Monday, January 10, 2011

My Thought on Mac App Store


แอปเปิลเปิดตัว Mac App Store ไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรเพราะเราเห็น App Store กันมาเกือบจะ 3 ปีแล้วตั้งแต่ iPhone 3G แล้วช่วงหลังโครงสร้าง App Store ก็กลายเป็นเทร็นด์ให้ทุกค่ายเริ่มทำตาม ทั้ง Android, Black Berry, Windows Phone หรือแม้แต่ Bada หรือ Symbian

เพียงแต่คราวนี้โครงสร้าง App Store ย้ายจากโทรศัพท์มือถือมาลงที่คอมพิวเตอร์ตามบ้านแทน

เท่าที่ลองเล่นดูก็พบว่ามันทำงานได้อย่างที่มันควรจะเป็น แต่รู้สึกว่าอนาคตของโครงสร้างการซื้อขายแอพพลิเคชั่นน่าจะพลิกไปมากนับจากนี้


  • โปรแกรมจะขายได้มากขึ้น เพราะมันซื้อง่ายมาก ค้นหาโปรแกรมก็ง่ายมาก ซื้อแล้วลงโปรแกรมให้เลย ไม่ต้อง Install เอง ผมเคยเห็นคุณลุงหลายคนหรือสาวๆ กดเข้าไปซื้อโปรแกรมใน App Store กันเป็นว่าเล่น
  • ระยะทางในการซื้อโปรแกรมสั้นมากเพียงหนึ่งคลิ๊ก เริ่มหมดยุคไปเดินตามร้านเพื่อเลือกซื้อโปรแกรมแล้ว
  • โมเดลการขาย แอพราคาถูก แต่เน้นจำนวนมากๆ จะเริ่มระบาด คงไม่ต้องพูดถึง Angry Bird หรือ Cut The Rope แต่เกมส์อย่าง Chopper 2 จากค่าย Majic Jungle Software ซึ่งโนเนมมาก มียอดขายวันแรกใน Mac App Store $30,000 (หนึ่งล้านบาทในหนึ่งวัน .. โปรดฟังอีกครั้ง หนึ่งล้านบาทในหนึ่งวัน) ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือขายราคา $0.99 ในขณะที่โปรแกรมอื่นขาย $2.99 ขึ้นไป
  • คนจะหันมาซื้อโปรแกรมลิทสิทธิ์กันมากขึ้น
หน้าจอโปรแกรมแนะนำใน Mac App Store

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไปที่ไหน .. Angry Bird จะตามคุณไปทุกหนทุกแห่ง หึๆ
  • โปรแกรมจากค่ายเล็กๆ จะมีบทบาทมาก คนเริ่มซื้อตาม User Review, Top Chart และการบอกต่อมากขึ้น
    • ถ้าใครซื้อเกมส์บนไอโฟนจะรู้เลยว่าเกมส์จากค่ายใหญ่อย่าง EA ที่มัวแต่พอร์ทเกมส์ดังคอนโซลมาลงมือถือ มียอดขายไม่ติดฝุ่นเกมส์เล็กๆ แต่มากไอเดียอย่าง Doodle Jump, Angry Bird, Cut the Rope
    • สงครามแย่ง Developer จะรุนแรง
    • บริษัททำเกมส์จะเน้นทำลงทุกแพลตฟอร์มมากขึ้น แต่กลุ่มที่ทำโปรแกรมจะแยกค่ายชัดเจน
  • พ่อค้าคนกลางจะเริ่มหายไป ร้านที่ซื้อซอฟท์แวร์มาขายอย่าง Zest, ไดโนเสาร์ จะเริ่มอยู่ลำบาก
    • เช่นเดียวกับที่เกิดในอุตสาหกรรมเพลงตอนนี้ อย่าง iTunes vs Tower Record
    • และกำลังจะเกิดกับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ iBook, Kindle vs Kinukiya, SE-ED, Asia Book
    • แต่กับเมืองไทย เพลง หนัง และหนังสือ ยังไม่ชัดเจนมาก แต่กับแอพมันมาแล้ว
  • สงครามระหว่างคนกลางกับผู้ผลิตโปรแกรมจะมากกว่าที่เป็นอยู่ ประเด็นการ Approve, Reject, 2 มาตรฐาน

ผมไม่ค่อยห่วงประเด็นที่หลายคนบ่นว่ามันจะทำให้โปรแกรมพวก Beta หายไป เพราะปีที่แล้วผมซื้อ Cartoon War กับ Game Dev Story จากการที่โหลดเวอร์ชันฟรีมาเล่นก่อน แล้วค่อบซื้อตัวจริง

แต่ที่น่าห่วงคือกลุ่มซอฟแวร์ Open Source, Tools เล็กๆ น้อยๆ ทั้งหลายจะวางตัวเองอยู่ในโลกของ App Store ได้ยังไง การที่ VLC ถอนตัวเองจาก iOS App Store ก็เป็นตัวอย่างที่ดี


ไม่มี Apple ID ไม่มีสิทธิ์


ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าต่อไป ผมต้องเปิด App Store แล้วจะมีโปรแกรมอย่าง Eclipse, AppServe, HandBreak ให้โหลดได้ยังไง ในเมื่ออย่าง Eclipse เองก็มีเป็น 10 project ให้เลือก แล้วในแต่ละ project ก็มีหลายเวอร์ชัน หลายแพลตฟอร์มให้เลือก

เราอาจจะได้เห็นหลายบริษัทอาศัยช่องว่างตรงนี้ ทำโปรแกรมที่ดีใกล้เคียงกับพวก VLC, HandBreak แล้วขายถูกๆ แค่ $0.99 จนกลายเป็นโปรแกรมยอดฮิต จนกินส่วนแบ่งโปรแกรม Open Source หมดไปก็ได้

แหม่ !! มันน่าติดตาม จนแทบจะกระพริบตาไม่ได้จริงๆ นะครับท่านผู้ชม !!



0 comments: