Wednesday, March 30, 2011

รีวิว: Confession [JP 2010] - อีนี่โหดอย่างแร๊งส์


กรุณาอ่านบทภาพยนต์ 10 บรรทัดต่อไปนี้อย่างตั้งใจ

ในวันสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน ยูโกะ อาจารย์ประจำชั้นในโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่ง กำลังยุ่งอยู่กับการแจกนมให้กับเด็กๆ ที่กำลังนั่งเม๊า แกล้งเพื่อน กดโทรศัพท์กันอยู่ในห้องเรียนอย่างสนุกสนาน จากนั้นเธอเดินมาที่หน้าชั้น พูดกับนักเรียนทุกคนว่า วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของเธอในฐานะครูประจำชั้น และอยากจะสอนบทเรียนสุดท้ายให้กับทุกคน

ยูโกะเล่าให้ฟังว่าเธอมีลูกสาวที่น่ารัก อายุ 4 ขวบคนหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกสาวของเธอจมน้ำตายอยู่ที่สระว่ายน้ำของโรงเรียน ตำรวจสรุปว่าลูกสาวเธอลื่นตกสระน้ำไปเอง แต่ไม่นานเธอกลับสืบทราบว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ ลูกสาวของเธอถูกฆาตกรรมโดยเด็กนักเรียนในห้องนี้สองคน เธอโกรธแค้น แต่จะไม่ไปแจ้งความกับตำรวจเพราะทั้งสองคนยังเป็นเยาวชนอยู่ จึงไม่โดนโทษหนัก ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจล้างแค้นแทนลูกของเธอ โดยในขั้นแรกนี้ เธอเริ่มจากการผสมเลือดของคนที่ติดเชื้อเอดส์ลงในนมที่นักเรียนเพิ่งกินเมื่อครู่นี้เอง และหลังจากนี้เด็กทั้งสองจะต้องโดนการแก้แค้น ที่ทำให้ต้องทุกข์ทรมาณไปตลอดชีวิต



ครูยูโกะ

....


เชื่อว่าหลายคนที่ได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ในขั้นต้นจะคิดเหมือนๆ กับผมว่า .. นี่มันหนังเชี่ยอะไรวะเนี่ย !! ><

Confession หรือคำสารภาพบาปของ Tetsuya Nakashima หนังสุดแรงที่สร้างจากนิยายขายดีคานาเอะ มินาโตะ ได้รับเลือกให้เป็นหนังตัวแทนประเทศญี่ปุ่นเข้าประกวดรางวัลออสการ์ปีที่ผ่านมา เข้าถึงรอบ 9 เรื่องสุดท้ายด้วยนะ อีกทั้งยังไปกวาดรางวัลจากเทศกาลหนังมาอีกนับไม่ถ้วน เนื่องจากหนังดังและเป็นที่พูดถึงกันมากจนต้องขอลองดูซักรอบนึง

[Spoil]
  • หนังเป็นแนว Psychological Thriller หรือแถวบ้านเรียกหนัง ติสต์+จิต
  • มีฉากแรงๆ ตามแบบฉบับหนังญี่ปุ่นอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นฉากโยนเด็ก 4 ขวบจมน้ำตาย, อาจารย์ฆ่าเด็ก, เด็กฆ่ากันเอง, แม่ฆ่าลูก, ลูกฆ่าแม่
  • แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่หนังคนบ้าไล่เอามีดแทงกันแน่นอน เพราะมันเหนือชั้นและดูดีมีชาติตระกูลกว่านั้นเยอะเลย
  • ทาคาโกะ มัตสึ (Takako Matsu) แสดงเป็นครูโรคจิตที่เอาอยู่มาก หน้านิ่ง ใจเหี้ยม
  • ไม่น่าเชื่อว่าหนังจิตๆ อย่างนี้จะขึ้นอันดับหนึ่ง Box Office ญี่ปุ่น 4 สัปดาห์ซ้อน แถมยังได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่นอีกด้วย คนดูและสมาคมภาพยนต์ของญี่ปุ่นนี่ใจกว้างดีแท้
  • ที่ไม่ชมไม่ได้คือเรื่องของภาพและการตัดต่อ ที่ต้องกราบจริงๆ ภาพมันสวยมาก
  • หนังเริ่มที่ความชั่วร้าย และก็จบที่ความชั่วร้าย ไม่ได้มีการกลับตัวกลับใจอะไรทั้งสิ้น ตัวละครเลวกันหมดหัวใจจริงๆ
  • หนังมี intro ที่ยาวที่สุดตั้งแต่เคยดูมา คือ 30 กว่านาที แต่เป็น 30 นาทีที่เล่าเรื่องได้สุดยอดมาก
เชื่อว่าหลายคนแถวนี้คงไม่ได้ดูและไม่อยากดูเรื่องนี้ แต่อยากรู้ต่อว่าหลังจากนั้นเป็นยังไง ก็จะเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า (ใครดูหนังแล้ว หรือคิดว่ากำลังจะหามาดูข้ามไปได้เลย) ...

ยูโกะจับได้ว่าคนที่ฆ่าลูกสาวเธอเป็นนักเรียนชาย 2 คน คือ A และ B แต่อย่างที่บอกว่าจะไปไล่ฆ่าเด็กก็คงไม่ดี จะแจ้งตำรวจก็ไม่สาสม เธอเลยผสมเลือดของคนติดเอดส์ใส่นมของเด็ก ถึงแม้จะรู้ว่าโอกาสติดเชื้อโคตรน้อย แต่ก็ยังไปบอกหน้าห้อง เพื่อขู่ให้เด็กกลัว (ซึ่งได้ผลโคตร)

A กลัวมาก จนเป็นบ้าอยู่ที่บ้าน ยูโกะวางแผนให้อาจารย์ประจำชั้นคนใหม่เข้าไปพูดย้ำๆ จน A บ้าหนักเข้า สุดท้ายแม่ของ A ทนไม่ไหว จะมาฆ่าลูกตัวเอง แต่พลาดโดนลูกฆ่าซะก่อน ตอนหลัง A โดนตำรวจจับไป

ส่วน B ใจแข็งมาโรงเรียนต่อได้ ยูโกะจึงวางแผนให้เพื่อนในห้องเกลียด และกลั่นแกล้ง B จนไม่มีใครคบ ตอนหลังยูโกะสืบทราบว่า B ถูกแม่ทิ้งมาแต่เด็กและมีปมอยากทำให้แม่กลับมามองตัวเองอีกครั้ง B เลยทำระเบิดเพื่อจะระเบิดตัวเองพร้อมเพื่อนๆ ในวันจบการศึกษา แต่ยูโกะรู้ทัน เลยแอบเอาระเบิดไปวางไว้ที่ห้องแม่ของ B ... B กดระเบิดในวันจบการศึกษา แต่กลับกลายเป็นไประเบิดแม่ของตัวเองตาย

ยูโกะเห็นเด็กทั้งสองบ้าจนแทบตกนรก ก็ดีใจ หันมาพูดกับกล้องตอนสุดท้ายว่า 
"นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น !!"


เยรดดดดดดดดดดดด

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นนี่น่ารักจริงๆ

เรื่องแกล้งกันในโรงเรียนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ตายเหี้ยน

น้องคนนี้เขาชื่อ Ai Hashimoto

ทาคาโกะเรื่องนี้เอาอยู่จริงๆ



Monday, March 28, 2011

วิธีดื่มกาแฟ ไอซ์คาราเมล แมกคิอาโต้ ที่ถูกต้อง


ผมเริ่มดื่มกาแฟมาตั้งแต่สมัยเรียนจบและเริ่มทำงานใหม่ๆ ก่อนหน้านั้นเป็นมนุษย์เกลียดกาแฟเพราะกินทีไรต้องมึนหัวและนอนหลับปุ๋ยไปทุกที (ทั้งที่จริงๆ ควรจะนอนไม่หลับใช่ไม๊)

เมื่อ 8 ปีก่อน วันนั้นเพื่อนชวนผมเข้าไปนั่งในร้าน Star Bucks ก็ตามประสาคนไม่กินกาแฟ เราก็แอบบ่นให้เพื่อนฟังว่า กาแฟอะไร(วะ) แก้วละเกือบร้อย แถมคนยังต้องต่อคิวซื้อกันอีก

"ถ้าเมิงอยากรู้ว่าทำไมกาแฟแก้วละเกือบร้อย ถึงมีคนมาต่อคิวซื้อ .. เมิงก็ลองดูซักแก้วสิ"
พูดเสร็จมันก็หัวเราะชอบใจ พร้อมกระดกกาแฟเข้าปาก

"เออ .. ได้ งั้นจัดมา แก้วไหนเจ๋งสุด เดี๋ยวไปลองเลย"
"ต้องนี่เลย ไอซ์คาราเมล แมกคิอาโต้"
"อะ อะไรนะ ??"
"ไอซ์คาราเมล แมกคิอาโต้"
"เมิงพูดช้าๆ ได้ไม๊ กาแฟบ้าอะไรชื่อยาวชิป"
"ไอซ์คาราเมล แมกคิอาโต้ โว้ย !!"

สุดท้ายมันทนไม่ไหว ลุกไปสั่งให้ผมมาแก้วนึงโดยไม่คิดค่าส่ง (อาจจะเพราะพนักงานสาวสาขานี้น่ารัก)

ภายนอก มันเป็นกาแฟหลายชั้น ชั้นแรกเป็นกาแฟ ชั้นที่สองเป็นนม ชั้นสุดท้ายเป็นคาราเมล
เนื่องจากมันมาเป็นชั้นๆ ผมเลยถามเพื่อนตัวดีว่า

"เฮ้ย ... กินไงวะ ?"
"นี่เลย เมิงต้องเปิดฝาออกก่อน แล้วก็เอาหลอดคนให้เข้ากัน แล้วก็กิน เข้าใจป่าว"


แล้วกาแฟแก้วแรกที่ทำให้หลังจากนั้นผมกลายเป็นคนติดกาแฟไปเลย คือ ไอซ์คาราเมล แมกคิอาโต้ (Ice Caramel Macchiato) หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าแมกคิอาโต้เย็น

...

..

หลายปีผ่านไป ผมยังคงกินกาแฟคาราเมล แมกคิอาโต้ ด้วยการถอดฝา แล้วก็คนจนเข้ากันอยู่เช่นเดิม
แต่ความเชื่อนี้ก็ต้องมาสั่นคลอน เมื่อปีที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังจะเปิดฝาแก้ว แล้วเอาหลอดมาคนกาแฟอยู่นั้น ..

"เดี๋ยวๆๆ คุณเอ็ม" เจ้าหน้าที่ร้าน True Coffee ที่สนิทกันเรียก
"เอ๋ ทำไมครับ ?"
"คือผมสังเกตมาหลายครั้งแล้ว เห็นคุณเอ็มต้องถอดแก้วมาคนทุกครั้งเลย จริงๆ บอกพนักงานให้ผสมมาแต่แรกเลยก็ได้นะครับ"
"อ่อ ครับ ขอบคุณครับ ... ว่าแต่ จริงๆ แล้วเค้ากินกันอย่างนี้เหรอครับ ทำไมไม่ผสมมาแต่แรก"

ว่าแล้วพนักงานของ True Coffee ก็สอนวิธีกินคาราเมล แมกคิอาโต้ ที่ถูกต้องให้ผมอย่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบอกว่าที่เค้าร่ำเรียนมาจากหลักสูตรกาแฟเมืองนอกแท้ มีขั้นตอนดังนี้

1. วางปลายหลอดไว้ที่ก้นของแก้ว พอดีกับคาราเมล
2. ดูดกาแฟขึ้นมาช้าๆ
3. เลื่อนหลอดที่อยู่ปลายแก้วให้ขึ้นมาทีละนิดๆ
4. กลับไปขั้นตอน 2 - 3 ทำอย่างนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุด

แล้วเราก็จะได้ลิ้มรสหวานของคาราเมล จากนั้นก็ความมันของนม แล้วตบท้ายด้วยความขมของกาแฟ ..

แม่เจ้าโว้ย กินโคตรยาก !!

วันนั้นผมพยายามลองกินคาราเมล แมกคิอาโต้แบบไม่ผสม ด้วยการยกหลอดขึ้นๆ ลงๆ ตามที่พนักงานสอน .. บางจังหวะกาแฟมากไปขมปี๋ บางจังหวะก็ซดนมเพียวๆ มาซะงั้น กินไปกินมา สุดท้ายทั้งแก้วเหลือแต่ชั้นกาแฟก้นแก้ว จะกินยังไงล่ะทีนี้ ขมปี๋เลย ><

หลังจากพยายามโซ้ยเจ้าคาราเมล แมกคิอาโต้อย่างถูกวิธีอยู่เกือบชั่วโมง ในที่สุดผมก็ได้สัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า ...

วิธีการดื่มไอซ์คาราเมล แมกคิอาโต้ ด้วยการคนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันนั้น ... เป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วครับ


Thursday, March 24, 2011

รวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจาก Suck Seed ห่วยขั้นเทพ



เป็นเรื่องปกติของตัวเองไปซะแล้วที่เวลาชอบหนังเรื่องไหนมากๆ มักจะไปหาโน่นนี่มาอ่าน ที่มาที่ไป ข้อสังเกตุทั้งเล็กและไม่เล็กทั้งหลาย แต่จะรู้คนเดียวคงไม่สนุก เลยอยากจะขอแบ่งปันให้ได้รู้โดยทั่วกัน

ข้อมูลหลายอย่างไม่ได้มาจากทีมงานโดยตรง ถูกบ้างผิดบ้างโปรดอภัย -/\-

Note: Update เรื่อยๆ ถ้าไปเจออะไรมาเพิ่มเติม

[Spoil]

:: เนื้อหาในหนัง ::
  • ฉากที่เอิญต้องโชว์โซโลกีตาร์ให้เพื่อนๆ ดู ทีแรกผู้กำกับได้เตรียมนักกีตาร์มืออาชีพมาเป็นสแตนอินไว้ในฉาก แต่ปรากฏว่าน้องแนทซึ่งไปซ้อมมาอย่างหนักเล่นได้ดีและเทพมาก จนไม่จำเป็นต้องใช้ตัวแสดงแทน
  • ในหนังชื่อของโรงเรียนช่วงม.ปลาย คือโรงเรียนเชตุพนบูรณะ ซึ่งไม่มีอยู่จริง แต่ชื่อย่อ ช.พ.ณ. เป็นชื่อย่อเดียวกับโรงเรียนเชตุพนศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนฉากที่ถ่ายทำในโรงเรียนถ่ายทำที่โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ (เป็นไปได้ว่าทีมงานเลยเอาชื่อทั้งสองโรงเรียนมารวมกันกลายเป็น "เชตุพนบูรณะ")
  • คุ้งบอกว่าไม่ได้ล้างสีที่เอิญทาใส่ แต่เป็ดเองก็ไม่ได้ล้างเช่นกัน สังเกตุที่เข่าซ้าย
  • การ์ดยูกิที่คุ้งเอาไปตัดเป็นปิ๊กคือ การ์ดบลูอาย ไวท์ ดราก้อน ซึ่งเป็นการ์ดหายากในตำนาน แสดงให้เห็นว่าการที่คุ้งยอมตัดการ์ดหายากขนาดนี้คือเอาจริงมากๆ (แต่ในหนังใช้การ์ดปลอม)
  • ฉากที่เอ๊กไปล้วงไข่ คนเฝ้าบู๊ทก็คือทอมที่ใส่ชุดแพนด้านั่นเอง
  • เอิญใช้ชื่อใน msn ว่า เอิญ มอริสัน เป็นการล้อนามสกุลของพ่อน้องแนท
  • ส่วนเป็ดใช้ชื่อใน msn ว่า เป็ด และมี display เป็นรูปเป็ดสีเหลือง
  • ชื่อนักดนตรีวง Arena ตั้งชื่อตามสถานที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่
    • โดม ธันเดอร์ (ธันเดอร์โดม)
    • ราช ฉมัง (ราชมังคลากีฬาสถาน)
    • เต็ม อิมแพค (อิมแพค เมืองทอง)
  • เป็ดถนัดมือซ้าย
  • เพลงที่เอิญอัดให้เป็ดตอนเด็ก
    • Sweet Child O' mind / Gun'n roses
    • Smell like teen spirit / Nirvana
    • Enter sandman / Metallica
    • อยากจะเห็นหน้าคุณ
    • ก่อน
  • ถ้าดูให้ดีๆ ฉากเพลงความเชื่อของพี่ตูน ตัวประกอบที่เล่นเป็นทีมงานใน scene นั้น มีผู้กำกับ(หมู ชยนพ) ตัวจริง อยู่ในนั้นด้วย และ คนที่เล่นเป็นทีมงานก็เป็นทีมงานจริงๆ เพียงแต่สลับเล่นตำแหน่งต่างๆ
    รั่วสุดๆ ไม่ต้องห่วงหล่อกันเลยเรื่องนี้
    บร๊ะเจ้าก็มา ยังคงความเมพไว้เสมอ

    เป็นการ์ตูนที่เทพมาก
    • คุ้งและเค ที่เป็นฝาแฝดกันในหนัง จริงๆ แล้วแสดงด้วยนักแสดงคนเดียวกันคือน้องพีช - พชร จิราธิวัฒน์ ทีมงานถ่ายสองรอบแล้วใช้เทคนิคตัดต่ออีกที (เนียนใช่ไหมล่ะ)
    • ฉากบ้านของเอิญไม่ได้ถ่ายทำที่เชียงใหม่ แต่เป็นที่ตลาดเมืองเพชรบุรี ชื่อร้านเสียงเพชร
    • ชื่อวงที่คุ้งตั้งใหม่ ในกระดาษเขียนว่า Suck Shit แต่พอเป็นภาพการ์ตูนขึ้นมา ชื่อวงกลายมาเป็น Suck Seed
    • คุ้งบอกเหตุผลที่ตั้งชื่อวงว่า "ซักซี๊ด" เพราะแปลว่าประสบความสำเร็จ คาดว่าคุ้งอยากจะเขียนคำว่า Succeed แต่เขียนผิดเป็น Suck Seed
    • เป็ดใส่เสื้อสีเขียวทั้งเรื่อง ยกเว้นฉากที่เลิกกับเอิญ กับฉากจบ
    • ฉากที่เอิญถามเป็ดทางโทรศัพท์ว่าคิดยังไงกับเธอ เป็ดตอบว่าไม่ได้ชอบแล้ว พอวางสายหนังก็ตัดไป แต่จริงๆ ฉากนี้มีต่อคือเอิญไปหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลง "เพื่อนสนิท" ของเอ็นโดฟิน แสดงให้เห็นว่าจริงๆ เอิญชอบเป็ดเหมือนกัน (ที่มาจากอัลบั้มเพลงประกอบหนัง)
    • เริ่มร้องตั้งแต่ท่อน "ปิดบังอยู่ตั้งนาน และมันอัดอั้นใจ ... " จนถึง ".. ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป ว่ารักเธอ"
    • คนขายกีตาร์แสดงโดยผู้กำกับ "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" พี่ปิ้ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม ส่วนลูกน้องของคนขายกีตาร์ก็คือ ไอ่เจื่อน ตัวละครจากเรื่อง "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" เช่นกัน
    • หนังเปิดตัววัยเด็กในวันที่พุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543
    • ทั้งหมดเริ่มเรียนม.ปลายในปี 47 เรียนจบ ม.6 ในปี 49 ส่วนงานเลี้ยงรุ่นเกิดในปีปัจจุบัน 53
    • งานเลี้ยงรุ่นจัดในวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553
    • ตอนจบของหนังช่วงที่เอ๊กตกเวที มีเป้ อารักษ์ โผล่หน้ามา และพูดประโยคเดียว "เหี้ย !!"
    • แต่ที่มาของเป้ เสลอ คือในฉบับการ์ตูน มีนักดนตรีคนนึงที่มาจีบเอิญ ในวันวาเลนไทน์เป้แต่งเพลงมาบอกรักเอิญท่ามกลางผู้คน เอิญเลยทำหน้าเย็นชาและตอบกลับไปว่า "เสล่อ" .. จึงเป็นที่มาของชื่ "เป้ เสล่อ"
    • ช่วงเครดิตหนังตอนท้าย มีมะเขือเทศ ปาเข้าไป และแตกออก ซึ่งมะเขือเทศแตกเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายของหนังห่วยของฝรั่ง ล้อกันชื่อหนังห่วยขั้นเทพ

    ร้านเสียงเพชร
    เป็ดใส่เสื้อเขียวเกือบทุกฉาก

    ชัดนักเรียนตัวย่อ ช.พ.ณ.



    :: นักแสดง ผู้กำกับ และทีมงาน ::

    • ผู้กำกับ คุณหมู-ชยนพ บุญประกอบ เคยเป็นสจ๊วตการบินไทย และปัจจุบันอายุแค่ 26 ปี เป็นรุ่นน้องนิเทศจุฬาฯ ของกลุ่ม 6 ผู้กำกับแฟนฉัน
    • Suck Seed เคยเป็นหนังสั้น ในโปรเจ็ค Thesis ของคุณหมูผู้กำกับสมัยเรียนจุฬา และก็มีรุ่นน้องทำภาคต่อมาอีก 2 ภาค ก่อนที่พี่เก้ง จิระ มะลิกุลซึ่งมาชมทุกปีจะเห็นแวว และเรียกผู้กำกับทุกภาคมาร่วมพัฒนาเป็นหนังใหญ่ ใช้เวลาพัฒนาเกือบ 2 ปี
    • น้องแนท ณัฐชา นวลแจ่ม เป็นลูกสาวแท้ๆ ของแหลม มอริสัน หรือที่รู้จักกันในชื่อกีตาร์คิง
    • แนทให้เวลาแคสกว่า 4 รอบกว่าจะได้บทเอิญ โดยที่ทีมงานไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นลูกสาวของแหลม มอริสัน แต่เห็นรูปจากในอินเทอร์เน็ตแล้วถูกใจ เลยขับรถไปแคสน้องแนทถึงบ้านที่พัทยา
    • ไม่น่าเชื่อว่าจริงๆ แล้วน้องแนทจะอายุมากที่สุดในวง คืออายุ 18 ปี ส่วนเอิร์ธอายุ 17 ปี พีชอายุ 16 ปี และเก้าอายุน้อยสุดคือ 15 ปี
    • น้องแนทเรียนอยู่ที่ปวช. 3 สาขาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนอักษรเทคโนโลยีพัทยา เคยได้รางวัลบุคลิกภาพดีเด่นฝ่ายหญิง บนเวทีประกวดสุดยอดคนพันธุ์อา ปีที่ 4
    • ช่วงเวลาที่เป็ดกำลังอินกับเพลง และมีศิลปินตัวจริงมาร้องอยู่ข้างๆ เป็นช่วงที่ผู้กำกับต้องการบอกว่าชีวิตของเป็ดกำลังมีจุดเปลี่ยนบางอย่างเกิดขึ้น
    • กีตาร์สีแดงที่คุ้งใช้ (น่าจะ)เป็นตัวเดียวกับที่ต้า พาราด็อกซ์ใช้ใน MV เพลงซักซี๊ดนึง
    • ส่วนเบสที่คุ้งให้เป็ดยืมเป็นเบสของพี่สอง พาราด็อกซ์
    • คุณครูวิชาร้องเพลงในตอนเด็ก คือ @B_e_W ซึ่งเป็น Acting Coach ของ GTH และทีมงานบริษัทนาดาวบางกอก ซึ่งแคสนักแสดงให้ GTH มาตลอด
    • เนื้อหาของ Suck Seed บางส่วนสร้างจากเรื่องจริง ตัวละครในหนังมีตัวตนจริงๆ ห้องซ้อมดนตรีบนร้านขนมปังก็มีอยู่จริง และห้อง 6/3 ในหนังจริงๆ คือห้อง 6/13 โรงเรียนเดียวกัน
    • ทีมงานที่ทำการ์ตูนในหนังเป็นบริษัท Blue Banana Studio ในเชียงใหม่ โดยทีมงานได้โจทย์ให้วาดการ์ตูนลายเส้นห่วยๆ แต่เทคนิคการเล่าขั้นเทพ ซึ่งยากมาก
    • วง Arena เคยประกวด hotwave จริงๆเมื่อ 4-5 ปีก่อน
    • เพลง ทุ้มอยู่ในใจ และเพลงที่ฉันไม่ได้แต่ง - เนื้อร้องและทำนองโดย ขจรเดช พรมรักษา (กบ) และ พูนศักดิ์ จตุรบุล (อ๊อฟ) สมาชิกในวง Big Ass
    • เพลงซักซี๊ดนึง แต่งเนื้อร้องและทำนองโดย อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา หรือ ต้า Paradox
    • น้องส้ม (อาส์~~~) ในหนัง คือน้องใบเฟิร์น อังค์วรา มงคลสมัย ดาราหน้าใหม่ที่คาดว่า GTH จะปั้นเป็นรายต่อไป
    • Update: Easter Egg ใน DVD Suck Seed ห่วยขั้นเทพ

    น้องส้มในหนัง
    แถมๆ

    ใบเฟิร์นกับเต้ย เหมือนกันยังกะแกะ

    ประโยคเด็ด
    • "เวลาฟังเพลง จะรู้สึกว่ามีเพื่อน" เอิญ 
    • "เพลงมีอยู่ 2 ประเภท คือเพลงแกรมมี่กับอาร์เอส" คุ้ง 
    • "แล้วของเป็ดล่ะ เป็นคำว่าอะไรเหรอ ?" , "............... น่ารัก" 
    • "ส้ม ....... อาส์~~~~" เอ็ก 
    • "นี่มันยุคของเราแล้ว !!" คุ้ง 
    • "น้องนี่ตาถึงนะเนี่ย" - เจ้าของร้านกีตาร์ 
    • "สวย.." , "อีเป็ดน่ะเหรอน้อง" , "ป่าว .. อินี่อ่ะ" - เป็ด 
    • "ป้า ขอเบียร์หน่อย ... ขอหลอดด้วยนะ" คุ้ง 
    • "กูจะลืมส้มให้ได้ แต่กูจะไม่มีวันลืมอีทอมนั่น !!" เอ๊ก 
    • "ปล่อยผม ..​ ผมจะร้องเพลงให้พี่ตูนฟังงงงงงง" เอ๊ก 
    • "คอนโดมีีเนียมคุณลุงถ้าวงชื่ออย่างนี้เข้ารอบได้ พวกเราก็เข้ารอบได้วะ" คุ้ง 
    • "แล้วเอิญล่ะ คิดยังไงกะเรา" , "คิดเองไม่เป็นเหรอ~~" 
    • "กูชอบเอิญก่อนมึงอีก" , "แล้วมึงทำไมไม่พูด" 
    • "นึกถึงวันเก่าๆ เน๊อะ" เอิญ 
    • "เราก็ยังเหมือนเดิมนะ" เอิญ 
    • "คนห่วยๆ อย่างมึง ลืมก็เหี้ยแล้ว" คุ้ง



    :: กลอน ::


    เช้าวันนี้ แสนสดใส เธอมาเช้า
    อากาศหนาว ฉันก็มา เช้าเหมือนกัน
    ฉันเดินตรง ไปหาเธอ นางในฝัน
    กดน้ำพลัน แสนโชคดี เย็นชื่นใจ

    ......................................................


    ตอกตะปู นั่งดูเธอ หมุนหัวไหล่
    สวยบาดใจ เตะขาซ้าย ย้ายแขนขวา
    ตอกตอกไป เห้ยชิบหาย เธอเดินมา
    ทำใจกล้า ลุกขึ้นมา ชูตบาสเอย


    ......................................................



    มีฉบับการ์ตูนด้วยนะ
    ซื้อตั๋วล่วงหน้าเลยได้แถมปิ๊กมาด้วยอันนึง เอาไว้หัดเล่นกีตาร์จะหยิมมาใช้นะ



    :: Twitter ของนักแสดง ::
    • เอิญ - ณัฐชา นวลแจ่ม (แนท) @nat_nattasha
    • เป็ด - จิรายุ ละอองมณี (เก้า) @kaojirayu
    • คุ้ง - พชร จิราธิวัฒน์ (พีช) @Peach_pachara
    • เอ๊ก - ธวัช พรรัตนประเสริฐ (เอิร์ท) @earthreacorg

    - Pantip : Suckseed ห่วยขั้นเทพ! จะไปดูอีกรอบ มีอะไรเล็กๆน้อยๆที่อาจพลาดไปให้ตามเก็บบ้างครับ(สปอย)
    - Pantip : คนที่ดู Suck Seed แล้วเรามาคุยรายละเอียดแปลกๆ หรือ มาแชร์ เกร็ดหนังกัน [สปอย]
    - Pantip : SuckSeed โคตรเทพขั้นพ่อ หนัง GTH ที่แหกสูตร GTH
    - Pantip : Suckseed ถามเชิงลึก : บ้านพระเอกอยู่ไหนอ่ะ
    - Pantip : ### รวมเกล็ดเล็กเกร็ดน้อยจาก Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ###
    - รีวิว: Suck Seed ห่วยขั้นเทพ - สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า "วัยรุ่น"



    Wednesday, March 23, 2011

    รีวิว: Suck Seed ห่วยขั้นเทพ - สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า "วัยรุ่น"



    "หนังวัยรุ่น" จัดเป็นหนึ่งในประเภทของหนังปราบเซียน คือไม่ใช่ว่ามันไม่ทำเงิน กำกับยากหรืออะไร แต่เพราะเป็นหนังประเภทที่คนทำมาเยอะ(มาก)แล้ว และยากที่จะฉีกแนวจากหนังวัยรุ่นทั่วไป คือถ้าเราหลับตาดูก็จะนึกภาพตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบได้เลย

    เริ่มต้นด้วยพระเอกหล่อ นางเอกสวยใส -> ฝันอยากจะตั้งวงดนตรี/ประกวดเต้น/แข่งกีฬา -> เจออุปสรรค ที่บ้านไม่เห็นด้วย เล่นไม่เก่ง อุปกรณ์ไม่ดี -> ปิ๊งสาว -> จบที่งานประกวด พลิกชนะเลิศ ได้รางวัล สาวชอบ ที่บ้านยอมรับ Happy Ending จบ .. แค่นี้ก็รู้สึกถึงความเอียน~~~~

    Suck Seed ห่วยขั้นเทพ มีหน้าหนังที่เหมือนข้างบนว่าไว้ทุกประการ .. เด็กวัยรุ่น ตั้งวงดนตรี ประกวด Hot Wave ปิ๊งสาว มีอุปสรรคที่ทุกคนเป็นตัวห่วย .. มีเพียง 2 อย่างที่ทำให้ก่อนจะดูแล้วรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าจะดี คือนางเอก (น้องแนท ณัฐชา นวลแจ่ม) ที่เล่นดนตรีเอง และโปสเตอร์หนังมีโลโก้ GTH ประกันคุณภาพอยู่

    [Spoil]
    • ไปดูที๋พารากอน โรงพาวาไร ก่อนหนังจะฉาย อยู่ดีๆ ไฟก็เปิดขึ้น แล้วนักแสดงที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดก็ลุกขึ้นมาขอบคุณทุกคนที่มาดู กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เป็นการโปรโมทหนังที่น่ารักมาก
    • หนังเปิดฉากมาด้วยเรื่องในวัยเด็ก เป็นอินโทรที่ยาวมาก กว่าจะขึ้นโลโก้ชื่อหนัง (ช่วงหลังหนังของ GTH เป็นแบบนี้แทบทุกเรื่อง)
    • หลายฉากมีความเป็นการ์ตูนอยู่มาก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับวัย 26 ปี (หมู-ชยนพ บุญประกอบ)
    • บทของหนังเหมือนตั้งใจทำเพื่อรู้ทันหนังวัยรุ่น คืออยากเห็นพวกนี้มันเก่งใช่ไม๊ ไม่มีทางซะล่ะ พวกนี้มันจะห่วยไปตลอด ... อยากเห็นพระเอกเทพใช่ไม๊ ไม่ !! มันคือไอ้ห่วยตั้งแต่ต้นจนจบ .. อยากเห็นพวกนี้ชนะประกวดใช่ไม๊ ไม่มีทางซะล่ะ มันต้องตกรอบ .. วะ ฮะ ฮ่า (เสียงหัวเราะของคนเขียนบทด้วยความสะใจ)
    • ผลที่ได้คือหนังออกมาสนุกมาก !! เพราะนอกจากจะจับทางไม่ได้แล้ว หนังยังไปเน้นส่วนที่สำคัญกว่าการประกวด นั่นคือชีวิตของวัยรุ่น และดึงประสบการณ์ร่วมของคนดูที่ผ่านวัยนั้นมานานแล้วออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
    • คล้ายกับ Season Change ที่เหมือนหนังดนตรี แต่จริงๆ ดนตรีเป็นแค่ตัวพาเนื้อเรื่องไปเท่านั้น
    ก่อนฉาย ได้เจอนักแสดงแว๊บๆ จากมุมไกลๆ
    ซ้าย คุณหมูผู้กำกับ , กลาง Acting Coach ของ GTH แสดงเป็นครูตอนเด็กด้วย
    • ฉากตลก ก็ออกมาตลกมาก ฉากรักก็ทำได้น่ารักกุ๊กกิ๊กแอบยิ้มกันไปทั้งโรง
    • ภาพตัดต่อไปมา ฉับ ฉับ ไวมาก คือด้วยความเป็นการ์ตูน เลยไม่รู้ว่าตัดต่อได้ยังไงให้เนียนขนาดนั้น กราบบบบบ
    • ช่วงความนึกคิดของเป็ด ที่เอานักร้องตัวจริงมา ทำได้เนียนและเข้ากับหนังได้ดี ไม่โดด
    • น้องแนทมีฝีมือด้านการแสดงดีกว่าฝีมือด้านการเล่นกีตาร์เยอะเลย
    • ทีแรกก็สงสัยว่ามันต้องเอานักร้องตัวจริงมาเลยเหรอ แต่พอเห็นฉากที่เป็ดฟังเพลง SuckSeed แล้วตัวเองก็นั่งซึม ในขณะที่เพื่อนๆ เล่นกันอย่างมันส์อยู่ เข้าใจเลยว่ามันสร้างมาเพื่อสิ่งนี้
    • น่าเสียดายที่ฉากเศร้าทำได้ไม่เด็ดขาด ไม่ได้อินไปมากขนาดนั้น ทั้งที่เป็นภาพเป็ดนั่งซึม แต่เพื่อนๆ เล่นกันสุดมันส์นี่มันเป็นภาพที่สวยและจี๊ดมาก
    • GTH + เครื่องแบบนักเรียน = Success !!

    ผู้หญิงที่ทำกิจกรรมเหมือนผู้ชายได้จะสวยขึ้นมา 400%

    เฮ้ยพวกเรา .. ยุคนี้มันยุคของบล็อกเกอร์แล้วเฟ้ย !!

    ประโยคเด็ด
    • "เวลาฟังเพลง จะรู้สึกว่ามีเพื่อน" เอิญ
    • "เพลงมีอยู่ 2 ประเภท คือเพลงแกรมมี่กับอาร์เอส" คุ้ง
    • "แล้วของเป็ดล่ะ เป็นคำว่าอะไรเหรอ ?" , "............... น่ารัก"
    • "ส้ม ....... อาส์~~~~" เอ็ก
    • "นี่มันยุคของเราแล้ว !!" คุ้ง
    • "น้องนี่ตาถึงนะเนี่ย" - เจ้าของร้านกีตาร์
    • "สวย.." , "อีเป็ดน่ะเหรอน้อง" , "ป่าว .. อินี่อ่ะ" - เป็ด
    • "ป้า ขอเบียร์หน่อย ... ขอหลอดด้วยนะ" คุ้ง
    • "กูจะลืมส้มให้ได้ แต่กูจะไม่มีวันลืมอีทอมนั่น !!" เอ๊ก
    • "ปล่อยผม ..​ ผมจะร้องเพลงให้พี่ตูนฟังงงงงงง" เอ๊ก
    • "คอนโดมีีเนียมคุณลุงถ้าวงชื่ออย่างนี้เข้ารอบได้ พวกเราก็เข้ารอบได้วะ" คุ้ง
    • "แล้วเอิญล่ะ คิดยังไงกะเรา" , "คิดเองไม่เป็นเหรอ~~"
    • "กูชอบเอิญก่อนมึงอีก" , "แล้วมึงทำไมไม่พูด"
    • "นึกถึงวันเก่าๆ เน๊อะ" เอิญ
    • "เราก็ยังเหมือนเดิมนะ" เอิญ
    • "คนห่วยๆ อย่างมึง ลืมก็เหี้ยแล้ว" คุ้ง

    มีฉบับการ์ตูนด้วยนะ
    ซื้อตั๋วล่วงหน้าเลยได้แถมปิ๊กมาด้วยอันนึง เอาไว้หัดเล่นกีตาร์จะหยิมมาใช้นะ

    ต้องชมทีมงานแคสนักแสดงของ GTH ที่เลือกนักแสดงได้ตรงกับบทและดูเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ GTH ในการปั้นนักแสดงหน้าใหม่ โดยการเลือกนักแสดงให้เป๊ะกับบท พอแสดงออกมาก็ดูดีสมกับตัวละคร

    ไล่มาตั้งแต่ บอล ต่าย season change, ซันนี่ นุ่น เอ๋ เพื่อนสนิท, แพตตี้ ปิดเทอมใหญ่, พีค สายลับจับบ้านเล็ก, หนูนา กวนมึนโฮ และต่อไปเราคงจะได้เห็น เก้า แนท เอิร์ท พีช Suck Seed

    สรุปแล้วชอบครับ แตกต่างจากหนังวัยรุ่นทั่วไป นักแสดงทุกคนก็สมบทบาทดี เสียดายที่ช่วงไคลแม๊กยังเรียกอารมณ์ได้ไม่จี๊ดเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้วโดนเลยทีเดียว หนังสนุกมาก ดูแล้วรู้สึกเสียดายที่ทำไมสมัยเราเป็นวัยรุ่นถึงไม่มีหนังแบบนี้บ้าง

    ช่วงนึงของหนังก็ทำให้นึกว่า เออ ชีวิตวัยรุ่นมันก็มีแค่ เพื่อน ดนตรี กีฬา กะโชว์หญิงนี่หว่า .. ก็แล้วมันต้องมีอะไรมากกว่านั้นด้วยเหรอ ? เกิดมาเป็นวัยรุ่นได้แค่ครั้งเดียว มันก็ต้องขอทำอะไรมันส์ๆ กะเค้าบ้าง ... ซักซี๊ดนึง

    Update : >> รวมเกล็ดเล็กเกร็ดน้อยจาก Suck Seed ห่วยขั้นเทพ

    เล่นเก่งจริงๆ ไม่แพ้ฝีมือการแสดง
    MV รวมพลังสาวในเครื่องแบบในตำนาน

    เอาที่วางไข่มาทำเป็นตัวเก็บเสียงนี่ฮามาก

    เอิญใช้ HP Envy รุ่นฝาแฝด MacBook Pro

    "คิดเองบ้างดิ"

    จุดเริ่มและบทสรุปก็เริ่มตรงนี้
    MV ทุ้มอยู่ในใจ Acoustic

    เก้า พีช แนท เอิร์ท - Seck Seed


    Friday, March 18, 2011

    เขียนข่าวกับ Blognone แล้วได้อะไร ?



    หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้ว (รึเปล่า) ว่าผมเป็น Writer คนนึงใน Blognone แล้วก็ได้รับเชิญไปงาน Writer Party ทุกปีแต่ไม่เคยได้ไปเลยเพราะติดโน่นนี่ตลอดเวลา ปีนี้เลยเป็นปีแรกที่ได้ไปเจอกี๊กไอดอลตัวเป็นๆ หลายคน ส่วนใครสนใจว่างานเป็นยังไงแนะนำให้อ่าน "ภาพบรรยากาศ Blognone Writer Party 2011" โดย @plynoi

    แต่ไหนๆ ก็พูดถึง Blognone แล้วเลยขอเขียนถึงซะหน่อย (เป็นการขอบคุณที่เลี้ยงข้าว :P)

    สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Blognone.com คือเว็บข่าวไอที ที่มีโมเดลคือเชิญชวนคนทั่วไปมาช่วยกันเขียนข่าวไอที คล้าย Slashdot ที่เมืองนอก

    ผมเป็นคนของติดตามข่าวโดยเฉพาะข่าวในโลกไอที เห็นอะไรเปิดตัวใหม่ๆ ทีไรมันต้องเกิดอารมณ์ตื่นเต้น โอ้วอ้าว อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกที ในยุคที่กูเกิลกำลังดังผมก็ได้ไปเจอกับเว็บข่าวไอทีภาษาไทย นาทีแรกที่เห็นรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะหามานาน

    หลังจากที่ได้รู้ไอเดียของเว็บว่าเป็นตัวกลางที่เชิญชวนคนมาเขียนข่าวไอที ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือข่าวแปลมาจากต่างประเทศอีกที ยุคนั้นคนเขียนข่าวยังมีไม่กี่คน หลักๆ ก็ @markpeak กับ @lewcpe ผู้ก่อตั้งเว็บจะเขียนเองซะส่วนใหญ่

    ข่าวแรกที่ผมเริ่มเขียนคือเรื่องจองไมโครซอฟท์ (ไม่น่าเชื่อ ?) "Virtual Earth ความพยายามครั้งใหม่ Microsoft" เขียนเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2006  มาจนถึงตอนนี้ก็เขียนไปทั้งหมด 158 ข่าว

    มีคนเคยถามเหมือนกันว่าแล้วจะเขียนข่าวไปทำไม ?

    คือจริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้รู้จักกับ lew และ mk เป็นการส่วนตัวอะไร (เจอตัวจริงครั้งแรกก็ไม่กี่วันมานี้เอง) เพียงแต่ชอบไอเดียของเว็บ อยากเขียนเองเป็นการส่วนตัว ไม่คิดจะทำเว็บเอง (ขี้เกียจ) และจะว่าไปมันก็สนุกดี

    5 ปีผ่านไป ผมพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงแม้ว่าการเขียนข่าวใน Blognone จะไม่ได้ให้ผลทางตรง แต่ก็มีส่วนทางอ้อมหลายๆ อย่างที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง

    • สนใจข่าวไอทีมากขึ้น อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว
    • อ่าน ฟัง ภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก การนั่งฟัง Keynote ของจ๊อบส์มาตลอดทุกครั้งช่วยได้จริงๆ นะ
    • ฝึกด้านการเขียน การใช้ภาษา การที่ bn เน้นเรื่องการใช้ภาษาให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ดี 
    • ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่น การทะเลาะกันในคอมเม้นต์ไม่ได้เป็นเรื่องไร้สาระ
    • ผมได้มีบทความแรกบน PC World ลองนึกเล่นๆ ว่าถ้าไม่เคยเขียนอะไรเลย บทความที่เขียนมันก็คงไม่ได้ดีมีคุณภาพเท่าตอนนี้ 

    พี่โน๊ต อุดม เคยบอกไว้ว่า มีเด็กมาเคาะประตูหน้าบ้าน บอกว่าอยากเป็นนักเดี่ยวไมโครโฟนแบบพี่โน๊ตเป็นร้อยคน แต่ไม่มีคนไหนเลยที่คงพยายามได้เป็นสิบปีแบบที่พี่โน๊ตทำ มีแต่คนที่อยากออกไปยืนบนเวทีแล้วให้คนปรบมือเลย

    ผมเชื่อว่าหลายอย่างมันต้องใช้เวลา กว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้เราควรจะมองถึงจุดเริ่มต้นที่มาที่ไป อย่ามองเพียงเปลือกนอกปลายทางของมัน เว็บอย่าง Blognone เองก็ใช้เวลาหลายปีกว่าจะดังถึงทุกวันนี้ ผมเห็นเด็กๆ หลายคนสมัยนี้ทำเว็บของตัวเองทำบล็อกของตัวเอง พยายามปั้นให้ดัง ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนก็ล้มเลิก

    เพราะงั้นเราอยากให้เราเป็นยังไงในอีกหลายปีข้างหน้า ...​ อยากรวย อยากเก่ง อยากมีงานดีๆ อยากทำเว็บเก่งๆ อยากมีแฟน อยากมีครอบครัวที่ดี ...

    ก็จงเริ่มมันซะตั้งแต่ตอนนี้ และทำมันให้สม่ำเสมออย่าย่อท้อครับ :)

    รีวิว: Love and Other Drugs - เพราะรักไม่ได้มีแค่เซ็กส์


    โดยปกติแล้วคนเราจะเริ่มจากการรู้จักกัน เข้าใจกัน รักกัน แล้วค่อยต่อไปถึงเซ็กส์ แต่กับหนังเรื่อง Love and Other Drugs กลับมาในมุมกลับกัน คือทุกอย่างเริ่มจากเซ็กส์ก่อนแล้วค่อยมารักกันทีหลัง

    ซึ่งจะว่าไปสำหรับสังคมอเมริกัน มันก็เป็นเรื่องปกติ(รึเปล่า) ที่เอะอะหนุ่มสาวเจอกันก็กระโดดขึ้นเตียงเลย บางทีชื่อแซ่อะไรยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ช่วงหลังเราเลยเห็นมุขตลกเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงจากหนังหลายเรื่อง อย่าง The Social Network ช่วงที่ Sean Parker ตื่นมากับสาวมหาลัยเป็นต้น

    Love and Other Drugs เป็นเรื่องราวของแม็กกี้ (Anne Hathaway) สาวสวยที่เป็นโรคพาร์กินสัน (แบบเดียวกับโมฮำมัด อารี) ชีวิตเธอต้องใช้ยาตลอดเพื่อรักษาอาการ แต่ดันไปพบรักกับเจมี่ (Jake Gyllenhaal) ซึ่งทำงานเป็นเซลส์ขายยาให้บริษัท Pfizer หนังดำเนินไปโดยใช้ยาเป็นสื่อเชิงสัญลักษณ์

    [Spoil]
    • Anne Hathaway เปลืองตัวแบบทุ่มทุนมากจนไม่น่าเชื่อ แบบว่าเห็นนมเต็มจอทั้งเรื่อง รวมไปถึงก้นของ Jake Gyllenhaal ก็มีเต็มจอทั้งเรื่องด้วยเหมือนกัน
    • หนังเป็นแนวโรแมนติดคอมเมดี้ คืออารมณ์มันดูน่ารักๆ เหมือนดู Jerry Macquire หรือพวก Notting Hill แต่เป็นแบบผู้ใหญ่กว่ามาก พูดเรื่องเซ็กส์กันทั้งเรื่อง รวมทั้งฉากเซ็กส์ด้วย
    • หนังพูดประเด็นคมๆ หลายอย่าง เซ็กส์ ความรัก การเอาชนะ
    • หนังดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Hard Sell: The Evolution of a Viagra Salesman เล่าเรื่องจริงของเซลส์แมนขายยาที่ตกงาน ตอนหลังไวอากร้าบูมจัด เลยกลายเป็นเซลส์อันดับหนึ่งไปเลย
    • ประเด็นเรื่องคนป่วยก็น่าสนใจ เราพร้อมจะอยู่ร่วมชีวิตกับคนที่ป่วยเรื้อรังไปตลอดชีวิตได้จริงรึเปล่า ?
    • ทั้งสองคนพยายามจะบอกว่าตัวเองรู้ทันอีกฝ่าย รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร จะมามุขไหน แต่กลับไม่รู้ทันตัวเองทั้งคู่
    • ทั้งคู่แสดงดีมาก ทำให้ลืมภาพ Anne Hathaway ใน Princes Diary กับ Devil Wear Prada ไปเลย สมกับที่ได้เข้าชิงลูกโลกทองคำทั้งคู่
    • เสียดายไปไม่ถึงออสการ์ เข้าใจว่าบทมันโป๊ไปหน่อยมั้ง

    หนังดีกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย ทีแรกนึกว่าขายแค่ดารานำทั้งสองคน แต่มันดูลงตัวน่ารัก

    ชอบชื่อภาษาไทยของเรื่อง "ยาวิเศษที่ไม่อาจรักษารัก" ซึ่งก็อาจจะจริง ต่อให้ยาวิเศษแค่ไหน ก็คงไม่สามารถมารักษารักของเราได้ นอกจากจะหาใครซักคนมารักษาใจแทน


    น่ารัก กุ๊กกิ๊กกันดี

    เปิดฉากมาก็ขึ้นเตียงเลย อร๊ายยยย

    ภาพโปรโมท ..​ แร๊งส์



    Thursday, March 10, 2011

    ลองขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า



    ผมเป็นเด็กผู้ชายต่างจังหวัดไม่กี่คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น นึกไปก็น่าอายเพราะเวลาจะไปไหนช่วงที่ไม่มีรถขับ ผมก็จะซ้อนมอเตอร์ไซค์ @CherryJaja แทน ดูแล้วแมนจริงๆ

    จริงๆ แล้วก็พอจะขี่ได้แต่ไม่ค่อยคล่อง แล้วก็ล้มบ่อยจนคนที่ซ้อนบอกว่าอย่าเลยดีกว่า -_-"

    วันนี้ความหวังใหม่มาถึงเมื่อได้ลองขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ได้มาฟรีๆ จากธนาคารออมสิน (ใครอยากรู้ว่าได้มายังไง ลองไปอ่าน  "ได้มอเตอร์ไซค์ Honda Click ฟรีๆ ด้วยวิธีอย่างงี้ก็มีด้วย") เป็นครั้งแรกที่ได้จับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ขอจดไว้ซะหน่อย
    • สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ลองเป็นของ LA Bicycle (แบรนด์ LA E-Ride)
    • สภาพก๊องแก๊งนิดหน่อย ไม่มีเกียร์ มีแค่คันเร่งกับเบรค
    • เบาะเล็กพอสมควร นั่งได้แค่คนเดียว คิดว่าคงรับน้ำหนัก 2 คนไม่ไหว
    • ชอบที่สุดคือตอนสตาร์ทเครื่อง เสียงเงียบมาก เงียบกว่าสตาร์ท Macbook ซะอีก
    • สตาร์ทเครื่องแล้วไม่มีสั่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเปิดเครื่องอยู่ จะว่าไปก็อันตรายเหมือนกัน
    • คันเร่งไม่ได้อยู่ที่จับทั้งอัน แต่ย่อขนาดตัวเองไปอยู่ขอบซ้ายของที่จับ (ดูภาพข้างล่าง) ก็เร่งเครื่องลำบากนิดหน่อย แต่ขี่ไปซักพักก็ชินเอง
    • สำคัญที่สุดคือตอนขี่ ง่ายมาก ไม่มีปัญหาสำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เก่งเลย ง่ายขนาดเด็กตัวเล็กๆ ก็ขี่ได้สบาย
    • วิ่งได้เร็วสุด 60 กม. / ชั่วโมง ลองเร่งเครื่องเร็วสุดก็ได้ความเร็วประมาณนั้น
    • ไม่มีไอเสียออกมาจากเครื่อง ดีต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอน 
    • ประสบการณ์จากคนใช้จริง ใช้เวลาชาร์ตแบตฯ ครั้งนึง 5 ชั่วโมง วิ่งได้ประมาณ 50 กิโลเมตร
    • เนื่องจากมองว่าตัวเองเป็นจักรยาน เลยไม่ต้องมีทะเบียนรถ
    • ความปลอดภัยน่าจะไม่ต่างกับเวลาขี่มอเตอร์ไซค์เท่าไหร่ ถ้าจะใช้ในต่างจังหวัด ขี่ไปมาแค่ในเมืองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
    ไปแอบสืบราคามาจากเว็บ ประมาณ 2-3 หมื่นบาท ถูกกว่าที่คิด (ถูกกว่าซื้อโน๊ตบุ้คซะอีก) จะว่าไปก็เป็นทางเลือกที่ดี อากาศเมืองไทยก็น่าจะไม่เหมาะกับการขี่จักรยานไปทำงานเท่าไหร่เหมือนกัน

    มุมด้านหน้า

    ข้างหลังมีที่เก็บกระเป๋า ไว้ใส่ของได้นิดหน่อย

    คันเร่งอยู่ตรงกลางระหว่างที่จับ กับไฟแสดงแบตฯ

    มุมมอง 1st Person Shooting เหมือนกำลังขี่จักรยานอยู่

    วางเทียบกับมอเตอร์ไซค์คันอื่นก็เล็กกว่าพอสมควร