Thursday, April 26, 2012

ทำบุญกับการ์ตูน iStory มอบให้สภากาชาดแล้ว 25,765 บาท พร้อมพิมพ์ครั้งที่ 2



วันนี้มีเรื่องดีๆ ที่ได้อิ่มบุญกันไป สำหรับการ์ตูน iStory ที่จัดทำเพื่อจำหน่ายในงานแต่งงาน และเปิดขายออนไลน์ ตอนนี้ยอดเงินบริจาคทั้งหมด 25,765 บาท ได้บริจาคให้กับสภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้วครับ

อย่างที่เคยบอกไว้ว่าการ์ตูนเล่มนี้ ยอดขายทั้งหมดจะบริจาคเพื่อการกุศล 100% ไม่หักค่าพิมพ์ค่าส่งหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ เพราะฉะนั้นเงินที่ทุกท่านใส่ซองเข้ามา ก็ไปถึงที่สภากาชาดในสภาพนั้นๆ เลย (เหรียญด้วย ^^")

แต่งงานทั้งทีก็ต้องทำบุญเพื่อเป็นศิริมงคลกันหน่อยเน๊อะ ส่วนถ้าใครสงสัยว่าพิมพ์ 200 เล่มขายเล่มละ 150 บาท แต่ทำไมเงินบริจาคไม่ถึง 30,000 บาท ก็ขอบอกว่าผมกับ @CherryJaja มอบให้กับผู้ที่มาช่วยงาน และเก็บไว้ส่วนตัวจำนวนหนึ่งครับ

ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมทำบุญกันในครั้งนี้ จบพิมพ์ชุดแรกหมดไปอย่างรวดเร็ว :)


บริจาคมาเป็นเหรียญก็ส่งมอบเป็นเหรียญเล๊ยยย
ใบรับบริจาคจากสภากาชาดจ้า



พิมพ์ครั้งที่ 2 แล้ว !! เปิดขายออนไลน์ บริจาคการกุศลเช่นเคย !!

รอบแรกมีหลายท่านที่ซื้อไม่ทันหรือไม่ทราบข่าว ผมกับ @CherryJaja ก็ตัดสินใจพิมพ์ครั้งที่ 2 ขึ้นมาอีก 200 เล่ม โดยครั้งนี้อาจจะต้องขอหักค่าใช้จ่ายนิดหน่อยครับ แต่กำไรทุกบาทก็ยังคงบริจาคเพื่อการกุศลเช่นเคย

พิเศษ !! ใครที่สั่งซื้อการ์ตูนรอบที่ 2 แถมรูปในงานแต่งงาน หรือการ์ดเชิญงานแต่งให้ด้วยนะเออ !!

>> สั่งซื้อการ์ตูน iStory ออนไลน์







Friday, April 20, 2012

รักแท้ดูแลให้ได้ - วิธีดูแลความรักของคุณให้ยืนยาว



น่าแปลกที่ช่วงนี้คนรอบตัวผมเป็นโรคเดียวกันหมดเลย คือโรค "คาถามหาน" หรือ "คานถามหา" (จะผวนให้ยากทำไมนิ)

รูปแบบของโรคค่อนข้างพบได้บ่อย คือคบหาดูใจกับแฟนมาตั้งแต่มหาลัย คบกันมาได้นาน 5-7 ปี แล้วก็มีอันต้องเลิกกัน ลืมตาตื่นขึ้นมาดูอายุตัวเอง ก็อายุปาเข้าไป 28,29,30+ กันแล้ว และต้องไม่ลืมไปอัพเดตใน Facebook ประมาณว่า "มาเลิกอะไรเอาตอนนี้ !! อายุปูนนี้แล้วฉันจะไปหาใครได้(ว๊าาา)"

จริงๆ แล้วผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอกนะครับ แต่ในรอบหลายเดือนมานี้หลังแต่งงานเสร็จ ก็มีคนเข้ามาถามพอสมควรว่าทำยังไงถึงได้ชอบพอกันมาตั้ง 16 ปี โดยที่ไม่เบื่อกันซะก่อน แถมสุดท้ายยังได้แต่งงานกันอีกด้วย

เอาเป็นว่าก็ขอแชร์เรื่องของการรักษาความรักให้ยืนยาว ในยุคที่อะไรก็ต้องมาเร็วไปเร็วเสียหมด หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย :)



ไม่มีคำว่านานเกินไป

อันนี้ไม่ได้หมายถึงให้เลิกนับนะครับว่าเราคบกันมากี่ปีแล้ว แต่หมายถึงไม่ว่าคุณจะคบกันมา 1 ปี หรือ 7 ปี มันก็ไม่ได้หมายความว่าความรักมันจะมากขึ้นหรือน้อยลงไปตามเวลา

คือผมไม่เชื่อว่าคนคบกันมา 7 ปีแต่งงาน จะรักกันมากกว่าคนที่คบกันมา 3 เดือนแล้วแต่ง ระยะเวลามันวัดอะไรไม่ได้เลยครับ มีแต่ความรู้สึกเท่านั้นแหล่ะที่วัดกันได้

ผู้ชายคนนี้ยังทำให้ใจคุณเต้นตุบๆ เหมือนครั้งแรกที่จับมือได้อยู่รึเปล่า ?
ผู้หญิงคนนี้ยังเป็นคนที่สวยที่สุด น่ารักที่สุดในสายตาคุณอยู่รึเปล่า ?

บางทีที่เรามัวแต่มองเวลา เราอาจจะรู้สึกว่า "เฮ้ยนี่เราคบกัน 5 ปีแล้วนะ คนอื่นเค้า 3 ปีก็แต่งแล้ว"
แต่เราลืมมองที่หัวใจรึเปล่าครับ ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้เรารักเค้าแค่ไหน เค้ารักเราแค่ไหนกันนะ เราสองคนมาถึงจุดไหนกันแล้ว อย่าเอาเวลามาตัดสินความรักของเราเอง

ผู้หญิงอย่ามากไป ผู้ชายอย่าน้อยไป

เคยเป็นไหมครับที่ฝ่ายหญิงวางแผนไปเที่ยวกันสองคน วางแผนพาแฟนไปบ้าน ชวนไปช๊อปปิ้งดูหนังฟังเพลง แต่ผู้ชายไม่อยากเจอ อยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ อยากพักผ่อนให้หายเหนื่อย นอนดูบอล เล่นเกมส์ชิวๆ ซักวันนึง

เราทุกคนต้องการความพอดีครับ เรารู้ว่าความพอดีคือจุดที่ดีที่สุดของคนสองคน แต่บ่อยครั้งที่ผู้หญิงมักจะมากเกินพอดี และผู้ชายเองก็มักที่จะน้อยเกินพอดี

ผู้หญิงเค้าก็อยากโทรหา อยากรู้ว่าทำอะไรอยู่ อยากชวนไปเที่ยว อยากมีเค้าอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา
ผู้ชายบางอารมณ์ก็อยากอยู่คนเดียว วันหยุดก็อยากเล่นเกมส์ให้เคลียร์ซักชุด อยากไปเตะบอล อยู่กับเพือนฝูงโดยที่ไม่มีฝ่ายหญิงบ้าง

เราสองคนมาจากดาวคนละดวงกันครับ โปรดระลึกไว้ว่าเราไม่เหมือนกันและไม่มีวันที่จะเหมือนกันด้วย เพราะฉะนั้นลองสำรวจตัวเองดูว่าตอนนี้เรามากไปจริงรึเปล่า ? แล้วเราน้อยไปจริงไหม ? ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณมากไป ก็จงลดลง ถ้าคุณคิดว่าเค้าน้อยเกินไป ก็ลองพยายามเข้าใจเค้าบ้าง

สุดท้ายก็ต้องพูดคุยกันตรงๆ ครับ และหาจุดที่เรียกกันว่า "ความพอดี"



รวมมิตรสิ่งที่ไม่ควรทำ

หลายสิ่งต่อไปนี้เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ แต่ลองสำรวจดูไหมครับว่า แล้วเรายังทำอยู่รึเปล่า ?

ผู้หญิง
  • โทรจิก โทรตาม แอบเช็คโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย
  • ขี้งอนแต่ไม่พูด น้อยใจแต่ไม่บอก ไม่แสดงออกแล้ว(ควายเผือก)จะรู้ไม๊คร๊าบบบ
  • ทวงถามสิ่งที่ควรจะได้อยู่ตลอดเวลา "ตอนคบกันแรกๆ นะ ...", "สมัยก่อนนะ ..."
  • เวลาทะเลาะกันแล้วใช้แต่อารมณ์ เหวี่ยง โมโห ไม่ฟังเหตุผลใดๆ ในโลกนี้
  • พูดแต่เรื่องแต่งงานบ่อยๆ ต้องการคำมั่นจากอีกฝ่ายไวๆ ประชดประชันเรื่องคนอื่นที่ได้แต่งงานแล้ว
ผู้ชาย
  • สนใจแต่ผู้หญิงคนอื่น ให้ความสำคัญคนอื่นมากกว่าแฟนของตัวเอง
  • พูดจาขวานผ่าซาก ไม่พูดจาดีๆ น่ารักๆ เหมือนสมัยคบกันใหม่ๆ
  • อยู่กับตัวเอง อยู่กับงานอดิเรก อยู่กับเพื่อนในกลุ่มมากเกินไป
  • เวลาทะเลาะกันเอาแต่หาเหตุผล ไม่ดูเลยว่าอีกฝ่ายต้องการแค่ความรักความเข้าใจ
  • พยายามหนีทุกครั้งที่อีกฝ่ายพูดถึงเรื่องอนาคต เรื่องแต่งงาน


เวลามีปัญหา เราผิดทั้งสองฝ่าย

ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีหมด 100% เต็มหรอกครับ ผมไม่เชื่อว่าการที่คนเราเลิกกัน มันจะเกิดมาจากความผิดของฝ่ายหนึ่งทั้งหมด 100% แต่อีกฝ่ายไม่ผิดเลย 0%

อาจจะเป็นธรรมชาติของคนไทยก็ได้ครับ ที่เวลามีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น เรามักจะชี้นิ้วไปที่คนอื่นก่อนเสมอ ดูได้จากนักการเมือง หรือผู้บริหารบริษัทต่างๆ ซึ่งตรงข้ามกับประเทศอย่างญี่ปุ่นที่เวลามีปัญหา เค้าจะโทษตัวเองก่อน แล้วถ้าตัวเองไม่ผิดจริงๆ ค่อยมองไปที่อื่น

คนเราเลิกกันก็มักจะมีเหตุผลมากมายที่จะบอกว่าอีกฝ่ายไม่ดีอย่างไร และก็มีเหตุผลอีกมากมายเหมือนกัน ที่จะมาบอกว่าเราทำดีแล้วยังไงบ้าง

ผมกับ @CherryJaja เรามีกฏข้อหนึ่งซึ่งผมชอบมันมาก
"ถ้าทะเลาะกัน ตอนสุดท้ายต้องขอโทษซึ่งกันและกัน ไม่ว่าใครจะถูกหรือใครจะผิดก็ตาม"

ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่ามันจะได้ผล เราแทบจะไม่เคยเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้กลับมาพูดกันใหม่ คนเราถ้ายอมรับว่าตัวเองผิด มันจะช่วยให้เราอยากปรับปรุงตัวเองครับ หรือถ้าอีกฝ่ายขอโทษ เราก็พร้อมที่จะให้อภัยเช่นเดียวกัน



10 ข้อควรทำ

สุดท้ายก็มีข้อแนะนำดีๆ ที่(อาจจะ)ช่วยให้รักษาความรักของคุณได้ยืนยาวมากขึ้นครับ
  1. ยิ้มให้กันทุกครั้งที่เจอ เวลาเรานัดกับใคร ถ้าแว่บแรกของการเจอกันเป็นรอยยิ้ม มันทำให้โลกสดใสน่าอยู่ครับ อย่าลืมจับมือกันให้มากขึ้น มองตากันให้มากขึ้น
  2. เข้าใจธรรมชาติของอีกฝ่ายให้มาก แนะนำให้ลองอ่านหนังสือ "ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์" มันช่วยได้จริงๆ ผมรับรองได้
  3. เรื่องความรัก ผู้หญิงควรจะมั่นใจในตัวผู้ชายให้มากเข้าไว้ ส่วนผู้ชายก็ควรสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงเช่นกันว่าจะไม่หนีไปไหน
  4. ทำเซอร์ไพรส์เล็กๆ บ้าง
    1. ผู้หญิงลองเขียนเรื่องที่คุณประทับใจในคนรัก สิ่งที่คุณปลื้มอีกฝ่ายมากเป็นพิเศษ เขียนเป็นจดหมายส่งให้ หรือโพสต์ลงใน Social Network ไหนก็ได้ บอกให้ใครรู้ว่าเค้าทำให้คุณมีความสุขมากแค่ไหน
    2. ผู้ชายลองหาซื้อดอกไม้หรือของขวัญให้อีกฝ่าย พาเธอไปดินเนอร์สองคนในโอกาสพิเศษ เป็นเรื่องเบสิคมากแต่ผู้หญิงก็ชอบทุกคน ทำให้เค้ารู้ว่าสำหรับวันนี้ เค้ายังคงเป็นคนสำคัญเสมอ
  5. พูดคุยกันให้มากครับ อย่าเก็บไว้ ไม่มีอะไรดีกว่าการเปิดใจคุยกันในทุกเรื่อง แต่ต้องไม่มากจนเกินไปนะ เอาแค่พอให้เราเข้าใจกันและกันให้มากที่สุดก็พอ
  6. เว้นระยะห่าง อย่าติดกันจนเกินไป ให้พื้นที่หายใจบ้าง แต่ก็ยังมองเห็นกันอยู่เสมอ
  7. คุณผู้ชายควรระลึกไว้ว่่าการทิ้งผู้หญิงที่คบกันมานานตอนอายุ 30+ เป็นบาปหนัก
  8. ส่วนคุณผู้หญิง ควรระลึกไว้ว่่าถ้าคุณกลับไปเป็นคนสดใส น่ารัก เหมือนกับวันแรกที่คบกัน ไม่มีใครทิ้งคุณได้แน่นอน
  9. ค่านิยมที่ว่าผู้ชายเจ้าชู้ ทำตัวโสดเสมอ ไม่ได้เท่ห์หรอกนะครับ ผู้ชายที่รักแฟน ดูแลเอาอกเอาใจ เป็นแฟมิลี่แมนรักครอบครัว มันดูเท่ห์กว่าเยอะเลยเชื่อผมเถอะ
  10. สุดท้ายจะได้แต่งหรือไม่ได้แต่ง มันไม่สำคัญเท่ากับว่าตอนนี้เรารักกันมากแค่ไหนครับ ถ้าคนสองคนรักและเข้าใจกัน เชื่อเถอะครับว่าอนาคตที่ดี ต้องรอเราอยู่ข้างหน้าแน่นอน รักแท้ต้องดูแลให้ได้ครับ :)


Related Link


Sunday, April 15, 2012

กรี๊ดสลบ !! เมื่อจอห์นนี่กับหลุยส์เชิญเอ็มกับเชอรี่ ไปดูคอนเสิร์ตแร็พเตอร์ !!


เช้านี้มีเรื่องที่น่าดีใจที่สุดในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้รับทวิตจากทาง @RaptorToday ว่า
"มีบางอย่างมามอบให้คุณ @khajochi และคุณ @cherryjaja ครับ"



เนื้อหาในวิดีโอคือจอห์นนี่กับหลุยส์แสดงความยินดีกับเราสองคนด้วยที่ได้แต่งงานกัน และพอดีทั้งสองคนได้ดูคลิปและภาพที่ผมเล่นเปียโนและร้องเพลง "คิดถึงเธอ" เซอร์ไพรส์เชอรี่ในงานแต่งงาน ก็รู้สึกยินดีที่มีเพลงของทั้งสองคนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

เลยอยากจะขอเชิญเราทั้ง 2 คนไปดูคอนเสิร์ต Raptor 2012 Encore ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2555 นี้

แต่มีข้อแม้ว่า ... จะต้องใส่ชุดแต่งงาน ชุดเจ้าบ่าว และชุดเจ้าสาวไปด้วย !!

แล้วก็ขึ้นรูปในงานแต่งงานของเราสองคน ที่ผมเล่นเปียโนและร้องเพลงคิดถึงเธอ ส่วนเชอรี่ก็นั่งอยู่ที่กลางเวที



พอเปิดดูคลิปแล้วบอกได้คำเดียวว่า กรี๊ดดดดดด สลบ !! 

บ่อน้ำตาแตกทันที รีบโทรหาเชอรี่ (พอดีสงกรานต์นี้อยู่กับครอบครัวของแต่ละคน) สองคนกรี๊ดใส่กันเองในโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น !!

ผ่านไป 5 นาที ดูคลิปอีกหลายรอบ ... และหลังจากสงบจิตสงบใจได้แล้ว (เฮ้อ...) ก็ทวีตขอบคุณทาง RS และ @RaptorToday มากที่มอบสิ่งดีๆ ที่ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้ยินไอดอลในดวงใจพูดถึงเราแบบนี้

สำหรับแฟนเพลงแล้ว มันจะมีอะไรที่ดีไปกว่า การที่ไอดอลในดวงใจของเราทั้งสองคน อุตส่าห์ทำคลิปเชิญเราสองคนโดยเฉพาะไปดูคอนเสิร์ตขนาดนี้

เพราะฉะนั้น ต่อให้ฝนตก ฟ้าถล่ม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ ยังไงเราสองคนก็จะไปแน่นอน !!

แล้วพบกันในคอนเสิร์ตครับ

Update:

  • ที่มาของวิดีโอที่แร็พเตอร์ทำให้คือมีคนแนะนำบล็อกเรื่อง  เซอร์ไพรส์ในงานแต่งงาน ไปที่ Fan Page ของ Raptor Today ทีมงานเลยนำไปให้จอห์นนี่กับหลุยส์ดู ซึ่งทั้งสองคนประทับใจมาก เลยออกไอเดียว่าอยากจะขอเชิญมาดูคอนเสิร์ตย้อนความหลังไปด้วยกัน
  • ล่าสุดทาง RS แจ้งมาแล้วว่า จอห์นนี่กับหลุยส์อยากให้ใส่ชุดแต่งงาน เพราะมองจากเวทีแล้วหาง่าย แต่ทีมงานก็เข้าใจว่าเราจะเดินเหิน เต้น ไปโน่นนี่ลำบากและมีค่าใช้จ่าย
  • ทีมงานเลยขอเป็นชุดที่คล้ายชุดแต่งงานก็โอเค ไม่ต้องเป็นทางการมาก >o<~~
  • คอนเสิร์ตรอบที่ได้ดูคือรอบบ่าย 2 โมง แต่นั่งตรงไหนรอทีมงานติดต่ออีกที


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

อ่านเพิ่มเติม

ไม่ใช่แค่ร้องนะ เราสองคนยังเต้นท่า "เกรงใจ" ในรูปถ่าย Pre Wedding ด้วย
ไปดูคอนเสิร์ตแร็พเตอร์เมื่อปี 2011
รูปถ่าย Pre Wedding ในชุดนักเรียน ก็ไม่ลืมเอาเทปแร็พเตอร์มาวางไว้ด้วย







Thursday, April 12, 2012

มินิรีวิว: Kindle Fire - ร้อนแรงในราคาที่จับต้องได้


ได้ลองจับแท็บเล็ตที่อยากเล่นมานานอย่าง Kindle Fire แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ สมกับที่ฮือฮากันมากในช่วงเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว (อ่าน: หลากหลายความเห็นกับ Kindle Fire) ก็เลยขอยืมเครื่องมาลองเล่นซักอาทิตย์นึง (ขอบคุณ Kindle-thailand.in.th ที่ให้ยืมมาลองครับ)

เนื่องจากว่าไม่เชี่ยวในการรีวิว Android ซักเท่าไหร่ ก็เลยขอสรุปเป็นข้อๆ ที่ได้ลองสัมผัสมาก็แล้วกันครับ

Kindle Fire มันคืออะไร ?
  • Kindle Fire เป็นแท็บเล็ตจาก Amazon ขนาดจอ 7 นิ้ว หนักแค่ 0.4 กิโล
  • ข้างในเป็น Android ที่ทำใหม่จนจำแทบไม่ได้
  • เนื้อที่ 8 GB, มีพอร์ทเดียวคือ Micro USB 2.0, แบตอยู่ได้ 8 ชั่วโมง
  • ฟรี Amazon Prime 1 เดือน สำหรับดูหนังกับรายการทีวีฟรี (สมัครปีละ $79)
  • เก็บข้อมูลบน Cloud ไม่ต้องกลัวพื้นที่เต็ม ลบออกเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ
  • Browser ตัวใหม่ ใช้ Cloud ในการส่งข้อมูล เร็วกว่าเดิม 3 เท่า
  • ไม่มี 3G, ไม่มีกล้อง, ไม่มีไมค์
  • ราคาแค่ $199 (6,000 บาท !!)


หนึ่งสัปดาห์กับ Kindle Fire
  • Kindle Fire ยังไม่มีขายแบบเป็นทางการในไทย แต่ก็มีบริษัทที่รับเครื่องมาขาย คือที่  http://kindle-thailand.in.th (ช่วยโฆษณา) และก็มีบูทอยู่ที่ B2S เซ็นทรัลชิดลม
  • บริการที่เป็นจุดขายอย่าง  Amazon Prime ให้ดูหนัง ฟังเพลง ยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐ เอามาใช้เมืองไทยยังไม่ได้
  • เครื่องบางกว่า iPad 1 แต่หน้ากว่า iPad 2 พอสมควร
  • เครื่องแน่นปึ๊ก แข็งแรงทนทานดี
  • แอบหนัก แต่ก็เพราะขนาดจอเล็กทำให้ไม่เมื่อยมือเท่ากับตอนถือ iPad 1


  • ลำโพงเสียงไม่ดังเท่าไหร่
  • จอคมชัดดี ให้สีสันได้พอๆ กับจอ iPad 2
  • ทั้งเครื่องมีอยู่ปุ่มเดียวคือปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง ทำให้ลำบากเหมือนกันเวลาจะกลับมาหน้าหลัก หรือเพิ่มลดเสียง
  • เครื่องเร็วกว่าที่คิด แต่ก็มีอาการหน่วงบ้างตอนสลับแอพไปมา
  • Browser ตัวใหม่ที่บอกว่าใช้ Cloud ในการส่งข้อมูล พอลองแล้วก็ไม่ได้เร็วขึ้นจนรู้สึกได้
  • ลงแอพเองในตอนแรกทำไม่ได้ ต้อง Root เครื่องก่อน อาจจะลำบากนิดหน่อยในตอนแรก แต่พอทำเสร็จก็ใช้งานได้ตามปกติ


  • แอพบางตัวไม่ได้ทำมาพอดีกับหน้าจอ Kindle Fire ก็เป็นปัญหา Fragmentation เรื้อรังของ Android
  • เล่นเว็บ, เล่น Facebook ลื่นไหลมาก โดยเฉพาะดูวิดีโอบน Youtube ได้เนียน แม้จะเล่นความละเอียด HD 1080p ก็ตาม
  • แบตอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง
  • ถ้าใช้ iPad มาก่อนจะรู้สึกว่า Kindle Fire เล็กกระทัดรัดดี ถือสะดวกกว่า แต่เวลาเล่นเว็บหรืออ่านอะไรที่ตัวเล็กลงก็ต้องเพ่งอยู่เหมือนกัน



สรุป

Kindle Fire เป็นแท็บเล็ตที่ทำได้อย่างที่โฆษณาไว้ ในราคา 6,000 กว่าบาทก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา และก็ไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ iPad เพราะดูแล้วเป็นคนละตลาดกัน

แต่ถ้านำมาใช้เมืองไทย ก็ยังมีติดปัญหาอยู่บ้าง ทำให้ต้องมีความรู้ทางเทคนิคพอสมควรถ้าจะเล่นให้ได้เต็มสูบจริงๆ ก็น่าสนใจว่า Amazon จะเริ่มนำ Kindle Fire ออกสู่ตลาดโลกเมื่อไหร่ ต้องคอยติดตาม

ข้อดี
  • ราคาไม่แพง (ในอเมริกา 6,000 บาท ราคาเครื่องนำเข้าไทย 9,000-9,900 บาท)
  • ทำงานพื้นฐานได้ครบ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ
  • เครื่องเร็วและแรงเกินราคา

ข้อเสีย
  • หนาและหนักเกินตัว
  • ยังใช้ได้ไม่ดีนักที่ไทย ต้องลงโปรแกรมเพิ่มและ Root เครื่องเพื่อลงโปรแกรมได้
  • เครื่องมีปุ่มเพียงปุ่มเดียว ใช้งานลำบากเล็กน้อย

หน้าเว็บขาย Kindle Fire .. ดูกันชัดๆ $199


Monday, April 02, 2012

อัพเดต: บทความใหม่บน Beartai Hitext, ผู้จัดการออนไลน์, ออกรายการวิทยุ, งานสัปดาห์หนังสือ


ช่วงนี้หลังจากพายุสงบจากงานแต่งงานต่อด้วยแข่งแฟนพันธุ์แท้ ก็กลับสู่ร่างเดิม เลยพอจะมีเวลาเขียนโน่นนี่ไปเรื่อยตามประสา และก็มีงานที่ได้ไปมาอัพเดตกันครับ

ความลับระบบ Supply Chain ของแอปเปิล - Beartai Hitext

จากที่เคยลงบทความไปแล้วในเล่มก่อนๆ เล่มนี้ก็กลับมาเขียนเรื่องแอปเปิลตามถนัดอีกครั้ง จริงๆ เรื่องนี้เขียนไว้นานมากแล้วตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม แต่พอดีทาง Beartai เองก็ติดน้ำท่วมด้วยเช่นกัน เล่มใหม่จึงเพิ่งคลอด

อ่านฟรีบน iPad ไปโหลดกันได้ที่ - Beartai Hitext for iPad




แฟนพันธุ์แท้สร้างแบรนด์ - Manager Online

เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนบทความลงเว็บผู้จัดการออนไลน์ ขอบคุณ @goople ที่เชิญไปเขียนมากครับ

บทความต่อเนื่องจากเรื่องที่ได้ไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ และก็พบว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่โอกาสของการได้ออกทีวี แต่ยังเป็นโอกาสที่หลายคนใช้ในการสร้างรายได้ และโอกาสทางธุรกิจของตนด้วย

สนใจลองไปอ่านกันได้ครับที่
ทำเงินบนโลกไอที (80) : ทางลัดเพื่อการสร้างชื่อ-โอกาส-ความเชื่อถือให้ธุรกิจออนไลน์



MCOT.NET 100.5 FM - รายการวิทยุ

ได้ไปออกรายการวิทยุพร้อมกับน้องแมค (@themacci) ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่แปลกใหม่ไม่เคยเจามาก่อน ต้องขอบคุณ @yoware และ @sresuda ด้วยครับที่เชิญ

ก็เป็นการพูดคุยบรรยากาศในการแข่ง เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับสตีฟ จ็อบส์ และอนาคตของแอปเปิล ตอนคุยก็พูดกันไปเรื่อย เหมือนจะไร้สาระ แต่ตอนกลับมาฟังอีกรอบก็คุยกับแมคว่า เฮ้ย !! นี่เราคุยกันมีสาระด้วยนี่หว่า

ฟังออนไลน์กันได้ที่ - คลื่นข่าว FM 100.5 คุยกับแฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์
โหลดคลิปเสียงมาฟังได้ที่ (ขอบคุณ @chaichan ที่ช่วยอัดให้ครับ) - 4Shared

ได้เจอพี่กนกและทีมข่าวข้นคนข่าวด้วย กรี๊ดดดด (บ้าดาราฮะ)

เสวนาหนังสือ "Steve Jobs" - งานสัปดาห์หนังสือ

ทีมงานเนชันเชิญไปร่วมในงานเสวนาเรื่องหนังสือ Steve Jobs by Walter Isaacson ที่เป็นเหมือนคัมภีร์ไบเบิลของแฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์ทั้ง 5 คน

ได้พบคนที่เราติดตามผลงานมานานอย่างคุณจอมขวัญ (@jomquan) ที่ตัวจริงรั่วและน่ารักมาก (ฮา) คุณณงลักษณ์ จารุวัฒน์ ผู้แปล และคุณสุทธิชัย หยุ่น (@suthichai) ที่ถือว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์ตัวพ่อเลยทีเดียว

งานเสวนาก็สนุกสนานได้สาระดีครับ ได้เจอแมค, ก้อง, แบงก์, เค้ก แฟนพันธุ์แท้ทั้ง 5 คนพร้อมหน้าให้หายคิดถึงด้วย (ถึงแม้จะเม๊ากันบน Facebook ทุกวันอยู่แล้วก็ตามที)

คุณจอมขวัญ ตัวจริงเฮฮามาก
กรี๊ดดด แฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์ตัวพ่อเลยคนนี้
SJ5 - แก๊งนี้เค้าฮากันจริงๆ