Tuesday, November 29, 2011

การเตรียมตัวสำหรับงานหมั้น, บรรยากาศ 1 วันก่อนงาน


หลังจากที่เราได้ข้อสรุปที่ว่าจะจัดงานแต่งงานที่กรุงเทพฯ และจัดงานหมั้นที่ขอนแก่นแล้ว (อ่าน: 20 คำถามกับวันแต่งงาน) โดยงานจะจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายหญิงที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อเราสอบถามไปทางพ่อแม่ของเราทั้งสองคนว่าจะจัดงานอย่างไร มีอะไรที่ต้องทำบ้าง ?

"พวกเราไปเตรียมงานแต่งที่กรุงเทพฯเถอะ งานหมั้นนี่เดี๋ยวให้ผู้ใหญ่จัดการเอง ไม่มีอะไรมากอยู่แล้วล่ะ หมั้นง่ายๆ"

หมั้นง่ายๆ ... เป็นประโยคที่ผมได้ยินแทบทุกครั้งที่สอบถามกลับไปถึงการเตรียมงานที่ขอนแก่น และระหว่างทางนั่งรถกลับบ้านประโยคนี้ก็ดังก้องหูไปตลอดทาง ...

หมั้นง่ายๆ

สิ่งที่ผมจินตนาการไว้คืองานหมั้นเล็กๆ ของ 2 ครอบครัว มีญาติๆ มานั่งคุยกัน เฮฮาเป็นกันเอง มีการพูดคุยพอเป็นพิธีที่บ้านฝ่ายหญิง ทำกับข้าวกินกันตอนเที่ยง แล้วก็บ๊ายบายแยกย้ายกลับบ้านกันไปอย่างมีความสุข

"เอ็ม !! ขอรูปชุดแต่งงานที่ไปถ่ายกันมาด่วนเลย" ท่านแม่ของเจ้าสาว
"เอ่อ ... เอาไปทำอะไรเหรอครับ ?"
"ก็เอาไปติดในงานน่ะสิ เร็วเลยนะรีบเอาไปอัดใส่กรอบมาเลย เดี๋ยวจะได้เอาไปวางข้างเวที เนี่ยก็กำลังจัดซุ้มกันอยู่ กางเต๊นท์แล้วด้วย"

ด้วยความมึนงง อะไรคือซุ้ม อะไรคือเต๊นท์ เวทีคืออะไร ?? ผมจึงขอไปดูสถานที่เกิดเหตุก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที .. แล้วทันทีที่มาถึงบ้านเจ้าสาว ผมกับว่าที่เจ้าสาวก็ถึงกับยืนอ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า !!

บ้านหลังเล็กๆ กลายเป็นสถานที่จัดงานระดับอำเภอ มีซุ้มเข้างาน ตกแต่งดอกไม้ พื้นปูพรมแดงเป็นทางยาว ลานจอดรถถูกแปลงร่างกลายเป็นเวทียกสูง มีเครื่องเสียงกำลังติดตั้งอยู่ ลานหน้าบ้านมีเต็นท์ขนาดใหญ่กางอยู่ 10 กว่าผืนได้ ...

หลังจากสอบถามดูแล้วได้ความว่างานในวันพรุ่งนี้จะมีการงานเลี้ยงโต๊ะจีน 35 โต๊ะ มีแขกมาร่วมฉลองประมาณ 400 คน มีเวทีให้ขึ้นไปกล่าวขอบคุณแขก และประธานในพิธีคือท่านนายอำเภอ !!

... หมั้นง่ายๆ

มีซุ้มทางเดินเข้าบ้านพร้อมปูพรมแดงด้วย
มีเวที !! โอ้แม่เจ้า งานหมั้นเหรอเนี่ย
รูปหน้างานที่ท่านแม่ขอ
ว่าที่เจ้าสาวเห็นความอลังการของหมั้นง่ายๆ แล้วปวดเฮ๊ด

พิธีหมั้นและพิธีแต่งงาน

โดยปกติแล้วงานแต่งงานจะประกอบไปด้วย 2 อย่าง คืองานพิธีตามประเพณีและงานเลี้ยงฉลอง
  • งานพิธี : แห่ขันหมาก, สวมแหวน, ยกน้ำชา, ส่งตัวเจ้าสาว, เข้าโบสถ์ โดยมากมักจะจัดตอนเช้า ที่บ้านฝ่ายหญิงและมีการดูฤกษ์ดีฤกษ์มงคลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
  • งานเลี้ยงฉลอง : ถ่ายรูปคู่กับบ่าวสาว, เปิดพรีเซนเทชั่น, ตัดเค้ก, โยนดอกไม้, ถ่ายรูปตามโต๊ะ โดยมากจะจัดที่โรงแรมช่วงกลางคืน ไม่มีพิธีอะไรมาก
งานในวันพรุ่งนี้จะเป็นงานหมั้นและงานแต่งงานไปในตัว ส่วนงานเลี้ยงฉลองจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งข้อมูลแบบละเอียดว่าต้องมีอะไรบ้าง ขบวนขันหมากเป็นอย่างไร พิธีก่อนหลังเริ่มยังไง ก็คงหาได้ตามเว็บทั่วไปครับ ก็อยากขอแนะนำการเตรียมตัวในมุมเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ถือว่าเป็นคนสำคัญของงาน

หาวัน, เวลา, สถานที่

  • ส่วนมากก็จะไปหาหมอดูหรือพระซึ่งที่บ้านนับถือ พยายามถามวันเผื่อไว้ซัก 2-3 วัน เผื่อว่าใครมีธุระอะไรจะได้จัดวันที่เหมาะสมได้ถูก
  • เวลาส่วนมากจะได้ฤกษ์ช่วง 7-9 โมงเช้า แต่บางคนก็ได้ฤกษ์โหดมากคือตี 5 ก็จะเหนื่อยทั้งแขกและคนจัดเอา ลองพยายามถามวิธีแก้หรือเวลาอื่นๆ
  • ความเชื่อของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ควรคุยเรื่องฤกษ์ที่โอเคทั้งสองบ้านจะดีกว่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลือกเอง
  • สถานที่มักจะจัดที่บ้านเจ้าสาวเพื่อความเป็นกันเอง แต่หากสถานที่คับแคบก็นิยมไปจัดที่โรงแรม เช่าห้องจัดงานเล็กๆ ห้องนึงก็ทำได้ และสะดวกดี
  • บางโรงแรมก็ขายแพ็คเกจห้องแต่งงานพร้อมงานหมั้นครับ อ่านเพิ่มได้ที่ -> แพ็คเกจและราคาสำหรับจัดงานแต่งงานในกทม.
  • อย่าคิดว่าจัดงานที่บ้านจะสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย จากที่พิสูจน์มาแล้วค่าใช้จ่ายไม่ต่างกันมาก และจัดที่โรงแรมยังสะดวกสบายกว่าทั้งที่จอดรถ, ทีมงาน, ตกแต่ง
จัดงานหมั้นในโรงแรม
อย่าลืมรถเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต้องแต่งด้วยนะจ๊ะ
ห้องหอที่ใช้ส่งตัว ก็ควรจัดให้สวยรับแขก
พูดคุยเรื่องสินสอด
  • ตามประเพณีสินสอดคือเงิน, ทอง, เพชร หรือของมีค่าอื่นๆ ที่ฝ่ายชายจะมอบให้ฝ่ายหญิง
  • เรื่องเงินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน (มาก) หลายบ้านหลายคู่ทะเลาะกันเพราะเรื่องสินสอด
  • เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรเปิดใจคุยกันเองก่อนว่าจะเริ่มไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ยังไง จากนั้นให้แต่ละฝ่ายไปคุยกับบ้านตัวเอง ฝ่ายหญิงควรถามพ่อแม่ด้วยตัวเองว่าต้องการสินสอดเท่าไหร่
  • การคุยเรื่องสินสอดฝ่ายหญิงควรคุยกันเองในบ้านให้จบ สรุปได้ความว่ายังไงค่อยมาบอกฝ่ายชาย แต่ละครอบครัวมีมาตรฐานเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน ไม่ควรเอามาเปรียบเทียบ
  • ถ้าคิดไม่ออกว่าสินสอดควรเป็นเท่าไหร่ มีนักวิชาการทำสูตรคำนวณไว้ให้ -> มูลค่า “สินสอด” ในงานแต่งควรเป็นเท่าไหร่ดี?
    • ซึ่งถ้าตามสูตรนั้น หากคู่บ่าวสาวมีรายได้เฉลี่ย 20,000 บาทต่อเดือน อายุ 30 ปี เป็นคนกรุงเทพฯ จบป.ตรี แต่งงานเป็นคนแรกของบ้าน สินสอดควรจะมีมูลค่า ~700,000 บาท
    • จะบ้าเหรอ !! (คิดในใจ)
  • ตามปกติชนชั้นกลางทั่วไป สินสอดจะมี 2 อย่าง
    • สินสอดโชว์หน้างาน : จัดเต็ม มีเท่าไหร่เอามาโชว์ให้หมด ส่วนมากจะเอาเลขสวย เช่นเงินสด 999,999 บาท
    • สินสอดที่ให้กันจริงๆ : ฝ่ายชายกับฝ่ายหญิงตกลงกันเอง ส่วนมากก็เป็นเงินสดที่มอบให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง, ช่วยค่างานหมั้น, เงินสดมอบให้ฝ่ายหญิงรับขวัญ

สินสอด เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรพูดคุยด้วยความระวัง

การเชิญแขกมางาน
  • งานหมั้นส่วนมากก็จะเชิญแค่ญาติและเพื่อนสนิท ส่วนแขกทั่วไปจะเชิญมาในงานเลี้ยงฉลองตอนกลางคืนแทน
  • ขาดไม่ได้คือเฒ่าแก่ ซึ่งก็เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย 1 คู่ ฝ่ายหญิง 1 คู่
  • ควรเลือกเฒ่าแก่ที่มีประสบการณ์ เพราะจะต้องเป็นประธาน เป็นคนเริ่มพูดในการสู่ขอ เป็นคนเริ่มให้พรบ่าวสาว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะรู้ขั้นตอนของงานพิธีเป็นอย่างดี
  • ถ้าจะให้ดีคู่บ่าวสาวควรจะไปเชิญเฒ่าแก่ด้วยตัวเองพร้อมกับพ่อแม่ จะได้พูดคุยขั้นตอนต่างๆ ด้วย
  • การ์ดเชิญงานหมั้นอาจจะไม่จำเป็นถ้าเชิญแขกไม่เยอะมาก แต่ต้องมั่นใจว่าแขกมาถูกวันเวลา และรู้จักสถานที่ดี

การจัดขันหมากหมั้น
  • เป็นเรื่องปราบเซียน เพราะไม่มีใครจำได้หรอกว่าต้องมีอะไรบ้าง มีทั้งแบบไทย แบบจีน แบบผสม
  • ส่วนมากก็จะเปิดเว็บ, อ่านจากหนังสือ หรือให้ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์เป็นคนบอกว่าต้องจัดอะไรบ้าง แต่ผู้ใหญ่แต่ละท่านก็มีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ควรตกลงกันให้ดี
  • ทำให้เกิดธุรกิจ Organizer จัดงานขึ้นมา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่น แนะนำว่าหากเป็นงานใหญ่ แขกเยอะ และที่บ้านไม่รู้พิธี ควรจะจ้างไปเลย จะได้ไม่ต้องการปวดหัว
    • กรุณานึกภาพความวุ่นวายตอน 6 โมงเช้า ทั้งบ้านวิ่งวุ่น ฝ่ายชายมาตั้งขบวนแล้ว พระอยู่ไหน ? มีใครไปเชิญรึยัง ? ใครไปรับหน้าฝ่ายชาย ? จัดขบวนแบบไหน ? ตากล้องยังไม่มาทำไงดี ? บัวลอยยังไม่มี น้ำชายังไม่ต้ม ใครจัดการให้ที ?
  • เตรียมซองแดงเยอะๆๆๆๆ ต้องใช้หลายขั้นตอน ทั้งช่วงกั้นประตูเงินประตูทอง, ยกน้ำชา ฯลฯ
  • เตรียมที่เก็บสินสอดให้ดี ถ้ามีตู้เซฟก็ควรนำมาใช้ ข่าวสินสอดถูกขโมยมีให้เห็นบ่อยๆ
  • ถ้าอีก 1 วันจะถึงงานแล้ว แต่มีของที่ขาดหรือทำไม่ทัน ถ้าไม่จำเป็นก็ควรข้ามไปเลย ของบางอย่างไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าจะแต่งงานกันไม่ได้ซะหน่อย
กล้วยยยย
นี่แค่ส่วนหนึ่งสำหรับของที่ใช้ในขบวนขันหมาก
การเตรียมตัวของคู่บ่าวสาว
  • 3-4 เดือนก่อนงาน - ควรเริ่มพิมพ์การ์ด, ติดต่อเรื่องอาหาร, นิมนต์พระ, เชิญเฒ่าแก่, ตกลงเรื่องสินสอด, จองชุดงานหมั้น, ดูแหวนหมั้นและสั่งทำล่วงหน้า
  • 1 เดือน - แจกการ์ด, เตรียมเรื่องความหล่อความสวย, 
  • 2 อาทิตย์ - โทรคอนเฟิร์มแขก, เชิญเฒ่าแก่, พูดคุยซักซ้อมงานพิธี, ซื้อของที่ต้องใช้พิธีทั้งหมด
  • 1 อาทิตย์ - จัดสถานที่, ถ้าลางานได้ควรลา, เช็คของให้ครบ, ยืมชุดงานหมั้นจากร้าน
  • 1 วัน - ทำใจให้สงบ
  • แหวนหมั้นส่วนใหญ่ใช้เวลาทำพร้อมพิมพ์ชื่อในแหวนประมาณ 1 เดือน
  • แต่กว่าจะหาแหวนแบบที่ถูกใจได้ ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-2 เดือนเข้าไปแล้ว -_-"
  • ควรหาผู้ช่วยที่ไม่ใช่พ่อแม่อย่างน้อย 2 คน ที่รู้ทุกอย่างในงานตั้งแต่ต้นจนจบ ของเก็บที่ไหน อะไรเริ่มก่อนหลัง เพราะถึงเวลาจริงคู่บ่าวสาว+พ่อแม่ จะขยับไปไหนไม่ได้เลย
ชุดงานหมั้น มีให้เลือกจนตาลาย
จัดงานรายละเอียดเยอะ ลืมอะไรก็ลืมได้ .. แต่อย่าลืมกันและกัน ฮิ๊วววว
จะเห็นว่าขั้นตอนการเตรียมงานนั้นมีเรื่องจุกจิกมากมายจนไม่น่าเชื่อ ทุกคู่ที่ผมเคยคุยด้วยก่อนจะจัดงานก็จะพูดเหมือนกันหมดว่า ไม่อยากมีพิธีอะไรมาก เอาง่ายๆๆๆ

แต่สุดท้ายคำว่าง่ายๆ ก็มักจะลงเอยด้วยความยากๆ ต้องอย่าลืมว่างานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่รวมไปถึงความสัมพันธ์ของสองครอบครัว หน้าตาของพ่อแม่พี่น้อง ฯลฯ เพราะฉะนั้นการศึกษารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ก็ไม่เสียหาย เพื่อถึงเวลาแล้วเราจะสามารถรับมือกับการจัดงานทั้งแบบง่ายๆ และยากๆ ได้

สุดท้าย คือสิ่งที่คู่บ่าวสาวส่วนใหญ่ลืมไป คืองานทั้งหมดนี้จัดขึ้นเพื่อความรักของคุณทั้งสองคน อย่าให้ความยุ่งยากของงาน รายละเอียดจำนวนมหาศาล เรื่องติดขัดทั้งหลาย มาทำให้ความรักต้องลดน้อยลงไป ผมเชื่อว่าความรักของคนสองคนที่ตัดสินใจร่วมชีวิตกัน มีค่ามากกว่าเรื่องเหล่านี้เยอะเลยครับ :)

Related Link


ถาม Siri ทักษิณอยู่ไหน ?










สร้างโดย iFakeSiri (แปลว่าคุณโดนหลอกแล้ว)


Related Link


Monday, November 21, 2011

[MCWedding] ประกาศ !! เลื่อนงานแต่งงานเป็น 14 มกราคม 2555


ประกาศ !! เลื่อนงานแต่งงานของ เอ็ม & เชอรี่
เป็นวัน ..

เสาร์ที่ 14 มกราคม 2555 
(จำง่ายๆ วันเด็ก ^^)

ที่เดิม Centara Grand Bangkok Ladprao
(เซ็นทรัลลาดพร้าว)

:: FAQ ::

ทำไมต้องเลื่อนงานแต่งงาน ?

จากเดิมงานแต่งงานของผม (@Khajochi) และเชอรี่ (@CherryJaja) จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2554 แต่อันเนื่องมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน

ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลในการจัดงาน ซึ่งเราสองคนก็ไม่อยากจำจัดงานฉลองในเวลาที่หลายคนยังมีความกังวลเรื่องน้ำท่วม บางคนที่บ้านน้ำยังไม่ลด และหลายคนกังวลกับการเดินทางมาร่วมงาน

ตอนนี้น้ำก็ลดแล้ว เซ็นทรัลลาดพร้าวก็เปิดแล้ว ทำไมถึงยังเลื่อนงานแต่งอยู่ ?

เพราะยังมีความไม่แน่ไม่นอน ถึงโรงแรมที่จัดจะน้ำลดแล้ว แต่กรุงเทพฯตอนบน และฝั่งธนก็ยังมีน้ำขังอยู่ นอกจากนี้ยังมีญาติผู้ใหญ่ที่ต้องเดินทางมาจากขอนแก่น, สิงคโปร์ และต่างจังหวัด ซึ่งเส้นทางปกติไม่สามารถใช้งานได้

ถ้านับจากวันนี้ไปถึงวันที่ 10 ธันวาคม จะมีเวลาเพียง 19 วัน แต่น้ำก็ยังท่วมในหลายจุด ทำให้ญาติที่อยู่ต่างประเทศและต่างจังหวัด เกิดความยากลำบากในการเดินทางมาร่วมงาน เราสองคนเลยตัดสินใจเลื่อนงานแต่งงานออกไปครับ :)

ทำไมต้องเป็นวันที่ 14 มกราคม 2555 ? เป็นวันฤกษ์ดี ?

เป็นวันเด็กครับ ฮะๆ (ไม่เกี่ยวใช่ไม๊) คือเป็นวันที่โรงแรมว่างครับ เนื่องจากเดิมทีช่วงต้นปีก็มีคนแต่งงานเยอะอยู่แล้ว พอมีน้ำท่วม คนที่แต่งงานช่วง ตุลาคม - พฤศจิกายน ก็พากันเลื่อนงานแต่งกันหมด วันที่ห้องว่างจึงมีน้อย ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษพาคม เป็นเดือนที่โีรงแรมถูกจองยาวสำหรับจัดงานสัมนาต่างๆ

ส่วนจะฤกษ์ดีรึเปล่านี่ไม่สำคัญครับ เพราะงานหมั้นที่เราจัดไปเมื่อ 12 พฤศจิกายน นั้นถือเป็นงานหมั้นและงานแต่งไปในตัวแล้ว มีการสวมแหวน, ยกน้ำชา และส่งตัวเจ้าสาวแล้ว

เพราะงั้นวันที่ 14 มกราคมจึงเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่เราจะหาได้แล้วครับ ><

เลื่อนงานแต่งงานต้องทำอะไรบ้าง ? มีค่าใช้จ่ายรึเปล่า ?

อย่างแรกคือต้องติดต่อโรงแรมแจ้งว่าเราจะขอเลื่อนงาน โดยทั่วไปการเลื่อนงานจะมีค่าใช้จ่าย เนื่องจากโรงแรมก็จะเสียโอกาสจากห้องเดิมที่เราจองไว้ แต่กรณีน้ำท่วมเป็นเหตุสุดวิสัย การเลื่อนจึงไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ (ต้องขอขอบคุณโรงแรม Centara มา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

หลังจากที่โรงแรมตอบโอเควันแล้ว เราก็ต้องเช็คแขกคนสำคัญเช่นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ว่าสามารถเลื่อนวันเวลาได้หรือเปล่า

ถัดมาก็แจ้งกับทีมงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องว่าสามารถขอเลื่อนวันได้รึเปล่า เช่นตากล้อง, วิดีโอ, วงดนตรี, ตกแต่ง, ชุดแต่งงาน, ช่างแต่งหน้า ฯลฯ เล่นเอาปวดหัวเหมือนกัน เพราะมีหลายรายการที่ไม่ว่างในวันใหม่ ซึ่งก็ต้องคุยเรื่องขอยกเลิกงานกันอีกที

ใช้เวลาจัดการเรื่องนี้นานแค่ไหน ?

ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ซึ่งก็ทำให้ได้รู้ว่าการติดต่อกับหน่วยงานจำนวนมากนั้นปวดหัวและเครียดเอาการเหมือนกัน ไม่มีอะไรที่ได้ดังหวัง แต่ก็ได้ประสบการณ์ในการยอมตัดบางสิ่งบางอย่างออกไป เพื่อให้งานสามารถดำเนินต่อไปได้

ปล. ค่าโทรศัพท์เดือนนี้กระฉูดมากครับ

หลังจากนี้ต้องทำอะไรบ้าง ?

ประกาศและแจ้งทุกคนให้ทราบวันใหม่ แก้ไขการ์ดเชิญซึ่งได้พิมพ์มาหมดแล้ว เปลี่ยนวันจองโรงแรมที่จองให้ญาติๆ แจ้งคนที่จะมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศให้เลื่อนการเดินทางครับ


พอได้คอนเฟิร์มทุกอย่างแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ?

โคตรโล่งใจเลยว่าหาวันได้ซะที (วุ๊ย >o<)

พูดจริงๆ ว่าเราสองคนไม่ได้อยากเลื่อนงานแต่งออกไป เพียงแต่เมื่อมองว่าเรามีโอกาสที่จะได้เห็นคนที่เรารัก และคนที่รักเรามาในงานได้มากขึ้น มันก็คุ้มค่าที่จะเลื่อนงานแต่งงานออกไป

ผมเชื่อความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับวันที่บนปฏิทินครับ :)

Related Link


Saturday, November 19, 2011

รีวิว: Top Secret วัยรุ่นพันล้าน - พรุ่งนี้รวยไม่มีอยู่จริง



โดยปกติแล้วหนังฟอร์มหลักของ GTH ที่มักจะเน้นการเขียนบทและสร้างเรื่องด้วยตัวเอง (Original Score) แต่กับ "วัยรุ่นพันล้าน" หนังชีวประวัติของ ต๊อบ อิทธิพัฒน์ เจ้าของธุรกิจสาหร่ายเถ้าแก่น้อย เป็นหนังที่ต้องเล่นไปตามเนื้อเรื่องที่มีตัวตนอยู่แล้ว

เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการแปลงบทหนังว่าจะให้มันมีอารมณ์ร่วม หรือแทรกแง่มุมได้น่าสนใจแค่ไหน คล้ายกับกรณี The Social Network

  • หนังเข้าในจังหวะที่ต้องบอกว่า "โคตรซวย" เพราะน้ำท่วมกรุงเทพฯ แบบพี๊กมาก ทุกคนตื่นเต้นแต่กับน้ำท่วม เขตไหนประกาศอพยพ ฯลฯ จนไม่มีอารมณ์มาดูหนังกัน
  • เห็นชื่อน้องพีช พชร แสดงเป็นพระเอกแล้วแปลกใจนิดหน่อย เพราะเพิ่งเปิดตัวมาจาก Suck Seed ได้ไม่นาน จากฝีมือในเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าทำได้พอผ่าน
  • นางเอกน้องมุกไหม (วลันลักษณ์ คุ้มสุวรรณ) ที่น่ารักโฮก แต่ออกมาบทน้อยยยยยย จนแทบไม่มีบทบาทในหนังอะไรเลย
  • เนื้อเรื่องน่าติดตามอยู่แล้ว เพราะชีวิตของต๊อบมันก็ค่อนข้างเหลือเชื่อจริงๆ
  • แทรกโฆษณาได้น่าเกลียดพอสมควร ถึงเราจะรู้กันอยู่แล้วว่าเถ้าแก่น้อยโตได้เพราะเซเว่นอีเลฟเว่นก็ตามเถอะ
  • ชอบจังหวะสร้างอุปสรรคต่อการไปต่อข้างหน้า มันดูมืดมนและไม่รู้ทางออกจริงๆ (ทั้งที่เรารู้ว่าสุดท้ายตอนจบพระเอกรวย)
  • การใช้สัญลักษณ์อย่างเจ้าแม่กวนอิม หรือความเชื่อในการไม่ต้องคิดอะไรมาก แม้ไม่เด่นมาก แต่ก็ออกมาดูดีมีจังหวะ
  • บทหนังแน่นเกินไป หลายจังหวะดูจะรีบยัดๆ เข้ามา ข้อเสียคือมันหาจุดไคลแม๊กส์ไม่เจอเสียที ออกมาจากโรงจะหาไม่เจอว่าเราจำอะไรเด่นๆ จากหนังได้บ้าง

โดยรวมแล้วชอบเรื่องวัยรุ่นพันล้านนะครับ เป็นหนังดีและแนะนำให้ดูได้ทุกเพศทุกวัย อย่างน้อยก็ทำให้เราได้แรงบรรดาลใจ ว่าการสร้างตัวเองจนกว่าจะมีทุกวันนี้ได้นั้น ไม่มีหรอกที่ได้มาด้วยโชคหรือความบังเอิญ

พรุ่งนี้รวย ... ไม่มีจริงหรอกครับ แต่เราคงต้องเริ่มจากวันนี้ตะหาก









แถมรูปน้องมุกไหม ฮุๆ


Related Link


Thursday, November 03, 2011

บทความแรกของผมบน แบไต๋ไฮเทค แมกกาซีน (Beartai HiText)



บทความเรื่อง "พรีเซนต์ในแบบ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก (Present like Mark Zuckerberg)" ได้ลงใน แบไต๋ไฮเทค แมกกาซีน (Beartai HiText) ครับ ความยาว 5 หน้า ใครสนใจโหลดอ่านได้ที่ App ใกล้มือท่าน ทั้งบน iPad และ Android Tablet ครับ

ที่มาที่ไปก็คือ ผมได้ติดตามอ่านนิตยสาร แบไต๋ไฮเทค บน iPad แล้วรู้สึกประทับใจมาก ทั้งในเรื่องของคุณภาพและไอเดียที่ใส่ลงไปในนิตยสาร ซึ่งถ้านับถึงตอนนี้ผมยกให้เป็น eMagazine อันดับหนึ่งของเมืองไทย เลยครับ (อันนี้พูดจริงๆ แบบไม่ต้องอวย)

ผมจึงติดต่อไปที่ @Nuishow ว่าสนใจจะส่งบทความเข้าไปตีพิมพ์ (ควรใช้คำนี้สำหรับ eMagazine รึเปล่านะ แต่นึกคำอื่นไม่ออก) ด้วยว่าอยากมีส่วนร่วมสนับสนุนนิตยสารดีๆ แบบนี้อีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ @Nuishow และทีมงานด้วยที่ให้เกียรตินำผลงานไปลงครับ

อย่างไรก็ดีเนื่องจากเป็นการส่งผลงานครั้งแรก ผมเลยเลือกบทความที่มีในบล็อกและได้เสียงตอบรับค่อนข้างดี จึงส่งไปให้ทางแบไต๋พิจารณา ซึ่งหลังจากนี้หากจะได้มีบทความลงในแบไต๋อีกครั้งคงจะเป็นบทความที่ Exclusive มากกว่านี้ คือไม่เคยลงในบล็อกหรือที่ไหนมาก่อนครับ

ลงในเล่มที่ 3 ครับ อ่านฟรี !!


ว่าด้วยเรื่องของบทความ

ถ้าสังเกตุดูช่วงหลังผมเขียนข่าวน้อยลง และพยายามเขียนบทความมากขึ้น อย่างนึงก็เพราะอยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง และก็ได้ลองส่งผลงานไปในสื่ออื่นที่ไม่ใช่สื่อออนไลน์ (อ่าน: บทความแรกของผมบน PC World Magazine)

ยอมรับว่าการเขียนบทความ ยากกว่าการเขียนข่าวพอสมควร โดยเฉพาะการหาหัวข้อที่จะมาเขียน เพราะต้องจับประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ซ้ำกับข่าวที่เคยมีอยู่แล้ว ที่สำคัญคือควรจะรวมการวิเคราะห์ของตัวเองเข้าไปด้วยอีกส่วนหนึ่ง

อีกเรื่องนึงคือมาตรฐานของการตีพิมพ์ในนิตยสารนั้น ย่อมสูงกว่าการเขียนบทความในบล็อกของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งเรื่องภาษา ความถูกต้อง การให้เครดิตที่มา รวมไปถึงความน่าเชื่อถือของผู้เขียนบทความเองด้วย

ถึงจะยาก แต่มันก็ท้าทายและน่าสนุกดีเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้น ...

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ :)

หน้าสารบัญ สามารถกดที่รูปแล้วไปที่บทความได้เลย
อ่านได้ทั้งแนวตั้งแนวนอน
ผมว่า Layout บน eMagazine น่าอ่านกว่าบนเว็บนะ
ส่วนที่เป็น link ก็กดไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยจากหน้าบทความ



ขอบคุณทีมงานแบไต๋ที่ช่วยจัดหน้าให้ด้วยนะครับ
เข้าใจว่าจัดยากพอสมควร ^__^"
Related Link


Wednesday, November 02, 2011

รีวิว: iSIM Pay on move by Truemove H

*Advertorial

ทุกวันนี้ในยุคที่คนส่วนใหญ่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่บ้านกันแทบทุกคน แต่ปัญหาเวลาที่เราอยู่นอกบ้านแล้วต้องการใช้เน็ตกับโน๊ตบุ้คหรือแท็บเล็ตขึ้นมาจะทำยังไง อุปกรณ์พวก Aircard, Mifi หรือแม้แต่ใส่ซิมลงไปในแท็บเล็ต ก็กำลังมาแรงในตอนนี้

ผมได้รับซิมรูปแบบใหม่จากทาง ทรูมูฟ เอช (Truemove H) มาทดสอบ เรียกกันว่า "iSim" เป็นซิมที่ใช้สำหรับเล่นเน็ตอย่างเดียว รับสายโทรออกไม่ได้ แต่จุดเด่นของมันคือการซื้อเน็ตเพิ่มเป็นจำนวน MB ที่ง่ายมากๆ คือจ่ายเงินได้ทุกทางที่พอจะนึกออก

แพ็ตเกจภายนอก ลักษณะคล้ายซิมโทรศัพท์มือถือทั่วไป แต่จะระบุไว้เลยว่า "ซิมสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตเท่านั้น"



ผมลองทดสอบกับ iPad และ iPhone ซึ่งก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เสียบปุ๊บ ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที ไม่ต้อง Activate หรือใส่ User Password ให้วุ่นวาย และเป็น 3G+ ของทรูมูฟ เอชด้วย



  • ราคาซิมขายที่ 169 บาท สามารถเล่นเน็ต 3G+ ได้ทันที 150 MB
  • รองรับคลื่น 3G ที่ 850 MHz สำหรับคนที่จะใช้ Aircard หรือ Mifi ลองตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ดูครับ
  • ทุกครั้งที่เปิดใช้งานซิม หรือซื้อเน็ต เพิ่มก็ใช้งานได้นาน 6 เดือนทันที


ทดสอบความเร็ว ย่านสีลมตอนบ่ายๆ ได้ D/L 1.85 Mbps U/L 1.15 Mbps


  

ทดสอบการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยลองโหลดโปรแกรม Line ขนาด 16 MB แล้วขึ้นขึ้น BTS จากสถานีอโศก ปรากฏว่าโปรแกรมโหลดเสร็จใช้เวลา 3 นาที (รถไฟฟ้าถึงสถานีสยามพอดี)





ทดสอบดูวิดีโอ Youtube แบบ HD ก็ดูปลาวาฬได้ต่อเนื่องไม่กระตุกเลย (ใช้เวลา Buffer 3-4 วินาที)



สามารถเช็คยอคคงเหลือของเน็ตที่ใช้งานได้แบบ Real-time ที่หน้าเว็บ  www.truemove-h.com/iSIM (หน่วยเป็น MB)




ถ้าใช้เน็ตเกินจำนวน จะมีหน้าเว็บขึ้นมาให้เติมเน็ตโดยอัตโนมัติ (Topping Internet Package)

จุดเด่นของ iSim ตัวนี้คือการเติมเน็ตที่ง่ายมาก เลือกไปทีจำนวน MB ที่ต้องการ




เลือกช่องทางการชำระเงิน มีตั้งแต่จ่ายด้วยบัตรเครดิต, บัตรเงินสดของทรูมันนี่, บัญชีธนาคาร, Counter Service หรือแม้แต่ ATM


ผมทดลองเติมเน็ตด้วยบัตรทรูมันนี่



ใส่ข้อมูลการชำระ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย

สรุป
  • "iSIM Pay on move by Truemove H" เป็นซิมสำหรับเล่นเน็ต ใช้งานง่ายมาก เสียบปุ๊บใช้ได้ปั๊บ
  • จุดเด่นคือการเติมเน็ตที่ทำได้ง่าย ช่องทางชำระเงินมีให้แทบทุกทางที่พอจะนึกออก
  • จากที่ลองใช้มา 2-3 วัน พบว่าเน็ตเสถียรดีครับ แม้จะเล่นในบริเวณรอบนอกกรุงเทพ

ข้อมูลเพิ่มเติม

iSIM - Pay on the move อิสระในการเล่นเน็ตได้ทุกที่ สบายใจเล่นเน็ตได้ต่อเนื่อง เน็ตหมดก็ซื้อเพิ่มได้ตลอด 24 ชม.

แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต 3G+ สาหรับ iSIM
1. แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต 3G+ ราคา 90 บาท ใช้งานได้ 70 MB นาน 6 เดือน นับจากวันที่ซื้อเน็ต
2. แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต 3G+ 150 MB นาน 6 เดือน นับจากวันที่ซื้อเน็ต
3. แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต 3G+ ราคา 300 ใช้งานได้ 500 MB นาน 6 เดือน นับจากวันที่ซื้อเน็ต



  • พิเศษ !! ซื้อแพ็คเกจเสริม ใช้ 3G+ เพิ่ม 50% สำหรับลูกค้าที่ซื้อ iSIM topping pack วันนี้ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2555
  • ลูกค้าที่ซื้อ iSIM วันนี้ – 31 ธันวาคมนี้ TruemoveH หักรายได้จาการจำหน่าย 20 บาทต่อ 1 ซิม รายได้ส่วนหนึ่งร่วมสมทบทุนช่วยเหลือน้ำท่วม มอบให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์


พื้นที่ครอบคลุม 3G+ ของ Truemove H ทั้งสิ้น 16 จังหวัด ดังนี้ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร ชะอา หัวหิน สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา

Link