Friday, May 27, 2011

รีวิว: Centara Grand Beach Resort & Villas Krabi (เซ็นทารา กระบี่) - ตอนที่ 1


เรื่องมันก็มีอยู่ว่า .. เมื่อปีที่แล้วผมได้จองตั๋วเครื่องบินไปกระบี่ด้วยโปรโมชันบิน 0 บาท ของแอร์เอเชียได้เป็นผลสำเร็จ (ภูมิใจมากที่ไปแย่งกะชาวบ้านมาได้) ในเวลาต่อมาเมื่อต้นปี ผมได้ไปจองโรงแรมจัดงานแต่งที่ Sofitel Centara Grand Bangkok ตามที่ได้ประกาศไปแล้ว

ซึ่งทางโรงแรมก็ใจดีมาก ให้เราได้ไปพักฮันนีมูนที่โรงแรมเซ็นทารา กระบี่ 2 คืนพอดี เราจึงขอทางโรงแรมว่าเนื่องจากเราสองคนจะต้องไปกระบี่อยู่แล้ว จึงขอเข้าพักล่วงหน้าแทน

สรุปแล้วทริปนี้เราได้ไปเที่ยวกระบี่ด้วยตั๋วเครื่องไปกลับ 0 บาท และที่พักโรงแรมระดับ 5 ดาวฟรี 2 คืนครับ
[@CherryJaja] : เย๊ๆ เป็นการฮันนีมูนล่วงหน้าที่ประหยัดสุดๆ เลยคร๊าาาา \(^o^)/

เลยขอรีวิวโรงแรมที่ดีที่สุดที่ผมเคยพักมาให้ได้ดูกันครับ

คำเตือน: รูปเยอะมากจนต้องแบ่งเป็น 2 ตอน ><



:: การเดินทาง ::

โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า กระบี่ (ชื่อโคตรยาว) มีความพิเศษกว่าโรงแรมทั่วไปตรงที่สิงสถิตอยู่ในซอกภูเขา บริเวณอ่าวนาง จากรูปจะเห็นว่าไม่ติดถนน เพราะฉะนั้นเส้นทางเดียวที่จะเข้าโรงแรมได้คือทางเรือเท่านั้น !!

เมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว จริงๆ ทางโรงแรมมีรถไปรับ แต่มีค่าใช้จ่ายแพงพอสมควร เราเลยเลือกนั่งรถบัสเข้าเมืองคนละ 150 บาท ซึ่งพอบอกคนขับว่าพักที่เซ็นทาราก็จะรู้ทางทันที

ทางโรงแรมทำที่พักแขกไว้ก่อนถึงอ่าวนาง (สีฟ้า ตามรูป) ใครจะไปพักที่เซ็นทาราควรมาเริ่มที่จุดนี้ก่อน เพราะเป็นทั้งที่จอดรถ ที่พักผ่อนหลบฝน และมีเจ้าหน้าที่ดูแลแขกเป็นอย่างดี

ป้ายทางเข้าอยู่หน้าถนนใหญ่ ควรขับรถในซอย อย่าเดิน เข้าไปเพราะลึกพอสมควร
ที่พักแขกไฮโซว
ที่นั่งเยอะพอสมควร มีบริการน้ำ ผ้าเย็นต้อนรับ
เมื่อถึงเวลาเรือจากโรงแรมจะมาถึง ก็จะมีรถตู้พาไปที่ท่าเรือ
เนื่องจากการเข้าออกโรงแรม จะต้องใช้เรือเท่านั้น ทำให้การเรือไปกลับต้องมีการจอง เพราะถึงเรือจะใหญ่พอจุคนได้หลายสิบ แต่บางรอบก็มีกระเป๋าของแขกที่ทั้ง check in และ check out มาจากโรงแรมด้วยเหมือนกัน

ช่วงไฮต์ซีซัน เรือมีทุกชั่วโมง แต่ในช่วงโลว์ก็ต้องเช็คกับเจ้าหน้าที่กันอีกที ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 15 นาทีถึงโรงแรม


ท่าเรือ บริเวณหาด นพรัตน์ธารา
เรือนั่งได้ประมาณเที่ยวละ 15-20 คน ใหญ่พอสมควร
:: โรงแรม ::

จังหวัดกระบี่มีกฏห้ามสร้างอาคารสูง เพราะงั้นเราจะไม่เห็นโรงแรมสูงใหญ่แบบในพัทยาหรือหัวหิน เซ็นทารากระบี่ก็เช่นกัน ห้องพักจะอยู่ไล่ตามเนินเขาขึ้นไป มองจากทะเลเข้ามาจะเห็นว่าถูกล้อมด้วยภูเขา ไม่ติดถนนเลย มองไปก็คิดในใจเหมือนกันว่าสร้างได้ยังไงนี่

ซ้าย ขวา หลัง เป็นภูเขา ข้างหน้าเป็นทะเล
สร้างห้องพักแบบขั้นบรรได (ผมคิดชื่อเอง)
ถึงเวลาเรือมา เจ้าหน้าที่โรงแรมจะไปรอที่ท่าเรือลอยน้ำของโรงแรม
ท่าเรือลอยน้ำ (เท่ห์มาก) เวลามีคลื่นมาเราก็จะเล่นเวฟกันเป็นหมู่คณะ
เรือทำช่องทางเดินขึ้นท่าลอยน้ำไว้ด้วย แต่ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยจับ
ป้ายโรงแรมเรียบง่ายมาก
ก่อนจะมาพักที่นี่ผมก็หาข้อมูลมาพอสมควร แต่ก็อดสงสัยไม่ได้เลยว่า จะสร้างโรงแรมให้มันเดินทางเข้าออกยากไปทำไมกันนะ ?

แต่หลังจากก้าวแรกที่เข้ามาถึง ก็เลยเข้าใจเลยว่า ..
  • วิวสวยครับ สวยมากจริงๆ ผมไม่เคยเห็นวิวโรงแรมไหนสวยเท่านี้มาก่อน ถึงแม้จะเคยดูรูปจากในเว็บมาบ้างแล้ว แต่ของจริงสวยกว่านั้นมาก
  • โปรดนึกภาพ .. ตื่นนอนขึ้นมา ออกไปริมระเบียง ซ้ายภูเขา ขวาภูเขา ตรงหน้าเป็นทะเล มีโขดหินอยู่มุมซ้าย ภาพแบบนี้หาไม่ได้ที่พัทยา หัวหิน ชะอำแน่นอน
  • ความเป็นส่วนตัวระดับที่ส่วนตัวมาก เป็นหาดและโรงแรมที่ไม่มีคนนอกมาเดินเล่นได้เลย
  • ปลอดภัยครับ ผมวางกระเป๋าไว้ที่นอนอาบแดดได้ โดยไม่ต้องกลัวของหาย
ทานข้าวริมชายหาด
วิวจากห้องพักในยามเช้า
  • ภายในโรงแรม (จริงๆ ควรเรียกว่ารีสอร์ทแต่ไม่ชินเท่าไหร่) ตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นธรรมชาติ ต้นไม้เยอะๆ 
  • สังเกตุเห็นพนักงานคอยเก็บใบไม้ทุกครั้งที่มีลมพัด หรือฝนตก ทำให้มองไปจะดูสะอาดตาตลอด
  • ไม่มีเคาน์เตอร์เช็คอิน !! เพราะไม่มีการวอร์คอินมาพัก คนที่นั่งเรือมาได้คือต้องจองห้องพักก่อนแล้ว เมื่อมาถึงก็แค่นั่งรอพนักงานพาขึ้นไปที่ห้องพัก
  • มีน้ำกระเจี๊ยบโซดาและผ้าเย็นต้อนรับเหมือนเคย 
ห้องพักแบบวิลล่า (คืนละสองหมื่น)
ทางเดินก็ดูเรียบง่ายมาก สะอาดตาดี
หน้าทางเข้า Check-in
บริเวณ Reception นั่งรอพนักงานพาขึ้นไปที่ห้องพัก
น้ำกระเจี๊ยบโซดาต้อนรับ
ผ้าเย็น (ตอนเดินทางมาถึง ร้อนจนแทบวิญญาณหลุดจากร่าง)
  • โรงแรมทั่วไปเวลาเข้าห้องพักต้องใช้ลิฟท์ แต่ที่นี่ต้องใช้รถพาขึ้น(เขา)ไปที่ห้อง จริงๆ จะเดินขึ้นไปเองก็ได้แต่บางห้องก็อยู่สูงมากจนเดินไม่ไหว
  • ยิ่งสูงยิ่งแพง
  • ใช้รถไฟฟ้าตามสมัยนิยม นั่งได้ 5-6 คน เท่าที่เห็นมีอยู่ 5 คัน
  • ถึงจะมีรถเยอะแต่บางเวลาก็ไม่พอ เพราะแขกก็มักจะเข้าออกห้องพักพร้อมๆ กัน บางคนลงมาแล้วลืมของก็ต้องนั่งรถกลับขึ้นไปอีก ลองนึกภาพว่าพนักงานขับรถต้องทำหน้าที่เหมือนลิฟท์ตามโรงแรมทั่วไป
  • ผมใช้บริการแค่ขาขึ้น ส่วนขาลงก็เดินเองได้ ชมวิวไปด้วยสวยดี
มองถนนจากมุมข้างบน จะเห็นว่าทางชันพอสมควร
รถไฟฟ้า พาเข้าออกห้องพัก
:: ห้องพัก ::

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับโรงแรมก็คงหนีไม่พ้นห้องพัก ซึ่งที่พักของเซ็นทาราเน้นที่บรรยากาศริมชายหาด เรียบหรู กว้างขวาง ห้องขนาดเล็กที่สุดก็ปาเข้าไป 72 ตารางเมตรแล้ว ด้วยความกว้างขนาดนี้ทำให้ทุกห้องมีที่รับแขก ห้องน้ำ ห้องนอน ระเบียงพร้อมที่นอนอาบแดด

แน่นอนว่าทุกห้องเป็นมุมทะเล (Sea View) แต่เนื่องจากโรงแรมหันไปทางทิศตะวันตก เลยจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตอนเช้า จะเห็นเฉพาะช่วงบ่ายและเย็นแทน

  • ห้องพักแบบที่ไม่ใช่วิลล่า (บ้าน) ก็จะเป็นเหมือนอาคารเล็กๆ สามชั้น ลองดูรูปประกอบ
  • ห้องที่ผมพักเป็นห้อง Spa Deluxe Ocean Facing
  • แต่ละห้องจะมีม่านที่เปิดปิดได้ เพื่อความเป็นส่วนตัว มีม่านทั้งจากนอกห้อง และจากในห้อง
ห้องพักเป็นอาคารเล็กๆ 3 ชั้นแล้วแยกห้อง
ห้องรับแขก มีโต๊ะและที่นอนเล่น
ม่านนอกห้องสามารถเปิดปิดได้ (กดปุ่มแล้วจะเลื่อนขึ้นลงให้อัตโนมัติ เท่ห์มาก)
ระเบียงมีที่นอนอาบแดดชมวิว 2 เตียง และอ่างจากุชชี่ !! 
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องก็ครบ ทีวีจอแบน, เครื่อง DVD, ตู้เย็น, มินิบาร์, ผ้าคลุมอาบน้ำ, ถ้วย แก้ว จาน ช้อน ซ้อม
  • โดยปกติจะมีผลไม้ต้อนรับให้ด้วย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดห้องผมจึงไม่มี (อันนี้มารู้ทีหลังตอนกลับมาทม. แล้ว แต่ก็ comment บอกไปทางเว็บของรร.)
  • เรามาบอกพนักงานตอนที่มาถึงแล้วว่ามาพักแบบฮันนีมูน ซึ่งพนักงานตกใจมาก บอกว่าไม่ได้เตรียมห้องในแบบฮันนีมูนไว้ให้ แต่ถ้ารอได้ก็จะรีบจัดห้องไห้ ซึ่งเราก็ไปทานข้าวรอกันก่อน มาถึงที่ห้องก็ได้ธีมฮันนีมูนดังรูปครับ
[แต่งห้องธีมฮันนีมูน] เรียงดอกกุหลาบเป็นคำว่า Welcome
ข้างเตียงนอนมีที่วางของและโคมไฟทั้งสองด้าน
ดอกกุหลาบวางบนเตียง ดูใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดี
มินิบาร์ ดูเย็น ที่ชงกาแฟ อุปกรณ์ ครบมากๆ (น้ำฟรีวันละ 4 ขวด)
โต๊ะทานอาหาร เสาข้างล่างมีหลอดไฟอยู่ข้างใน ปรับลดแสงได้ ตอนกลางคืนจะสวยมาก
อ่างอาบน้ำ ก็โรยดอกไม้ไว้ด้วย
อย่าคิดว่าต้องก้าวเข้ามาในอ่างแล้วก็อาบน้ำในนั้น ... เพราะที่อาบน้ำจริงๆ อยู่ข้างๆ กัน
สังเกตุฝักบัวขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างบนทางซ้าย
ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ 2 ตู้ มีตู้เซฟอยู่ทางขวามือ
กระจกกับอ่างล้างหน้า ผ้าเช็ดมือ แก้วแปลงฟัน มีไดร์เป่าผมให้ด้วย
เวลาแขกออกไปข้างนอก พอกลับมาห้องก็ถูกจัดให้เรียบร้อยแล้ว ดูใส่ใจดี
ผมว่าเซ็นทาราออกแบบห้องที่นี่ได้สุดยอดเลยครับ ดูกลืนเข้ากับธรรมชาติในแบบริมทะเล แต่ก็ไม่ทิ้งความเรียบหรูไว้ด้วย

ห้องพักมีความกว้างใหญ่มาก จนบางทีเดินไปเดินมาก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

Wifi มีแต่เสียตังค์ คืนละหลายร้อยอยู่ เลยเปิดใช้ Personal Hotspot จาก iPhone 4 แทน [ช่วงโฆษณา]

อย่างที่บอกว่าเราแจ้งพนักงานว่ามาฮันนีมูน (ล่วงหน้า) ช่วงเย็นๆ ทางโรงแรมจึงจัดเค้กรูปหัวใจและแชมเปญมาส่งให้ถึงห้องด้วย !!

เค้กผลไม้รูปหัวใจ และแชมเปญฉลองฮันนีมูน

-> ต่อตอนที่ 2 - สิ่งอำนวยความสะดวก, ห้องอาหาร, สรุป

0 comments: