Sunday, March 31, 2013

อัพเดตผลงาน: เปิดตัวหนังสือ MindTrick, งานหุ่นขี้ผึ้งสตีฟ จ็อบส์, บทสัมภาษณ์ในเว็บผู้จัดการ

อัพเดตผลงานในช่วงนี้ครับ ก็มีงานที่หลากหลายกว่าเดิม เพราะตอนนี้ได้มีโอกาสเขียนหนังสือแล้วววว !!

เปิดตัวหนังสือ MindTrick ใจเต้น(ในวัน) วาเลนไทน์

เนื่องจากได้รับคำชักชวนจากแมค @themacci ให้ลองมาเขียนหนังสือดู ซึ่งถึงจะไม่ชวนก็อาสามาเขียนอยู่แล้ว (ฮา) เราก็ปั่นต้นฉบับและแก้ไขกันอยู่ 2 รอบ ซึ่งงานเขียนไม่ลำบากใจเท่าไหร่

"พี่เอ็มครับ เราจะมีถ่ายรูปเพื่อทำสื่อโปรโมท และจะมีงานเปิดตัวหนังสือด้วยครับ"

เหยยยย แบบว่าเค้าไม่เคยง๊ะ งานนี้ได้ไปเป็นนายแบบเต็มตัว แต่ยังดีที่มีเพื่อนมาถ่ายแบบด้วยกันถึง 12 คน ซึ่งก็คือนักเขียน Mind Trick ทั้งหมด




สถานที่ถ่ายทำคือร้าน Bluedoor เอกมัย ซึ่งพอไปถึงก็เพิ่งจะรู้ว่าอยู่ติดๆ กับออฟฟิศของสำนักพิมพ์ aday (กรี๊ดดดด)

การถ่ายแบบก็มีทั้งถ่ายเดี่ยว และถ่ายหมู่ โดยภาพที่ใช้จะเป็นแนวเท่ห์ๆ เก๊กๆ หน่อย ให้เป็นโทนคิดโน่นคิดนี่ ทำออกมาเป็นภาพสีขาวดำจะได้ดูดีมีระดับ ฮาวโซวไม่เหมือนใคร ซึ่งปัญหามันก็ไม่ได้อยู่ที่คอนเซ็ปต์หรอกครับ แต่มันอยู่ที่นายแบบนี่ล่ะคร๊าบ

ภาพที่ออกมา พอได้ไหมนี่ ^^"
คือทุกคนก็รู้นะว่าเวลาถ่ายแบบมันต้องเก๊กแบบไหน เอามือไม้ไปวางยังไง แต่พอทำปุ๊บ เก๊กหล่อปั๊บ มันก็เกิดอาการเขิลขึ้นมาทันที เพราะตรงหน้ามีตากล้อง 3 คน ช่างไฟอีก 1 และกองเชียร์ (กองแซว) อีกเพียบ

ผลก็คือขำแตก และมันไม่เท่ห์จนต้องถ่ายใหม่หลายเทก คือจริงๆ แล้วให้ยิ้มแย้มยังง่ายกว่าซะอีก 55




จบงานถ่ายแบบก็มาต่อที่งานแถลงข่าว ซึ่งจัดที่ร้าน Kino Kuniya สยามพารากอน โดยเป็นงานแถลงข่าวเล็กๆ น่ารัก แต่ก็จัดเต็ม พิธีกรเป็นจอย ชลธิชา หรือ "รัชนก" จากแรงเงา และก็มีจัดฉากจัดแสงสวยงาม


มีเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเมื่อเชอรี่ @cherryjaja ภรรยาสุดน่ารักซื้อดอกไม้มาแสดงความยินดีด้วย ทั้งที่พร่งนี้ก็วันวาเลนไทน์แล้ว แถมท่านแม่ก็มาให้กำลังใจด้วย ^__^

 ช่วงสัมภาษณ์บนเวทีก็สนุกสนานดี พิธีกรทำหน้าได้เยี่ยมมาก และโชคดีที่มีแมค (ซึ่งเป็นบก.ของหนังสือเล่มนี้ด้วย) มาทำหน้าที่ตบชงเรื่องเนื้อหา ทำให้การพูดคุยดูมีสาระ มากกว่าการขึ้นมาถามตอบธรรมดา



จบงานได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพียบ พร้อมเพื่อนๆ ที่น่ารักอีก 11 คน การได้รู้จักคนใหม่ๆ ทำให้เราได้รู้ว่าโลกนี้ยังมีคนเก่งอยู่อีกมากจริงๆ

รู้สึกดีใจจริงๆ ครับที่ได้มีส่วนในการเขียนหนังสือเล่มนี้



งานเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งสตีฟ จ็อบส์

เมื่อศาสดามาเยือนเมืองไทย แม้จไม่ใช่ตัวจริง แต่การได้เห็นหุ่นที่ทุกอย่างทำจำลองให้เหมือนจ็อบส์มากที่สุด มีหรือที่แฟนพันธุ์แท้จะพลาด โดยงานเปิดตัวนี้มีแมค สยฟพทสตจ. ไปเป็นแขกในงาน ส่วน กสยฟพทสตจ. อย่างเราได้ไปในฐานะสื่อจากเว็บ MacThai ครับ

ภายในงานได้เจอน้องซี @ceemeagain คนดังด้วย เคยเห็นแต่ในรูป ตัวจริงสวยและสูงกว่าที่คิด พูดคุยเป็นกันเองมากด้วย



ผมรู้สึกเฉยๆ กับการจะได้เห็นจ็อบส์ในภาพหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็อดตื่นเต้นเล็กๆ ไม่ได้ จนเมื่อนาทีที่ทุกคนนับถอยหลัง 3 .. 2 .. 1 .. แล้วก็เปิดผ้าออกมาให้เห็น อยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลออกมานิดๆ ... คือมันก็รู้สึกคิดถึงเค้ามากจริงๆ นะ

จากหุ่นของจ็อบส์ ตัวสูงอย่างที่เคยคิดไว้ แต่ก็ดูผอมเหมือนกัน แอบมีพุงนิดนึง แต่แววตาและท่าทางก็ดูมีออร่ามากๆ
เพิ่งเคยเจอตัวจริงเจ้าหญิงไอที @ceemeagain 
ตัวสูงโฮก
ศาสดามาทั้งทีต้องไหว้หน่อย
ไหว้ไม่พอ มันต้องกราบบบบ ด้วย (ฮาทั้งวง)
หุ่นขี้ผึ้งสตีฟ จ็อบส์จะแสดงอยู่ที่มาดาม ทุสโซวเมืองไทยเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะไปจัดแสดงที่สาขาอื่นๆ ทั่วโลก

บทสัมภาษณ์เรื่อง Apple TV ในเว็บผู้จัดการ

อันนี้ไม่มีอะไรมาก พอดีทางเว็บผู้จัดการโทรมาสัมภาษณ์เรื่องความเห็นเกี่ยวกับ Apple TV ของแอปเปิลในตลาดเมืองไทย ก็เลยได้โอกาสแสดงความเห็นที่อยากพูดมานานหลายอย่าง รวมถึงได้โปรโมทเว็บไปในตัว

ตามอ่านได้ที่ - ไขรหัส"แอปเปิลทีวี" เพื่อใคร-ทำไม-อย่างไร?





Thursday, March 28, 2013

รีวิว: พี่มาก .. พระโขนง - หนังแม่นากมุมมองใหม่ หัวใจว้าวุ่น



ปี 2012 เป็นปีที่ตลาดหนังไทยซบเซามาก ทั้งปีมีหนังไทยทำรายได้เกิน 100 ล้านแค่เรื่องเดียวคือ ATM เออรัก เออเร่อ สูตรสำเร็จเดิมของหนังไทยคือ ผี+ตลก เริ่มทำรายได้ไม่ตามเป้า หลายค่ายเลยพากันทำหนังแนวอื่นๆ

แต่ค่ายหนังคิดเยอะอย่าง GTH กลับประกาศออกมาว่าจะทำหนัง ผี+ตลก ด้วยการรีเมคตำนวนผีไทยคลาสสิคอย่าง "แม่นาก พระโขนง" ก็เล่นเอาแฟนคลับหลายคนเงิบจับ ยิ่งพอได้รู้ว่าดารานำคือ "มาริโอ้ เมาเร่อ" ที่ไม่ได้มีชื่อทางด้านการแสดงมากนักมาเป็นพระเอกด้วยแล้ว



เปิดตัวฮือฮา .. ฮา .. ฮา

แม่นากพระโขนงเวอร์ชันที่ถือว่าเป็นตำนานหนังผีไทย คือ "นางนาก" ฉบับของนนทรีย์ นิมิบุตร ปี 2542 ซึ่งหนังทำออกมาได้สนุก สยอง และซาบซึ้งมาก จนทำรายได้มากถึง 150 ล้านบาท เมื่อ 10 กว่าปีก่อนถือว่าสูงสุดยอด

GTH เปิดตัวชื่อหนังที่ต่างจากใครคือใช้ชื่อของ "พี่มาก" เป็นตัวนำ และแค่ตัวอย่างโปรโมทก็ฮือฮากันแล้ว
  • พี่มาก ไม่ได้ชื่อมาก แต่ต้องออกเสียงว่า พี่มาร์ค(เก่ะ)
  • เปิดตัวแก๊ง 4 ช่า (อันนี้ผมตั้งเอง) ฟรอย, เผือก, เชน, บอมบ์ ซึ่งก็คือแก๊ง 4 ช่าที่อยู่ในหนัง 4 แพร่งตอนคนกลาง และ 5 แพร่งตอนคนกอง
  • ซึ่งแก๊ง 4 ช่านี้โคตรจะฮาทุกฉาก
  • แม่นากนำแสดงโดย "ใหม่ ดาวิกา" ซึ่งกำลังมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับมาริโอ้ จนเตะสาวกุ๊บกิ๊บกระเด็นไป
  • มีคลิปเต้น Harlem Shake ด้วย เขร้ !! นี่มันพี่มากอัลไลกันนี่
  • แต่ดันมาหักมุมตอนเพลงประกอบหนัง "อยากหยุดเวลา" ซึ่งร้องโดยปาล์มมี่ ที่ทำออกมาซึ้งมากๆ
ยำใหญ่หนังผีแม่นาก

เนื่องจากเป็นหนังผีคลาสสิค เพราะงั้นแทบทุกคนที่มาดูเลยไม่ต้องอ่านเรื่องย่อให้เสียเวลา เรารู้กันอยู่แล้วว่าแม่นากคือผีที่ตายทั้งกลม ขณะกำลังรอพี่มากกลับมาจากสงคราม และก็หลอกให้พี่มากอยู่ด้วยทั้งที่ตัวเองเป็นผี รวมถึงชาวบ้านที่มายุ่งก็มีอันเป็นไป

แต่ด้วยชื่อของผู้กำกับคือพี่โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกุล แห่งหมู่บ้านทำเงินของ GTH (คือกลุ่มผู้กำกับ GTH ที่ทำหนังเรื่องไหนก็ทำรายได้ดีตลอด) ก็น่าจะเชื่อฝีมือได้ หลังจากที่มือขึ้นมากในกวนมึนโฮ

[Spoil]
  • หนังเปิดเรื่องมาด้วยฉากแม่นากตายเลย ซึ่งก็แอบเหวอว่าเฮ้ยจะไม่เกริ่นอะไรหน่อยเหรอ แต่เข้าใจว่าผู้กำกับคงรู้ว่าคนรู้ตำนานดีอยู่แล้วมั้ง
  • เรื่องราวฉากหลังเป็นเมืองไทยสมัยก่อน แต่ประโยคและคำพูดเป็นแนวทางสมัยใหม่
  • เข้าใจว่าบทเริ่มที่ให้แก๊ง 4 ช่าพูดคำสำนวนแบบคนสมัยก่อน แล้วอยู่ดีๆ เผือกก็ตบหัว บอกมึงพูดอะไร เชยชิปหาย จะเป็นการละลายความเข้าใจคนดู ว่าเราจะไม่ใช้คำพูดแบบสมัยก่อนนะ
  • พี่มากเรื่องนี้มาแนวติงต๊อง ไม่ใช่กล้ามใหญ่ ชายชาติทหารแบบสมัยก่อน
  • มุกตลกในหนังมาแบบมุกควาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงฮามาก คือจังหวะการปล่อยและการใช้มันลงตัว
  • เช่นมุกพี่มากขาาาา (กล้องแพนไปที่แมลงมุม) พี่มากขาาาาาาาาาาาาาาาาาา (ถ่ายไปที่ตะขาบ) .. เออ มากขาจริงๆ ด้วย

  • นางนากเป็นคนเดียวที่เล่นอยู่ในบทบาทแม่นาก คือไม่เฮฮา ไม่ติงต๊อง ไม่เล่นมุกตลก
  • บทตัวเอกของเรื่องนี้ไม่ใช่พี่มาก และไม่ใช่แม่นาก แต่เป็นแก๊ง 4 ช่า ที่ทั้งเป็นตัวดำเนินเรื่อง และสร้างสีสันความฮาได้ตลอดทุกฉาก
  • ยังคงมีฉากภาพจำของหนังแม่นากเหมือนเดิม คือฉากยื่นมือยาวววลงไปเก็บมะนาว, ฉากพระทำพิธีขับไล่แม่นาก, ฉากแม่นากยืนอุ้มลูกคอยที่ท่าน้ำ
  • แต่ก็มีฉากที่ไม่คิดว่าจะมีเช่นกัน คือฉากงานวัด ซึ่งมีทั้งบ้านผีสิงและชิงช้าสวรรค์
  • ด้วยความที่ภาษาที่ใช้ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าการหลงยุคของหนังมันดูขัดตา คือทั้งเรื่องกลายเป็นแม่นากภาคโลกเสมือนจริงไปแล้ว (Virtual Mae Nak The Movie)
  • ช่วงกลางๆ หนังเริ่มเนือยลง กลายเป็นมาเล่นมุกทายว่าใครเป็นผี ซึ่งบางครั้งก็ดูเยอะไปหน่อย
  • ฉากผีหลอกตุ้งแช่แทบจะไม่มีเลย มีความน่ากลัวบ้าง แต่ดูไปแล้วก็ฮาสลับกัน เลยไม่ค่อยรู้สึกว่ามันน่ากลัวเท่าไหร่
  • มาริโอ้และใหม่ ดาวิกา แสดงดีกว่าที่คิด ทั้งคู่มีเคมีที่เข้ากันมาก แอบเชียร์ให้เป็นแฟนกันจริงๆ อยู่นะ
  • หนังดำเนินเรื่องไปจนถึงฉากที่วัด ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นฉากจบของหนังแม่นาก แต่เรื่องนี้หักมุมเล็กน้อย เมื่อหนังพูดถึงพี่มาก ว่าเขารู้อยู่แล้วล่ะว่าแม่นากเป็นผี เขาไม่ได้ถูกหลอก แต่ตั้งใจที่จะอยู่กับแม่นากจริงๆ เพราะเขาก็รักเธอมาก
  • เป็นมุมมองที่ไม่มีหนังแม่นากเรื่องไหนชูขึ้นมาเลย คือมันมีเหตุผลของความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน
  • ซึ่งประเด็นนี้โดนใจมาก ฉากสุดท้ายเล่นเอาแอบน้ำตาไหลไปด้วยเลย เอ้อเน๊อะ ทำไมเราไม่คิดกันบ้างว่าพี่มากเองก็รู้ตัว แต่ก็ยอมอยู่ด้วยเพราะเขาก็รักแฟนของเขาเหมือนกัน
  • ฉากเครดิตขึ้น มีมุกตลกน่ารักๆ พร้อมเพลง "ขอมือเธอหน่อย" ทำให้หนังจบแบบ Feel Good ตามสไตล์ GTH จริงๆ

:: สรุป :: 

ถึงแม้จะเป็นหนังรีเมคตำนานแม่นากพระโขนง ที่ทำมาแล้วหลายเวอร์ชัน แต่ความแตกต่างที่เพิ่มมุกตลก การสร้างโลกเสมือนหลงยุค รวมไปถึงมุมมองใหม่เรื่องความรักของพี่มากและแม่นาก ทำให้หนังมีอะไรน่าสนใจ มากกว่าที่จะเดินตามรอยของเดิม

จุดอ่อนก็คงเป็นเรื่องของความยืดของหนัง ที่เนื้อเรื่องมีน้อยมาก แต่อุดมไปด้วยการใส่เหตุการณ์จำลองมากมายเพื่อให้เกิดความฮา จนช่วงกลางเรื่องรู้สึกว่าหนังไม่ได้ไปไหน

แต่ถ้าถามโดยรวมแล้ว  "พี่มาก .. พระโขนง" ก็เป็นหนังที่ดูแล้วสนุก (มาก) และได้มุมมองความรักในอีกแบบนึง แบบที่เรานึกไม่ถึงจากตำนานที่รู้จักกันมาหลายสิบปี แถมยังได้ความรู้สึก Feel Good กลับบ้านเป็นของแถม

ก็คุ้มค่าที่จะไปดูชมกันครับ [8.5/10]


รวมเกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
  • บทหนังเรื่องพี่มากพระโขนงเขียนโดยเต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี พระเอกเรื่องกวนมึนโฮ
  • พี่โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกุล เป็นผู้กำกับหนัง 4 แพร่งตอนคนกลาง และ 5 แพร่งตอนคนกอง
  • ซึ่ง 4 นักแสดงหลักในหนังทั้ง 2 เรื่องนี้ก็คือแก๊ง 4 ช่า ฟรอย-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, เผือก-พงศธร จงวิลาส, เชน-วิวัฒน์ คงราศรี และ บอมบ์-กันตพัฒน์
  • ชื่อแม่นาก บางครั้งก็ถูกสะกดด้วยคำว่า แม่นาค
  • เชื่อกันว่าชื่อสี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นากอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่
  • ผู้สืบเชื้อสายจากแม่นากมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้น คือ พีท ทองเจือ ดารานักแสดงชื่อดัง
  • สิ่งที่เชื่อว่าเป็นปั้นเหน่งที่ทำจากหน้าผากกะโหลกแม่นาก ปัจจุบันถูกครอบครองโดยนักสะสมพระเครื่องผู้หนึ่ง
ประโยคเด็ด
  • ตอนพี่ไปรบ พี่ไม่เคยคิดถึงสยาม คิดถึงประเทศชาติเลย ... เค้าคิดถึงตัวเองอ๊ะ
  • มึงพูดอะไรของมึงเนี่ย ... มึงเป็นคนโบราณรึไง
  • อี อาก เอ็น อี๋ (หน้าโดนผึ้งต่อย)
  • อี นาก เป็น ฝี
  • นากของเค้าสวยขนาดนี้ จะเป็นผีได้ยังไง
  • ถ้าวันนึงเค้าตายไป ตัวเองจะอยู่ได้ไหม
  • ถ้าไม่มีตัวเอง เค้าอยู่ไม่ได้หรอก
  • ฉันก็แค่อยากจะอยู่กับคนที่ฉันรัก พวกพี่มายุ่งอะไรด้วย
  • มากก็รักพี่มาก ..​ มาก มาก เลยนะจ๊ะ, พี่ก็รักนาก .. นาก นาก เลยนะจ๊ะ
บัตรรอบสื่อ ถ้าเราดึงมะนาวลงมา จะมีมือแม่นากยื่นมาด้วย





Related Link



Monday, March 18, 2013

การแต่งงานไม่ใช่จุดสูงสุดของชีวิตคู่



ปีที่ผ่านมา ผมมีเพื่อนที่แต่งงานกันไปแล้ว ตัดสินใจ "หย่า" กันถึง 4 คู่

ทุกคนอายุเพียง 30 ต้นๆ และเพิ่งแต่งงานกันไปได้แค่ 1-3 ปี น่าตกใจที่หลายคู่ผมได้ไปงานแต่งงานของพวกเขาด้วย ได้เห็นภาพ Pre Wedding หวานแหวว ได้ดูพรีเซนต์งานแต่งน่ารักๆ รวมไปถึงสถานที่จัดงานในโรงแรมหรูหรา

ผมเชื่อเหลือเกินว่ามีหลายคนที่รู้สึกว่า การ "แต่งงาน" ถือเป็นความใฝ่ฝัน เป็นจุดสูงสุดของชีวิตคู่ เพราะส่วนตัวก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน

แต่งงานกันแล้ว ก็จะได้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ...

แต่เมื่อตัวเองได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ได้ผ่านการจัดงานแต่งงาน ได้ผ่านการมีเพื่อนฝูงและแขกมากมายมาร่วมยินดีในงานแต่งงานมาแล้ว ได้ผ่านการที่ใครต่างมาบอกว่าอิจฉาจังเลย เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากๆ มาแล้ว

บอกตามตรงว่าตื่นเช้ามาหลังวันแต่งงาน ... โลกมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยครับ เรายังคงตื่นเช้าไปทำงาน กลับบ้านกินข้าว นอนดูทีวี เดินห้าง ดูหนัง และใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง


ย้อนกลับไปที่คู่แต่งงานที่เลิกกันไปทั้ง 4 คู่ แว่บแรกที่เรารู้ข่าวเพื่อนเลิกกันคือสงสัย ทำไมต้องเลิกกัน ถามเหตุผลว่าทำไมเพราะอะไร ? พอมันตอบมาปุ๊บเราก็ร้อง โหยแค่นี้เอง ก็ทำแบบนั้นแบบนี้สิ จะได้ไม่มีปัญหากัน ไม่เลิกกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครหรอกครับที่เลิกกันด้วยเหตุผลข้อเดียว ทุกคนมีเหตุผลมากมายในการเลือกทำอะไรสักอย่าง ซึ่งเราก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายนะ ถึงแม้จะเสียดายความรักที่เคยมีให้กัน

สิ่งนึงที่ผมได้เรียนรู้จากการได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ตัดสินใจจบชีวิตคู่หลังแต่งงานคือ
  • การพูดกันทุกเรื่องอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหา หลายคู่ที่บอกกันว่าชอบไม่ชอบอะไร แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะได้แค่พูด
  • การตัดสินใจขอแต่งงานในช่วงที่ความรักขึ้นจุดพีคสุด ไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อความรักตกลงมาต่ำสุดและไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้กันมาก่อน
  • เพื่อนและครอบครัวมีส่วนในเรื่องนี้ถึง 30% การรู้จักและเป็นมิตรกับเพื่อน หรือครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ดี
  • การอยู่ก่อนแต่งช่วยให้ปัญหาน้อยลงได้ แต่ขอย้ำว่าต้องขอให้ผู้ปกครองยินยอมเสียก่อน
  • หลังแต่งงาน อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองมากเกินไป และอย่าไปบังคับให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
  • ทะเบียนสมรสเป็นแค่กระดาษ
  • ถ้าคิดเรื่องขอเลิกกัน ควรบอกอีกฝ่ายให้รู้แต่เนิ่นๆ ถึงแม้มันจะยาก แต่การทนจนถึงที่สุดแล้วค่อยบอก มักจบลงที่การไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แล้วก็เลิกรากันไปจริงๆ 
  • เป็นไปได้ควรแยกครอบครัวออกมาอยู่กันสองคน การอยู่บ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง มักมีปัญหาที่ทั้ง 2 คนแก้เองไม่ได้มากมาย
  • เวลาทะเลาะกัน การขู่ว่าจะขอหย่า ถ้าไม่ทำแบบนั้นแบบนี้ ไม่ได้ช่วยแก้ให้ปัญหาผ่านไปได้ สุดท้ายจะมีฝ่ายหนึ่งอดทนยอม
  • การกอดและสัมผัสกับคนรักทุกวันช่วยได้ คู่ที่เลิกกันมักขาดสิ่งนี้
  • เรื่องดราม่าน้ำเน่าแบบในละคร มีอยู่จริง
  • ต้องยอมรับว่าสำหรับสังคมไทย ผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบถ้าต้องเลิกกับสามี โดยเฉพาะเมื่อต้องเริ่มต้นหาคนใหม่ เพราะฉะนั้นผู้ชายควรคิดให้ดี คุณกำลังจะทำลายชีวิตอีกฝ่ายอย่างไม่มีทางหวนกลับ
ข้อดีของการได้เห็นเพื่อนๆ เลิกรากันไปทีละคู่ ทีละคู่ ก็คือการได้กลับมามองคู่ของตัวเอง ได้กลับมาคุยกับคนที่เรารักว่า ตอนนี้เราอยู่จุดไหนกันแล้ว ยังรักกันหวานแหววเหมือนก่อน หรือกำลังเริ่มเข้าสู่จุดที่คู่อื่นกำลังจะเจอปัญหา

ถามว่าแล้วเราได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง ผมก็คงตอบได้แค่ว่า ..

ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน
การแต่งงานไม่ใช่จุดสูงสุดของชีวิตคู่

และ ...

ในเวลาที่ยังมีกัน ก็จงรักกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ :)



Friday, March 15, 2013

พาชมโครงการบ้านทิวลม คอนโดใกล้หาดชะอำ โดยแสนสิริ



[Advertorial]

สัปดาห์ก่อนได้รับเชิญจากทางแสนสิริเข้าไปเยี่ยมชมโครงการคอนโดใหม่ที่ชะอำ เมืองตากอากาศยอดฮิตเมืองหนึ่งของคนไทยและชาวต่างชาติ ในราคาเริ่มต้นแค่ 1.29 ล้านบาท ถือว่าน่าสนใจดี ในยุคที่ตลาดคอนโดกำลังฮ๊อตมากตอนนี้





ทำเลที่ตั้ง

ชะอำเป็นเมืองพักตากอากาศฮอตฮิตสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการพักผ่อนชิวๆ สูดอากาศสดชื่นริมทะเล เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดๆ ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น

คอนโดตั้งอยู่ในซอยจุมพฎพงษ์ ถนนเพชรเกษม ห่างจากชายหาดชะอำ 150 เมตร คือเดินแค่แป๊บๆ ก็ถึงทะเลแล้ว ถ้าใครเคยไปหาดชะอำจะรู้สึกว่าคนเยอะมาก แต่ที่นี่ทำเลตั้งอยู่ท้ายหาด คนน้อยกำลังดี หาดสะอาดและเป็นส่วนตัว จุดประสงค์หลักของคนที่มาทะเลก็เพื่อพักผ่อน บ้านทิวลมจึงเหมาะที่จะซื้อไว้พักผ่อนกับครอบครัว






รายละเอียดโครงการ
  • คอนโดมิเนียม อาคารสูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 4 อาคาร รวมแล้ว 808 ยูนิต
  • เนื้อที่โครงการ 12-1-16 ไร่
  • ราคาตารางเมตรละ 45,000 บาท เริ่มต้น 1.29 ล้านบาท (ราคาขึ้นอยู่กับชั้นและวิว)
  • ตกแต่งแบบ Fully Furnish แอร์ ตู้เย็น ทีวี เครื่องดูดฝุ่น เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวฟพร้อมเข้าอยู่ได้เลย (ยกเว้นแค่ที่นอนและผ้าม่าน)
  • สิ่งอำนวยความสะดวก : สระว่ายน้ำขนาด 25 x 50 เมตร Jacuzzi Pool สระเด็ก เรียกว่าสระเดียวครบทุกความต้องการทุกเพศ ทุกวัยเลยดีเดียว พร้อมกับห้องออกกำลังกายอย่างครบครัน






ห้องพัก Studio 29 ตารางเมตร

ห้องพักยอดฮิต ขนาด 29 ตารางเมตร เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษา หรือคู่แต่งงานใหม่ที่จะเริ่มมีคอนโดแรกเป็นของตัวเอง ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบเลย ทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ แอร์ ขนาดเครื่องดูดฝุ่น เตาไมโครเวฟ ยังมีเลยนะ

ผมชอบการตกแต่งแบบแสนสิริ คือเดินเข้ามาจะรู้สึกเลยว่าเป็นแสนสิริ ไม่รู้ทำไม บอกไม่ถูก 55

ห้อง Studio แบบพาโนรามา มีมุมห้องนอนและห้องนั่งเล่น
มุมโต๊ะกินข้าว เล็กๆ น่ารักๆ
มุมห้องนั่งเล่นดูทีวี 
ห้องน้ำ ถ้าอยู่จริงคงต้องซื้อม่านมากันน้ำจากบริเวณอาบน้ำหน่อย
ห้องครัวขนาดนี้กำลังพอดีถ้าอยู่  2 คน

ห้องพัก 2 Bed Room 60 ตารางเมตร

สำหรับคนที่อยากอยู่ห้องที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย อาจจะอยู่เป็นครอบครัว หรือเผื่ออนาคต ก็มีห้องขนาด 60 ตารางเมตร ซึ่งจะแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนมาก ห้องนอน 2 ห้องแยกออกมาจากห้องครัว และมีห้องน้ำ 2 ห้องแยกกันชัดเจน

ส่วนที่ดีสุดคงเป็นบริเวณห้องนั่งเล่น ห้องทาานข้าว และห้องครัว มีขนาดกว้างพอและเดินไปมา 3-4 คนไม่ชนกัน ลองดูรูปตัวอย่างฮะ

ห้อง 2 Bed Room ถ่ายพาโนได้แค่ห้องนั่งเล่นกับห้องครัว ไปไม่ถึงห้องนอนฮะ ซ้ายขวา
ห้องนอนใหญ่ มีที่สำหรับวางทีวีในห้องนอนได้เลย
ตู้เสื้อผ้าขนาดสำหรับ 2 คน
มุมดูทีวีกว้างมากกกก
ชอบมุมนี้เลยแอบเนียน Tie In เล็กน้อย 55
ห้องครัว มีที่วางของทั้งบนและล่าง 
โต๊ะทานข้าว ใหญ่ขนาดทานเป็นครอบครัวได้

แอบถ่ายแบบ ^^
รอบๆโครงการ

เนื่องด้วยแนวคิดของโครงการนี้มาจากม้า จึงมีการออกแบบตัวอาคาร รอบๆโครงการได้อย่างร่มรื่น มีพื้นที่สีเขียวเป็นบริเวณกว้าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่

ทางโครงการมีให้ลองขีจักรยาน หรือขี่ม้า (!!) ไปลองชิวๆ ที่หาดได้ จะได้รู้ว่าเวลาอยู่จริงใกล้หาดแค่ไหน


คุณนายลองขี่ม้าไปที่ทะเลดู 
บรรยากาศริมหาดชะอำ
:: สรุป :: 

บ้านทิวลม ชะอำจะเริ่ม Pre Sale 16 มีนาคมนี้ สำหรับห้อง Studio วางเงินจอง 10,000 บาท เงินทำสัญญา 30,000 บาท ผ่อนดาวน์เพียง 999 บาทต่อเดือน จำนวน 12 งวด ถือว่าไม่หนักมากสำหรับคนที่อยากจะมีคอนโดดีๆสักห้อง หรือซื้อไว้เพื่อการลงทุน

สำหรับทุกห้องที่จองและทำสัญญาวันนี้ ยังได้รับ Samsung Galaxy Note II สำหรับทุกห้องอีกด้วยจ้า

Link - เว็บโครงการ : บ้านทิวลม ชะอำ โดยแสนสิริ

อ.ศุภเดช เซเล็บแห่งแบไต๋ มาชมโครงการแล้วชอบ ถึงกับจองในงานไปอีกคู่นึงเลย (ได้ Note 2 ด้วย)
"ตื่นได้แล้วค่าาาาา" , "นอนสบายง่าาาา"

โครงการอยู่ประมาณนี้ใน Google Maps ทางขวาคือหาดชะอำ