Sunday, October 28, 2012

วิธีการสั่งซื้อและดาวน์โหลดเพลง จากรายการ The Voice Thailand


รายการประกวดร้องเพลงที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ คงไม่มีรายการไหนดังไปกว่า The Voice Thailand ซึ่งนอกจากเร็ตติ้งจะดีวันดีคืนแล้ว ยังได้รับคำชื่นชมจากคนดูทางบ้าน โดยเฉพาะใน Social Network จำนวนมาก

สิ่งนึงที่น่าเสียดายคือเพลงที่ร้องในรายการนั้น มีคุณภาพและมีคุณค่ามาก จนมีเสียงเรียกร้องให้ทางรายการเปิดขายเพลงแบบจริงจังไปเลยแบบใน The Voice ต่างประเทศ

ซึ่งล่าสุดทางรายการก็เปิดให้เราสามารถซื้อและดาวน์โหลดเพลงมาฟังได้แล้ว (กรี๊ดดดดดด)

การจะดาวน์โหลดเพลงจาก The Voice Thailand ต้องทำผ่านโทรศััพท์มือถือเท่านั้นครับ


วิธีการซื้อเพลงจากรายการ The Voice Thailand

วิธีการซื้อนั้นค่อนข้างซับซ้อนเล็กน้อย คือเราไม่สามารถซื้อจากคอมพิวเตอร์ได้ ต้องซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือ และใช้เน็ตผ่านมือถือเท่านั้น !!

1. เปิดโทรศัพท์ขึ้นมา
2. ถ้าใครเปิดเน็ตผ่าน Wifi ให้ปิด Wifi ซะก่อน
3. เข้าไปที่เว็บ m.thevoicethailand.com



4. เมื่อเข้าแล้วจะได้หน้าตาดังรูป
5. เลือกเพลงที่ต้องการ หรือกด Preview ลองฟังตัวอย่างเพลงก่อนก็ได้ ถ้าต้องการซื้อเพลงไหน กด "Buy Now"
6. ระบบจะเด้งไปหน้าจ่ายเงินของแต่ละเครือข่าย ถ้าใช้ TrueMove จะเสียค่าโหลดเพลงละ 5 บาท ส่วน Dtac และ AIS เพลงละ 20 บาท (โห่ววววว)



7. ยอมจ่ายตังค์ แล้วจะเด้งไปหน้าซื้อสำเร็จ .. แต่เดี๋ยวก่อน มันยังไม่เสร็จ ต้องใส่ Email ของเราเข้าไปแล้วกดส่ง



8. ระบบจะส่งอีเมล์มาให้เรา ซึ่งจะแนบ Link สำหรับดาวน์โหลดเพลงได้




คุณภาพเพลงที่ได้ เป็นระดับ 320 Kbps คุณภาพเสียงดีทีเดียว และไม่ได้อัดจากรายการตรงๆ คือไม่มีเสียงปรบมือ เสียงเฮ เค้าทำมาดีเลยทีเดียว



ยังไม่แน่ใจว่าจะมีเพลงที่แข่งไปก่อนหน้านี้ขายหรือไม่ แต่อาจจะยากเพราะเข้าใจว่าต้องเข้าห้องอัดเพื่อทำออกมาขายโดยเฉพาะ แต่แค่นี้ก็เป็นข่าวดีมากเลยทีเดียวครับ




รวมความเห็น: จะย้ายจาก Dtac ควรไป TrueMove H หรือ AIS ดี ?



ผมกำลังจะซื้อ iPhone 5 ครับ (อย่าเพิ่งถามว่าเมียให้แล้วเหรอ ^^") คือผมใช้ Dtac มาตลอด 10 ปี และอาจจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ Dtac เลยก็ได้ ยอมรับว่าเลือก Dtac เพราะแบรนด์, บริการ และความรู้สึก ส่วนเรื่องราคา โปรโมชั่น ก็อย่างที่รู้กันว่า Dtac อยู่นระดับกลางๆ ไม่ได้แพงมาก แต่ก็ไม่ได้ถูกสุดๆ

ประเด็นคือในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อ 90% ของการใช้มือถือของผม คือใช้เน็ตเป็นหลัก โทรศัพท์น้อยมาก ยิ่งหลังแต่งงานแล้วแทบไม่ได้โทรเลย และนั่นก็นำมาซึ่งปัญหา คือ Dtac ไม่ได้แย่มากอะไร แต่มันคือความหงุดหงิด ในหลายๆ อย่าง

แต่ก็คงไม่มีค่ายไหนที่ดีหมด 100% การขอความเห็นคนที่ใช้จริง น่าจะดีที่สุด



สรุปคะแนน !!

ความเห็นกระจายมาก ต้องขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ มีทั้งแนะนำอะไรหลายอย่าง เป็นประโยชน์มากๆ

+ คือแนะนำให้มาค่ายนี้
- คืออย่ามาค่ายนี้เลย
  • มา TrueMove : +42 (-6)
  • มา AIS : +13 (-14)
  • อยู่ Dtac ไปเถอะ : +5 (-1) 


Tuesday, October 16, 2012

อัพเดตผลงาน: ไปช่วยสอนที่เนชั่น, พูดที่ SWPark, คลิป #ThinkDifferentTH, คอลัมน์ใหม่ใน Beartai Hitext



อัพเดตผลงานช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ย.ที่ผ่านมา ชีวิตมันก็ยังคงวุ่นวาย(แต่สนุก) อยู่เรื่อยๆ


ไปช่วยสอนที่ม.เนชั่น

คือปกติแล้ว @themacci จะไปช่วยคุณสุทธิชัยสอนในคลาสพิเศษที่ ม.เนชั่น อยู่แล้ว พอดีเห็นว่ามีเรื่องที่น่าจะมีผมไปแจมได้ และจริงๆ ผมเองก็อยากได้พูดคุยกับคุณสุทธิชัยด้วยแหล่ะ เลยขอไปร่วมด้วยคน

หัวข้อในคราวนี้คือ "พรีเซนต์อย่างไรให้เหมือน สตีฟ จ็อบส์" ซึ่งก็เข้าทางมาก เพราะเคยพูดเรื่องนี้ในบริษัทมาก่อน เอาสไลด์เดิมมาปรับนิดๆ หน่อยๆ ก็โอเค

เสียดายที่ตรงกับวันไหว้เจ้าเด็กมาน้อยไปหน่อย  แต่บรรยากาศก็สนุกดี โดยเฉพาะช่วงท้ายที่พูดเรื่องคดีความระหว่างแอปเปิลกับซัมซุง แบ่งค่อยแซวกันมันส์เลย








ไปพูดในงาน Software Park Annual Conference 2012

ได้รับเชิญจากที่ SW Park ให้ไปพูดในหัวข้อ "iOS va Android" ซึ่งก็แน่นอนว่าเราอยู่ฝั่ง iOS ส่วนอีกฝ่ายนึงคือพี่ @octopatr จากเว็บ DroidSans ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นคนขอนแก่นเหมือนกัน แถมเป็นเพื่อนกับพี่สาวผมด้วย เลยเม๊ากันสะดวกเลย

ที่งานคนเยอะมาก ได้ยินว่าเป็นหนึ่งใน Session ที่คนลงชื่อฟังเยอะสุด แสดงให้เห็นว่าเราเข้าสู้ยุค Post PC World แล้วอย่างนึง

งานจัดที่รร. Centara Grand (Ladprao) ห้องเดียวกับที่จัดงานแต่งงานไปเมื่อต้นปี เลยได้ไปย้อนความหลังเล็กน้อย

ทีมงานแจ้งมาว่างานนี้ขอมันส์และฮา เลยทำสไลด์ขึ้นมาใหม่ เน้นให้ข้อมูลและกัด Android เป็นระยะตามสะดวก ซึ่งพอถึงเวลาจริงกลับเจอสไลด์ของอีกฝั่งที่คาดไม่ถึง คือเฮียแกเล่นเอาพริ๊ตตี้ของ Samsung, HTC, LG และทุกค่ายมาข่ม ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งไม่ว่าจะแข่งกันเรื่องอะไร "พริ๊ตตี้ชนะทุกสิ่ง"


@octopatr เทพ Android



คนเยอะมากๆ


ไปคุยงานที่แอปเปิลประเทศไทย

งานนี้ไปกับทีมแฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์ทั้ง 5 คน ไปคุยอะไรบางอย่างที่แอปเปิลประเทศไทย เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปสำนักงานแอปเปิล ... และที่บอกได้ก็มีแค่นั้นแหล่ะ (อย่าลืมว่านี่คือแอปเปิล)

แต่ถ้ามีกิจกรรมหรือข้อมูลอะไรที่บอกได้ จะมาอัพเดตให้ได้อ่านกันครับ






ทำคลิประลึกถึงสตีฟ จ็อบส์ ( #ThinkDifferentTH )

เนื่องในโอกาสครบ 1 ปีการเสียชีวิตของสตีฟ จ็อบส์ ทีแรกผมคิดว่าจะเขียนข่าวและบล็อกหลายตอนพูดถึงเรื่องนี้ แต่วันนึงแมค (@themacci) ก็โทรมาบอกว่า "ผมมีไอเดียเจ๋งๆ แล้วพี่"

สุดท้ายเราก็ได้เชิญเหล่าเซเล็บที่รักและคิดถึงสตีฟ จ็อบส์มาปรากฏในคลิปตัวนี้ ซึ่งก็สำเร็จในระดับหนึ่ง คิดว่าคงได้เขียนเบื้องหลังงานอย่างยาวอีกรอบ ซึ่งสนุกและเหนื่อยกันพอสมควรทีเดียว

หลังจากงานนี้ก็รู้สึกได้เลยว่า .. ไม่ว่าคนจะใช้สินค้าแอปเปิลหรือไม่ แต่ลึกๆ แล้วหลายต่อหลายคนก็ชื่นชมและนับถือจ็อบส์มากทีเดียว

ชมคลิปกันได้ที่ -> ครบรอบ 1 ปีกับการจากไป แฟนสตีฟ จ๊อบส์ ในไทยร่วมให้เสียงรำลึกในโฆษณา “Think Different”

ได้พูดในคลิป 1.58 วินาทีถ้วน
เบื้องหลังฮาๆ


คอลัมน์ใหม่ของตัวเองใน Beartai Hitext

หลังจากที่เป็นนักเขียนรับเชิญมาหลายครั้งที่ E-Magazine อย่าง Beartai Hitext มาตอนนี้ก็ได้รับเชิญเป็นนักเขียนประจำและมีคอลัมน์เป็นของตัวเองไปเลย ในชื่อ iWorld

คอลัมน์นี้ก็สนองความฝันนึงที่อยากเป็นนักเขียน ซึ่งก็ได้เข้าสู่โลกของการปั่นต้นฉบับนาทีสุดท้ายอย่างแท้จริงแล้ว ... มันเป็นอย่างนี้นี่เอง เหอะๆ

ใครชื่นชอบผลงานก็ไปอุดหนุน โหลดมาลองอ่านกันได้ครับ ฉบับนึงแค่ $1.99 เท่านั้น มีทั้งบน Android และ iOS

-> Beartai Hitext





Wednesday, October 10, 2012

มนต์รักมัลดีฟส์ - เมื่อต้องตัดสินใจหาทริปไปฮันนีมูน


"เราไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์กันเถอะ"

ผมบอกกับ @CherryJaja เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาวุ่นๆ ทั้งจัดงานแต่งงาน, แข่งแฟนพันธุ์แท้, ไปคอนเสิร์ตแร็พเตอร์ และอีกสารพัดงานที่ทำให้ชีวิตมันดูวุ่นๆ

"แต่มันแพงมากเลยนะคะ"
"เราก็ลองซื้อช่วงที่เป็น Low Season ก็ได้ค่ะ ราคาน่าจะไม่แพงมากจนเกินไป"
"ทำไมถึงอยากไปมัลดีฟส์เหรอคะ ?"
"อืม ......"

ช่วงเวลาที่หลุดจากโลกภายนอก

คุณเคยไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ แล้วมีเวลานั่งอยู่คนเดียวริมทะเลยามค่ำคืนไหม ? มันเป็นช่วงเวลาที่เราหลุดพ้นจากการทำงาน การเรียน ข่าวสาร ผลฟุตบอล ละครที่ชอบ ฯลฯ

เราจะหลุดมาอยู่กับตัวเอง กับความเป็นตัวของตัวเอง มันจะเหม่อลอย แต่ก็มีสมาธิคิดเรื่องอะไรหลายอย่างได้

ผมชอบเวลาแบบนั้น แต่น่าเสียดายที่ใน 1 ปี เรามักจะมีเวลาแบบนั้นแค่ไม่กี่ชั่วโมง

ช่วง 2 ปีก่อนผมเคยมีช่วงเวลาที่หลุดจากโลกภายนอกเกือบ 9 วันเต็มๆ เมื่อตอนที่ได้ไปเที่ยวยุโรปกับที่บ้าน และมันก็ได้ทำให้ผมมองเห็นอะไรในผู้หญิงคนที่ยืนจับมืออยู่ข้างๆ จนสุดท้ายก็บอกกับเธอว่า "แต่งงานกันเถอะ"

ปีนี้หลังจากพ้นช่วงเวลาวุ่นๆ ไปเมื่อต้นปี ผมอยากมีช่วงเวลาดีๆ แบบนั้นอีกซักครั้ง ก็คงไม่มีโอกาสไหนดีไปกว่าทริปฮันนีมูนอีกแล้ว



ทำไมต้องมัลดีฟส์ ?

ไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน นอกจากความรู้สึกที่ว่า "อยากไป"

เวลาที่เรามีความรู้สึกกับสถานที่ มันมักจะไม่มีเหตุผลมาสนับสนุนชัดเจน ผมเข้าใจความรู้สึกวัยรุ่นที่อยากไปเกาหลี, แฟนบอลอยากไปเหยียบ Old Trafford หรือ Anfield, คนที่ชอบค้นหาอะไรบางอย่างอยากไปทิเบต

ช่วงเวลานี้ ผมรู้สึกอินต์กับความรัก เลยรู้สึกอยากไปมัลดีฟส์มากเป็นพิเศษ

ทะเล ธรรมชาติ ห่างไกลผู้คน ห่างไกลเมืองไทย ห่างไกลเทคโนโลยี บรรยากาศเงียบสงบ และโรแมนติค

ช่วงที่เรากำลังหาทริปที่เหมาะสมจะไปฮันนีมูน ตามประสาผู้หญิงที่ช่างเลือก เชอรี่ก็จะเปรียบเทียบราคา รายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ผมเลยบอกไปแค่ว่า "เลือกที่ชอบสุดค่ะ"




Centara Grand Island Resort & Spa Maldives

สุดท้ายเราสองคนซึ่งมีความผูกพันธ์กับโรงแรมในเครือ Centara มากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานก็จัดที่ Centara Grand (ลาดพร้าว) หรือที่ไป Pre Honeymoon ที่ Centara กระบี่ เพราะฉะนั้นการเลือกที่พักในทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ การเลือกโรงแรมในเครือ Centara จึงเป็นเรื่องง่ายมาก
  • Centara Maldives ได้คะแนนรีวิวที่ดีมาก ระดับ 9 เต็ม 10 ในทุกเว็บที่เราหาข้อมูล
  • ราคาอาหารที่มัลดีฟส์แพงมาก ซึ่งที่ Centara เป็นแบบ All Inclusive
    • แปลว่าราคาที่จ่ายไป ได้รวมค่าอาหารทุกมื้อ ขนม ผลไม้ ฯลฯ ไว้หมดแล้ว
    • รวมค่าเครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ น้ำอัดลม Cocktail เบียร์
    • บาร์เครื่องดื่มเปิดตลอดเวลา อาหาร 3 มื้อทานเท่าไหร่ก็ได้ และสามารถมารับของว่างอย่างไอศครีม หรือขนมได้ไม่อั้น
    • อาหารคุณภาพดี ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีก
  • รวมค่าเดินทาง จากสนามบินถึงโรงแรม
  • มีแค่ 112 ห้อง คนไม่เยอะ ไม่มีกิจกรรมมากจนเกินไป
  • มีทีมขายที่เมืองไทย สามารถคุยรายละเอียดได้ตลอดเวลา
  • เชอรี่ชอบ (สำคัญมาก)
เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็มุ่งไปสู่งานไทยเที่ยวไทย และก็ตามหาโปรที่ราคากำลังพอดี ซึ่งก็ไปโอเคที่โปรของ Bangkok Airways ที่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าโรงแรม 5 วัน 4 คืนไว้หมดแล้ว

ราคาแพ็คเกจทริปนี้ ตกประมาณ 2 Macbook Pro Retina ซึ่งเราจ่ายด้วยโปรผ่อน 0% 6 เดือน ก็เท่ากับซื้อ iPhone 4S 32 GB เดือนละเครื่อง (หน่วยเป็นเงินสกุล APPL ที่ผมใช้คำนวณเวลาซื้อของฮะ) ถ้าถามว่าแพงไหม ก็ราคาสูงอยู่ แต่ถ้าเทียบแล้วก็ยังถูกกว่าซื้อทัวร์ไปอเมริกาหรือยุโรปพอสมควร

โดยทริปนี้ผมซื้อให้เชอรี่เป็นของขวัญแต่งงานครับ จริงๆ ควรจะให้ตั้งแต่ต้นปีแล้วแต่มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มาเน๊อะ

17-21 ต.ค.เตรียมไปถูกปล่อยเกาะที่มัลดีฟส์ แล้วจะเอามาเล่าสู่กันฟังฮะ

วันไปซื้อทริปที่งานท่องเที่ยว
รูดปื๊ดจนได้บัตรชิงรางวัลมา 5 ปึกใหญ่
สาวๆ นั่งปั่นชิงรางวัลกันเต็มที่ (ทางซ้ายคือน้องสาวเชอรี่)


Monday, October 08, 2012

รวมภาพแฟนทั่วโลกรำลึก 1 ปีการจากไปของสตีฟ จ็อบส์ (Fans Tribute to Steve Jobs)



ใครบางคนมีคุณค่าเสมอในการรำลึกถึง 
และก็มีค่าพอที่เราจะแบ่งปัน

Note: บางภาพอาจจะเป็นภาพจากปีที่แล้วนะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------

Reflection by Peter Lyon

For You Steve Jobs by Daniel Boardley

Steve Jobs Jonathan Lopez

via ThirtySixStone

The New Yorker

Stay Hungry, Stay Foolish - Ryan Williams

Job's family - Math P

via fragadesenhos

Looking Towards Tomorrow via  almondbutterscotch
How to draw Steve Jobs Face

@jlc_82
In Memorial of Steve Jobs via Bandeet Design

ศิลปินชาวเวียดนามปั้นรูปสตีฟ จ็อบส์ขึ้นมา เพื่อจัดแสดงในพิพิธพรรณ


บริษัท Uncover เปิดประมูล Macbook ที่ทำพิเศษ
ไฟรูปแอปเปิลจะเป็นรูปสตีฟ จ็อบส์ โดยรายได้บริจาคการกุศล

หุ่นขี้ผึ้งจาก Madame Tussauds

Wired
---------------------------------------------------------------------------------------


ในเมืองไทย ผมและแมค (@themacci) ก็ได้รวมพลังกันทำวิดีโอ Tribute to Steve Jobs ภายใต้ชื่อ #ThinkDifferentTH ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ ต้องขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมให้เสียงด้วยครับ (จะเขียนถึงเบื้องหลังงานนี้อย่างละเอียดอีกครั้งนึง)





---------------------------------------------------------------------------------------

Apple.com

และวิดีโอจากเว็บแอปเปิลเอง ที่ทำได้ดีมากจนแฟนๆ น้ำตาร่วงกันเป็นแถว ซึ่งวิดีโอนี้ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ ว่าทีมงานของแอปเปิลยังคงใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้มากเป็นอย่างดี


ลำดับภาพที่ปรากฏในวิดีโอ เรียงตามลำดับ:
  • สตีฟ จ็อบส์ในบ้านกับเครื่องแมค, 1984
  • กับ MacBook Air, Macworld 2008
  • กับ original iMac, 1998
  • กับ first iPod, 2001
  • กับ iPhone, Macworld 2007
  • ช่วงกำลังเล่นมุขสดโดยการโทรไปร้าน StarBucks ในงานเปิดตัว iPhone - Macworld 2007
  • หัวเราะที่โต๊ะ, 1984
  • งานเปิดตัว Apple Store ที่ 5th Avenue, 2006
  • ภายนอก Apple Store ที่งานเดียวกัน
  • กับ Apple I, 1976
  • ที่บ้านในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004, by Diana Walker
เสียงที่ปรากฏในวิดีโอ เรียงตามลำดับ:
  • Macworld 2007, 9 Jan 2007
  • เปิดตัว original iMac, 6 May 1998
  • เปิดตัว iPod, 23 October 2001
  • เปิดตัว iPhone - Macworld 200
  • เปิดตัว iPad 2, 2 March 2011
เรื่องน่ารักอีกอย่างนึงคือเพลงที่ใช้ในวิดีโอคือ Bach’s Cello Suite No. 1 ซึ่งเป็นเพลงคลาสสิคที่มีคนเล่นเพลงนี้หลายร้อยเวอร์ชัน แต่เวอร์ชันที่ทีมงานเลือกมาคือเวอร์ชันของ Yo-Yo Ma ซึ่งเป็นเพื่อนและศิลปินที่จ็อบส์ยกย่อง (เพลงนี้มีขายใน iTunes ด้วยครับ)

จ็อบส์เคยเชิญ Yo-Yo Ma ให้มาเล่นเพลงในงานแต่งงานของเขาด้วย แต่เนื่องจากติดทัวร์คอนเสิร์ตเลยไม่สามารถมาได้ ทั้ง Yo-Yo Ma เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ช่วงก่อนจะเสียชีวิต จ็อบส์ได้ขอให้ Yo-Yo Ma มาเล่นเพลงในงานศพของเขาด้วย

ไม่มีใครคอนเฟิร์มได้ว่า Yo-Yo Ma มาเล่นเพลงในงานศพของจ็อบส์รึเปล่า แต่ถ้าดูจากวิดีโอนี้แล้ว ก็พอจะเดาได้ครับ



จดหมายจาก Tim Cook ก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขียนได้ดีมาก ในฐานะผู้รับช่วงบริษัทที่เป็นเหมือนชีวิตทั้งชีวิตของจ็อบส์

"I hope that today everyone will reflect on his extraordinary life and the many ways he made the world a better place."

"One of the freatest gifts Steve gave to the world is Apple"

ผมก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกันครับ :)



Saturday, October 06, 2012

รีวิว: AirCard True Move H 3G+ ใช้ได้ทุกที่ เร็วแรงจริง


[Advertorial]

วันนี้ได้ AirCard พร้อมซิมจากทาง TrueMove H มาทดสอบการใช้งาน 3G+ ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้เห็นโฆษณาที่มีสุดหล่อณเดช เป็นพรีเซ็นเตอร์ไปแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วปกติเวลาจะใช้เน็ตบน MacBook เวลาอยู่นอกบ้าน ก็มักจะต่อสายเข้ากับ iPhone แล้วใช้แชร์เน็ตเอา แต่ครั้งนี้ได้ลองใช้ AirCard ก็พบความแตกต่างที่น่าสนใจทีเดียวครับ



แกะกล่อง AirCard

ผมเคยใช้ AirCard มาหลายยี่ห้อ ส่วนใหญ่ปัญหาคืออุปกรณ์ก๊องแก๊งมาก ราคาหลายพันบาท และที่สำคัญคือใช้บนแมคไม่ค่อยได้ ใช้แล้วมีปัญหาติดขัดตลอด





AirCard ของ TrueMove H เป็นของ Huawei สีขาว ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานดี



เลื่อนออกมาจะมีที่ใส่ซิมข้างใน



นอกจากนั้นก็มีคู่มือแนะนำการใช้งาน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ





ทดลองใช้งาน เสียบปุ๊บใช้ได้เลย O_o"

อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่าปกติแล้ว AirCard ส่วนใหญ่พอใช้กับ MacBook หรือแม้แต่บน PC ก็จะต้องมีการติดตั้งโปรแกรม และเซ็ทค่าโน่นนี่หลายอย่าง แต่จากที่ลอง AirCard ของทรูตัวนี้ ก็ใช้งานได้ภายในไม่เกิน 30 วินาที


  • หลังจากที่ใส่ซิมการ์ดเข้าไปที่เครื่องแล้ว ก็เปิดฝาเสียบช่อง USB
  • ไม่ต้องทำอะไร จะมีหน้าจอขึ้นมาให้ลงโปรแกรม TrueMove H hi-speed connection
  • next next .. Done

  • โปรแกรมจะเปิดขึ้นมาให้อัตโนมัติ กด Click "Connect" ใช้งานได้เลย จบ ง่ายมั่กๆ
  • สำหรัย AirCard ราคาแค่ 990 บาทนี่ถือว่าโอเคเลย
ความเร็ว / การใช้งานโปรแกรม
  • เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ถ้าใครใช้ซิมการ์ด TrueMove H อยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร ใช้งานได้เลย
  • แต่ถ้าเป็นซิมใหม่ ก็คงต้องสมัครแพ็คเกจกันตามสะดวก ซึ่งก็มีหลายแพ็คเกจให้เลือก และมีวิธีจ่ายค่าบริการได้หลายทาง ดังนี้
  • สิ่งแรกที่น่าสนใจคือทดสอบความเร็ว ซึ่งจากการทดสอบจับความเร็วหลายครั้ง ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ Download 5.04 Mbps / Upload 1.08 Mbps
  • ซึ่งก็ถือว่าเร็วดี ลองเปิดวิดีโอรีวิว iPhone 5 แบบ HD สามารถเปิดได้โดยไม่มีสะดุดรอบัฟเฟอร์อะไรเลย
  • ปกติผมเป็นคนใช้ Chrome แล้วเปิดแท็บเยอะมาก เพราะต้องเขียนข่าวและเขียนบล็อกไปด้วย ซึ่งจากที่ลองใช้งานเปิด 20 แท็บ ก็สามารถโหลดได้ครบไม่มีแท็บไหนหลุดไป
  • โปรแกรมที่ทางทรูให้มาด้วยนั้น จะมีแสดงสถิติการใช้งาน ทั้ง Download และ Upload มาให้ด้วย ทำให้สามารถเช็คความเร็ว และปริมาณการใช้งานได้เลย ไม่ต้องห่วงว่าจะใช้เกินแพ็คเกจ
  • ปัญหาของผู้ใช้ AirCard อีกอย่างนึงคือเวลาสมัครใช้แพ็คเกจ, มีโปรใหม่, โปรเก่าจะหมด จะมี SMS ส่งมาที่ซิม ซึ่งเช็คข้อความได้ลำบาก
  • ซึ่งในโปรแกรมของทรู ก็มีหน้ารับส่ง SMS อยู่ในตัวด้วย สามารถเช็คข้อความ ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กดส่งข้อความเองก็ได้
  • เมื่อมีข้อความใหม่ส่งมา ก็จะมี Notify ขึ้นมาที่หน้าจอด้วย ไม่ต้องคอยกดเช็คในโปรแกรมบ่อยๆ



ชีวิตการใช้เน็ตผ่าน AirCard - TrueMove H 3G+

จากเดิมที่ผมคุ้นเคยกับการแชร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือมาที่ MacBook นั้น พอลองได้ใช้ AirCard ก็พบว่าสิ่งที่แตกต่างอย่างแรกคือความเร็ว ซึ่งแน่นอนว่า AirCard ทำได้ดีกว่า

เรื่องความสะดวกสบายนั้น ถึงแม้เราจะต้องพก AirCard ใส่กระเป๋าไปด้วย แต่ด้วยขนาดที่เล็ก ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรมากนัก และยังสามารถให้เพื่อนยืมไปใช้ได้ด้วย แค่เสียบช่อง USB แค่นั้น

ผมทดสอบใช้งาน 3 ที่คือร้านกาแฟในเมือง ที่บ้านซึ่งอยู่นอกเมือง และบนรถแท็กซี่ ซึ่งวิ่งไปด้วย โดยเฉลี่ยแล้วความเร็วจะประมาณ 3-5 Mbps ส่วนพื้นที่ของสัญญาณ ต้องยอมรับว่าเน็ตของทรูเค้าครอบคลุมกว่าค่ายอื่นจริง อันนี้ไม่ต้องบอกก็คงรู้กัน เล่นบนแท็กซี่โหลดวิดีโอจนถึงบ้านยังไม่หลุดเลย

สรุป
  • AirCard ตัวอุปกรณ์แข็งแรงดี เล็ก เบา พกสะดวก
  • โปรแกรมที่แถมมา ติดตั้งง่าย ใช้ได้ทั้ง Mac และ PC มีฟีเจอร์ครบ
  • เช็คดูสถิติการใช้งานได้ตลอด โปรแกรมสามารถรับส่ง SMS และต่อสมัครโปรโมชั่นได้เลย
  • ความเร็ว และความเสถียรของเน็ต ทรูยังคงดีกว่าค่ายอื่นๆ อย่างชัดเจน
  • ที่น่าสนใจที่สุดคือราคาแค่ 990 บาท มีโปรแถมชั่วโมงด้วย
Related Link