Saturday, September 29, 2012

iPhone 5 FAQ : ราคาเท่าไหร่, ซื้อได้ที่ไหน, ประกันยังไง, ขายเมื่อไหร่ ฯลฯ

โดยปกติแล้ว ในหนึ่งวันมักจะหลายคนทวีตหรือ FB Message เข้ามาถามหลายสิบคำถาม ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคำถามที่คล้ายๆ กัน ซึ่งผมก็เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของหลายท่านที่พอเจอคำถามซ้ำๆ ก็มักจะเริ่มไม่ตอบ หรือบอกให้ไปเสิร์ชกูเกิลสิจ๊ะ

แนวทางของผมคือเขียนบล็อก แล้วรวมเอาคำถามที่ถูกถามบ่อยๆ มารวมกันไว้ ใครถามอะไรก็ให้มาอ่านในบล็อกเสียเลย ได้โปรโมทบล็อกไปในตัว (แฮ่ม)

บล็อกตอนนี้เลยรวมคำถามเกี่ยวกับ iPhone 5 และ iOS 6 เป็นหลักครับ

1. iPhone 5 จะมาไทยเมื่อไหร่ ?

ประมาณปลายตุลาคมครับ ตามข่าวลือคือวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม ช่วงเดือนพฤศจิกายน น่าจะเปิดขายช่วงเที่ยงคืน หรือเช้าวันศุกร์ เช่นเดียวกับทุกปี

แต่ถ้าจะให้ชัวร์ก็ต้องรอค่ายมือถือทั้ง 3 ค่ายประกาศวันขายก่อนครับ

2. iPhone 5 ราคาประมาณเท่าไหร่ ?

iPhone ไม่ว่าจะรุ่นไหน ก็ราคาเท่าๆ เดิมทุกปี คือเริ่มต้นที่ 21,000 - 22,900 บาท แล้วของปีนี้จะราคาเท่าไหร่ ? อันนี้ตอบไม่ได้จนกว่าค่ายมือถือจะประกาศเอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทด้วย

แต่ราคาก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ เคยซื้อมาเท่าไหร่ ก็คงได้ซื้อรุ่นใหม่ในราคาเท่าๆ เดิมครับ

3. iPhone 5 จะมีขายที่ไหนบ้าง ?

น่าจะมีขายที่เดิม iPhone 4S มีขายที่ไหน iPhone 5 ก็มีขายที่นั่น คือ 3 ค่ายมือถือใหญ่ AIS, Dtac, True Move นอกจากนั้นก็เป็น iStudio, Apple Store Online Thailand

ถ้าไม่เป็นทางการก็ตามตู้ขายมือถือและ MBK


4. ซื้อ iPhone 5 เครื่องหิ้ว จะประกันที่ไหน ?​ ส่งเครมได้รึเปล่า ?

ปกติสินค้าของแอปเปิลจะรับประกัน World Wide ซื้อมาแล้วซ่อมที่ไหนก็ได้ แต่ยกเว้น "iPhone"

iPhone ไม่ว่าจะรุ่นไหน ซื้อที่ไหน จะต้องส่งซ่อม ส่งเครมที่ประเทศนั้น ถ้าซื้อเครื่องที่หิ้วมาจากอเมริกา ก็ต้องส่งไปเครมที่อเมริกา มาจากฮ่องกง ก็ต้องส่งประกันที่ฮ่องกง

ส่งศูนย์ไทยได้ไหม ? ส่งได้ แต่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการประกัน ก็จะเสียค่าซ่อมเหมือนส่งเครื่องซ่อมตามปกติ

ดังนั้นจะซื้อเครื่องหิ้วโปรดดูให้ดี จอเสีย เครื่องมีตำหนิ หูฟังใช้ไม่ได้ กล้องมีปัญหา จอเหลือง ส่งเครมในไทยไม่ได้นะจ๊ะ




5. iOS 6 อัพยังไง ?

ยาวครับ แนะนำให้ไปอ่านได้ที่ MacThai เขียนไว้ละเอียดเลย (ช่วงโฆษณา)

อ่านเพิ่มเติม - เรื่องน่ารู้และวิธีการอัพเดต iOS 6

6. iOS 6 มีปัญหาเยอะ กินแบตเยอะ จริงหรือเปล่า ?

เท่าที่ลอง iOS 6 กินแบตเยอะกว่า iOS 5 ประมาณ 5-10% แต่ใช้ไปก็ไม่รู้สึกเท่าไหร่ครับ

ปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอใน iOS 6 คือ
  • ไม่มี Google Maps แต่มี Apple Maps ที่แอปเปิลทำเองมาให้ หน้าตาคล้ายกันแต่ข้อมูลน้อยกว่ามาก ต้องรอซักพักกูเกิลจะทำออกมาให้โหลดแน่นอนครับ
  • ไม่มี YouTube มาให้ เนื่องจากแอปเปิลหมดสัญญากับกูเกิลเรื่องแอพนี้ แต่ก็สามารถโหลดได้ที่ App Store ฟรี (และดีกว่าของเดิมด้วย)
  • คีย์บอร์ดภาษาไทย 4 แถว ซึ่งหลายคนไม่ค่อยชอบ และไม่อยากประตัว แต่ก็จงใช้ไปเถิด มันคงเป็นแบบนี้ไปตลอดหลังจากนี้ และมันก็ถูกต้องตามหลักภาษาไทยครับ

7. ไม่อยากได้คีย์บอร์ดภาษาไทย 4 แถว อยากได้ 3 แถวต้องทำยังไง ?

iOS 6 ไม่มีให้เลือกว่าจะใช้แบบ 3 แถวหรือ 4 แถว ดังนั้นแนะนำให้ใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชินครับ

บางคนบอกว่า downgrade กลับไปใช้ iOS 5 ก็ได้ แต่ไม่แนะนำครับ เพราะการ downgrade firmware นั้นเป็นอันตรายกับเครื่อง อาจจะได้ความสามารถไม่สมบูรณ์ และถ้าไม่มีความรู้เรื่องนี้มากจริงก็ไม่ควรทำเอง





<อัพเดตเรื่อยๆ ถ้ามีคำถามใหม่ๆ>




Tuesday, September 25, 2012

ความทรงจำดีๆ ที่ได้พาภรรยาไปพูดในงาน Barcamp Bangkhen 3 #BCBK


ปกติผมไม่ค่อยได้ไปงาน Barcamp เท่าไหร่ แต่รู้สึกผูกพันธ์กับงาน Barcamp Bangkhen มากเป็นพิเศษ เลยตั้งใจว่าจะไปงานทุกปี ไม่ว่าจะมีหัวข้อพูดหรือเปล่า

ซึ่งปีที่แล้วผมได้ไปพูดในหัวข้อ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด" ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดีเกินคาด มาปีนี้เลยได้กลับมาอีกครั้งในหัวข้อ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด ภาค 2" แต่ที่พิเศษคือคราวนี้ไม่ได้มาพูดคนเดียว แต่เชิญภรรยาคือ @CherryJaja มาพูดด้วย

กิจกรรมในครอบครัว

ผมค้นพบปัญหาอย่างหนึ่งของชีวิตคู่ของเรา ตั้งแต่แต่งงานกันมา คือผมมีเวลาให้เชอรี่น้อยเกินไป

อาจจะเพราะเป็นคนชอบทำโน่นทำนี่ให้ตัวเองไม่ว่างอยู่แล้ว แต่ช่วงหลังมานี้เริ่มมีกิจกรรม Geekๆ ทั้งหลายเข้ามา ทั้งรีวิว ไปพูดงานโน้นงานนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเชอรี่เองก็เข้าใจและสนับสนุน บางงานก็ไปเป็นกองเชียร์ด้วยซ้ำ

เพียงแต่การที่จะต้องออกจากบ้านในวันเสาร์ - อาทิตย์ เพื่อไปงาน Geek แล้วปล่อยให้ภรรยาอยู่บ้านคนเดียว มันเลยเป็นความรู้สึกผิดสำหรับคนที่เพิ่งแต่งงาน และควรใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากๆ ในปีแรกอย่างคู่เรา

ผมเลยปิ๊งไอเดียนึงขึ้นมาว่า ถ้าเกิดเราให้เชอรี่ขึ้นไปพูดกับเราด้วยล่ะ ? ถ้าเราสองคนช่วยกันทำสไลด์ ช่วยกันเตรียมเนื้อหาล่ะ ? มันคงเป็นกิจกรรมครอบครัวที่น่าสนุกมากเลย

และงานเดียวที่เชอรี่กับผมจะสามารถขึ้นไปพูดพร้อมกันได้ คืองาน Barcamp Bangkhen นี่แหล่ะครับ หรือถ้าจะให้พูดอีกอย่างคือ "Geek อย่างไรให้ไม่โสด ภาค 2" เป็นความต้องการที่ผมอยากจะยืนพูดข้างๆ ภรรยานั่นเอง :)


Barcamp Bangkhen #3
  • เราสองคนตื่นแต่เช้า และก็มาถึงงานก่อนเวลาพอสมควร
  • หลังจากนั่งชิวๆ ผมก็เปิดกระเป๋าจะหยิบ MacBook มาปั่นสไลด์ต่อ ... แต่ปรากฏว่ากระเป๋าโล่ง เปิดมาไม่เจออะไร ... ชิปหายแล้ว ลืมเอา MacBook มา !! [กรี๊ดดดดด]
  • หันไปบอกคุณนายว่าเค้าลืมเอา MB มาอ๊ะ คุณนายถอนหายใจ เหล่ตามองหนึ่งที แล้วก็เล่นไอโฟนต่อ (ประมาณว่า ขี้ลืมอีกละ แต่ชินแล้วค่ะ)  (> o <)/ ... ( '__')
  • เมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็เลยนั่ง Taxi ไปบ้านพี่สาว @V_Victory1 ที่อยู่ใกล้ๆ แอบจิ๊ก MacBook Air ที่เจ๊เพิ่งถอยมาเมื่อวาน แกะกล่อง แกะพลาสติกให้ด้วยนะ 55
  • ระหว่างอยู่บน Taxi อ่านทวีตก็รู้ว่าเขาเริ่มโหวตหัวข้อกันแล้ว เลยทวีตฝากน้อง @nearonline ช่วยแปะหัวข้อให้หน่อย ต้องขอบคุณมากนะคร๊าบบบบ -/\-
  • ไปถึงงานช้า ไม่ทันฟัง Session แรก ก็เลยนั่งอัพเดตสไลด์รอเวลา
  • ระหว่างนั้น @iannnnn ก็เอาเสื้อที่ฝากสั่งทำจากร้าน Monamafia มาให้ เป็นเสื้อคู่ที่อยากทำไว้ใส่กับเชอรี่ เวลาไปออกงาน Geek ด้วยกัน
  • เสื้อเอ็ม ด้านหน้าเขียน @Khajochi ด้านหลังเขียน @CherryJaja's Husband
  • เสื้อเชอรี่ ด้านหน้าเขียน @CherryJaja ด้านหลังเขียน @Khajochi's Wife
  • น่ารักป๊ะล่า !!
  • คุณนายลุกขึ้นไปห้องน้ำบ่อยมาก และเริ่มบ่นเป็นระยะ "เค้าไม่พูดได้ไม๊ง๊าาาา"
  • งานปีนีี้คนเยอะมาก น่าดีใจแทนคนจัด และน้องๆ นศ.ที่มางาน สมัยลุงเรียนไม่มีงานอย่างนี้นะฮะ
  • ช่วง Session 2 เข้าไปฟัง Let's Play JUBEAT!! โดย @admod (ซึ่งชิ่งหนีไปไหนไม่รู้) @blltz @narze @scomma
  • คืออยากรู้ว่าหัวข้อนี้จะมีอะไร อ่านหัวข้อแล้วน่าสงสัยจริงจัง
  • เดินเข้ามาในห้อง @blltz เจอหน้า แล้วตะโกนลั่น "เฮ้ย !! กสยฟพทสตจ. มา !!" แล้วก็ฮากันทั้งห้อง (พูดชื่อเต็มยศด้วยนะ)
  • นั่งฟังอยู่ 5 นาที อีตา @blltz ก็เปิดเกมส์ Jubeat ขึ้นมา ... แล้วมันก็เล่นเกมส์ให้เราดูเว้ยเฮ้ย !! เล่นไปเรื่อยๆ จนหมดเวลา เป๊ง !!
  • คือเค้าทำตามหัวข้อที่เขียนไว้จริงๆ ด้วยฮะ Let's Play JUBEAT !!
  • ขอดังๆ ทีนึง ... เยรดดดดดดดดดด
  • ช่วงเที่ยงกินข้าว พอดีเซเล็บอย่าง @ripmilla, @joyz, @sharkshows, @oxygenyoyo เลยได้นั่งกินข้าว นั่งเม๊ากันตามสะดวก
  • เพิ่งรู้ว่ามี Session ของทีมงาน Beartai ด้วย แต่ไม่ต้องโหวตฮะ จัดให้เลย อำมาตย์มาก !!
  • ความซวยบังเกิด เมื่อทีมงานจัดให้หัวข้อของเรา อยู่ต่อจากหัวข้อของแก๊ง Beartai แถมต้องพูดห้องใหญ่ด้วย O_o"
  • คุณนายรู้ปุ๊บ วิ่งเข้าห้องน้ำทันทีอีก 3 รอบ ...
สู้ตายค่าาาาา
  • "เค้าอยากกลับบ้านง๊าาาา" เป็นคำบ่นที่ได้ยินอีก 10 กว่ารอบ ตกลงนี่เราพาเมียมาทรมานชิมิ #ฮา
  • หัวข้อ "มาใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ กันเถอะ ได้โปรด !!!" ของ @ripmilla, @sharkshows ฟังดูดีมีสาระมาก แถมเรียกเสียงเฮฮาได้ตลอดตามสไตร์แก๊งอารมณ์ดี
  • แล้วก็ไม่ลืมแซวนายห้างอย่างคุณหนุ่ย @nuishow ด้วยว่า "อ๊ายแสรดดด"
  • จบจากหัวข้อของทีมแบไต๋ คนปรบมือลั่นห้อง หันไปมองหน้าคุณนายบูดเป็นแมวหนวดหงิก เลยหยิกแก้มทีนึงแล้วบอกว่า "มาพูดด้วยกันสนุกๆ เน๊อะ ^^"
  • ขึ้นเวทีไป เสียบสายเข้ากับโปรเจ็คเตอร์ แต่ภาพดันไม่ขึ้น ลองใหม่ ไม่ขึ้น ..​ ลองสลับสาย ไม่ขึ้น .. เจ้าหน้าที่มาช่วยดู ไม่ขึ้น ..​ จน @ripmilla เดินขึ้นมาช่วย ก็ไม่ขึ้น
  • เข้าใจว่าเป็นอะไรบางอย่างกับสาย VGA Out ของผมเอง สุดท้ายเลยก๊อปสไลด์ไปลง iPad ของ @ripmilla แล้วยืมเครื่องมาพรีเซ็นต์แทน (กราบขอบพระคุณงามๆ -/\-)
  • หลังจากเสียเวลาไป 10 นาที เงยหน้าขึ้นมาก็พบกับภาพนี้ !!
  • เฮ้ย คนเต็มเลย เริ่มตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย แต่คุณนายนั่งสั่นงิกๆๆๆ เป็นแมวน้อยตกถังน้ำแข็ง
  • เริ่มพูดช่วงแรกก็แนะนำตัวเอง เสร็จแล้วก็บอกไปว่า "วันนี้ผมพาภรรยามาด้วยครับ คือคุณเชอรี่ แต่เนื่องจากเค้าไม่เคยพูดในงานแบบนี้มาก่อน เลยตื่นเต้นมาก อยากขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจให้เชอรี่หน่อยได้ไหมครับ"
  • ป๊าบๆๆๆๆๆๆ พร้อมเสียงกรี๊ดกร๊าด พอให้คุณนายได้เผยยิ้มน่ารักๆ ออกมาให้เห็น
  • แล้วเชอรี่ก็หยิบไมค์ขึ้นมาแนะนำตัวเอง ด้วยความที่สไลด์ทำเอาฮา เธอเลยมีโอกาสเล่นมุขบ้างนิดหน่อย

ภาพโดย @JokerDeZ
  • เปิดมาสไลด์แนะนำตัวคู่ เราก็แนะนำตัวเองในมุมที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก อย่างเรื่อง Pre Wedding  ในชุดนักเรียน, เซอร์ไพรส์ในงานแต่ง, คอนเสิร์ตแร็พเตอร์, การ์ตูน iStory
  • วันนี้เราเอาการ์ตูน iStory มาจำหน่ายในงานด้วย แน่นอนว่ารายได้ทั้งหมดเข้าการกุศล
  • ช่วงโฆษณา : การ์ตูน iStory มีจำหน่ายออนไลน์แล้ว ราคาเพียงเล่มละ 150 บาท รายได้ทั้งหมดบริจาคการกุศลให้สภากาชาดไทย สั่งซื้อได้ เลย เลย เลย เลย เลยยยยยย
  • เรื่องที่จะพูดในคราวนี้เป็นแนวปฏิบัติจริง และเน้นความสนุกสนาน เฮฮา(โคตรๆ) มากกว่าคราวก่อน
  • เนื้อหาที่พูด จะเขียนขอเล่าในบล็อกตอนหน้าครับ (น่าจะยาว)
  • หมดช่วงที่ผมพูดแล้วก็ส่งต่อไปให้เชอรี่ เธอดูจะตื่นเต้น และเสียงสั่น แต่ผมก็พยายามแซวเป็นระยะๆ ให้ผ่อนคลาย
  • จริงๆ แล้วเรื่องที่พูดเป็นเรื่องที่เชอรี่ถนัดมาก เพราะเป็นการนินทาสามีแบบออกอากาศ ซึ่งแทบไม่ต้องดูสไลด์ก็เล่าได้เป็นฉากๆ เลยค่า
ภาพจาก @Pearlesspbz
  • เชอรี่มองไปข้างหน้า แต่ผมมองไปด้านข้าง รู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นภรรยาตัวเองขึ้นมาพูดในงาน Geekๆ แบบนี้ด้วยกันได้
  • เชอรี่พูดจบ เราสองคนลุกขึ้นขอบคุณ เสียงปรบมือดังๆ ก็ทำให้รู้สึกว่าดีจังเลยนะ ที่ได้มางานวันนี้
  • เราสองคนจูงมือกันลงมาข้างล่าง มีน้องๆ มาขอซื้อการ์ตูน ซึ่งขายหมดเกลี้ยง 20 เล่มอย่างรวดเร็ว ได้เงินบริจาคมา 2,280 บาท ต้องขอบคุณน้องๆ มากครับ
  • มีถ่ายรูปกับแจกลายเซ็นต์เล็กน้อย แต่นั่นไม่สำคัญเท่าเวลามีน้องๆ เดินมาบอกว่าติดตามอ่านเรื่องราวของเราจากที่นั่นที่นี่ มันทำให้รู้สึกว่าสนิทใจได้โดยทันที
  • เพราะเรารู้จักกันผ่านตัวอักษรครับ
เสียดายที่ช่วงเย็นไม่ได้อยู่ต่อเพราะมีงานที่ต้องกลับไปทำ เลยอดกินพิซซ่าและฟังวง iHear เล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟังเลย (วง iHear เป็นวงที่เล่นเพลงในงานแต่งงานของเราสองคนด้วยครับ)

สไลด์เปิดตัวในการพูดครั้งที่แล้ว ผมวาดรูปตัวผมเอง ยืนอยู่คนเดียว .. แต่มาครั้งนี้ เรามาด้วยกัน มาพูดด้วยกัน รูปเปิดตัวก็ต้องเป็นรูปคู่กัน ผมไม่รู้ว่าคนที่มาฟังจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนกับงานนี้

แต่ผมกับเชอรี่สนุกมาก เรื่องที่ดีที่สุดของงานในปีนี้คือการได้พูดบนเวทีเดียวกับเชอรี่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนี้อีกครั้งไหม แต่ก็เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่เราได้ทำอะไรร่วมกันซักครั้งนึงครับ

Related Link






Tuesday, September 18, 2012

รีวิว Resident Evil 5 : Retribution - ผีชีวะภาคหลุดเข้าไปในเกมส์



Resident Evil หลายเป็นหนังสร้างจากเกมส์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกไปแล้ว ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้การปูเนื้อเรื่องในภาคแรกๆ ทำออกมาดี นางเอกเจ๋ง ที่สำคัญคือดูเอามันส์จะสนุกมาก

เนื้อเรื่องภาคใหม่ชื่อตอน Retribution ชื่อภาษาไทยว่า "สงครามไวรัสล้างโลก" อืม ไม่เกี่ยวกันตรงไหน แต่เอาเหอะ Resident Evil ยังแปลว่า "ผีชีวะ" ได้เลย #ฮา

[Spoil]

  • ก่อนหนังฉายมีโฆษณา Devil May Cry ด้วย เจ๋งสร๊าดดดด
  • หนังเริ่มต้นต่อจากภาคที่แล้วเป๊ะๆๆๆๆ มาก คือจบมายังไง ต่อมาอย่างนั้นเลย
  • เนื้อเรื่องง่ายมาก "อลิซ" (Milla Jovovich) โดนขัง และก็มีผู้ช่วยพาฝ่าด่าน ออกมาทีละด่าน จนหลุดพ้นจากอาคารของ Umbrella Corporation
  • เนื้อเรื่องมีแค่นี้จริงๆ
  • แต่ก็คงไม่มีใครมาดูหนังไล่ยิงซอมบี้โดยหวังเนื้อเรื่องอยู่แล้ว ถ้าจะดูเอามันส์ ก็ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ได้เต็มสิบ
  • ฉากเปิดสุดยอด ชอบไอเดียการทำภาพถอยหลังแบบ Slow Motion ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ชอบๆ
  • อลิซมีฉากโชว์เสื้อผ้าน้อยชิ้นเหมือนเดิม แต่นมคุณเธอก็เล็กเหมือนเดิมด้วย
  • Milla Jovovich เป็นคนที่พอหยิบปืนขึ้นมาแล้วเท่ห์สุดๆ จริงๆ
  • หนังพาไปลุยทีละด่าน ภาพที่เห็นบอกได้เลยว่าหลุดมาจากเกมส์มาก
  • ถ้าดู 3D จะคุ้ม คือเอ่ะอะยิงมาที่คนดู ขว้างมีดมาที่คนดู เอาขวานเหวี่ยงมาทางคนดู (หลบกันแทบไม่ทัน)
  • ที่น่าตกใจคงเป็น Ada Wong ที่ในเกมส์เป็นไง ในหนังก็เป็นอย่างนั้นแหล่ะ นึกว่าผีหลอก
  • ช่วงกลางเริ่มเนือยๆ คิดว่าช่วงพีคสุดน่าจะเป็นช่วงแรกของหนังมากกว่า
  • จบแบบทิ้งให้มีภาคต่อไปแน่นอน และก็คงได้เห็นภาคต่อไปเรื่อยๆๆๆๆ
สรุปแล้วหนังไม่มีอะไรมาก เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม แต่ภาคนี้ฉากต่อสู้หรือฉากไล่ล่านี่มันส์สุดจริง ต้องยอมรับ 

8.5 / 10 ครับ ถ้าดู 3D ได้จะแนะนำมาก





Tuesday, September 11, 2012

นอนกอดเมียท่าไหน หลับสบายที่สุด ?




สิ่งหนึ่งที่คู่แต่งงานทุกคู่ต้องปรับตัว คือจากที่เคยนอนคนเดียว อยากนอนท่าไหนก็นอนตามสบายฉัน กลายเป็นต้องนอนบนเตียงเดียวกับคู่ของเรา มันก็ต้องมีปัญหาบ้างแหล่ะในการปรับตัวเข้าหากัน

แต่เดิมเราอาจจะชอบนอนอ่านหนังสือ บางคนชอบนอนกอดตุ๊กตาหมี บางคนชอบนอนเปิดไฟ แต่พอแต่งงานแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการนอนนิดหน่อย เพื่อให้นอนหลับสนิทสบายใจทั้งคู่

ซึ่งส่วนตัวแล้วหลังจากแต่งงานมา 6 เดือน ก็คิดค้นหา Solution วิธีการนอนกอดเมียหลายรูปแบบ ที่ทำให้หลับสบาย และไม่ห่างไกลจากคนรักมากเกินไปนัก

Note: เป็นบล็อกตอนที่โคตรเขิล .. แต่ก็จะเขียน ฮะๆ



ทำไมต้องนอนกอดกัน

ก็เพราะเรารักกันน่ะสิ จริงอยู่ว่าการนอนกอดหรือไม่ ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าเรารักกันมากแค่ไหน

แต่ในชีวิตนี้คุณจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่ได้นอนกอดใครซักคนก่อนนอน และตื่นขึ้นมาก็ยังเห็นเค้าอยู่ในอ้อมกอดของเรา ว๊าวววว

คือในเมื่อเราเพิ่งจะแต่งงานกัน และก็ยังไม่มีลูกมากวนให้ตื่นกลางดึก เราก็เลยพยายามที่จะมีเวลาใกล้ชิดกันให้ได้มากที่สุดนั่นเองฮะ

ซึ่งจากที่ได้ลองมาแล้วหลายวิธี กอดข้าง กอดหน้า กอดไขว้ มันก็ไม่ได้นอนหลับสบายทุกท่าล่ะนะครับ บางท่าดูดีโรแมนติคมาก แต่นอนโคตรลำบาก หายใจก็ไม่ออก นอนท่าปกติดีกว่าซะงั้น



นอนกอดเมียท่าไหนหลับสบายที่สุด

หลังจากที่ได้พิสูจน์ท่านอนมาหลายท่าแล้ว เลยขอแชร์ท่านอนกอดเมียทั้งหมด 5 ท่า ที่พิสูจน์มาแล้วว่าท่าไหนดีที่สุด โดยวัดจาก ความสบายในการนอน + การได้ใกล้ชิดกัน + ตื่นนอนมายังอยู่ท่าเดิมได้

จัดอันดับ 5 ท่านอนดังนี้ !!



5. นอนใครนอนมัน

ท่านี้หลับสบายแน่นอนฮะ แต่นอนแบบไม่ต้องสนใจกัน แล้วจะแต่งงานกันไปทำไมล่ะฮะ ถึงแม้สุดท้ายตอนตื่นนอนมักจะตื่นมาท่านี้ เพราะนอนเตะกันไปกันมา (ฮา) แต่อย่างน้อยขอใกล้ชิดกันก่อนนอนซะหน่อย



4. หันหน้าหากัน กอดกันเหนียวแน่น

เป็นท่าที่มักจะได้เห็นในหนัง คือทั้งสองคนนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน แล้วก็กอดกันกลมดิ๊ก ดูสวีทหวานแหววมาก

แต่ขอโทษเถอะ ไม่เคยได้หลับท่านี้เลยครับ เป็นท่าที่นอนโคตรยาก เพราะทั้งสองคนแข่งกันแย่งอากาศหายใจ บางคนนอนกรนก็ใส่เข้าไปเต็มหน้าอีกฝั่ง เป็นท่าที่สวยงาม แต่ไม่เวิร์คอย่างแรงในทางปฏิบัติ



3. ท่านอนกอดแม่

ท่านี้ผู้ชายจะนอนคว่ำและหันไปนอนกอดผู้หญิง เป็นท่าที่เหมือนจะดูดีอีกแล้ว แต่ฝ่ายหญิงจะนอนค่อนข้างลำบาก เพราะผู้ชายส่วนใหญ่จะตัวใหญ่กว่า แถมท่านี้มันเหมือนนอนกอดแม่ไปนิดนึง



2. ท่านอนกอดสามี

เป็นท่ายอดฮิตในหนัง และจากประสบการณ์ตรงก็เป็นท่าที่นอนหลับได้สบายดี ได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่าย สามารถนอนคุยกันเล่นได้ด้วย แถมมืออีกข้างของผู้ชายยังโอบไหล่อีกฝ่ายนึงได้ ดูอบอุ่น


และท่าที่ชนะเลิศ นอนหลับสบาย และได้บรรยากาศที่สุดก็คือ ...



1. ท่านอนโอบหลัง

เป็นท่าที่ฝ่ายหญิงจะนอนเอียงข้าง อาจจะกอดหมอนข้าง กอดตุ๊กตาหมีก็ได้ ส่วนฝ่ายชายก็โอบมากอดทางข้างหลัง ท่านี้อาจจะดูแปลกๆ นิดหน่อยในตอนแรก แต่จากที่เคยถามดูสาวๆ หลายคนก็ชอบให้แฟนนอนกอดท่านี้

ฝ่ายผู้ชายก็หลับได้ง่ายครับ แถมยังได้กลิ่นยาสระผมอ่อนๆ ของแฟนตอนหลับอีกด้วย

สิ่งที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือเราสามารถไปกระซิบข้างหูเขาได้ก่อนนอนเบาๆ ว่า ...

"Good Night ครับ ที่รัก"




Saturday, September 08, 2012

รีวิว: จันดารา ปฐมบท - พลังแห่งนมดารา จะลงทัณฑ์แกเอง (18+)




จันดาราเป็นนวนิยายแนวอิโรติค-ดราม่าชื่อดังของไทย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องหายากมากที่จะมีนวนิยายแนวนี้ของไทย ที่โด่งดังจนสร้างเป็นหนังมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ความเจ๋งของจันดาราคือไม่ใช่หนังโป๊ที่เปิดมาก็มุ่งขึ้นเตียงกันอย่างเดียว แต่เนื้อเรื่องนั้นซับซ้อน มีเรื่องของสันดานดิบมนุษย์ แผลในใจ ดราม่าแย่งชิง ที่สำคัญที่สุดคือความต้องการด้านเพศของมนุษย์ อาจจะไม่ได้หมายถึงความรักเสมอไป

ผมไม่เคยอ่านฉบับนิยาย แต่ก็เคยดูจันดารา ภาค "นนทรีย์ นิมิบุตร" ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง มาเวอร์ชันนี้กำกับโดย "หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดในการทำหนัง ก็น่าสนใจไม่น้อย

นักแสดง

ไม่มีหนังประเภทไหนที่เราสนใจว่าใครแสดง มากไปหนังโป๊อีกแล้ว



จันดารา : มาริโอ้ เมาเร่อ

เป็นพระเอก อย่าไปสนใจ ข้ามไปเลยละกัน (ฮา)



คุณบุญเลื่อง : รฐา โพธิ์งาม (ญาญ่า หญิง)

บทเอกที่ต้องเด่น เริศ เชิด และสง่างาม เจ้าของแผ่นหลังในฉากลูบน้ำแข็งอันโด่งดัง ซึ่งจริงๆ แล้วบทนี้ทีแรกเป็นของมาช่า และมาช่าก็ตกลงรับเล่น แต่ปรากฏว่าเล่นไปได้ไม่กี่ฉากก็ขอถอนตัว เพราะโป๊เกินไป

หวยเลยมาตกที่ญาญ่าหญิง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วเราก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอจะเล่นบทเซ็กซี่ได้ แต่จากรูปเธอก็ไม่แพ้ใครทีเดียว

เกือบได้เห็นนมมาช่าแล้วฮะพี่น้อง



น้าวาด : ตั๊ก บงกช

บทน้าของจันดารา จะว่าไปตั๊กก็ไม่ได้แก่มากมาย แต่บทนี้ก็ต้องโชว์นมค่อนข้างบ่อยมาก ซึ่งก็อย่างที่เรารู้กันว่าเรื่องนี้ตั๊กเธอไม่แพ้ใคร





คุณแก้ว : โช นิชิโนะ (Sho Nishino)

บทคุณแก้วนี้ต้องการนักแสดงที่อายุน้อยมากๆ และก็ต้องถ่ายโป๊มากด้วย ก็ไม่แปลกที่นักแสดงสาวไทยหลายคนไม่กล้ารับบทนี้ สุดท้ายหม่อมเลือกนักแสดง AV ญี่ปุ่นแทน

สำหรับผลงาน AV ของ Sho Nishino นั้นก็มีมามากมาย สามารถเสิร์ชหาได้ตามเว็บที่ท่านใช้งานเป็นประจำ



ไฮซินธ์ : พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช

คนเดียวที่ไม่ต้องโป๊ (รึเปล่า) โผล่มานิดๆ หน่อยๆ ไม่ค่อยมีบทบาทมากในหนัง




[Spoil]

พลังแห่งนมดารา
  • คุณจะได้เห็นนมของตั๊กบงกช, ญาญ่าหญิง, โช นิชิโนะ และนักแสดงประกอบอื่นๆ อีกนับสิบคน
  • นมตั๊กใหญ่มากกกก โผล่มาบ่อยมากกกกก
  • โช นิชิโนะต้องโป๊ถึงขนาดเห็นขน (เฮือก!) แต่เพียงแค่แว๊บเดียว
  • ญาญ่าหญิง ในภาคนี้จะยังไม่มีอะไรมาก แต่ภาคต่อไปนี่เยอะแน่ๆ
  • นักแสดงประกอบคนอื่น ก็ไม่ได้เอาอาป้าที่ไหนมาเล่น สวยๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมาย
ฉากสวิงกิ้งที่สุดฮือฮาตามข่าว

ดราม่าอีโรติค
  • ประเด็นของหนังไม่ได้อยู่ที่นมดารา (ถึงแม้บางคนจะขอเข้ามาดูแค่ประเด็นนี้ก็เถอะ) แต่เป็นความลึกลับในจิตใจมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องกรรม และเรื่องเซ็กส์
  • คุณหลวงน่าจะเป็นจุดเริ่มของทุกอย่าง ที่สร้างอาณาจักรกามในบ้าน จนไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรหลังจากนั้น ก็จะไม่เว้นวกมาเรื่องใต้สะดือตลอด
  • งานภาพสวยดี ดูคลาสสิค
  • ฉาก XXX มีให้เห็นทุก 15 นาที ซึ่งก็จัดเต็ม ไม่มีแบบหลบๆ ซ่อนๆ ดูกันจนเต็มจอ
  • ต้องชมท่านหม่อมที่กำกับ Love Scene ได้ดีมาก ดูดี จะเศร้าก็เศร้าได้ จะสับสนก็ดูออกว่าเป็นอย่างนั้นจริง
  • มาริโอ้ที่ดูว่าน่าจะเป็นจุดอ่อนของหนัง เรื่องนี้ก็ต้องยอมรับว่าบทนี้เหมาะกับเค้าดีนะ จันดาราควรจะมีความเด็ก ขี้แพ้หน่อยๆ และก็สับสนใจชีวิตตลอดเวลา
  • กลายเป็นว่าจุดอ่อนที่สุดไปตกที่ โช นิชิโนะ โดยเฉพาะการพากย์เสียงภาษาไทยทับ ยิ่งดูยิ่งขัด ยิ่งฟังยิ่งตลก
  • ญาญ่าหญิงเธอเลิศมาก แสดงดี เสียงดี ชอบๆ
  • ทำไมไม่ทำเป็นหนัง 3 มิตินะ

  • ท่านหม่อมบอกว่าตอนแรกหนังถ่ายทำเป็นภาคเดียว แต่พอเอามาตัดต่อแล้วมันยาวเกิน เลยจำใจต้องแบ่งเป็น 2 ภาค
  • พอหนังยาว ช่วงกลางของเรื่องเลยดูยืดๆ เรื่อยๆ เหมือนใส่ใจเรื่องเล็กน้อยมากเกินไป
  • ฉากคลาสสิคน้ำแข็งสุดสยิว ดูแล้วไม่สยิวเท่าไหร่ เน้นความสับสนในใจของจันดาราซะมากกว่า
  • ฉากช่วงท้ายที่เป็นดราม่าหนักจนจันดาราต้องหนีไปอยู่ต่างจังหวัด น่าจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของหนัง เพราะนอกจากดราม่าหนักๆ แล้ว ยังได้เห็นน้องโชโดนมัดกับเตียง #เฮือก

สรุปแล้ว "จันดารา ปฐมบท" เป็นหนังที่ดีตามมาตรฐานของท่านหม่อมฯ หนังมีรายละเอียดที่ดี ภาพสวย ส่วนอีโรติคก็ดูดีมีชาติตระกูล จะมีติก็ตรงการแสดงของหลายคนที่ขัดๆ บ้าง โดยเฉพาะมาริโอ้กับโช นิชิโนะ

หนังไม่เหมาะกับเด็กต่ำกว่า 18 ตามเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กส์ หรือโป๊ แต่ก็มีความโรคจิตที่ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม แต่ถ้าคุณผ่านเกณฑ์นี้แล้ว ก็เป็นหนังไทยคุณภาพที่แนะนำเรื่องนึงของปีนี้เลยทีเดียว
ฉากน้ำแข็งสยิวกิ๊ว ภาค 2544

ฉากน้ำแข็งสยิวกิ๊ว ภาค 2520





แถมรูปน้องโช ตามระเบียบ



Tuesday, September 04, 2012

เราควรบอก Password อีเมล์, คอมพิวเตอร์, บัตร ATM ให้แฟนรู้หรือเปล่า ?


เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมไปได้ยินเรื่องที่แฟนคู่หนึ่งทะเลาะกัน ด้วยเหตุผลว่าฝ่ายหนึ่งไม่ยอมบอก Password อีเมล์ให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ จึงเกิดการระแวงว่ากำลังมีกิ๊ก จนทำให้ต้องทะเลาะกันในที่สุด

อันที่จริงแล้วการจะบอก Password หรือไม่นั้น น่าจะถือเป็นสิทธิส่วนตัวอย่างหนึ่ง เพราะขึ้นชื่อว่ารหัสผ่าน ก็ควรที่จะรู้ได้แค่ตัวเราเองเท่านั้น

หลังจากที่ลองพูดคุยประเด็นนี้ในทวิตเตอร์ ก็มีผู้ให้ความเห็นอย่างล้นหลาม จนต้องขอมารวบรวมไว้ในบล็อกครับ มีเรื่องน่าสนใจมากมาย หลากหลายเหตุผลจริงๆ