Thursday, August 30, 2012

ทำไมสิงคโปร์ถึงเปิดบ่อนคาสิโนได้ ทั้งที่ประชาชนไม่ยอมรับ ? (Case Study: Marina Bay Sands - Singapore)



สิงคโปร์ถือเป็นบ้านแห่งที่ 2 ของผม ทั้งนี้ก็เพราะแม่ผมเป็นคนสิงคโปร์-มาเลเซีย เรามีญาติๆ อยู่ที่โน่นพอสมควร และช่วงอาทิตย์ก่อนผมก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่สิงคโปร์เป็นเวลาถึง 4 วันเต็ม

การไปเที่ยวโดยมีคนท้องถิ่นที่เป็นญาติๆ พาชมประเทศ ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมายที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องที่คาใจผมมานานคือการเปิดบ่อน "คาสิโน" ในประเทศที่คนเกลียดอบายมุขและยาเสพติดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

เมืองไทยเราก็เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้มาหลายครั้ง ก็น่าสนใจว่าแล้วที่สิงคโปร์เค้าแก้ปัญหากันอย่างไร รัฐบาลรับมือกับความไม่เห็นด้วยได้ยังไง



Marina Bay Sands

รีสอร์ทและคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศควบคู่ไปกับสิงค์โตทะเล ( Merlion) ซึ่งจากการไปเดินรอบๆ ก็พบว่ามันใหญ่จริงๆ สวยงามและน่าหลงไหล

ผมได้นั่งคุยกับญาติๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็น Trader ในบริษัทต้นๆ ของประเทศ และก็คุยกับครูท่านหนึ่งที่สอนเด็กๆ สิงคโปร์มานานจนตอนนี้ได้รีไทร์ตัวเองแล้ว ความเห็นของทั้งคู่น่าสนใจดี
  • เรื่องมันเกิดขึ้นช่วงปี 2004-2005 เมื่อรัฐบาลของสิงคโปร์ ที่ขึ้นชื่อว่าหูตาไวที่สุดประเทศหนึ่ง ได้ออกมาทำนายว่าวิกฤติเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปี 2008-2010
  • สิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย ถ้าคนตกงาน บริษัทต่างชาติหนีไปลงทุนที่อื่น รัฐบาลไม่สามารถหางานให้คนทำได้ จะบอกให้ไปทำนาก็ไม่มีที่ให้ทำ
  • รัฐบาลสมัยนั้นพยายามยื้อด้วยการเชื้อเชิญต่างชาติมาลงทุนให้มากขึ้น แต่จีนที่มาแรง ทำให้หนทางเริ่มมืดมน
  • "ลีเซียนลุง" นายกรัฐมนตรีเลยตัดสินใจประกาศข่าวช็อคประเทศว่าสิงคโปร์กำลังจะมีบ่อน "คาสิโน" เกิดขึ้น !!
  • แน่นอนประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจ มีการดีเบตเรื่องนี้กันเยอะมาก ยิ่งประชาชนไม่พอใจ รัฐบาลก็ยิ่งพบศึกหนัก แม้จะพยายามอธิบายไปแล้วว่ามันจะช่วยให้ประเทศรอดตายได้
  • ช่วงนั้นสิงคโปร์เศรษฐกิจเริ่มดิ่งลงตามที่รัฐบาลคาด หลายบริษัทปิดตัวไปเปิดในประเทศค่าแรงถูกกว่า รัฐบาลแก้ปัญหาว่างงานไม่ได้
  • สุดท้ายรัฐบาลก็เปิดรับความเห็นของประชาชน ซึ่งมาจากหลายทาง และมีการนำไปพิจารณาจริง
  • ความกังวลส่วนใหญ่คือไม่อยากให้ลูกหลานติดการพนัน ไม่อยากให้เห็น ให้เจอ ให้เล่น
  • ข่าวร้ายเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อมีข่าวคนโดดตึกตายเพราะเล่นการพนันหมดตัว (จากบ่อนที่มาเลย์)



แนวทางแก้ของรัฐบาล
  • โชคดีที่อัตราการรู้หนังสือของสิงคโปร์คือ 100% แถมเรียนกันสูงมาก พูดจาด้วยเหตุผลก็เข้าใจ ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีการเมือง
  • รัฐบาลตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องสร้างคาสิโน 2 แห่ง คือที่เกาะ Sentosa และที่อ่าว Marina Bay
  • ท่าไม้ตายที่รัฐบาลใช้คือออกกฏว่า คนสิงคโปร์ที่เข้าบ่อนจะต้องเสียค่าเข้า 100 SGD ต่อการเล่น 24 ชั่วโมง (3,000 บาท) และถ้าจะทำตั๋วปีต้องจ่าย 2,000 SGD (50,000 บาท)
  • ต้องอายุเกิน 21 ปี
  • คนที่ไม่ได้สัญชาติสิงคโปร์แต่ถ้าอาศัยในประเทศก็ต้องจ่าย
  • ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาคาสิโนในทีวีหรือ Billboard ตามท้องถนน
  • เสริมการเรียนรู้ถึงพิษการติดพนันเข้าไปในบทเรียนสำหรับเด็กๆ
  • มีรายการสอนพ่อแม่ให้รู้จักสอนลูกให้ถูกทางด้วย
  • คาสิโนที่มาประมูลไป จะต้องแบ่งพื้นที่ให้รัฐบาล 10% เพื่อเอาไปทำอะไรก็ได้ที่เห็นสมควร
  • คาสิโนที่ประมูลได้จะมี License เปิดได้เพียง 30 ปี ถ้าหมดแล้วรัฐบาลเปลี่ยนใจอยากทุบทิ้ง ก็ไม่มีสิทธิ์งอแง
ผลของการสร้างคาสิโน
  • Marina Bay Sands (MBS) ได้รับการประมูล License ไปโดยกลุ่ม Las Vegas Sands และกลายเป็นคาสิโนที่มีมูลค่าในการก่อสร้างสูงที่สุดในโลกคือ 6 พันล้านสิงคโปร์ดอลล่าห์ (150,000 ล้านบาท)
  • ระหว่างการก่อสร้าง ปรากฏว่าเกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในอเมริกาอย่างที่รัฐบาลคาดไว้จริงๆ ด้วย ทำให้การก่อสร้างล่าช้าไป แต่ก็ต้องเร่งทำให้เสร็จตามสัญญา
  • MBS สร้างงานให้กับประเทศกว่า 20,000 คน มีเพียงส่วนน้อยมากที่ทำงานในบ่อน นอกนั้นก็เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงแรม, ร้านค้า, ก่อสร้าง, ควบคุม ฯลฯ
  • คาดว่า MBS จะทำเงินเข้าประเทศกว่า 2.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ในปี 2015 หรือคิดเป็น 0.8% ของ GDP
  • คนในประเทศเข้าไปเล่นน้อยมาก เพราะจ่ายค่าเข้าแพง เข้าไปชิวๆ 3 วันก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางหมื่นบาทแล้ว
  • ชาวสิงคโปร์ทุกคนที่ไปคุยด้วยไม่เคยเข้าคาสิโนเลย แต่จะไปใช้ความบันเทิงอื่นๆ ใน MBS แทน
  • สิงคโปร์มีการลงทุนจากต่างชาติสูงมากๆ แต่กับวิกฤติในอเมริกาและยุโรป แทบจะไม่กระทบอะไรสิงคโปร์เลย
  • อัตราว่างงานในสิงคโปร์ตอนนี้อยู่ที่ 1% ซึ่งต่ำโคตรๆ
  • คนในประเทศเริ่มเข้าใจสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำ เพราะสองอภิมหาโปรเจ็คนี้สร้างงาน และนำเงินเข้าประเทศได้มาก
  • รัฐบาลโปรโมทภาพลักษณ์ของ MBS ในรูปแบบรีสอร์ทพักผ่อน คาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ใช้เรียกนักท่องเที่ยว

ผมไม่คิดว่าเมืองไทยเราจะได้สร้างคาสิโน แต่ถึงอย่างไรก็ตามถ้ามีจริง การเอาตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่นั่งเครื่องไม่ถึง 3 ชั่วโมงนี้ ก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพอะไรมากขึ้น

คาสิโนเป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับประเทศที่การศึกษาน้อย ประชาชนขาดระเบียบวินัย แต่ถ้ามีการจัดการที่จริงจัง ถ้าต้องการเงินจากต่างประเทศจริง มันก็มีวิธีที่ควบคุมได้ แถมคุมบ่อนอย่างเป็นทางการ ยังคุมง่ายกว่าบ่อนเถื่อนเสียอีก

ซึ่งเงิน 40 SGD หรือประมาณ 1 พันบาทที่ผมกำเข้าไปลองเสี่ยงโชคในคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ ก็พบว่า ...

เงิน 1 พันลอยไปในอากาศ ในเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง ... เอเมน =___=



Wednesday, August 29, 2012

รีวิว: Ted หมีสุดทะลึ่งเรท R ที่ดูแล้วฮามาก



เป็นหนังที่ตกตะลึงตั้งแต่ได้ดู Trailer แล้ว ด้วยการจับเอาตุ๊กตาหมี (ถือเป็นของเล่นโปรดของฝรั่งเลยนะ) มาเป็นตัวเอก พูดได้ แต่ที่ไม่ธรรมดาคือแมร่งถ่อยมาก สูบกัญชา พูดจาทะลึ่งลามก แถมยังสร้างวีรกรรมแสบๆ ไว้เพียบ

[Spoil]

  • หนังเริ่มต้นด้วยความน่ารักของตุ๊กตาหมี และความฝันของเด็ก เล่นเอาเคลิ้มเหมือนดูหนัง Disney ไปเหมือนกัน
  • มาหักมุมเอาตอนที่พอโตขึ้นมา หมีมันดันได้นิสัยมาจากเจ้าของด้วย ซึ่งจอห์น (Mark Wahlberg) ก็เป็นพวกขี้แพ้ ติดอยู่กับอดีต และก็ทะลึ่งพอๆ กัน
  • ฉาก CG ดูเนียนดี ดูไปแล้วอินต์ว่าหมีมันพูดได้จริงๆ มีชีวิตจริงๆ
  • ต้องพยายามฟังภาษาอังกฤษเยอะหน่อย มุขฝรั่งเยอะมาก อ่านซับแล้วจะงงไม่รู้เรื่องไปเลย
  • คอลลินส์ (Mila Kunis) แสดงธรรมดาไปหน่อย โดนสองหนุ่มกับหมีแย่งซีนไปหมด
  • ชอบช่วงดราม่า โดยเฉพาะตอนที่ Ted ตาย ถึงมันจะดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล แต่ก็โคตรเศร้าเลยล่ะ
  • อยากให้มีหนังแนวนี้อีก ที่พยายามฉีกแนวจากหนังตลกทะลึ่งแบบ American Pie มาเป็นหนังผสมนิยายหน่อยๆ แฟนตาซีนิดๆ แต่เป็นหนังตลกทะลึ่งนี่ฮามาก
สรุปแล้วชอบนะ ไม่เหมาะสำหรับเด็ก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น มุขตลกกับหมีหน้าตายนี้ต้องยกนิ้วให้เลย 8.5 / 10


ดูหน้ามันสิ

CG เนียนดี

Fuck You Thunder !! You can suck my Dick !!

นางเอกนานๆ โผล่ที แต่โดนแย่งซีนไปหมด

อุ่ย~~


Wednesday, August 22, 2012

ทวิตเตอร์แบรนด์ไหนในไทยมี Follower ปลอมมากที่สุด ?


อ่านข่าวจาก The Next Web เว็บชื่อดัง ได้แนะนำเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่า ในจำนวนคนที่ Follow ทวิตเตอร์ของเรานั้น มีทวิตเตอร์ปลอม (Fake), ไม่มีความเคลื่อนไหว (Inactive) และทวิตเตอร์ที่ขยันใช้งานตามปกติ (Good)

เครื่องมือนั้นคือ “Fakers” from StatusPeople ซึ่งวิธีการใช้งานก็แสนง่าย เพียงกรอกชื่อทวิตเตอร์ของเราลงไป โปรแกรมก็จะเข้าไปตรวจสอบ Follower ของเรา และมีอัลกอริทึมในการหาว่าใครเป็นตัวปลอม, สแปม หรือแอคเคานท์ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือไม่

เมื่อลองทดสอบดู ก็ได้ผลน่าสนุกดี


ทวิตเตอร์ปลอมนั้นมาได้จากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็น Bot, Spam, สร้างไว้ทดสอบ ถึงขนาดบางบริษัททำธุรกิจขาย Follower สร้างจำนวนคนตามปลอมๆ ขึ้นมาให้เราได้ด้วย (ซึ่งทวิตเตอร์ก็ต้องไล่ตามแบนกันไป)

ผมเคยได้อ่านการจัดอันดับทวิตเตอร์ของไทยบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอันดับเซเล็บ, ดารา, บริษัทต่างๆ ทีนี้ก็เลยนึกสนุก ตั้งคำถามขึ้นมาว่า

"แล้วทวิตเตอร์ของแบรนด์ชื่อดังในไทย แบรนด์ไหนมีตัวปลอมมากที่สุด ?"



13 อันดับแบรนด์ไทยชื่อดังบนทวิตเตอร์

ผมเริ่มจากการนำอันดับบริษัท / แบรนด์ไทย 13 รายที่ใช้ทวิตเตอร์ และมีผู้ติดตามมากที่สุด โดยเทียบจากเว็บ Zocial Rank 

13 แบรนด์ไทยที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในทวิตเตอร์มีดังนี้



ผลการทดสอบ

วิธีการทดสอบก็ไม่มีอะไรมาก แค่เอาชื่อทวิตเตอร์ของแบรนด์ต่างๆ ไปใส่ในแอพ "Fakes" แล้วก็จดผลที่ได้ เอามาทำตาราง ได้ข้อสรุปดังนี้



Note: ผลการจัดทั้งหมดเป็นหน่วยเปอร์เซ็นต์

Good

แบรนด์ที่มีผู้ติดตามในระดับดี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมากที่สุดคือ @ChannelvThai (29%), @AIS_Privilege (28%) , @GTHChannel (22%) และ @RSFriends (22%)

Inactive

ข้อมูลกลุ่มแอคเคานท์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานทวิตเตอร์นั้น แต่ละแบรนด์ มีจำนวนไม่ต่างกันมาก

Fake

แบรนด์ที่มีจำนวนผู้ติดตามปลอม (Fake) มากที่สุด 3 อันดับคือ @BBTVChannel7 (58%), @MajorGroup (57%), @Dtac_FeelGoood (56%)



จัดอันดับใหม่

ถ้าสมมุติว่าแอพตัวนี้มันทำงานได้ถูกต้อง (ซึ่งถูกไม่ถูกก็ต้องว่ากันต่อไปครับ) พบอย่างหนึ่งว่า แอคเคานท์ทวิตเตอร์ที่มีชื่อเป็น Keyword ยอดฮิต มักจะมีตัวปลอมมา Follow เยอะผิดปกติ เช่น Major, Feel, News, Love

ในทางตรงข้าม แอคเคานท์ที่มีชื่อเฉพาะเยอะ ก็จะมีจำนวนตัวปลอมน้อย เช่น AIS, RS, SCB, ChannelV แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขึ้นกับลักษณะการทวีตของแต่ละแอคเคานท์ด้วยเช่นกัน

จากผลการทดสอบนี้ ถ้าเรามาจัดอันดับแบรนด์ทวิตเตอร์ไทยใหม่ โดยใช้สูตรคือ ไม่นับจำนวน Follower ปลอม เช่น @scb_thailand เดิมมี Follower 82,970 มีตัวปลอม 33% เพราะฉะนั้นอันดับใหม่คือจะมี Follower เท่ากับ 55,590 แอคเคานท์ ( 77% ของจำนวนเดิม)

ทวิตเตอร์ 13 แบรนด์ไทยที่มีผู้ติดตามมากที่สุด (เมื่อเอาตัวปลอมออกแล้ว) เป็นดังนี้



จะเห็นว่าถึงแม้จะมีการลบ Follower ปลอมออกไปแล้ว 3 อันดับแรกก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือ @MajorGroup, @ThaiPBS และ @GTHChannel ซึ่งเราก็เห็นกันอยู่ว่าทั้ง 3 แบรนด์ มีผู้ติดตามมากจริงๆ

ที่น่าจะดีใจที่สุดน่าจะเป็น @ChannelVThai ที่ขึ้นมา 3 อันดับ (จาก 7 ขึ้นมาที่ 4) และ @AIS_Privilege ที่ขึ้นมาถึง 5 อันดับ (จาก 11 ขึ้นมาที่ 6)

แบรนด์ที่อันดับตกลงมามากที่สุดคือ @BBTVChannel7 (-5) , @Dtac_FeelGoood (-4) และ @WeLoveSF (-3)

:: สรุป ::

เนื่องการจากทดสอบนี้อ้างอิงจากอันดับของ Zocial Rank ซึ่งก็น่าเสียดายที่ยังมีหลายแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ในอันดับ เช่น @KBank_Live (ทดสอบแล้ว Fake 37%), @TrueConvergence (ทดสอบแล้ว Fake 32%)

ไม่ว่าแอพตัวนี้จะแม่นยำมากแค่ไหน แต่ก็ทำให้เราได้เห็นถึงอันดับใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่นเมื่อจัดอันดับใหม่แล้ว AIS มีคนตามมากกว่า Dtac, แบรนด์บันเทิงหลายแอคเคานท์อย่าง Channel V, A Day, Kamikaze มีคนตามมากกว่า ช่อง 7

ถ้าถามว่าแล้วเราจะรู้ไปทำไม ? 

ก็คงตอบไม่ได้เหมือนกันครับ นอกจาก ก็เพราะว่าอยากรู้ก็เลยลองทดสอบดู แต่สิ่งหนึ่งที่ได้คือ การสร้างแบรนด์บนทวิตเตอร์นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว การมองแค่จำนวน Follower ดิบๆ อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเรามากกว่าคนนั้นคนนี้

สุดท้ายก็ขอให้ผู้ดูแลทวิตเตอร์ของแต่ละบริษัทสู้ๆ ต่อไปครับ ชีวิตไม่สิ้น ก็อย่าหยุดทวีต ^__^



Monday, August 20, 2012

ใครคิดถึงคนแถวนี้ยกมือขึ้น



:: วันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ::

เป็นครั้งแรกที่ผมได้โอกาสไปทำงานที่อังกฤษ และก็เป็นครั้งแรกที่ต้องห่างกับเชอรี่ 40 วันเต็มๆ

ด้วยความคิดถึง(มาก) และก็ไม่รู้จะทำยังไง ถึงจะสามารถส่งอะไรน่ารักๆ ไปถึงคนที่เมืองไทย ให้เค้ารู้ว่าเราคิดถึงเค้านะ

พอดีช่วงนั้นหนังเรื่อง "หนีตามกาลิเลโอ" กำลังดัง  ก็เลยทำป้ายกระดาษอันใหญ่ ลงทุนแบกมาตั้งแต่เมืองน๊อตติ้งแฮม(ที่พัก) มาจนถึงลอนดอน เพื่อชูป้ายหน้าหอบิ๊กเบนตามแบบในหนัง (คนมองเพียบ โคตรอายเลยขอบอก)


คำว่า "คนแถวนี้" เป็นคำที่เอ็มและเชอรี่ใช้เรียกกันในจดหมาย เลยมีแค่เราสองคนที่เข้าใจความหมายของคำนี้เป็นอย่างดี

และเชอรี่ก็ตอบมาว่า "ยกมือ 2 ข้างสูง ๆ เลยค้าบ คิดถึงคนแถวนี้ที่สุดนะ <3"




Sunday, August 19, 2012

รีวิว: Yes or No 2 รักไม่รักอย่ากั๊กเลย - เพราะมือที่ 3 ก็มีหัวใจ


รายการ Club Friday เคยออกมาบอกว่า ปัญหาความรักอันดับหนึ่งของคนไทย ที่โทรเข้ามาในรายการคือ "รักคนมีเจ้าของ"

อาการรักคนมีเจ้าของเกิดขึ้นได้หลายกรณี รู้ทั้งรู้ว่าเค้ามีเจ้าของแล้ว และไม่รู้มาก่อนว่าเค้ามีเจ้าของ แต่ปัญหาส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดที่เกิด มักมาจากความคิดที่ว่า "ไม่เป็นไรหรอก", "ก็มันเผลอใจ", "ลองคบๆ ดู"

และนั่นคือประเด็นหลักในภาค 2 ของหนังหญิงรักหญิงเรื่องแรกของเมืองไทย "Yes or No 2 รักไม่รักอย่ากั๊กเลย"

ทีมงานเดิม บรรยากาศใหม่
  • ภาคแรกหนังได้แรงบรรดาลใจมาจากหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คขายดี 2 เล่มที่ชื่อ "Yes รักนี้ใช่เลย", "No ก็ว่าจะไม่รัก" เขียนโดย ลลนล ส่วนภาค 2 นั้นเป็นเนื้อหาใหม่นะจ๊ะ
  • หนังได้ผู้กำกับหญิงคนเดิมจากภาคแรก คือ นายสรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร
  • โปรดฟังอีกครั้ง .. ผู้กำกับหญิง .. ชื่อ นาย สรัสวดี
  • เป็นหนังของค่าย "Come On Sweet" ก็มาจากชื่อสำนักพิมพ์ "Come On" เจ้าของหนังสือนั่นเอง
  • "คิม" พระเอก (ต้องเรียกว่าพระเอกรึเปล่านะ) น้องติ๊นา - ศุภนาฎ จิตตลีลา @tiniiz
  • "พาย" นางเอก น้องออม - สุชารัตน์ มานะยิ่ง ที่ช่วงหลังมีงานโฆษณาและหนังเข้ามาเรื่อยๆ อย่างล่าสุดคือ "ชอบกด LIKE ใช่กด LOVE" @aom_sushar
  • "แยม" นางเอกอีกคน น้องมีน อภิษฐา คล้ายอุดม ซึ่งผ่านงานแสดงเอ็มวีมาหลายตัว @meanAPT
  • ถ้าใครรู้สึกว่าบรรยากาศในหนังมันสดใส กุ๊กกิ๊ก และภาพสวย คล้ายหนังบางเรื่อง ก็บอกได้เลยว่าผู้กำกับของเรื่องเคยเป็นผู้ช่วยกำกับหนัง "สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก" มาก่อน
  • เนื่องจากภาคแรก ถึงจะทำได้เท่าทุนในไทย แต่ไปดัง(มาก) ในเมืองจีน ความคาดหวังในภาคใหม่จึงมีสูงพอสมควร และก็ยังหวังว่าจะตีตลาดจีนได้อย่างเคย
  • เข้าใจว่าผลสำรวจตลาดแล้วภาคแรกมีผู้ชายมาดูน้อยมากกกก ภาค 2 เลยมีโปรโมชันให้ผู้ชายมาดูฟรี แต่ต้องพาแฟนมาด้วยนะ (ซึ่งรอบนี้ผมก็ดูฟรี คริ คริ)


ดราม่ากว่าเดิม

เนื้อเรื่องในภาคที่ 2 นี้เกิดจากปัญหาอันแสนจะคลาสสิคของความรัก ระยะห่าง, มือที่ 3, เผลอใจ, ความรักเดิมๆ ที่ไม่เหมือนเดิม

คิมต้องไปฝึกงานที่น่าน แต่พายต้องไปฝึกงานที่จันทบุรี ระยะทาง 913 กิโลเมตรที่ดูจะห่างไกล ยังไม่น่าหนักใจเท่ากับการมีอีกคนนึงเข้ามา เมื่อคิมได้พบกับแยม สาวน่ารักที่ไม่ง๊องแง๊งงี่เง่าเหมือนพาย และดูเหมือนเคมีของทั้งสองคนจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี



[Spoil]
  • หนังรักส่วนใหญ่ที่เป็นแนวนี้ มักจะเลือกให้บทมือที่ 3 เป็นตัวร้าย มีปัญหาอะไรบางอย่าง ขี้อิจฉา ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากที่หนังจะหาเหตผลในการเลิกคบ แล้วกลับมาหาตัวจริงในช่วงท้าย
  • แต่ Yes or No 2 กลับเลือกเล่น "ท่ายาก" ที่ให้ความรักของมือที่ 3 (จริงๆ ไม่น่าเรียกคำนี้ด้วยซ้ำ) ก็เป็นความรักที่จริงใจ บริสุทธิ์ และทั้งสองคนเค้าก็รักของเค้าจริงๆ 
  • บทหนังจึงมาบีบหัวใจคนดูมากเมื่อถึงเวลาที่คิมต้องเลือก ระหว่างพายกับแยม
  • แน่นอนว่าเรารู้ลึกๆ ว่าคิมต้องเลือกพาย ... แต่มันก็อดจะเอาใจช่วย และสงสารแยมไม่ได้เหมือนกัน


  • ภาพสวยมาก อันนี้ต้องชมจริงๆ โดยเฉพาะความสวยงามของธรรมชาติในเมืองเหนือ มันช่างดูโรแมนติคและทำให้เผลอใจไปได้จริง
  • จุดอ่อนทางด้านการแสดงยังคงอยู่ที่น้องติ๊นาเช่นเดิม ความเป็นธรรมชาติในภาคแรกยังทำให้พอเอาตัวรอดได้ แต่เมื่อต้องรับบทที่ดราม่า โกรธ เสียใจ สับสน รู้สึกผิด ในภาคนี้ มันจึงทำให้ไม่สมจริงเท่าที่ควร
  • ยังดีที่การแสดงของน้องออม, มีน และตัวเสริมคนอื่นๆ ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอิน บูโดกัน ที่ทำหน้าที่สรุปความรักเหมือนกับภาคแรกได้เป็นอย่างดี
  • ประโยคเด็ดมีเยอะมาก และก็โดนๆ ทั้งนั้น

  • เชื่อว่าผู้กำกับและคนเขียนบทนั้น เข้าใจเรื่องความรักของคนเพศเดียวกันเป็นอย่างดี เพราะบทพูดมันใช่ เค้าหึงกันแบบนี้ เค้างี่เง่ากันแบบนี้ เค้าเผลอใจกันแบบนี้
  • คือพอดีคนข้างๆ และข้างหลังผมเป็น ญ.-ญ. มาดู นั่งซับน้ำตากันใหญ่ บางคนบอก "มันใช่เลย มันไช่ ฮือๆๆๆ T___T"
  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของหนังไปตกอยู่ช่วงกลาง เมื่อพายโผล่เข้ามา ในขณะที่คิมกำลังจับมือกับแยมอยู่นั้น คนดูหลายคนรอบตัวผมอุทานออกมาพร้อมกันเบาๆ ว่า "ชิปหายแล้ว !!"
  • บทสนทนาในช่วงเก็บผักของ "พาย vs แยม" นั้นมันช่างจริงแท้แสนร้ายกาจ ยิ่งกว่าขงเบ้งปะทะจิวยี่ (ฮา)
  • แต่น่าเสียดายที่หนังเลือกเล่นท่ายากในตอนเริ่ม แต่กลับจบด้วยท่าง่าย คือโอเคล่ะ ที่ไม่ให้ทั้งสองคนมาคืนดีกันง่ายๆ แต่การเลือกให้เวลาผ่านไป แล้วกลับมาบังเอิญเจอกันอีกครั้ง มักจะขัดใจคนดูเสมอ เช่นเดียวกับตอนจบของ สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก และกวนมึนโฮ
สรุป

Yes or No 2 เป็นหนังที่สนุกดีครับ ถ้าภาคแรกได้คะแนนพอผ่าน ภาคนี้ก็คงจะได้ผ่านฉลุย !! ภาพสวย เพลงเพราะ บทพูดมันใช่ จะมีติดก็เรื่องการแสดง และฉากจบที่น่าจะขัดใจใครหลายคน

แต่ถ้าใครที่เคยได้ดูภาคแรกมาก่อน คงจะจำได้ว่า สิ่งที่ทำให้คิมกับพายมาเจอกันได้ ก็คือเส้นแบ่งที่อยู่กลางห้องพัก ที่พายเป็นคนขีดเส้นเองว่า เธอห้ามข้ามมานะ เช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่ยังไม่เปิดรับความรักของเพศที่ 3 แบบนี้

บทสรุปของ Yes or No 2 ก็เป็นพายอีกนั่นแหล่ะ ที่เลือกที่จะดึงเส้นแบ่งนั้นออกไปอย่างถาวร และพร้อมที่จะรับความรักในแบบนี้ พร้อมจะยอมรับสิ่งที่ผิดพลาดไปในอดีต พร้อมที่จะแต่งงานกับคิม

เช่นเดียวกับเส้นแบ่งในใจของคนดู ที่พร้อมรับกับความรักที่บริสุทธิ์ของผู้หญิงกับผู้หญิงเช่นเดียวกัน :)







ประโยคเด็ด

  • น่าน ........... งายยยย
  • ถ้าร้อนให้เปิดแอร์ แต่ถ้าอยากได้คนเทคแคร์ .. ให้เปิดใจ
  • แปลกดีเน๊อะ คิมชอบภูเขา พายชอบทะเล .. ไม่เห็นเข้ากันตรงไหนเลยล่ะ
  • ที่นี่เค้าไม่ต้องการหนอนผีเสื้อกันหรอก
  • ที่เธอทำก็ถูกแล้วล่ะ หนอนผีเสื้อที่แย่งกินผักที่คนอื่นเค้าเป็นเจ้าของ ที่ปลูกรดน้ำไว้ตั้งนาน ก็สมควรจะถูกบี้แบนไปอย่างนั้นแหล่ะ
  • คนอื่นที่คิมบอก เค้ามายุ่งกับคนของพายนี่, ใครเหรอ .. ใครคือคนของพาย
  • ถ้าคิมไม่เจอแยม พายจะผิดมากเท่าวันนี้ไหม
  • ถ้าจะผิด มันก็คงผิดที่เวลา .. ที่ให้เรามาเจอกับเค้าช้าเกินไป
  • ผิดที่เวลา แต่เจ็บที่เรา
  • เรื่องของคนสองคน ยังไม่น่ากลัวเท่าเรื่องของคนอื่นหรอกครับ
  • ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไง คิมคือคนแรกที่เรารักนะ
  • แล้ววันที่พายร้องไห้จนเกือบตาย คิมไปอยู่ที่ไหนมา
Related Link


Note: เนื่องจากรอบที่ไปดู หลังจากเครดิตจบลง ปรากฏว่าทีมงานและนักแสดงลุกขึ้นมาเซอร์ไพรส์ขอบคุณด้วย (กรี๊ดดดดดด) เลยมีโอกาสได้สอบถามกับพี่สรัสวดี ผู้กำกับ ว่ามีโอกาสที่เราจะได้เห็น Yes or No 3 หรือเปล่า ?

พี่แกบอกว่าอยากทำมาก แต่เรื่องของสองคนนี้มันจบไปแล้ว สรุปคือยังไม่แน่ใจ ต้องรอลุ้นกันต่อไปครับ :)





 



Wednesday, August 15, 2012

รีวิว: ซื้อแหวนหมั้น แหวนแต่งงานที่ร้าน ไอยรา เจมส์ (Aiyara Gems)


แหวนแต่งงาน หรือแหวนหมั้น อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่กับคู่บ่าวสาวไปนานที่สุดในบรรดาสิ่งของต่างๆ ที่มาจากงานแต่งงาน เพราะงั้นการเลือกซื้อแหวนแต่งงานก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นในงานแต่ง

เมื่อจะถึงเวลาต้องซื้อแหวนเพชร ปัญหาก็คือ "จะมีบ่าวสาวซักกี่คู่ที่รู้ดีเรื่องเพชร"

ด้วยราคาที่มีตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้าน การเลือกซื้อเพชรเลยเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อนมาก จนมีหลายสำนักออกหนังสือสำหรับการเลือกซื้อแหวนแต่งงานโดยเฉพาะเลยทีเดียว

เลือกซื้อกับร้านที่ไว้ใจ

ผมกับเชอรี่เองก็มีปัญหามากในการเลือกแหวน คือเรารู้ว่าเราชอบแหวนแบบไหน แต่เราไม่รู้ว่าเพชรที่แต่ละร้านเอามาประกอบแหวนนั้น มันดีไม่ดียังไง

คือใครๆ ก็บอกว่าเพชรเม็ดงามต้องน้ำดี ..​ แต่ไอ้น้ำดีนี่มันดูยากนะ เคยไปที่ร้านแล้วเอาเพชรมาวาง 10 เม็ด สาบานได้ว่าดูไม่ออกครับว่าอันไหนดีไม่ดี

เมื่อดูไม่เป็น เราก็ต้องเลือกร้านที่ไว้ใจได้เป็นหลัก โชคดีที่พี่สาวเคยซื้อแหวนกับร้านไอยรา เจมส์ มาก่อน ก็เลยได้แวะไปดู ซึ่งก็บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังครับ



ไอยรา เจมส์ (Aiyara Gems) ร้านเพชรแฟนพันธุ์แท้

เรื่องที่ทำให้เราสองคนสนใจร้านไอยรามากเป็นพิเศษอย่างนึงคือ พี่ตูนเจ้าของร้าน เคยเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งแฟนพันธุ์แท้อัญมณีมาก่อน พอดีช่วงที่ไปดูแหวนนั้นผมก็กำลังเริ่มแข่งแฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์เช่นกัน ก็เลยคุยกันสนุกสนานดี

ร้านไอยรา เดินทางไปง่ายมากๆ เพราะอยู่ที่ห้างมาบุญครอง ชั้น 1 ตรงทางเชื่อมไปโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เดินไปปุ๊บเจอเลย

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเว็บ, Fanpage และกิจกรรมสำหรับคู่แต่งงานที่ซื้อแหวนไปด้วย





สอนลูกค้าดูเพชร

แม่ผมได้ให้เพชรมาเม็ดหนึ่งเป็นมรดก เพื่อทำแหวนแต่งงานให้กับเชอรี่ ส่วนของผมนั้นต้องไปหาซื้อเพชรจากร้านเอาเอง ซึ่งเราสองคนเดินเข้าไปแบบว่างเปล่ามาก บอกพี่เค้าเลยว่าผมไม่รู้เรื่องเพชรนะครับ

ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่เจ้าของร้านเดินพาเราไปสอนวิธีดูเพชรอยู่เกือบชั่วโมง โดยเอาเพชรของพวกเราไปเข้ากล้องส่องดูว่ามีลักษณะเป็นยังไง มีตำหนิตรงไหนรึเปล่า สอนถึงระดับว่าเพชรประมาณนี้จะราคาเท่านี้ๆ

ซึ่งตรงนี้ก็ได้ใจเราไปเต็มๆ คือเราได้เห็นกับตาเองว่าอันไหนดีไม่ดี คือไม่ดีพี่แกก็บอกว่าอันนี้มีตำหนินะ ราคาไม่สูง



ราคา

หลายคนพอพูดถึงราคาแล้วก็ปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว ผมก็คงบอกได้แค่ว่าเลือกแหวนให้พอดีตัวเองล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องเอาไว้โชว์ เพราะถึงเวลาจริงแหวนที่อลังการมาก มันใส่ไม่ได้ทุกวันนะ
  • เพชรที่ร้านไอยรามีหลายขนาด หลายเกรด ขึ้นอยู่กับงบประมาณ แต่ก็มีใบ Certify รับรองคุณภาพแน่นอน มั่นใจได้ว่าไม่โมเม
  • เลือกขนาดเพชรเสร็จ ก็เลือกแบบของแหวน ผมเลือกแหวนเรียบๆ มีลายตัดให้ดูแนวนิดหน่อย
  • เชอรี่เลือกลายคล้ายดอกไม้ให้ดูหวานๆ แต่ก็ไม่ผู้ใหญ่เกินไป
  • เราสามารถสลักชื่อลงไปที่ด้านในของแหวนได้ มีหลาน Font ให้เลือก
  • ที่ร้านใช้เวลาทำแหวนประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็เสร็จ
  • จ่ายเงิน รูดปื๊ด แล้วก็เดินตัวเบาหวิว(มากๆ) ออกจากร้านด้วยความรู้สึกว่า เฮ้ย ! เราจะมีแหวนแต่งงานของตัวเองแล้วนะ~~


สรุป

งานที่ออกมา สวยเนี๊ยบครับ เพชรก็ได้คุณภาพตามที่คุยกัน แทบจะไม่พบปัญหาอะไรเลยที่ไปพูดคุย ราคาที่ร้านก็ไม่ต่างจากที่เคยไปสำรวจมามากนัก ที่ประทับใจที่สุดคือความเป็นกันเองของพี่ตูนและแฟนที่เป็นเจ้าของร้าน

คนเราเวลาขายของด้วยความจริงใจ มันดูออกง่ายมากครับ ผมเคยเจอร้านขายเพชรที่ท่าทางเจ้าเล่ห์ เหมือนจะหากำไรจากเราตลอดเวลา แต่กับที่นี่ไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย

ถ้าใครมีโอกาสจะเลือกแหวนแต่งงานสวยๆ ก็ขอแนะนำร้านไอยรา เจมส์ แรงๆ ไว้ตรงนี้เลยครับ :)

Link : AiyaraGems.com