Monday, July 16, 2012

รีวิว ตากล้องในงานแต่งงาน: Loveroom Wedding



ภาพ (และวิดีโอ) ในงานแต่งงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลย ภาพในงานแต่งงานเป็นภาพที่เราจะเก็บไว้ดูไปตลอด คือนอกจากจะเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ แล้ว มันยังเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความหมายของคนสองคน

เมื่อถึงวันสำคัญของเราสองคน ผมเองก็มีเพื่อนฝูงเป็นตากล้องมากมาย แต่กับงานที่สำคัญขนาดนี้ ก็อยากจะได้ภาพที่ดีที่สุด โชคดีที่ผมไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจอะไรเลย เพราะมีพี่ตากล้องในดวงใจอยู่แล้วคนหนึ่ง นั่นคือ พี่ราจิตร แห่งทีมงาน "Loveroom Wedding"

ทำไมต้อง Loveroom ?

ผมติดตามผลงานของพี่ราจิตรที่ใช้ชื่อ LoveEMoon บน Multiply ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานถ่ายรับปริญญา จริงๆ ตากล้องที่ดังใน Multiply มีเยอะมาก แต่ที่รูปของ Loveemoon กระแทกใจมากคือเรื่องของไอเดียที่แหวกแนว หลายครั้งที่เห็นรูปแล้วต้องร้องในใจ "คิดได้ไง(วะ)เนี่ย"

ช่วงหลังพอพี่แกตั้งทีมงาน Loveroom เพื่อรับถ่ายภาพในงานแต่งงาน ผมจึงไม่รีรอเลยที่จะขอเชิญทีม Loveroom มาถ่ายภาพในงานแต่งงานของเราสองคน (ในอีเมล์ที่ติดต่อผมใช้คำว่าขอเชิญจริงๆ นะ)
การติดต่อ

โลกทุกวันนี้ติดต่อกันได้ง่ายมากๆ ผมใช้อีเมล์ติดต่อคุยงานเป็นหลัก ส่วนเรื่องราคาก็ไม่ต้องไปลุ้นให้เหนื่อย เพราะพี่แกก็โพสต์ไว้ชัดเจนที่ Facebook Fan Page ครับ ราคางานแต่ง ค่าวิดีโอ ใช้ตากล้องกี่คน กี่บาท ชัดเจนดีมั่กๆ

ส่วนตารางงาน ถ้ากลัวว่าทีมงานไม่ว่างวันที่เราแต่ง ก็ไปเช็คตารางได้จาก Multiply Calendar แต่ขอเตือนว่ากรุณารีบติดต่อแต่เนิ่นๆ เพราะคิวแกยาวมากกกก

เนื่องจากงานแต่งของเราต้องเลื่อนจากเดือนธ.ค. เพราะน้ำท่วมกทม. ทีแรกก็เสียวๆ ว่าพี่แกจะไม่ว่าง แต่โชคดีที่สามารถเคลียร์คิวให้เราได้ในวันงาน :D

ราคา Pre Wedding และถ่ายรูปในงานแต่งของ Loveroom (update 31/5/2012)
วันแต่งงาน

เราใช้บริการ Loveroom ในงานฉลองกลางคืน โดยเป็นชุดตากล้องภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ ก่อนงานก็มี Brief งานกันนิดหน่อย แต่พอถึงวันจริง ก็ไม่คิดว่าพี่แกจะขนทีมงานมากันถึง 7 คน !!

:: ภาพนิ่ง ::
  • ทีมงานมีประสบการณ์ถ่ายงานแต่งมาเยอะมากๆ รู้มุมสวยๆ และคอยแนะนำเราสองคนอยู่ตลอดว่าควรหันหน้ายังไง รับแสงยังไง
  • มีทีมงานคอยถือแสงไฟไว้ตลอด ในมุมที่แสงไม่พอ จะเปิดขึ้นมารับแสงทันที
  • "ในงานแต่ง เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวอาจจะถูกถ่ายได้จากทุกมุม และทุกเวลา ให้ยิ้มไว้ตลอดเวลานะครับ" คำเตือนจากทีมงาน
  • ส่วนใหญ่ภาพหน้าแบล็คดรอปเป็นภาพที่น่าเบื่อ แต่พี่ๆ ก็มีวิธีทำให้มันดูเก๋ไก๋ด้วยภาพจาก Fisheye และคอยกระตุ้นให้เราเฮฮา เป็นกันเองตลอด
  • ช่วงเดินเข้างาน เนื่องจากเราสองคนตื่นเต้นมาก เลยเร่งสปีดจ้ำเอาๆ แล้วก็มีเสียงมาจากพี่ๆ ตากล้องว่า "ช้าๆ ครับ ช้าๆ ใจเย็นๆ" , "ค่อยๆ หมุนครับเอ็ม" , "เชอรี่ยิ้มหน่อยนะครับ"
ภาพในช่วงเวลาสำคัญ มีทุกช๊อตไม่พลาดแน่นอน
  • เนื่องจากจะมีเซอร์ไพรส์ในงาน ผมก็ได้แจ้งกันทีมงานไปบ้างนิดหน่อย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ไหวพริบในการหามุมต่างๆ มากมาย เพราะหลายจังหวะมันไม่เหมือนงานแต่งตามปกติ ซึ่งจากมุมตอนที่เล่นเปียโน ผมก็เห็นทีมงานทั้ง 7 คน เดินสลับตำแหน่ง หามุม ซูมเข้าออก เสียงชั๊ตเตอร์ดัง แช๊ะๆๆๆๆๆ อยู่ตลอดเวลา
  • ภาพที่ได้ก็ออกมาคุ้มค่ามาก ทุกช๊อตออกมาสวยมาก มีมุมแปลกๆ ให้เห็นมากมาย
  • ผมสังเกตุว่าทีมงานไม่มีใครเดินทับ line กัน แอบสงสัยเหมือนกันว่ารู้ได้ไงว่าใครต้องมุมไหน
:: ภาพวิดีโอ ::
  • ก่อนงานมีสัมภาษณ์ในห้องแต่งตัวเล็กน้อย ซึ่งเรื่องปกติเลยที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเกร็งและกลัวกล้อง เขิล พูดไม่ออก แต่พี่ๆ Loveroom ก็มีวิธีให้เราได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดออกไป และก็ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เฟคจนเหมือนการแสดง
  • ช่วงงาน จะมีหลายช็อตที่ถ่ายเก็บเพื่อให้ได้ภาพเก๋ๆ ทีมวิดีโอจะดูจังหวะแล้วเข้ามากระซิบบอกตลอด
  • "ช่วงนี้จะถ่ายหมุน 360 องศานะครับ พอนับถึง 3 แล้วให้หันมามองกล้องพร้อมกัน" , "กำลังถ่ายจับมือนะครับ นับถึง 3 แล้วค่อยๆ กุมมือกันช้าๆ"
  • ที่สนุกคือช่วงเล่นเปียโน คือตากล้องภาพนิ่งจะยิงแหลก จากหลายมุม เหมือนเสือปืนไว แต่ภาพวิดีโอต้องเข้ามาใกล้กว่าปกติ แต่ก็ต้องไม่บังกล้องภาพนิ่ง แต่ผมก็เห็นพี่แกสลับที่ไปมาอย่างไว และก็ได้ทุกมุมจริงๆ (ดูจากวิดีโอข้างล่างได้ครับ)

หลังจบงาน

ปกติแล้วรูปงานแต่งงานนี่ต้องรอกันข้ามเดือนจนลืม .. แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากคืนวันแต่งงานเสร็จ ผมจะได้ดูภาพพรีวิว 20 กว่าใบที่สวยมากๆ จากงานแต่งของตัวเอง ภายในคืนนั้นเลย !! โดยที่ทีมงาน Loveroom ได้นำไปโพสต์ไว้ใน Facebook

ซึ่งภาพเหล่านี้ทีมงานจะคัดเฉพาะที่เด็ดๆ และโพสต์ไว้เพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวนำไปแชร์ต่อให้เพื่อนๆ แขกทั้งที่มาและไม่ได้มางาน ได้ดูกันก่อน ซึ่งมันมีความหมายมาก กับบรรยากาศที่ยังไม่จางหายไป



หลังจากนั้น ทีมงานก็ใช้เวลาแต่งภาพและส่งมาทางไปรษณีย์ เวลาประมาณ 1 เดือนครับ มาพร้อมกล่องใส่ DVD ดังรูป ข้างในมี DVD ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ จำนวน 6 แผ่น
  • ภาพนิ่งมาเป็น JPG ขนาด 16 ล้าน Pixel
  • ภาพที่มาจะแบ่ง Folder เลยว่าจากกล้องตัวไหน
  • แยกภาพที่ทำสีพิเศษออกมาให้ด้วย เผื่อนำไปใช้ได้หลายโอกาส
  • รวมแล้วผมได้รับภาพทั้งหมด 3,194 ใบ รวม 12.81 GB (เยอะมากกกกกก)
  • วิดีโอมาเป็นแบบ DVD Player เล่นจากเครื่องเล่น DVD ได้
  • และมาเป็น MP4 ไฮไลท์ของงาน ความละเอียด 1080p
  • ภายหลังผมขอไฟล์วิดีโอจากทีมงานเผื่อนำไปใช้ตัดต่อเอง ซึ่งพี่ๆ ก็ใจดีให้เอา HDD ไปก๊อปได้เลย (ขนาดวิดีโอตัวเต็ม 53 GB!!)
ความประทับใจ

ผมพอจะรู้เรื่องถ่ายภาพมาบ้าง จากที่ใช้กล้อง DSLR และก็เคยไปเรียนถ่ายภาพมาบ้างพอสมควร จากมุมมองนี้พอได้เห็นภาพในงานแต่งงานของตัวเองจากทีมงาน Loveroom แล้วต้องขอบอกเลยว่า ผมอึ้งและหยุดตะลึงกับภาพไปหลายใบเลยทีเดียว

แน่นอนว่าภาพงานแต่งงานตามมาตรฐานจะต้องคม ชัด และออกมาสวยอยู่แล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดสำหรับทีม Loveroom คือเรื่องของ "แสงและอารมณ์"


ผมยกตัวอย่างเรื่องแสง มุมที่ผมกำลังเล่นเปียโนนี้ เป็นจังหวะที่ไม่มีแสงรอบตัวผมเลย มีเพียงแค่ สปอตไลท์ตัวเดียวส่องมา โดยปกติแล้วเป็นมุมที่หน้าจะมืดข้างหนึ่ง และแสงจะแข็งมากจนไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ แต่ลองดูภาพข้างล่างครับ


อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมเลยคืออารมณ์ มันเป็นเรื่องที่บอกไม่ถูกเหมือนกันครับว่าต้องเป็นยังไง แต่ภาพจากทีมงาน Loveroom นั้นสื่ออารมณ์ที่เป็นในตอนนั้น เวลานั้นออกมาได้จริงๆ ผมเชื่อว่าถ้าได้ดูภาพก็จะเข้าใจครับ



:: สรุป ::

หลังจากภาพที่ออกมาทั้งวิดีโอและภาพนิ่ง ทุกคนที่ได้เห็นก็บอกเป็นเสียงเดียวกันครับว่า "สวยมากกกก" เรียกได้ว่า like กระจาย เม้นกันทุกใบ

สำหรับผมเองเวลานำภาพเหล่านี้ไปเขียนบล็อกหรือเล่าเรื่องราวอะไร ก็จะได้ความประทับใจกลับมาอีกเท่าตัว ด้วยภาพที่สวยและได้อารมณ์มากขนาดนี้

สรุปแล้วถ้าใครที่กำลังจะแต่งงาน และกำลังมองหาตากล้องที่เก็บภาพสวยๆ ในคืนสำคัญของคุณ ผมขอแนะนำ Loveroom ไว้ตรงนี้เลยครับ


Link