Saturday, June 30, 2012

ประสบการณ์ไปดูคอนเสิร์ต Raptor 2012 แบบแขกรับเชิญพิเศษ


เผื่อใครยังไม่ทราบ เรื่องมันมีอยู่ว่า ...
  • ผมแต่งงานกับเชอรี่
  • ผมเขียนบล็อกเรื่องเซอร์ไพรส์ในงานแต่งงานที่ร้องเพลง "คิดถึงเธอ" ของแร็พเตอร์
  • มีผู้อ่านบล็อกแล้วนำไปโพสต์ใน Fanpage ของ Raptor 2012
  • ทีมงาน RS มาพบ เลยนำไปให้ จอห์นนี่กับหลุยส์ดู
  • ทั้งสองคนอ่านแล้วชอบมาก เลยโพสต์วิดีโอบน Youtube เชิญเรา 2 คนไปดูคอนเสิร์ตแบบแขกรับเชิญพิเศษ
  • แต่มีข้อแม้คือเราทั้ง 2 คนต้องใส่ชุดแต่งงานไปดูคอนเสิร์ตด้วย !! >///<
ก่อนวันงาน

หลังจากกรี๊ดดด สลบอยู่ซักพักกับการได้รับข้อความจากไอดอลในดวงใจของเราทั้ง 2 คน จากความดีใจสุดๆ ก็เริ่มกลับกลายมาเป็นความกลุ้มใจขั้นเทพ อันเนื่องจากชุดแต่งงานที่ต้องใส่เข้าไปในคอนเสิร์ต

คือชุดเจ้าบ่าวนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ชุดเจ้าสาวเป็นชุดที่อลังการมาก กระโปรงก็ใหญ่มาก และมันน่าจะทำให้เชอรี่เดินไปมา ลุกนั่ง หรือจะลุกขึ้นมาเต้นลำบากมาก *__*

อีกมุมหนึ่ง เหล่าเพื่อนๆ และคนรู้จักใน Social Network ก็พากันเข้ามาเชียร์แกมขู่ว่า ถ้าไม่ใส่ชุดแต่งงานนี่เสียเลยนะ แร็พเตอร์เค้าเชิญเองนะเฮ้ย !! >o<~~

โชคดีที่หลังจากคลิปออกไปไม่นาน ก็ได้รับการติดต่อมาจากทาง RS แจ้งว่ารอบที่เราได้ไปดูคือรอบ 14.00 น. และหลังจากได้ฟังเราอธิบายเรื่องความลำบากในชุดแต่งงาน ก็ตกลงกันว่าเชอรี่จะใส่ชุดราตรีสั้นสีขาวแทน แต่เป็นชุดที่มองออกว่าเป็นเจ้าสาว

21 เมษายน 2555 - Raptor 2012 Encore Concert

วันนี้เราสองคนต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ เนื่องจากเชอรี่ต้องไปแต่งหน้า เพื่อให้เข้ากับชุดเจ้าสาวที่ใส่ ส่วนผมเองก็ต้องขับรถไปยืมอุปกรณ์ประดับเจ้าสาว มันจึงเป็นเช้าที่วุ่นๆ ท่ามกลางรถติดขนาดหนักในกทม.



12.30 น. - ทุกอย่างพร้อมแล้ว เจ้าสาวสวยเช้ง เจ้าบ่าวก็ใส่ชุดหล่อ ตรงไปที่ Impact เมืองทองธานี ... แต่ระหว่างทาง อยู่ดีๆ เราทั้ง 2 คนก็เกิดอาการป๊อดขึ้นมา !!

"มันดูเว่อร์ไปไม๊อ่ะ" เชอรี่เริ่มกลัว
"เอ่อ ...​ เอ้อ ... ก็อลังการเหมือนกันนะ ... เอ้อ เค้าก็เริ่มอายแล้วง่าาา"
"คนต้องมองแน่เลย" เชอรี่ >o<
"อย่าพูดจี๊ เค้าก็กลัวง่าาาา" เอ็ม >///<

อาการเครียดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย เราตัดสินใจลดความอลังการลง ด้วยการถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก แล้วก็นั่งทำใจกันอยู่ซักพัก ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้ามาที่ Impact ที่มีแฟนๆ แร็พเตอร์รอเข้าไปชมคอนเสิร์ตกว่า 20,000 คน

ระหว่างทางเดินเข้าไป ก็มีสายตานับร้อยนับพัน มองอีตา 2 คนนี้อย่างตะลึงว่าหลุดมาจากโลกไหน O_o" มีคนมาขอถ่ายรูป 4-5 กลุ่ม บ้างก็ถามว่า

"น้องมาถ่าย Pre Wedding แถวนี้เหรอคะ ?"



คุณบอย (@badzboy) ยืนรอเราอยู่ที่จุดนัดพบ จากนั้นก็ให้บัตรที่นั่ง Reserve กับเรา 2 ใบ และพาเข้างานก่อนประตูจะเปิด พออยู่ข้างในคอนเสิร์ตก็ค่อยรู้สึกปลอดภัย (ฮา)


ผมถามย้ำกับคุณบอยว่า ไม่มีอะไรพิเศษใช่ไหม ? เพราะเราตั้งใจแค่มาสนุกกับคอนเสิร์ตไอดอลของพวกเรา คุณบอยก็บอกว่าไม่มีขึ้นเวที หรืออะไรแน่นอนครับ




ระหว่างนั่งรอเวลา เราก็หยิบเอารูปกับการ์ตูน iStory ที่ตั้งใจจะฝากทีมงานไปขอบคุณจอห์นนี่กับหลุยส์ ที่ให้เกียรติ(อย่างมาก)กับเราทั้งสองคน ได้มาชมคอนเสิร์ตในวันนี้



ระหว่างรอ เพื่อนๆ ที่รู้ข่าวและมาดูคอนเสิร์ตด้วย ก็แวะเวียนมาถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ ส่วนคนรอบข้างก็ดูจะงงกับอีตา 2 คนนี้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ชั้นบนๆ จะชี้ลงมาบ่อยมาก

14.30 คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดด



วันนี้จอห์นนี่กับหลุยส์เท่มาก เต้นยิ่งกว่าสมัยเมื่อสิบปีก่อน เพลงฮิตในอดีตดังขึ้นมาให้ลุกแด๊นซ์กันตลอด ไล่ตั้งแต่เกรงใจ, ซุปเปอร์ฮีโร่, ไม่แคร์



แขกรับเชิญแต่ละคนก็จี๊ดมาก ไล่ตั้งแต่อนัน อันวา, ปุ๊กกี้ และเจมส์ มันทำให้เราได้ย้อนอดีตไปกับนักร้องไอดอลทุกคนจริงๆ


ทุกอย่างผ่านไปอย่างสนุกสนานตามปกติ ..​ แต่แล้วระหว่างที่ทั้งสองคนบนเวทีกำลังพูดคุยทักทายแฟนๆ อยู่นั้น อยู่ดีๆ ก็มีกล้อง และทีมงาน 4 คนมายืนประกบล้อมหน้าหลังเราสองคน O_o!



ไฟดับลง ...​ ดนตรีเพลงที่คุ้นหูก็ดังขึ้น มันคือเพลง "คิดถึงเธอ"

"... และในบางวัน ต้องซึมเมื่อเธอไม่มา~~" จอห์นนี่ร้องเพลงท่อนแรกจบ แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้นมาว่า
"วันนี้เรามีแขกพิเศษมาด้วยนะครับ ... แสดงความยินดีด้วยนะครับที่ร้องเพลงนี้ในเว็ดดิ้งของเค้านะครับ ... คุณเอ็มกับคุณเชอรี่นั่งอยู่ข้างหลังครับ น่ารักที่สุดครั๊บ !!"

แสงไฟฟอลโล่ว์ส่องมาที่เรา 2 คน กล้องถ่ายภาพเรา 2 คนขึ้นบนจอ !! อ๊ากกกกก !@# >///<


เสียงคนดูในฮอลล์กรี๊ดขึ้นมา (ไม่คิดว่าจะมีคนเคยดูคลิปมากขนาดนั้น) ผมกับเชอรี่เลยลุกขึ้นมาโบกมือให้หลุยส์กับจอห์นนี่ 


อาการตอนนั้นคือรู้สึกตัวชา มือเย็น งุนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่ที่แน่ๆ คือมันดีใจและปลื้มมากๆ กับเซอร์ไพรส์นี้ ผมน้ำตาซึม หันไปมองเชอรี่เองก็เช่นกัน

เราสองคนจับมือกัน โบกมือไปมาตลอดเพลงที่มีความหมายพิเศษเอามากๆ เพลงนี้






วิดีโอจากแฟนบล็อกคนนึงส่งมาให้ครับ



หลังจบคอนเสิร์ต ปรากฏว่าคนรอบข้าง พากันเดินมาขอถ่ายรูปกับเรา 2 คน หลังจากที่ได้รู้ความจริงว่าเราใส่ชุดแต่งงานกันมาทำไม

เฮียฮ้อ กรี๊ดดดด
พี่แฟนพันธุ์แท้แร็พเตอร์ก็มานะ


ที่ไม่น่าเชื่อกว่านั้น คือพอเดินออกมาจากฮอลล์ มีคนมารอขอถ่ายรูปด้วยตลอดทางเดินกลับ ทีแรกก็ไม่กี่คน แต่ซักพักก็มีคนเดินมาขอถ่ายรูปด้วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนบอกว่าอ่านเรื่องของเราจากในบล็อก บางคนอ่านจากใน Pantip





แต่ทุกคนก็จะได้ภาพเราสองคนหัวกระเซิงจากการเต้นตลอด 3 ชั่วโมงไม่หยุด กลับบ้านไป ประมาณว่าวันนั้นได้ถ่ายรูปเกิน 200 คนแน่ๆ (อารมณ์เซเล็บมาก แต่เป็นเซเล็บหัวยุ่งหน้ามันนะ)


หมายเหตุ: ถ้าใครที่ได้ดูคอนเสิร์ตใน DVD จะเป็นของรอบ 20.00 น. ครับ ส่วนเราสองคนได้ไปรอบ 14.00 แต่ทาง RS ก็ใจดีนำรูปเราสอง


ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้อยู่แล้วว่าเราสองคนประทับใจกับคอนเสิร์ตนี้มากแค่ไหน มันเป็นความประทับใจที่ได้เห็นว่าไอดอลของเรา เค้าแคร์แฟนเพลงของเค้ามากแค่ไหน

เราสองคนคงบอกอะไรได้ไม่มากไปกว่า ขอบคุณจอห์นนี่กับหลุยส์แร็พเตอร์เอามากๆ พวกคุณคือแรงบันดาลใจของแฟนเพลงนับหมื่นนับแสน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว หรือวันนี้ก็ตาม และจะเป็นตลอดไปครับ

Johnny & Louise, You're our inspiration ..  always .. and forever ...

Friday, June 29, 2012

Project Glass กับการ Demo ที่เท่ที่สุดในโลก



ปกติจะชอบดูเดโมสินค้า โดยเฉพาะสินค้าไอทีอยู่แล้วเป็นประจำ ซึ่งมีเดโมที่ชอบมากหลายตัวในความทรงจำอย่างตอนเปิดตัว iPhone รุ่นแรกที่เล่นเอาขนลุก, เปิดตัว Wii ที่เล่นเทนนิสกันสดๆ ในงาน หรือจะเป็นนาทีที่สตีฟ จ็อบส์ดึง Macbook Air ออกมาจากซองเอกสาร ซึ่งมันเจ๋งมาก

แต่วันนี้ได้ดูเดโมที่เท่ที่สุดตั้งแต่เคยดูมา จนต้องขอบันทึกเอาไว้หน่อย นั่นคือเดโม Project Glass ของกูเกิลในงาน Google IO 2012

อธิบายเผื่อใครไม่ทราบ: Project Glass คืออุปกรณ์ชนิดใหม่ล้ำยุคของกูเกิล เป็นแว่นตา ที่ทำอะไรได้หลายอย่าง เช่นเสิร์ชข้อมูล, ค้นตารางนัดหมาย, ถ่ายรูป หรือแม้แต่วิดีโอแช๊ทกัน


ความเจ๋งของเดโมนี้อยู่ที่การเตรียมตัวและไอเดีย คือแทนที่จะขึ้นมาบนเวที เปิดตัวสไลด์ไปมา ทีมงานกูเกิลกลับเลือกให้ Sergey Brin ขึ้นมา พร้อมทำวิดีโอแช๊ทกับเพื่อนอีก 5 คนสดๆ ผ่าน Glass

แต่ที่ไม่ธรรมดาคือเพื่อนของเขาไม่ได้อยู่บนเวที แต่อยู่บนเครื่องบิน จากนั้นเราก็ได้ดูความสุดยอดของเทคโนโลยีและความบ้าบิ่นของคนเจ๋งๆ กลุ่มนี้ ที่กระโดดลงมาจากเครื่องบิน สู่ดาดฟ้า Moscone Center สถานที่จัดงานในครั้งนี้


วิดีโอที่โชว์จะเห็นภาพสดๆ จาก Glass ทั้ง 5 เครื่องบนเครื่องบิน


กระโดดลงมาที่ดาดฟ้า มีการทำสัญลักษณ์สีเหลืองไว้เป็นจุดลง


ทีมงานเตรียมจักรยาน มาไว้รอ 3 คัน กลุ่มที่กระโดดลงมาส่งต่อถุงใบหนึ่งให้นักปั่น

Hangout เปลี่ยนไปที่คนปั่นจักรยาน มีตากล้องเตรียมพร้อมถึง 4 จุดบริเวณนี้


โชว์ต่อด้วยการปั่นจักรยานจากดาดฟ้า


กระโดดข้ามกำแพง ตีลังกาโชว์ภาพสดๆ จาก Glass ที่หมุนติ้วเลย


ไปถึงปลายอาคาร ส่งต่อให้อีกคนปีนเชือก โรยตัวลงมาชั้นล่างหอประชุม


สุดท้ายส่งให้นักปั่นจักรยานเข้างาน


เห็นกันสดๆ ไปเลยว่ามันเจ๋งจริง คนดูลุกขึ้นปรบมือกันลั่น


ประเด็นที่ชอบจากการเดโมครั้งนี้คือ
  • มันไม่ต้องบอกก็ได้ว่า Glass ทำงานอะไรได้บ้าง แค่ฟีเจอร์ Video Conference อย่างเดียวก็กินขาด
  • ไอเดียกระโดดจากเครื่องบิน ลงมาที่หอประชุม ถ้าไม่ใช่กูเกิลคิดไม่ได้แน่ๆ
  • มีทีมงานเตรียมทุกจุดเป็นอย่างดี ถ้าดูวิดีโอจะเห็นว่ามีมุมกล้องที่ดีคอยตามถ่ายตลอด
  • Sergey พูดก่อนเดโมไว้ว่ามันอาจจะไม่เวิร์ค เป็นการถ่อมตนที่ดี เผื่อสัญญาณหลุดหรือไม่เวิร์คจริงๆ
  • แอบสงสัยบ้างว่ามันส่งข้อมูลจากบนเครื่องบินลงมาที่เซิร์ฟเวอร์ได้ยังไงหว่า

แต่อย่างไรก็เถอะ เชื่อว่าใครที่ได้ดูเดโมนี้จะต้องร้องในใจแบบเดียวกัน

"เจ๋งสร๊าดดดดดด"





Sunday, June 24, 2012

Social Network ที่ดีที่สุดในโลก

Social Network ที่ดีที่สุดในโลก
  • รองรับการทำงานแบบ 3 มิติเต็มรูปแบบ
  • โพสต์ข้อความ, โพสต์คอมเมนต์ ส่งถึงผู้รับในทันทีทันใด
  • ส่งข้อมูลได้ทั้งคำพูด ภาพ และเสียง
  • ฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการณ์ ไม่จำเป็นต้องลงแอพใดๆ เพิ่มเติม
  • ไม่ต้องใช้ Username / Password แต่ได้ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด 
  • รองรับระบบการส่งอารมณ์ ดีใจ เสียใจ หัวเราะ ร้องไห้
  • ฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม
  • ไม่จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต
พบกับ Social Network ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้ววันนี้ ...


...



..



.



ที่บ้านคุณ



Inspiration by BonkerWorld

Wednesday, June 20, 2012

อัพเดตชีวิตเดือนพ.ค. ออกงาน iEducation, WWDCTH, บทความใหม่ และเว็บ MacThai



อัพเดตชีวิตซักนิด ช่วงนี้ก็ยังวุ่นวายเช่นเคย ทำโน่นทำนี่ โปรเจ็คใหม่เข้ามาเรื่อยๆ (แล้่วตกลงเอ็งทำงานอะไรอยู่)

ร่วมงาน iEducation (8 มิ.ย. 2555)

งานจัดโดยบริษัท Pro Service ที่จะเปิดตัวโซลูชันการศึกษาของแอปเปิล งานนี้ได้รับเชิญในฐานะกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ ไปร่วมกับแมค (@themacci) และเค้ก (@caketogo) นอกจากนี้ก็ได้เจอคุณหนุ่ยแบไต๋ (@nuishow) และพี่หลามสุดหล่อ (@sharkshows)

รายละเอียดงานตามอ่านได้จาก MacThai เว็บแอปเปิลที่เจ๋งที่สุึดในโลก (แฮ่ม)

ต้องขอบคุณบริษัท Pro Service ด้วยที่นอกจากจะเชิญไปงานแล้ว ยังซื้อเสื้อแอปเปิล ของแท้จาก Apple Store ที่สำนักงานใหญ่ (เสื้อตัวนี้มีขายที่นี่ที่เดียวเท่านั้น)





ร่วมงาน WWDCTH (11 มิ.ย. 2555)

งานถ่ายทอดสด Keynote WWDC มาที่เมืองไทย จัดโดย Software Park ได้รับเชิญไปพูดบรรยายการเปิดตัวตลอดงาน ก็เป็นการบรรยายแบบแห้งบ้างสดบ้าง จับคู่กับ @nuttaputch สุดหล่อ ที่เพิ่งเคยเจอตัวจริงในงานวันนี้
  • งานไม่ได้ถ่ายทอดสดวิดีโอมา เพราะอย่างที่เรารู้ว่าไม่มีถ่ายทอดสด แต่เป็นการร่วมดู live blog ไปด้วยกันครับ
  • มีบางช่วงที่ได้ดูวิดีโอด้วยจากคนที่แอบไปถ่ายในงาน
  • เป็นครั้งแรกที่ได้ไปบรรยายงานแบบนี้ ก็สนุกและเป็นกันเองดี การที่คนชอบอะไรเหมือนๆ กันมารวมตัวกัน มันมีพลังมากมายจริงๆ



บทความใหม่บน Beartai Hitext

เช่นเดิม ตอนนี้เรียกว่าเป็นนักเขียนประจำของ Beartai Hitext ไปแล้วครับ เล่มที่ 6 นี้เขียนเรื่อง "ปุ่นเครื่องก่อนงาน WWDC" ใครสนใจร่วมอุดหนุน eMagazine ฝีมือคนไทยได้ครับ เล่มละ $1.99 เท่านั้น

หมายเหตุ: เล่มที่ 7 ประจำเดือนก.ค. จะมีบทความของผมถึง 2 บทความครับ รอติดตามกันได้


เว็บใหม่ MacThai.com

ผมอยากทำเว็บของตัวเองมานานแล้วครับ (จริงๆ ก็ควรจะทำตั้งนานแล้ว) เว็บแรกนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องแอปเปิลๆ ช่วงนี้ยังอยู่การทดสอบระบบอยู่ ก็เขียนปั้มข่าว บทความไปเรื่อยๆ ยังมีอะไรที่คิดอยากทำอีกเยอะ

ไว้มีเวลาจะเขียนเรื่องทำเว็บของตัวเอง ตอนนี้ขอดองไว้ก่อน (บล็อกดองเยอะอยู่แล้วตอนนี้ ><)

เว็บจะเปิดตัวเต็มจริงๆ ช่วงเดือนสิงหาคมครับ รอติดตามกันได้





Friday, June 15, 2012

ความลับท่าเต้นเอียงตัว 45 องศาของไมเคิล แจ็คสัน




Michael Jackson เป็นไอดอลในวัยเด็กของผมและใครหลายคน

อายจังที่จะบอกว่าตอนเด็กผมเต้นท่าตามไมเคิลได้ทุกท่าเลย เรียกได้ว่า ฟังเพลงก็นึกออกว่าใน mv ต้องเต้นท่าไหน ในคอนเสิร์ตต้องเต้นท่าอะไร .. ท่ายากๆในตำนานอย่าง moon walk .. ทุกวันนี้ก็ยังเต้นท่านี้ได้อยู่


คำถามนึงที่คาใจมาตั้งแต่เด็กมาเป็นสิบๆปีแล้วก็คือ ในเพลง Smooth Criminal ที่มีท่าเต้นสุดยอดอย่าง lean moon walk .. ใครนึกไม่ออกลองดูรูปได้ ท่านี้เราจะต้องโค้งตัวลง 45 องศา โดยที่เท้ายังอยู่ที่เดิม แล้วก็ดึกตัวขึ้นมา .. สาบานได้ว่าครั้งแรกที่เห็น Michael โชว์ท่านี้ ตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่า "เท่ห์โคตรรรร"

หลังจากล้มลุกคลุกคลาน ลองทำตามแล้วตามอีกมากว่า 2-3 ปีในวัยเด็ก ในที่สุดผมก็ค้นพบอย่างนึงว่า .. มันไม่ใช่ท่าที่มนุษย์จะสามารถทำได้แน่นอน เค้าต้องใช้เชือกรึสลิงช่วยแน่ๆ ... แต่พอได้ไปดูวีโดโอแสดงคอนเสิร์ต แล้วเค้าเต้นท่านี้สดๆต่อหน้าคนนับหมื่น แล้วก็เดินไปมาได้ โดยไม่มีทีท่าของเชือกดึงแต่อย่างใด .. ผมนึกในใจ

"ทำได้ไงวะ !! "





คำตอบของการที่ไมเคิลสามารถโค้งตัวลงไปได้กว่า 45 องศา แล้วดึกตัวขึ้นมาได้โดยไม่ล้มนั้น .. อยู่ที่รองเท้า เพราะเค้าทำรองเท้าขึ้นมาพิเศษ โดยข้างในส้นของรองเท้าจะมีช่องว่างไว้ เมื่อถึงเวลาจะเต้นท่านี้ อาจจะมีตัวยึด(คล้ายตะปู) โผล่ขึ้นมาจากพื้น

จากนั้นไมเคิลเพียงเลื่อนรองเท้าไปข้างหน้า เสียบส้นรองเท้าเข้ากับตัวยึด ก็สามารถเอียงตัวได้ 45 องศา (จริงๆ สามารถเอียงได้มากกว่านั้นอีก) โดยไม่ล้ม และเมื่อถึงเวลาเต้นท่านี้เสร็จ ก็เลื่อนรองเท้ามาข้างหลัง แค่นี้ก็เต้นต่อได้แล้ว

นอกจากนี้ ด้วยความที่ตัวยึดมีขนาดเล็กมาก ทำให้คนดูหรือกล้องก็มองไม่เห็น ว่ามีอะไรอยู่ที่พื้นรึเปล่า เป็นการคิดท่าเต้น ที่รวมกับมายากล และที่น่าทึ่งเจ้าของความคิดนี้ไม่ใช่ใครอื่น ไมเคิลนั่นเอง โดยท่านี้ไมเคิลเป็นผู้จดสิทธิบัตรเอง (Method and means for creating anti-gravity illusion โดย Michael Jackson)

.. ขอคารวะไอดอลคนนี้ หนึ่งจอกครับ ..