Thursday, August 29, 2013

พาเดินเที่ยวงาน SCG Expo นวัตกรรมของใช้สุดล้ำเพียบ



ได้ยินจากคนใกล้ตัวว่าจะมีงานฉลองครบรอบ 100 ปีเครือ SCG โดยจะจัดเป็นงาน SCG Expo มานานละ แต่ไม่มีโอกาสได้แวะไปเสียที จนอาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม

คือโดยปกติแล้วเป็นคนชอบแต่งบ้านฮะ แต่จะออกแนวเลือกของใช้แปลกๆ หน่อย แล้วพอรู้ว่าในงานนี้คือไม่ได้แค่โชว์เทคโนโลยี แต่มีของแต่งบ้าน ของใช้รอบตัวที่ดูล้ำหน่อย ไปเดินดูก็เออจริงแฮะ หลายอย่างแชร์ไปใน Social คนก็แบบว่า เหย มีงี้ด้วยเหรอเนี่ย


พาเดินงาน SCG Expo

งานจัดที่ CDC แถวๆ เลียบทางด่วนรามอิทรา หรือถ้าไม่ได้ขับรถไปก็ไปนั่ง Shuttle Bus จากเซ็นทรัลพระราม 9 ได้นะ เค้ารับส่งฟรีถึงในงานเลย



งานจัดที่ SCG Experience อยู่หัวมุม CDC ตึกใหญ่ๆ







เข้าไปในงาน คนเยอะพอสมควร เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนให้เรากรอกข้อมูลลง Tablet ซักตัวหนึ่ง (เข้าใจว่าเป็น Windows 8) แล้วก็รับหนังสือกับแผ่นพับแนะนำงาน







งานใหญ่มาก จัด 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีเนื้อที่ขนาดพอสมควร

เดินดูงาน ทีแรกเข้าใจว่าก็เหมือนงานเทศกาลทั่วไป คือมีป้าย จอทีวี ให้อ่านๆ แต่พอเข้าไปตามโซนต่างๆ แล้วมันก็มีรายละเอียดน่าสนใจเหมือนกัน


เข้าไปในบ้านก็เจอพื้นที่ใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้ทดแทนการใช้หินธรรมชาติ ทนกว่ากระเบื้อง ไม่เป็นรอยขูดขีดด้วย แล้วบนโต๊ะทำกับข้าวหน้าตาแหวกแนวก็เหมือนกัน คือดูใกล้ๆ ก็ยังไม่เห็นรอยขูดขีด



กระเบื้องแก้วทำเป็นรูปช็อคโกแลต ที่ไม่ธรรมดาคือมีกลิ่นของช็อคโกแลตออกมาด้วย เอามือลูบๆ ก็ได้กลิ่นอ่อนๆ ติดมือ น่ารักดี (ฮาตรงป้ายบอกว่า Please Touch)




ชอบอันนี้เป็นพิเศษ มันคือกระจกแต่งหน้าตอนเช้า แต่ที่ล้ำคือมันเป็นจอภาพด้วย แสดงวันเวลา ตารางนัดหมาย พยากรณ์อากาศ แสดงได้แม้กระทั่งน้ำหนักของเราตอนนี้ อ้วนไปไหม ผอมไปรึเปล่า





เห็นมีรถยนตร์ นึกว่าไปงาน Motor Show แต่จริงๆ แล้วเขาจะบอกว่า เม็ดสีพลาสติกที่ใช้ทำรถคันนี้ มาจาก SCG นะจ๊ะ (พริตตี้สวย)



สร้างบ้านก็ต้องมีสวน อันนี้คือที่ปลูกสวนบนกำแพง ดูไปก็เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ที่ล้ำคือข้างหลังมีระบบให้น้ำและให้ปุ๋ยอัตโนมัติ คือวางต้นไม้เสร็จไม่ต้องทำอะไรอีกเลย ระบบจะเลี้ยงให้ เดี๋ยวมันโตเอง (ได้ยินว่าแพงอยู่)



นอกจากกระเบื้องแก้วช็อคโกแลตแล้วก็มีกระเบื้องรูปบิสกิต ซึ่งพอวางกับขนมจริงๆ นี่แยกไม่ออกเหมือนกันนะ



ผนังปูนซีเมนต์อันนี้ ถ้าช่วงที่มันแห้งก็ไม่มีอะไร แต่พอฝนตก หรือโดนน้ำเปียก แผ่นปูนนี้จะมีรอยเป็นรูปสวยงามโผล่ขึ้นมาให้บ้านดูมีชีวิตชีวา อันนี้ไอเดียโคตรจะเจ๋งเลย เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ดูใส่ใจดี





SCG มีเรื่องปลูกต้นยางด้วยนะ หรือบ้านที่ทำมาจากกระดาษ งานวิจัยเขาเยอะจริง



มีส่วนให้เด็กเล่น ระหว่างรอผู้ใหญ่เดินชมงาน





แก้วใส่น้ำตัวนี้ มองผ่านๆ เหมือนแก้วโฟมทั่วไป แต่จริงๆ แล้วเป็นแก้วกระดาษที่ใส่ได้ทั้งน้ำร้อนน้ำเย็น แถมยังย่อยสลายได้ภายใน 90 วันด้วย มีภาพที่เอาแก้วฝังดินจริงๆ มาให้ดูเลย



ไฮไลท์ของงานที่ชอบมากคือแก้วตัวนี้แหล่ะ เพราะนอกจากจะย่อยสลายได้แล้ว ยังมีส่วนที่แสดงลวดลายออกมา เมื่อเราเทน้ำเย็นลงไป อันนี้คือเทสดๆ เลย ดูแล้วตะลึงมาก มันทำได้ไงหว่า



สุดท้ายก่อนออกจากงาน แวะไปดูโชว์ 4D ที่จะมีเป็นรอบ แสดงไม่เกิน 10 นาที


พอเข้าไปแล้วเลือกดูได้ 2 ชั้น



จอภาพคือพื้นนี่แหล่ะ แล้วยิงโปรเจ็คเตอร์จากข้างบน ใช้ทีเดียว 3-4 ตัวเลย เพราะพื้นที่ใหญ่มาก ภาพออกมาชัดและแปลกตาดี





มีนักแสดงออกมาด้วย ห้อยตัวไปมาหวาดเสียวเหมือนกัน

โชว์ก็เน้นว่าโลกทุกวันนี้มันก้าวไปด้วยนวัตกรรม และเราควรก้าวให้ทันสิ่งเหล่านี้



ก่อนออกจากงาน มีขายของด้วย ไม่พลาดที่จะของที่ระลึกทีมฟุตบอล SCG เมืองทองยูไนเต็ด

สรุปงาน SCG Expo ก็มีหลายอย่างที่ไม่เคยเห็นแล้วก็เปิดโลกดี บางเรื่องใกล้ตัวมาก เค้าก็คิดและทำอะไรออกมาได้อย่างที่เราไม่คาดว่าจะมี

งานมีถึงวันที่ 1 ก.ย. นี้ ใครสนใจไปงานที่ CDC ได้ รือขึ้นรถรับส่งจากเซ็นทรัลพระราม 9 มาก็ได้จ้า

Link - http://www.scgexpo.com





Monday, August 26, 2013

จดหมายลาออกของ Steve Jobs, Bill Gates และ Steve Ballmer



การลาออกจาก Steve Ballmer ซีอีโอของไมโครซอฟท์น่าจะเป็นข่าวร้ายที่สุดของแอปเปิลในรอบหลายปีที่ผ่านมา (ฮา)

เพราะตั้งแต่ลุงแกมารับตำแหน่งไมโครซอฟท์ก็ตกลงเรื่อยๆ แหม่น่าจะอยู่นานๆ นะ 555

ถึงแม้ผลงานจะไม่เข้าตา แต่ก็อดเสียดายที่จะไม่ได้เห็น Ballmer ในตำแหน่งสูงสุดของไมโครซอฟท์อีกแล้ว และส่วนตัวก็รู้สึกใจหายกับการที่ไอดอลด้านไอทีในยุค 80 หายกันไปหมดครบถ้วน ทั้ง Steve Jobs, Steve Wozniak, Bill Gates และล่าสุด Steve Ballmer

ผมโตมากับไอดอลกลุ่มนี้ เกิดมาไม่นานก็รู้จักไมโครซอฟท์ รู้จักแอปเปิล และก็เห็นสองบริษัทนี้ที่ทั้งรักทั้งชังกันมาตลอด

แม้ช่วงหลังแต่ละบริษัทจะแตกธุรกิจไปคนละทาง ไมโครซอฟท์ไปทำเครื่องเกมส์ บริการออนไลน์ แอปเปิลไปทำเครื่องฟังเพลง และโทรศัพท์

ระหว่างที่อ่านจดหมายลาออกของ Ballmer ก็เลยนึกถึงจดหมายลาออกของคนอื่นๆ ว่าแล้วก็เลยไปเสิร์ชมาและเอามาบล็อกเก็บไว้เป็นที่ระทึก








จดหมายลาออกของ Bill Gates

วันที่ : 18 มิถุนายน 2006
ทำไมถึงลาออก : Bill Gates ยกตำแหน่ง CEO ให้ Steve Ballmer ตั้งแต่ปี 2000 และตัวเองก็ทำหน้าที่ในบอร์ดบริหาร แต่ทุกคนก็รู้ว่าเขาก็ยังมีบทบาทในไมโครซอฟท์สูงมาก เมื่อปี 2006 ก็ได้เวลาที่จะรีไทร์แบบจริงจังไปทำงานในมูลนิธิเต็มตัว ช่วงนั้นไมโครซอฟท์เริ่มทรงตัวในทุกตลาด โลกเพิ่งรู้จัก Google, Facebook ได้ไม่นาน แอปเปิลยังไม่เปิดตัวไอโฟนเครื่องแรกด้วยซ้ำ

ข่าวการรีไทร์ไม่ดังเท่าไหร่ เพราะตอนที่เลิกเป็น CEO นั้นดังกว่ามาก แถมเป็นการประกาศล่วงหน้า 2 ปี คือจะวางมือจากไมโครซอฟท์จริงๆ ปี 2008 โน่น คนเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่

วิจารณ์จดหมายลาออก : โคตรยาว



จดหมายลาออกของ Steve Jobs

วันที่ : 24 สิงหาคม 2011
ทำไมถึงลาออก : จ็อบส์ป่วยเป็นโรคมะเร็งมาหลายปี แต่ทุกครั้งก็กลับมาได้ เคยลาป่วยไปหลายครั้ง แต่ครั้งนี้นานที่สุด แต่แล้วเขาก็กลับมาขึ้นเวทีงาน WWDC 2011 ได้ ทุกคนก็คิดว่าจ็อบส์จะกลับมา แต่แล้วก็มีข่าวช็อคโลกเมื่อจ็อบส์ประกาศลาออกในอีกไม่กี่เดือนต่อมา

ส่วนตัวแล้วรู้สึกดราม่ากับข่าวนี้มาก ลึกๆ แล้วรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันวางมือจากแอปเปิลถ้าเขา ... ไม่ไหวแล้วจริงๆ ซึ่งจ็อบส์ก็เสียชีวิตในอีก 2 เดือนต่อมา

วิจารณ์จดหมายลาออก : สั้นๆ ได้ใจความในแบบจ็อบส์ ชอบตอนต้นของจดหมายที่บอกว่าเขาจะบอกกับทุกคนว่าจะวางมือ เมื่อเขาไม่สามารถทำหน้าที่ CEO ของแอปเปิลได้อีกต่อไป และในที่สุดวันนั้นก็มาถึง




จดหมายลาออกของ Steve Ballmer

วันที่ : 23 สิงหาคม 2013
ทำไมถึงลาออก : ไม่มีการระบุสาเหตุของการลาออกชัดเจน แต่คาดกันว่าน่าจะโดนกดดันจากหลายทิศทาง เพราะผลงานช่วงหลังของไมโครซอฟท์ไม่ค่อยดี โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์และมือถือ เป็นการประกาศล่วงหน้า 1 ปีเพื่อถ่ายโอนงานให้ซีอีโอคนใหม่

วิจารณ์จดหมายลาออก : เขียนดีเหมือนกันนะ แต่มันก็ทำให้หลายคนยังคาใจว่าสรุปแล้วทำไมถึงลาออกซะล่ะ ?

------------------------------------------

เป็นอันว่าจบยุคไอดอลโลกไอทีในยุค 80 แล้ว ตอนนี้เราก็ก้าวสู่ยุคใหม่ที่มีซีอีโอไฟแรงอย่าง Mark Zuckerberg (Facebook), Larry Page (Google), Marissa Mayer (Yahoo!)

และก็ยังมีซีอีโอรุ่นเก๋าอย่าง Tim Cook (Apple), Larry Ellison (Oracle) และอีกหลายคนให้น่าจัดตามอง

โลกไอทีไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆ


Saturday, August 24, 2013

ครั้งแรกกับการทดลองเอารถไปขัดเคลือบสีที่ Moly Care บางแค



1 ปีผ่านไปกับรถ Honda City ที่พวกเราถอยออกมาดูโลก ด้วยนโยบายรถคันแรกที่รัฐบาลเสนอ เราก็สนอง แต่ถอยรถออกมาไม่นาน ก็มีคราวเคราะห์โดนแท็กซี่เฉี่ยวชนไปทีนึง ก็อาจจะเป็นการฟาดเคราะห์เพราะหลังจากนั้นรถก็ปลอดภัยดี

แต่ถึงแม้รถจะไม่ได้มีปัญหาอะไรจากการขับ แต่ปัญหาที่พวกเราประสบตอนนี้จากการออกรถสีขาววิ้งก็คือ ... รถเป็นคราบดำเกาะติดแน่น ล้างไม่ออก T____T

คือมันเป็นความทุกข์ของคนมีรถสีขาวจริงๆ นะ เนื่องจากว่ามันเปื้อนง่าย และถ้ามันดำนิดเดียวก็เห็นชัดมากอ่ะ เคยเอาไปล้าง 2-3 ครั้งแถวบ้าน ก็ล้างไม่ออก ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายท่านลงความเห็นว่าต้องเอาไปขัดสีอย่างเดียวครับพี่น้อง




ทดลองไปขัดสีที่ Moly Care

ใกล้บ้านเรามีศูนย์บริการรถอยู่แห่งนึง ซึ่งมีหลายคนแนะนำว่าไปขัดสีที่นี่แล้วดี ราคาไม่แพง ว่าแล้วก็เลยตัดสินใจลองไปดู ทีแรกก็หวั่นๆ เพราะรถเราก็ไม่ได้ซื้อมาถูกๆ แต่เห็นรถจอดแน่นร้านก็อุ่นใจดี (บางคันแพงกว่าเราอีก 55)




  • ที่ร้านช่วงนี้มีโปรแกรมขัดเคลือบสี 7 ขั้นตอน คือทำตั้งแต่ล้างรถ, ขัดสี, เคลือบสี, เคลือบทับอีกรอบ แล้วก็รวมดูฝุ่นทำความสะอาดรถด้วย
  • ราคาประมาณ 2,200 บาท ก็ไม่แพงมาก นานๆ ทำครั้งนึง ไปถามร้านอื่นแพงกว่านี้แถมไม่รวมพวกบริการหลายอย่าง
  • สอบถามใช้เวลาทำนานพอสมควรคือ 4 ชั่วโมง ได้ฟังทีแรกตะลึง ทำอะไรนานจัง แต่พออธิบายแต่ละขั้นตอนแล้วก็เออ มันนานเพราะทำเยอะนี่เอง 55
  • ยังดีที่ระหว่างรอที่ร้านมีเน็ต มี Wifi ให้เล่น เดินไปซื้อกาแฟมานั่งรอห้องแอร์เย็นๆ ได้
  • ด้วยความที่ไม่เคยขัดสีรถมาก่อน ก็เลยถามเจ้าของร้านจนได้ข้อมูลหลายอย่างน่าสนใจ
  • แกบอกว่ารถที่มีปัญหาเรื่องสีมากที่สุดคือรถสีขาวกับสีดำ ส่วนที่ไม่ค่อยมีปัญหาคือสีเทา, สีเงิน
  • พอล้างรถเสร็จ พี่เจ้าของร้านพาเราเอามือไปจับที่ผิวรถมันจะสากๆ เหมือนมีทรายติดอยู่ เพราะฝุ่นมันเกาะผิวรถแน่นล้างไม่ออก ต้องใช้ดินน้ำมันไปขัด


  • ใช้ดินน้ำมันขัดเสร็จรถก็จะไม่มีฝุ่นติดละ คราวนี้ค่อยเอาน้ำยาขัดสีอีกที
  • เครื่องขัดสีไม่ได้ใช้ของแข็งแบบเวลาไปขัดฟัน แต่เป็นฟองน้ำกับน้ำยานี่แหล่ะขัด ไม่ต้องกลัวสีมันหายไปไหน



  • ซอกที่เข้าไปขัดยากๆ จะใช้แปลงสีฟันขัดกันเลยทีเดียว เจ๋งมากๆ
  • ขัดเสร็จก็เคลือบทับ เพื่อให้สีมันคงทน ใสปิ๊งไปอีกนาน

  • ทั้งขัดและเคลือบ ต้องมีช่วงเว้นระยะรอให้น้ำยาแห้ง ช่วงนี้พนักงานก็จะดูดฝุ่น ทำความสะอาดข้างในรถรอไปก่อน
  • นั่งรอเล่นเน็ตไปเพลินๆ เจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่ารถเสร็จแล้วจ้า ให้เราไปตรวจรถก่อนรับเพื่อความชัวร์ว่าคราบดำๆ อันเดิมได้หายไปหมดแล้ว



  • ลองเอามือไปถูที่รถดู มันเหมือนมีอะไรเคลือบสีอยู่จริงๆ ด้วยอ่ะ มันจะลื่นๆ ไม่สากมือ ลื่นปรื๊ดดดดดดด
  • สำรวจรอบคันอยู่ 2 นาที น้ำตาสองสามีภรรยาแทบไหล "เจ้าเต่า (ชื่อรถ) ไม่ดำแล้วง๊าตะเองงงง" (ToT)/\(ToT)
ชอบในบริการของที่ Moly Care มาก ถึงขนาดขอนามบัตรร้านเอาไว้ วันไหนมาล้างรถขัดสีรถจะโทรแจ้งก่อนเลย คือเขาอธิบายดี ดูแลลูกค้าดี อันไหนไม่ดีก็บอก อันไหนดีก็บอก ไม่มีกั๊ก ชอบตรงนี้แหล่ะ

มีรถที่ดูเหมือนใหม่ตลอดเวลานี่มันมีความสุขจริงๆ เลยจ้า #ฟินนนน ^__^

พี่เจ้าของร้าน น่ารักมั่กๆ

สนใจลองไปสาขาใกล้บ้านได้ หรือถ้าสาขาที่ผมมา ก็ตาม Google Maps นี้เลยจ้า









แผนที่ สาขาใน google map