Friday, April 29, 2011

[MCWedding] เบื้องหลังการถ่ายภาพ Pre Wedding ในชุดนักเรียน



"เรามาถ่าย Pre Wedding ในชุดนักเรียนกันเถอะ !!" ผมปิ๊งไอเดียขึ้นมา
"ก็ดีค่ะ ... แต่คือ เราจะไม่แก่กันเกินไปที่จะมาใส่ชุดนักเรียนเหรอ ?" ประโยคนี้ของเชอรี่เล่นเอาผมแตะเบรคเอี๊ยดดด

ถึงผมจะเชื่อมั่นในพลังของ Photoshop แต่ยังไงเราก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาตั้ง 16 ปีแล้ว แถมตัวอย่างคนที่ถ่ายแนวนี้ก็มีน้อยมากจนเล่นเอาความมั่นใจหดหายไปพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันพ่อที่เราสองคนกลับไปบ้านที่ขอนแก่น ก็ได้แวะไปที่ร้าน ส.แสงสุวรรณ์ ร้านขายชุดนักเรียนชื่อดังที่อุดหนุนมาตั้งแต่เด็ก เรานึกสนุกลองทำตัวว่าเป็นเด็กม.ต้น (ที่อายุเกือบ 30) พกความมั่นใจเข้าไปเลือกซื้อชุดนักเรียนในร้านแบบเนียนๆ

ปรากฏว่าพนักงานในร้านก็ไม่ได้ทำหน้าตาแปลกใจอะไร หยิบชุดมาให้เราลองกันอย่างปกติดี

ว่าแล้วผมเลยใส่ชุดนักเรียนไปบอกอาเฮียเจ้าของร้านว่าเราสองคนตั้งใจจะซื้อชุดไปถ่าย Pre Wedding ซึ่งเฮียแกก็ทำหน้าตกใจมาก แต่ก็ยินดีและขอสนับสนุน คิดราคาถูกพิเศษ แถมยังให้เรายืมกระเป๋านักเรียนมาถ่ายรูปฟรีๆ อีกด้วย เล่นเอาเราสองคนตัวลอย มั่นใจว่าถ่ายรูปงานนี้น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ><



จากนั้นเราก็ไปนั่งคุยไอเดียกับตากล้อง CJ Photo ซึ่งก็คือน้องริน น้องชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) ของผมนี่เอง ด้วยความที่ทุกคนก็มีประสบการณ์ร่วมในยุคนั้นเป็นอย่างดี ไอเดียดีๆ จึงไหลออกมามากมายเต็มไปหมด

  • ทุกคนเห็นด้วยว่าไม่ต้องการรูปในแบบมองกล้อง มองฟ้า เก๊กหล่อสวย แต่เราอยากให้ทุกรูปมีเรื่องราว มีที่มาที่ไป มีประสบการณ์ร่วมที่ใครเห็นก็รับรู้ถึงช่วงเวลานั้นได้
  • ธีมเลยเป็นการดำเนินเรื่องราวเหมือนแสดงหนัง แล้วมีตากล้องคอยแอบถ่ายมุมต่างๆ ของเหตุการณ์ ซึ่งผมก็ต้องกลับไปเขียนบทออกมาให้ครบทุกเรื่องราวภายในรั้วโรงเรียน
  • เพิ่มฉากที่มีในหนังอย่าง Season Change, สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก เข้าไปด้วย (โชคดีที่เราถ่ายทำก่อนที่หนังเรื่อง SuckSeed จะเข้า ไม่งั้นอาจจะได้เห็นฉากเชอรี่ขึ้นไปควงกีตาร์บนเวที [ฮา])
  • ตกลงวันถ่ายที่เหมาะสมที่สุดคือวันปีใหม่ 1 มกราคม 2554 ซึ่งโรงเรียนหยุดยาว
  • ค่าชุดนักเรียน เสื้อ กางเกง กระโปรง โบว์ เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า รวม 1,570 บาท
  • ค่าอุปกรณ์ประกอบฉากทั้งหมด 450 บาท
  • ค่าตากล้อง ฟรี !! เพราะน้องรินอยากถ่ายให้ (แต่ภายหลังผมก็ซื้อ Apple Magic Mouse ไปขอบคุณ)
  • รวมค่าใช้จ่าย ~2,000 บาท ถูกกว่าเช่าชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว 6 เท่า

:: ดูสถานที่ ::

พวกเราเข้าไปขออนุญาตใช้สถานที่โรงเรียนในการถ่ายทำอย่างเป็นทางการ จากอาจารย์ฝ่ายสถานที่ของโรงเรียน ซึ่งอาจารย์พอได้ยินเรื่องราวของเราก็ยินดีมาก จูงมือเราไปเม๊าให้อาจารย์ท่านอื่นๆ ที่เมื่อฟังแล้วก็เฮฮายินดีด้วยกับลูกศิษย์ทั้งสองคน :)

เนื่องจากวันถ่ายทำเป็นวันหยุด อาจารย์จึงไปฝากเรื่องไว้กับพี่ยามว่าให้ดูแลเราสองคนด้วยในวันปีใหม่ ได้ยินแล้วซึ้งใจและขอบคุณอาจารย์ทุกท่านมากๆ ครับที่สนับสนุน

คืนวันสิ้นปี 31 ธันวาคม เราไปทดสอบกล้องกันเล็กน้อยด้วยการถ่ายภาพกับพลุฉลองปีใหม่ที่ประตูเมือง เสร็จแล้วก็แยกย้ายไปพักผ่อน นัดหมาย 7 โมงเช้าพรุ่งนี้ !!


:: เริ่มถ่ายทำ, อาจารย์ตัวจริง, อาจารย์จำเป็น ::

7 โมงเช้า นายแบบพร้อม นางแบบพร้อม อุปกรณ์พร้อม .. ​แต่ตากล้องยังไม่ตื่น -_-"
เราสองคนต้องไปปลุกตากล้องสุดหล่อของเราถึงเตียง เห็นบอกว่าเมื่อคืนเตรียมโน่นนี่ดึกไปหน่อย

สำหรับการถ่ายทำที่ดี ควรจะต้องมีผู้กำกับ ผู้ช่วย เบ๊ถือของ ตากล้องเบื้องหลัง ซึ่งเรายกหน้าที่ทั้งหมดให้กับแก้ม พี่สาวคนสวย (โสด) ของตากล้องของเรานี่เอง


ขนของกันแต่เช้า


สไตร์ลิสและผู้กำกับของเรา

ตากล้องสุดหล่อ
ยืนดูคุณนายวิ่งอย่างสนุกสนาน


เป็นนักเรียนที่แอบโบ๊ะอย่างสม่ำเสมอ

อุปกรณ์ประกอบฉากเพียบ



ช่วงเช้าอากาศดีมาก แสงเหมาะแก่การถ่ายรูปสุดๆ เราต้องรีบจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม มีการโบ๊ะแป้งเล็กน้อย แต่งดเครื่องสำอางเพราะเดี๋ยวจะไม่ได้อารมณ์นักเรียน

ถ่ายไปได้ไม่กี่ใบ ก็พบกับท่านอาจารย์ตัวจริงที่ต้องมาเป็นเวรในวันนี้ เราจึงเข้าไปพูดคุยตามประสาอาจารย์ลูกศิษย์กันอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งขอเชิญอาจารย์มาเข้าฉากเทศน์นักเรียนมาสาย ซึ่งอาจารย์บอกว่าถนัดมากเรื่องนี้ เอากี่รอบบอกได้เลย ^^"

นอกจากนี้เรายังได้อาจารย์รับเชิญอีก 2 ท่านมาเข้าฉาก ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนแรกคือท่านพ่อของผม ส่วนอีกคนคือท่านแม่ของน้องรินตากล้องของเรานี่เอง (จึงเป็นเรื่องที่ฮามากเมื่อเราได้อ่านคอมเม้นต์ที่บอกว่า จำอาจารย์ท่านนี้ๆ ได้ ที่เคยสอนวิชาคณิตใช่ไม๊คะ ...)

ท่านพ่อมาช่วยถือไม้เรียวเป็นอาจารย์ให้

ติดสติ๊กเกอร์ใส่เสื้อในฉากวันวาเลนไทน์

ภาพที่ใช้ทำปก ในมุมจากด้านข้าง


:: อุปสรรค, ฉากหลุดๆ ::

แน่นอนว่างานละเอียดอ่อนแบบนี้ย่อมต้องมีอุปสรรคบ้าง

  • ห้องเรียนบนอาคารใหญ่ๆ ปิดหมด ทำให้ต้องใช้ห้องเรียนในอาคารเล็กแทน ซึ่งห้องค่อนข้างทึบและแสงน้อย แถมเก้าอี้บางตัวก็เป็นไม้ บางตัวเป็นพลาสติค (cc ท่านผู้อำนวยการได้ไหมครับนี่)
  • ถึงจะขออนุญาตมาแล้วแต่การนำธงชาติลงมาจากยอดเสาก็ทำให้พี่ยามหวาดเสียวเอามากๆ จนต้องมาดึงสายด้วยตัวเอง

  • การยืนขาเดียว แล้วคาบไม้บรรทัด พร้อมทั้งเอาหนังสือวางบนหัว เป็นเรื่องยากขั้นเทพ จนต้องถ่ายหลายรอบ
  • ไม่น่าเชื่อว่าเราจะหาซื้อมะม่วงไม่ได้เลย จนต้องโทรวานให้ท่านพ่อขับรถไปหาซื้อให้

  • จักรยานของโรงเรียนยางแบนและโซ่ขาด !!

  • ฉากกางปกเทปออกมา ทีแรกใช้ปกฝันดีฝันเด่น แต่ปรากฏว่าสีแรดเกินกว่าตากล้องจะรับได้ เลยเปลี่ยนเป็นลิฟท์กะออยแทน
  • ถึงจะเป็นการถ่าย Pre Wedding แต่ด้วยความเคารพในตราสถาบันที่อยู่บนอก และชุดนักเรียนที่ใส่อยู่ เราจึงต้องระวังไม่ให้อยู่ใกล้กันจนเกินงาม รวมถึงท่าทางต่างๆ ด้วย
  • เนื่องจากนายแบบนางแบบเริ่มอายุมากแล้ว >< ถ่ายไปซักร้อยรูปก็เหนื่อย จนต้องพักเป็นระยะๆ #แก่
การถ่ายทำเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้าและจบที่เวลาทุ่มตรง ถ่ายภาพไปทั้งหมด 800 กว่าใบ วิดีโอความยาวกว่าชั่วโมง ต้องขอขอบคุณทีมงาน ตากล้อง ผู้ช่วย อาจารย์จำเป็นทั้ง 2 ท่าน ขอบคุณท่านอาจารย์ฝ่ายอาคารและสถานที่ ที่อนุญาตให้เราได้ใช้สถานที่ ให้เราได้ทำตามความฝันของเราทั้งสองคน

และสุดท้ายก็ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมอัลบั้มภาพเล็กๆ ของเราอัลบั้มนี้ครับ :)

ทีมงาน
L. O. V. E.
:: ความประทับใจ ::

ผมพบว่าเรื่องที่ดีที่สุดของการถ่ายทำในครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ภาพถ่าย แต่มันคือการที่เราสองคนได้กลับมาใส่ชุดนักเรียนอีกครั้ง ได้วิ่งแบกเป้เข้าประตูโรงเรียน ได้นั่งบนสแตนด์ที่ครั้งนึงเคยตากแดดร้อนด้วยกัน ได้นั่งในห้องเรียน ได้หยิบจดหมายฉบับเก่าๆ ขึ้นมาอ่าน ฯลฯ

จนในช่วงเวลาหนึ่งผมและเชอรี่ก็รู้สึกว่าเรากลับไปเป็นเด็กม. 2 เข้าจริงๆ เราไม่กล้าเดินใกล้กัน เราคุยกันด้วยชื่อแปลกๆ ที่เรียกกันสมัยก่อน เราไม่กล้าสบตากัน .. ในฉากที่ต้องมองตากัน มันเขินอย่างบอกไม่ถูก

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ความทรงจำนั้นมันมีค่าแค่ไหน และมันก็คุ้มค่าที่เราจะเก็บมันไว้ ทุกเวลาที่ผ่านไปมันมีค่าเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาที่เรามีให้กับคนที่เรารัก ทุกนาที ทุกวินาที มันก็คุ้มค่าที่เราจะขอเก็บมันใส่กุญแจไว้ .. ความทรงจำเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความหมายยิ่ง อย่าปล่อยให้มันต้องจางหายไปกับกาลเวลาครับ



"... ก็แค่อยากบอก ว่าฉันน่ะชอบก็ชอบเธอมาก
เพราะเธอน่ารัก เวลาเธอยิ้มแล้วทำให้โลกสดใส
ยิ่งเข้าไปใกล้ รู้สึกยังไงไม่รู้ใจ
มันเต้นแรงแรง มันเป็นอะไรที่ฉันไม่เคยมาก่อน
ก็แค่อยากรู้ ก็แค่อยากถามว่าเป็นเหมือนกันไหม
เธอบอกได้ไหม ว่าดีใจไหมเวลาที่เจอกับฉัน
ชอบหรือเปล่า ที่เราได้อยู่ใกล้ชิดกัน
ส่วนตัวฉันบอกได้คำเดียวว่ามันช่างสุขใจ ... "