ว ในคืนเหงาๆ
ช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมลองเล่นสนุกกับตัวเองโดยการลองเที่ยวคนเดียวไปในหลายๆ ประเทศ (บล็อคเก่า - Backpack Europe - Day #0 )

เวลาเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็มักจะเล่าด้วยความสนุก ออกแนวผจญภัย น่าตื่นเต้น .. แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีอีกมุมที่ไม่ได้บอกใครเหมือนกัน อาจจะเรียกว่ามุมเหงามั้ง

ปกติจะเป็นคนชอบไปไหนมาไหนคนเดียวจนชิน ดูหนังคนเดียวเป็นเรื่องปกติ ไม่เคยเหงาเพราะคุยกับตัวเองเก่งมาก แต่คืนนั้นที่ฝรั่งเศส ผมก็เพิ่งได้รู้ว่าความหมายของคำว่าเหงานี่มันมีความหมายมากเลยนะ

อาจจะเพราะกองเหล็กที่อยู่ตรงหน้า แสงไฟวาววับ ผู้คนรอบข้าง และอากาศหนาวเหน็บ มันทำให้รู้สึกว่า มันช่างโรแมนติคจริงๆ เลยนะ .. ผมนั่งกอดเข่ามองหอไอเฟลอยู่ซักพักหนึ่ง จนแถวนั้นไม่มีใครผ่านไปมาแล้ว

"สวยจังเลยนะ .. ว่าไม๊"
ผมบอกกับตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะหันไปบอกให้ใครฟัง
คงไม่มีฝรั่งคนไหนฟังประโยคนี้ออก จะโทรไปไหนก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินค่าโทร

หันซ้าย .. ว่างเปล่า
หันขวา .. ว่างเปล่า

"ช่างมันเถอะ ก็อยากมาคนเดียวนิ" ผมคิดในใจ

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป คืนนี้ไม่มีโปรแกรมไปไหน ไม่มีไกด์ทัวร์บอกให้ทำอะไร มีแต่ใจอยากบอกว่าโอกาสจะได้มานั่งเล่นในที่แบบนี้คงไม่ได้มีบ่อยๆ (อาจจะครั้งเดียวในชีวิต)

ลมที่นี่หนาวจัง แสงตรงหน้าทำไมมันสว่างจังนะ ท้องฟ้าไม่มีดาวเลย แต่มีพระจันทร์เกือบเต็มดวง

"เหงาจังเน๊อะ" ประโยคที่คุยกับตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป

ทำไมถึงคิดถึงคำนี้ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันออกมาเอง

เคยอ่านในหนังสือเล่มนึงเค้าบอกว่า
"ความเหงา สามารถฆ่าคนเราได้"

ตอนนี้ผมเริ่มจะเชื่อขึ้นมาแล้ว

"เหงาว่ะ .. โคตรเหงาเลย .." พูดกับตัวเองอีกครั้ง แล้วก็ก้มหน้ากอดเข่าหลับตา บางทีอากาศหนาวๆ ก็ทำให้คนเราฟุ้งซ่านได้ไม่เบาเหมือนกัน

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง สุดท้ายผมก็เข้าใจความหมายของคำว่า "เหงา" ได้ขึ้นมาจริงๆ แล้ว
นึกถึงเพลงพี่โน๊ต เคยแต่งไว้ตอนเดี่ยว 1 .. เพื่อนที่ชื่อว่าความเหงา


มีเสียงหัวเราะ มีทั้งรอยยิ้มตั้งแยะและของขวัญ
มีฉัน มีเธอ มีเค้าทุกโมงยาม
มาล้อมชีวิตให้เคล้า ให้ครื้น ให้ครึก ให้โครมคราม
แต่ฉันยังถามตัวเองอยู่ทุกที

มันเหงา มันหงอยบ้างไหม มาใช้ชีวิตแค่ลำพัง
มาฟังตัวเองอย่างนี้
ที่ทั้งจะแสง จะสี และเสียงสะท้านด้วยดนตรี
แต่ฉันมันดูเดียวดาย

แต่มีอีกคนที่เป็นเพื่อนกัน
ทุกๆวันยังคอยเฝ้าตามฉันมา
เหงาเมื่อไหร่ก็ตรงมาหา ทักทายไม่มีเว้น
ได้พูด ได้คุย กอดคอเหมือนเดิม
เหมือนมาเติมตัวตนที่เราเคยเป็น
เพื่อนคนนี้ไม่มีใครเห็น เพราะเค้าคือ .. ความเงียบงัน



ปล. อีกไม่กี่วันจะได้ไปนั่งตรงนั้นอีกครั้งนึง .. แต่คราวนี้ไม่ได้ไปคนเดียวแล้วนะ :)


0 comments: