Wednesday, May 16, 2012

มุมมืดในปารีส (The Dark Side of Paris)


"ปารีสเป็นเมืองที่น่าหมั่นไส้" เป็นประโยคที่ฝังหัวผมตั้งแต่สมัยเด็ก อาจจะเป็นเพราะภาพจำอันสวยงาม ที่ทุกคนมองว่ามันคือเมืองที่โรแมนติค สวยงาม มองไปทางไหนก็มีแต่บ้านเมืองคลาสสิค สินค้าแบรนด์เนมราคาแพง ฯลฯ

ได้อ่าน a day เล่ม 138 "a day in Paris" แล้วคิดถึงเวลาช่วงนึงที่เคยได้ไปผจญภัยในเมืองสุดโรแมนติคปนน่าหมั่นไส้นี้

เป็นโชคดีของผมเคยได้มีโอกาสไปที่ปารีส 2 ครั้ง ครั้งแรกไปคนเดียว 3 วัน 2 คืนเมื่อตอนบริษัทส่งไปทำงานที่อังกฤษ อีกครั้งนึงคือไปกับครอบครัว ซึ่งก็ได้ไปขอแต่งงานอย่างที่ทราบกัน

ทุกครั้งที่ได้ไปเหยียบเมืองแห่งนี้ก็ได้เรื่องดีๆ มากมาย แต่ก็มีหลายเรื่องที่แย่เหมือนกัน เรื่องดีคนแชร์ไปเยอะแล้ว เลยขอแชร์ประสบการณ์แปลกๆ ที่เจอกับตัวในการไปเมืองในฝันของใครหลายคนครับ "ปารีส"

หมายเหตุ: เรื่องเล่านี้ผมเจอกับตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเจอ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนในปารีสเป็นแบบนั้นครับ


เกลียดลิงผิวเหลือง

ผมไปเที่ยวปารีสด้วยตัวคนเดียวและงบน้อยนิด ก็เลยเลือกนอนที่ Hostel คือเล็กกว่าโรงแรม และนอนห้องร่วมกับคนอื่น แรกๆ ก็กลัวล่ะครับ แต่พอคิดว่าคนมาพักก็น่าจะนักท่องเที่ยวเหมือนกันก็เลยไม่คิดอะไร

พอถึงเวลาจริง เพื่อนร่วมห้องผมคนนึงเป็นนศ.ฝรั่งเศส หาที่พักยังไม่ได้เลยมานอน Hostel ก่อน ส่วนอีกคู่เป็นชายหญิงแฟนกัน ชาวฝรั่งเศสอีกแล้ว มาเที่ยวปารีสแล้วอยากนอนประหยัดๆ

คืนนึงผมตื่นมากลางดึกเพราะเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากเตียงข้างๆ แอบมองไปก็เห็นคู่ที่เป็นแฟนกันกำลังจู๋จี๋กันใต้ผ้าห่ม ในหัวผมคิดว่าไม่เกรงใจกันเล๊ย แต่ก็แอบเหลือบมาดูว่ามันยุกยิกทำไรกันฟะ (ที่แท้อยากดูนี่เอง 55)

ปรากฏว่าผู้ชายเหมือนจะมองเห็นผมขยับตัว เลยหยุดแล้วชี้นิ้วด่า "What the Fuck U looking at ? Hey Monkey !! !@#%@^&"

ด่าเสร็จเค้าก็กลับไปนอนกอดกันหลับไป ปล่อยให้ลิงเจี๊ยกๆ นอนจ๋อยอยู่คนเดียว ToT (ตรูน่าจะแอบดูให้เนียนๆ หน่อย #ฮา)



ข้างใต้ Hostel ก็เป็นส่วนของ Reception ที่นั่งดูทีวี เล่นเน็ต พักผ่อนกัน ผมอยู่ 3 วัน ไม่มีใครมาคุยด้วยซักคน ทั้งที่พอเป็นคนยุโรปหน้าใหม่ด้วยกันมาพัก เค้าก็ทักกันยิ้มแย้มดี แต่ก็เป็นเรื่องดีคือผมก็ได้นั่งมองว่าคนอื่นเขาทำอะไรกัน คุยอะไรกันไปแทน





Sex, Sex, Sex

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เปิดกว้างด้าน Sex มาก หนังสือโป๊เรท X, Sex Shop, หญิงขายบริการมีให้พบเห็นทั่วไป ตามแผงหนังสือนี่ผมพยายามหาหนังสือท่องเที่ยวยังหายากมาก เพราะเต็มไปด้วยหนังสือโป๊อย่างที่เห็น



คืนหนึ่งผมมาเดินย่าน Pigalle ซึ่งที่นี่มีโรงละครอันโด่งดังที่คนทั่วโลกรู้จักคือ Moulin Rouge แค่ไปถ่ายรูปข้างหน้าก็สวยงามแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปดูโชว์ก็เถอะ

แต่ขึ้นชื่อว่าย่าน Pigalle นั้น เป็นย่านโลกีที่ดังที่สุดในฝรั่งเศส และไม่ค่อยปลอดภัยนัก แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ตามทาง





Sex Shop นั้นก็มีให้เห็นเต็ม 2 ข้างทางในย่านนี้ ที่ไม่ธรรมดาคือมีตั้งแต่ร้านที่อยู่ใต้ บนดิน ร้านใหญ่เท่าตึก 3 ชั้น ร้านเกย์ ร้านเลส ร้านการ์ตูนโป๊ญี่ปุ่นก็มีนะเออ

ร้าน Sex Show หลายร้านที่เดินผ่าน พอเห็นคนเอเชียอย่างเราก็เหมือนเห็นหมูในอวย กวักมือเรียกใหญ่ บอกดูฟรี โชว์ฟรี ไม่เสียตังค์ ซึ่งจากเรื่องเล่าก็มีคนไทยหลายคนที่หลงเข้าไปแล้วก็โดนหลอกเสียเงินหมดตัวกันไปหลายราย



ที่เห็นว่าสุดยอดคือโรงหนังโป๊ ตั้งอยู่ข้างๆ กับ McDonald ซึ่งก็เห็นพ่อแม่พาลูกน้อยมานั่งกินอะไรกลางดึกเป็นปกติมาก เด็กๆ ฝรั่งเศสก็ดูจะไม่ได้สนใจอะไรกับโรงหนังโป๊ข้างๆ



ขายยา !?

ความซวยบังเกิดเมื่อระหว่างทางเดินกลับที่พักในคืนนั้น อยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมา ผมเลยต้องไปยืนหลบฝนอยู่ในซอกตึก ซอยทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว บริเวณนั้นเป็นย่านสถานีรถไฟและเป็นถิ่นของคนดำ

ระหว่างที่หลบฝนอยู่นั้นก็มีกลุ่มวัยรุ่นชาย 4-5 คน ยืนพูดคุยหัวเราะกันสนุกสนานอยู่ตรงข้าม ซักพักก็มีคนดำคนหนึ่งชี้มาที่ลิงผิวเหลืองที่ยืนสั่นอยู่ เขากระซิบกับเพื่อนๆ แล้วซักพักก็เดินมาที่ผม

ชิปหายแล้ว !! โดนปล้นแน่ แม่จ๋าาาา !! >o<~~~ ผมคิดในใจ

วัยรุ่นชายรูปร่างผอม ตัวสูง มายืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้าผม .. ซักพักเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาให้เห็นฟันขาวจั๊ว แล้วก็ถามผมอย่างอารมณ์ดีว่า


"เอากัญชาไม๊น้อง ?"

+เช็ดเข้ !!+ ผมคิดในใจอีกแล้ว

แน่นอนผมยิ้มตอบ แล้วก็บอกไปว่าไม่เป็นไรฮะ (บุหรี่ตรูยังไม่สูบเล๊ย) เขาเลยถามผมว่าแล้วมายืนตรงนี้ทำอะไร ? ผมเลยบอกไปว่ามายืนหลบฝน เพราะกำลังจะไปที่โรงแรมตรงโน้น ...

ชายหนุ่มกลับไปยืนเม๊ากับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนานต่อไป ส่วนผมก็รีบเดินกลับที่พักอย่างว่องไว โดยไม่สนใจว่าฝนมันกำลังตกอยู่ ...



แก๊งต้มตุ๋น

ปีต่อมา เมื่อผมได้เดินทางไปที่ปารีสอีกครั้งกับครอบครัว ครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแปลกอะไร เพราะเราเลือกพักในย่านที่ปลอดภัยเนื่องจากมีเด็กมาด้วย 2 วันที่เดินเที่ยวในเมืองก็ลั้นลาดี ไม่มีปัญหาอะไร

แต่แล้วในวันสุดท้ายที่เรากำลังจะนั่งรถไฟไปที่สนามบิน ก็เจอดีอีกจนได้ ระหว่างที่เรากำลังยืนงงๆ กับเครื่องขายตั๋วรถไฟไปสนามบินอยู่นั้น ก็มีชายผิวขาว อายุประมาณ 40 เดินเข้ามาพูดภาษาอังกฤษด้วย

เขาบอกว่าเห็นเรายืนงงมานานแล้ว เดี๋ยวจะช่วยซื้อตั๋วให้เรา จะเอากี่ใบ ? 6 ใบใช่ไหม ?
ระหว่างที่เรายืนงงไม่ทันได้ตอบ พี่แกก็กดๆๆ ที่เครื่องขายตั๋วทันที เลือกจำนวน 6 ใบ จากนั้นแกก็ รูดบัตรเครดิตจ่ายตังค์ ให้เราเลยป๊าดดด

แล้วก็มีบัตรตกลงมาจากในเครื่อง 6 ใบ ชายคนนั้นหยิบบัตรขึ้นมา แล้วก็แบมือบอกว่า

"เอาเงินค่าบัตรมา"

พวกเรายืนอึ้งกิมกี่อยู่ ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ผมสังเกตุเห็นว่าตอนที่ชายคนนี้รูดบัตรเครดิต ที่หน้าจอมีแถบสีแดงโชว์ขึ้นมา แล้วเขาก็รีบกดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมเลยบอกไปเลยว่าไม่เอา แล้วก็พาทุกคนเดินหนี

ชายคนนั้นไม่ละความพยายาม เดินมาโวยวาย แล้วบอกให้ผมไปดูที่ตู้ใหม่ จากนั้นเขาก็กดซื้อบัตรใหม่ทันที (เออ ..​ แล้วแกจะกดซื้อซ้ำอีก 6 ใบไปทำไม)

ผมพยายามสังเกตุมายากลของอีตานี่ จนจับได้ว่าเขารูดบัตรเครดิตจริง แต่ไม่ผ่าน แล้วก็รีบกดยกเลิกไป จากนั้นก็เอามือลงไปวางที่ช่องรับตั๋ว ดีดนิ้วให้ตั๋ว 6 ใบเหมือนลอยลงมา ซึ่งน่าจะเป็นตั๋วปลอม สุดท้ายพอเราทำท่าไม่สนใจ มันก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยความหวังดี ผมเดินไปแจ้งตำรวจในสถานีรถไฟบอกว่ามีคนโกงมาหลอกลวงนักท่องเที่ยว ตำรวจมองหน้าแล้วถามผมว่า

"So What ?"

โอววว อะเมซิ่ง ปารีส !!