Wednesday, July 31, 2013

เปิดตัวบริษัท Qlovr Co.,Ltd ผู้นำเสนอ Mobile Application โดย @Khajochi และทีมงาน



วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่อยากประกาศให้รู้โดยทั่วกัน นั่นคือหลังจากที่ผมได้ลาออกจากที่บริษัท Thomson Reuters เมื่อหลายเดือนก่อน และใช้ชีวิตอิสระอยู่พักใหญ่ๆ

ตอนนี้ผมและเพื่อนๆ ได้รวมตัวกัน เพื่อเปิดบริษัทของตัวเองขึ้นมาในชื่อ Qlovr !!

ทำไมต้องทำบริษัทของตัวเอง ?

ทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไป คนตัวเล็กแต่มากไปด้วยไอเดีย สามารถก้าวขึ้นมาทำซอฟต์แวร์สู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ไม่แพ้กัน ตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมาย อย่างเช่น Instagram ที่มีพนักงานเพียงแค่ 4 คน สามารถทำ Social Network ระดับโลกได้

ในจำนวนกลุ่ม Influencer ในไทยด้วยกัน ผมเองเป็นหนึ่งคนที่สามารถเขียนโปรแกรมเองได้ มีบล็อกส่วนตัว มีเว็บที่เป็นที่รู้จัก รวมไปถึงการได้รู้จักกับคนในวงการไอทีมากหน้าหลายตา

"โอกาส" คือคำตอบง่ายๆ ว่าทำไมถึงได้อยากทำบริษัทของตัวเองครับ

Qlovr ทำอะไร ? มีใครเป็นทีมงานบ้าง ?

ชื่อ "Qlovr" เป็นการเล่นคำจากคำว่า "Clover" ชื่อของใบไม้สี่แฉก สัญลักษณ์แห่งความโชคดี พวกเรารู้สึกว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่เหมาะกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ และทีมงานผู้ก่อนตั้งบริษัท (Founder) ก็มีด้วยกัน 4 คนพอดี

บริษัทจะไปไม่ได้ไกลถ้าข้างในมีคนเก่งแค่คนเดียวหรือสองคน ผมโชคดีมากที่ได้ผู้ร่วมงานที่มีความสามารถและ "เก่งทุกคน"




Piyawan Wuttirat ตำแหน่ง Chief Executive Officer (CEO), Co-Founder

คุณปิยวรรณ หรือต้อย พี่สาวคนสวยของบริษัท ดูแลด้านการจัดการภายใน เจรจาธุรกิจ ติดต่อและดูแลลูกค้า นอกจากนี้ยังสามารถ Consult การจัดการ Process ภายในบริษัทได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Agile หรือ CMMi

จากประสบการณ์ในวงการไอทีมากว่า 15 ปี ในอดีตเป็นถึง Technical Director บริษัท Thomson Reuters เชื่อใจได้ว่าประสบการณ์ล้นเหลือ และพาบริษัทไปในทิศทางที่เน้นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอยู่เสมอได้แน่นอน



Surasak Sermluxananon ตำแหน่ง Chief Technology Officer (CTO), Co-Founder

สุรศักดิ์ หรือรอง จากโปรแกรมเมอร์หนุ่มไฟแรง ที่เขียนโปรแกรมได้แทบจะทุกภาษาตั้งแต่ C++, C, .Net, Java ไปจนถึง Objective-C และที่สำคัญยังรู้ลึกไปถึงระดับ Expert ในแทบจะทุกภาษาอีกด้วย

นอกจากงานด้านเทคนิคแล้ว รองยังเคยดูแลโปรเจคต่างๆ มากมาย โดยอดีตเป็น Development Manager บริษัท Thomson Reuters ซึ่งมั่นใจได้ทั้งเรื่องเทคโนโลยีรวมไปถึงการดูแลโปรเจ็คให้สำเร็จและมีคุณภาพ



Wisanu Promthong ตำแหน่ง Research & Development (R&D), Co-Founder

วิษณุ หรือน็อต อดีต Senior Software Engineer บริษัท Thomson Reuters ผู้ช่ำชองในการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะกับภาษา Java ทั้งระดับ Enterprise ไปจนถึง Mobile (Android) มีแอพอยู่ใน Google Play Store หลายต่อหลายแอพด้วยกัน

น็อตได้ไปพิสูจน์ฝีมือกับการบินไปร่วมงานกับหน่วยงานรัฐบาลในประเทศออสเตรเลียอยู่หลายปี ช่วยออกแบบและวางระบบ digital preservation ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าคนไทยทำอะไรก็ไม่แพ้ใครในโลก



Khajorn Chiaranaipanich ตำแหน่ง Chief Financial & Marketing Officer (CFO), Co-Founder

ขจร หรือเอ็ม หนุ่มช่างฝันที่เป็นที่รู้จักบน Social Network ในนาม @Khajochi จากบล็อก Khajochi.com ที่มีผู้ติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงผู้ก่อตั้ง MacThai.com เว็บสาวกแอปเปิลชื่อดังที่มีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน

เอ็มนอกจากจะดูแลเรื่องการออกไอเดียต่างๆ ในซอฟต์แวร์ของบริษัทแล้ว ยังมีประสบการณ์เขียนโปรแกรมมากว่า 10 ปีจากตำแหน่งอดีต Lead Software Engineer บริษัท Thomson Reuters



บริษัท Qlovr ทำอะไรบ้าง ?

เราแบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน

1. ทำแอพหรือซอฟต์แวร์ของเราเอง : เนื่องจากพวกเราแต่ละคนมากไปด้วยไอเดีย การลาออกจากงานประจำเพื่อมาเติมเต็มความฝัน เลยเป็นสิ่งที่พวกเราเน้นมากเป็นพิเศษ

ขณะนี้เรากำลังพัฒนาแอพบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอยู่ 2-3 ตัว ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวให้ได้ทดลองใช้กันในไม่นานนี้

2. รับงาน Outsource : ด้วยประสบการณ์ชองแต่ละคน ที่อยู่ในวงการไอทีมากว่า 10 ปี เรามี Skill ในการพัฒนาซอฟต์แวร์หลายด้าน
  • เรามุ่งมั่นทำแอพบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เรารู้ว่าการทำซอฟต์แวร์ที่ดีจนต่างประเทศยอมรับเป็นอย่างไร โค้ดที่สวยจนน่าอ่านเป็นยังไง
  • เราช่วย Consult ให้บริษัทคุณสามารถทำซอฟต์แวร์ที่ได้มาตรฐานโลกได้ เรามีประสบการณ์จริงกับการใช้ Process หลายแบบทั้ง CMMi หรือ Agile ทีมงานเราเคยเป็นทั้งระดับผู้บริหารและหัวหน้าทีม มี Certified Scrum Master เป็นเครื่องรับรอง
  • เราเชี่ยวชาญเรื่องการทำซอฟต์แวร์ทางด้าน Finance, Trading, FX, MM, OM ทั้ง Client และ Server รวมถึงระบบ Messaging ของแอพต่างๆ 
  • เราใช้ Open Source มี Eclipse เป็นเพื่อน, รัก ANT, Maven, MySQL, Apache
  • เราไม่มีปัญหาด้านภาษาอังกฤษ ทีมงานทุกคนสามารถพูดและเขียน ติดต่องานต่างประเทศ พูดคุยปัญหาเทคนิคกับฝรั่งบ่อย จนนึกว่าเป็นคนชาติเดียวกันไปแล้ว

อะไรเป็นจุดแข็งของบริษัท

จากที่เห็นประวัติของทีมงาน แน่นอนเราเป็น Start Up แต่ก็เป็น Start Up ที่อยู่ในวงการไอทีมาเกิน 10 ปีแล้วทุกคน พวกเราทุกคนมีที่มาจากบริษัทที่ได้ชื่อว่าผลิตซอฟต์แวร์ระดับคุณภาพ ใช้งานไปทั่วโลก มีความปลอดภัยสูง

และที่สำคัญคือเราทุกคนลาออกจากงานประจำมาเพื่อตามความฝัน มีเป้าหมาย มีสิ่งที่อยากทำชัดเจน เรื่องฝีมือพวกเราพอมี แต่เราต้องการจะไล่ตามความฝันของตัวเองไปให้ได้

ประกาศรับทีมงาน !!

Qlovr ประกาศรับสมัครทีมงาน Graphic Designer,  นักพัฒนาแอพบน iOS และ Android หลายตำแหน่ง
  • จะเป็นระดับ Senior, Junior หรือเด็กจบใหม่ แต่ถ้ามีฝีมือจริง เข้ามาคุยกันได้
  • ออฟฟิศเราอยู่กลางเมือง ห่างจาก BTS เพลินจิต 2 ก้าว เดินทางสะดวก
  • เน็ตเร็ว น้ำฟรี กาแฟฟรี
  • แต่งตัวมาทำงานแบบง่ายๆ สบายๆ ตามแบบ Start Up ทั่วไป
  • เงินเดือน ถ้าเก่งจริงเรายินดีให้ค่าตอบแทนสูง อายุไม่เกี่ยว
  • สวัสดิการณ์ มี Provident Fund, ประกันสุขภาพ, โบนัสตามผลประกอบการณ์บริษัท
  • ที่สำคัญ เปิดกว้างด้านไอเดีย ถ้าคิดว่ามีไอเดียเจ๋งๆ ที่อยากทำ เราให้เวลาส่วนหนึ่งสร้างสรรค์ไอเดียของคุณได้เลย
ใครสนใจ ส่ง Resume พร้อมเงินเดือนที่ต้องการมาที่ khajorn@qlovr.com

----------------------------------------------

ขอฝากบริษัท Qlovr ไว้กับทุกท่านด้วยครับ ^____^




Wednesday, July 24, 2013

ความทุกข์ของคนจมูกโต ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้



ผมเป็นคนจมูกโตครับ พูดแบบนี้ก็อาจจะทำให้หลายคนหมั่นไส้ เพราะจมูกโตถือเป็นสิ่งที่หลายคนปราถนา ก็แน่ล่ะคนที่ดั้งสูงโด่งเด้ง มันดูดีกว่าคนดั้งแบนแต๋

บางคนถึงกับต้องไปเสริมจมูกเพื่อให้จมูกดูสวยงาม อาจจะถึงขั้นแด๊กเปปทีนแล้วตะโกน "อยากจมูกโต" กับเค้าบ้าง

แต่ใครจะรู้บ้างว่าคนจมูกโตเนี่ยก็มีความทุกข์กับเขาไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่จมูกโตมาแต่กำเนิด ท่านพ่อท่านแม่ให้มาเช่นนี้ ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เอาเป็นว่าขอเอาความทุกข์ของน้องชายโน้สอุดมมาเล่าให้ฟังละกัน



มองเห็นจมูกตัวเองตลอดเวลา

คุณลองชายตามองลงมาข้างล่างอย่างสุดชีวิตดูสิครับ คุณมองเห็นจมูกของตัวเองรึเปล่า ? ถ้าคุณมองเห็นแปลว่าคุณมีจมูกที่กำลังพอดีๆ แต่ถ้ามองไม่เห็นอะไรเลย คุณอาจจะมีจมูกที่เล็กไปซะหน่อย

แต่สำหรับผม ผมมองเห็นจมูกตัวเองตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องชายตามองข้างล่างเลยฮะ

ซึ่งบางทีมันก็ลำบากชีวิตเล็กน้อย เพราะขนาดแค่มองตรงไปข้างหน้ายังเห็นเงาบางๆ อยู่ตรงกลางสายตา แล้วถ้ายิ่งได้มองลงล่างนี่คือเห็นเต็มๆ อ่ะ บางทีก็บังพื้นที่การมองเห็นไปถึง 1 ใน 7 เลยก็ว่าได้ ซึ่งบางทีมันก็ตลกดีเหมือนกันนะ

พี่น้องผมฮะ จมูกโตทั้งบ้าน (ผมคนขวาสุด)
เพื่อนล้อแย่เลย

อันนี้เกิดในวัยเด็ก คือด้วยความที่เป็นคนตัวเล็ก (มาก) เข้าขั้นเตี้ยเลยแหล่ะ คนก็ชอบมองว่าอีตานี่ตัวเล็กแต่จมูกโต ... น่าหยิกเป็นแท้

ว่าแล้วปมในวัยเด็กของผมก็คือการโดนเพื่อนบีบจมูกเป็นประจำ

"ฮะๆ ไอ้เอ็มจมูกโต" พร้อมเอามือมาบีบป๊าปเข้าให้
"ไหนๆ ขจร ... โอ้ว ดั้งใหญ่จริงๆ ด้วย 555" อันนี้คือเสียงของอาจารย์ฝึกสอนท่านหนึ่ง

การโดนเพื่อนล้อยังไม่เท่าไหร่ เพราะเมื่อโตมามันก็เลิกล้อกันไป แต่ไอ้การโดนบีบจมูกตั้งแต่เด็ก เลยทำให้ผมมีรอยเล็บข่วนของเพื่อนหลายจุดที่หน้า และแน่นอน เหมือนจมูกมันจะโตขึ้นไปอีกด้วย *U*

ถ้าตั้งท่าไม่ดี เวลาหอมแฟนจะได้รูปจมูกโดนก่อนเช่นนี้
หอมแก้มสาวลำบาก

อันนี้เป็นความทุกข์ขั้นประหลาด ที่ใครหลายคนอาจจะไม่รู้ คือพอเวลาเราจมูกโตเนี่ย ตอนที่จะไปหอมแก้มสาว ไม่ว่าจะเป็นแฟน หรือพ่อแม่ จมูกเราจะไปโดนแก้มเขาก่อนเสมอ

ลองนึกภาพตาม ...
เฮ้ย ... [ทั้งสองหลับตาพริ้ม]  >  .   <
อึ๊ย ... [สาวสวยนามเชอรี่กำลังเขิน]   >  o  <
อู้ววว .... [หนุ่มเอ็มกำลังยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ]  > ++ <
อร๊ายยยยยย ... [ใกล้อีก ใกล้อีก ใกล้อีก ใกล้เข้าไปอีกกกกก] >/////<

แหม่ะ ... [จมูกโดนแก้มก่อนซะงั้น] ("-  > -)

คือสาวเจ้าก็คิดว่า อร๊ายยย อะไรมาโดนแก้มเราเนี่ย อีตาบ้า กรี๊ดดดดด [ เขินอาย พร้อมเอามือตี ป๊าบๆๆๆ ]

แต่เขาจะรู้ไหมนั่น ว่าปากข้าพเจ้ายังไปไปถึงเล๊ยยยยยยย ฮือๆๆๆๆๆ ToT

ช่วงหลังมาเรียนรู้เทคนิคการหอมแก้มเมีย ว่าเราต้องใช้ความว่องไว ด้วยการยื่นปากระดับเอ๊กส์ตรีม คือทำปากเป็นนก พร้อมพุ่งเข้าไปจิกอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว แค่นี้ก็เรียบร้อย อิๆๆๆๆ

แต่แค่นั้นยังไม่หมด ปัญหาของการหอมแก้มยังลามไปถึงชีวิตคู่ ที่ต้องการถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้ โดยเฉพาะใน Pre Wedding หรืองานแต่งงาน ซึ่งมีท่าบังคับประเภท

"เอ้า !! หอมเลย หอมเลย หอมเลย" นึกภาพพิธีกรและแขกทุกท่านช่วยกันเชียร์

ทีนี้ท่าหอมแก้มต่อหน้าประชาชีที่ดูน่ารัก ไม่หื่นแตกจนเกินไปนั้น ฝ่ายสาวควรจะเอียงอายเล็กน้อย ส่วนฝ่ายชายควรจะเม้มปาก ประมาณว่าชั้นหอมเบาๆ นะจ๊ะตัวเอง

แต่ข้าพเจ้าทำเช่นนั้นไม่ได้ฮะ มันไปแค่จมูกเด้งๆ แล้วภาพมันก็จะออกมาประมาณจมูกโดนก่อน

ไอ้ครั้นที่กองเชียร์เอาใหญ่บอกต้องจูบโดนเท่านั้น ไม่โดนให้ถ่ายใหม่ เราก็ไม่สามารถจะมาเม้มปากเขินอายได้อีกต่อไป ต้องยื่นปากจูจุ๊บแบบเอ๊กส์ตรีมเท่านั้น ภาพเลยจะออกมาประมาณหื่น เหมือนจะไปลวนลามเขา


ซึ่งมันก็ดูน่ารักดี แต่เจ้าตัวมาดูแล้ว ... ฮือๆ ทำไมมันดูทุเรศขนาดนี้วะตรู ฮือๆๆ T____T


ความทุกข์อื่นๆ

  • ถ่ายรูปด้านข้างไม่ค่อยได้ ตากล้องบอกเห็นแต่จมูกเลย นายต้องเอียงตัวทำมุม 45 องศา ถึงจะออกมาสวย (หมดภาพมุมนี้ไปกว่า 80%)
  • หายใจได้ลึกกว่าชาวบ้าน สูดอากาศเข้าไปได้เต็มกว่าคนอื่น
  • ซึ่งถ้าเป็นอากาศดีๆ ก็สบายไป แต่ถ้าเมื่อไหร่มีสถานการณ์ "ตดปริศนาในลิฟท์" หรือ "กลิ่นระเบิดจากส้วมในห้องปิดตาย" ข้าพเจ้าก็โดนหนักกว่าใครเลยจ้า
  • ซึ่งหลายครั้งเราจะได้กลิ่นก่อนคนอื่น แล้วพอบอก คนอื่นถึงเพิ่งจะรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
  • เป็นโรคภูมิแพ้ เนื่องจากเรารับฝุ่นเข้ามาเยอะกว่าปกติ ทำให้พี่น้องผมหลายคนเป็นภูมิแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นกันหมด
  • เวลาใส่เสื้อยืดที่มันคอเล็กมากๆ มันดันไม่ขึ้น คือมันติดจมูก ใส่เสื้อไม่ได้ บางทีต้องให้คุณภรรยาช่วยกันดันก็มี
  • เป็นสิวที่จมูกบ่อยมาก เป็นทีก็โดดเด่นเป็นสง่ายิ่งกว่าหอไอเฟล
ข้อดีของคนจมูกโต
  • มีพี่โน้สอุดมเป็นคนหน้าเหมือน และเคยถูกทักผิดมาแล้วด้วย (ดังเลยกรู)
  • ได้ความสามารถพิเศษแบบ X-Men คือเอานิ้วโป้งเข้าไปในรูจมูกได้เกินครึ่งนิ้ว ถ้ายัด 2 ข้างพร้อมกันจมูกจะใหญ่และฮามาก เคยทำดูในห้องน้ำยังขำตัวเอง
  • เวลาเป็นหวัด สั่งน้ำมูกออกมาโคตรง่าย (ฮาาา)
  • ไม่ต้องห่วงเรื่องใส่แว่นไม่ได้ หรือใส่แล้วแว่นหล่นลงมา
  • หล่อ #ฮ่า
พี่ชายผมฮะ จมูกโตเหมือนกันเบย


Thursday, July 18, 2013

แกะกล่อง DVD Boxset "พี่มาก .. พระโขนง" Limited Edition



ใครจะคิดว่าหนังรีเมคตำนานหนังผีแม่นาค ที่ทำมาแล้วกว่า 20 เวอร์ชัน แถมทำเป็นหนังแนวตลก ซึ้ง สยองขวัญ แถมเปลี่ยนชื่อเป็น "พี่มาก .. พระโขนง" จะทำรายได้มหาศาลถึง 1,000 ล้านบาท

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว และเป็นอีกครั้งที่ GTH ตอกย้ำความเป็นค่ายหนัง "อันดับ 1" ในไทยได้จริงๆ เสียที (อย่างน้อยก็ที่ 1 ในใจเรานะ ฮี๊วววว)

ว่าแล้วเมื่อมีการเปิดสั่งจอง DVD Boxset Limited Edition ของพี่มาก แฟนระดับติ่ง GTH อย่างเราก็ไม่พลาดอยู่แล้ว วันนี้เลยเอามาแกะกล่องรีวิวให้ได้ดูกัน



ของแถมไม่เยอะ แต่คุ้มค่า

โดยปกติแล้ว DVD แบบ Boxset กับแบบ Boxset Limited Edition จะมีของแถมที่ต่างกันนิดๆ หน่อยๆ ในกรณีพี่มาก ของแถมก็คือถุงผ้าพี่มาก ซึ่งมีขนาดใหญ่มาตรฐานดี ใส่หนังสือใส่ของได้



แต่ที่ชอบสุดน่าจะเป็นหนังสือเบื้องหลังการถ่ายทำหนังพี่มาก ซึ่งทำออกมาโคตรจะดี น่าจะเป็นหนังสือเบื้องหลังการถ่ายทำหนังที่ดีสุดของไทย ที่เคยอ่านมาเลยแหล่ะ





จริงๆ หนังสือเบื้องหลังสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ที่คุ้มคือหนังสือปกติก็เล่มละ 395 บาทแล้ว (400 นั่นแหล่ะ) พอมาขายรวมกับ Boxset เลยลดราคารวมจาก 1,094 บาท เหลือ 929 บาท

มาดูกล่องใส่ DVD กันบ้าง ขนาดก็ใหญ่อลังการ จนสงสัยว่าข้างในมีอะไร



เปิดกล่องจากด้านบน





ของข้างใน มีกรอบรูป 3 มิติ ที่สลับได้ 2 ด้าน ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วก็คงไม่ค่อยมีใครเอาไปตั้งโชว์เท่าไหร่ เพราะมันคล้ายๆ กับภาพที่เห็นในโปสเตอร์หนังอยู่แล้ว



จากนั้นก็เป็นกล่องใส่ DVD ซึ่งมีมาให้ 2 แผ่น มีเนื้อหาดังนี้


Disc 1 ภาพยนตร์ พี่มาก...พระโขนง 
- ตัวอย่างหนัง Ver. เต็ม
- MV อยากหยุดเวลา
- ท่าเต้นกองพัน



 Disc 2 Special Features 
- VDO Commentary
- Extended Scene
- Casting Tape ก่อนจะมาเป็นแม่นาคและพี่มาก
- Out Take พบความฮา เบื้องหลังการถ่ายทำ
- Alternate Ending ฉากจบอีกแบบที่คุณไม่รู้
- Clip Promote กว่า 17 คลิป!!!





ชอบแผ่นที่ 2 ที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังให้ดู โดยเฉพาะเทปการเคสนักแสดง ทั้งใหม่ ดาวิกา และมาริโอ้ รวมถึงได้ดูฉากเพิ่มเติมต่างๆ



VDO Commentary นักแสดงหลักมากันทุกคน รวมถึงผู้กำกับด้วย ที่ตลกคือทุกคนใส่ชุดโบราณมาพูดคุยกันเลยทีเดียว ฮาดี



:: สรุป :: 

ถ้าดูโดยรวมแล้วของแถมในกล่อง ที่มีเพียงกรอบรูป 3 มิติ กับแผ่น DVD 2 แผ่น ถือว่าผิดฟอร์ม GTH ไปเยอะเลย เพราะช่วงหลังมาตรฐานของแถมใน Boxset ของ GTH ทำไว้ดีมากๆ

คือลองเอาภาพของแถมทั้งหมดของ Boxset "รัก 7 ปีดี 7 หน" กับ "SuckSeed ห่วยขั้นเทพ" มาเปิดดู จะพบว่าของแถมเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไรแต่มันดูมีค่าและน่าเก็บมีเยอะมาก

Boxset SuckSeed ของแถมเพียบ
Boxset รัก 7 ปี มี DVD 4 แผ่นเลยนะเออ

ถ้าถือว่าพี่มากเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็ถือว่าของแถมในกล่อง Boxset นี้น่าผิดหวังเหมือนกัน หวังว่า Boxset ในชุดต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งก็คือ Boxset ละคร "ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น" จะออกมามีอะไรให้น่าสะสมกว่านี้

แต่เมื่อรวมกับของแถมที่ให้มากับ Limited Edition อย่างถุงผ้าหรือหนังสือเบื้องหลัง ถือว่าดีและคุ้มค่า โดยเฉพาะหนังสือมีคุณภาพดี เนื้อหาดี และไม่ใช่แค่เล่าเรื่องการถ่ายทำ แต่เริ่มตั้งแต่การคิดบท การเคสนักแสดง เบื้องหลังฉากต่างๆ คนที่สนใจทำหนังห้ามพลาดเลยแหล่ะ

กับราคา 929 บาท ก็ถือว่าคุ้มอยู่ ถ้าคิดว่าอยากซื้อหนังสืออยู่แล้วครับ เพราะแค่หนังสือก็ 400 บาทแล้วล่ะจ้า

Related Link



Tuesday, July 16, 2013

เมื่อได้ไปดูแมนยูซ้อมใหญ่ที่สนามราชมังฯ


เนื่องจากความเป็นสาวกผีแดงมาเนิ่นนาน เคยลงไปก้มจูบพื้นที่ Old Trafford แบบไม่อายฟ้าอายฝรั่งมาแล้ว (ฮา) เมื่อถึงคราวแมนยูมาเยือนเมืองไทย เราจะพลาดไปได้อย่างไร

บรรยากาศการซ้อมแข่งที่โคตรจริงจัง

ผมเคยดูแมนยูซ้อมมาหลายรอบ โดยเฉพาะก่อนวันแข่งจริง คือพวกเขาจริงจังกับการซ้อมมากเลยนะ คงเพราะถ้าแค่ซ้อมยังทำได้ไม่ดี การแข่งจริงคงไม่ต้องพูดถึง

  • เดินทางไปสนามราชมังฯ สมัยนี้ไม่ยากแล้ว นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปต่อ Airport Link แล้วก็ต่อรถเมล์แป๊บเดียวก็ถึง ส่วนขากลับก็กลับทางเดิม
  • วันนี้มีติ่งแมนยูมากันเยอะมาก คาดว่าน่าจะเกิน 5,000 คน นี่ขนาดแค่วันซ้อมนะเนี่ย
  • คนเสื้อแดงเต็มไปหมด จนนึกว่าชุมนุมอะไรกัน
  • หน้างานมีบูทเพียบ โดยเฉพาะสปอนเซอร์หลักทั้งหลาย
  • แอบไปจิ๊กใบโปรแกรมช่อง MUTV ที่ทรูเพิ่งไปซื้อลิขสิทธิ์มาแบบ Exclusive ด้วย มีแมนยูเตะให้ดูทุกนัดทั้งทีมจริง ทีมสำรอง ทีมเยาวชน (นัดแข่งจริงจะรีเพลย์หลังแข่งไปแล้ว 4-5 ชั่วโมง)
  • จริงๆ ตอนที่ไปทำงานอังกฤษก็ดูช่อง MUTV บ่อยๆ คือมีไฮไลท์ทั้งเก่าใหม่ วิเคราะห์โน่นนี่ เคยมีไปถ่ายในห้องแต่งตัว ดูเฟอร์กี้บ่นก็มี มันเป็นช่องที่แมนยูทำเองก็เลยค่อนข้างจะ(โคตร) Inside
  • เข้าไปในสนาม วันนี้คนดูเยอะเกินคาด จะนั่งตรงไหนก็ได้ด้วย


 

  • ช่วงซ้อม คือนักเตะไม่มีเล่นกับคนดูเลยฮะ จริงจังมาก ทั้งวิ่ง ทั้งเตะบอล แย่งบอล น่าจะเหนื่อยกว่าวันจริงด้วยซ้ำ เพราะวิ่งระยะสั้นๆ ไม่หยุด
  • ทีมงานกลัวจะเครียดกันเกินไปเลยส่งเจ้า Red มาเล่นกับคนดู คือว่าน่าจะเป็น Red ตัวจริงจาก Old Trafford มาด้วย เพราะคุยกับโค้ชและทีมงานสนุกเชียว
  • อย่างที่รู้ว่านักเตะระดับดาราหายไปหลายคน แต่ก็ยังดีมี Ryan Giggs ขวัญใจผมอยู่ด้วย
  • นักเตะรุ่นใหม่ดูมีแววหลายคนอยู่ ต้องรอดูในการแข่งจริงว่าจะแจ่มแค่ไหน

  • ตอนจบ นักเตะเดินไปขอบคุณแฟนๆ ที่มาเชียร์วันนี้ทั้งสองฝั่ง มีเตะบอลขึ้นมาแจกด้วย
  • สุดท้ายทุกคนเดินมายืนเรียงแถว แล้วก็ไหว้งามๆ ขอบคุณแฟนบอลชาวไทย น่ารักมั่กๆ
  • David Moyes คนรุมเยอะมาก คือแกหน้าแก่นะ แต่ดูหนุ่ม (เอ๊ะ ยังไง) แต่ก็รู้สึกได้ว่าอารมณ์ดีกว่าเฟอร์กี้อยู่เหมือนกัน
เป็นการไปดูนักเตะแมนยูที่สนุกดีเหมือนกันนะ อารมณ์เหมือนแฟนเพลงที่ได้ไปดูนักร้องเขาขึ้นซ้อมก่อนงานคอนเสิร์ตนั่นแหล่ะ

สุดท้ายขอบคุณ TrueVisions สปอนเซอร์ใจดีที่เอื้อเฟ้อบัตรเข้าไปชมการซ้อมของแมนยู และต้องขอบคุณมากๆ ที่ซื้อลิขสิทธิ์ช่อง MUTV มาได้ มันเป็นช่องเพื่อสาวกผีแดงโดยแท้เลยนะขอบอก