Thursday, September 26, 2013

แนะนำถ่ายรูปรับปริญญาแนวใหม่ รวมพลังถ่ายพร้อมกับเพื่อนทั้งรุ่น ภาพสวยอลังการ !!



ถ่ายรูปรับปริญญาในยุคนี้ เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่จะมีถ่ายรูปกันทั้งแบบถ่ายนอกรอบ ถ่ายก่อนวันจริง ถ่ายตามสถานที่สวยๆ ถ่ายในวันซ้อม ถ่ายในวันงาน บางคนจ้างตากล้องมาหลายวัน หลายคน เพื่อจะได้ภาพสวยหลายๆ แบบ

พอดีว่าผมก็เพิ่งจะเรียนจบปริญญาโท Business Software Development ที่จุฬาฯ ด้วยความที่เป็นปริญญาใบที่สอง เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก จะถ่ายเดี๋ยวก็เฉยๆ เลยรู้สึกอยากถ่ายรูปกับเพื่อนๆ มากกว่า

พอดีเคยไปเห็นงานถ่ายรูปรับปริญญาแบบหมู่ของพี่ราจิตร จาก Loveroom Studio ซึ่งเป็นตากล้องคนเดียวกับที่ถ่ายในงานแต่งงานของผม ซึ่งเราก็รู้จักฝีมือกันดี ก็ไม่พลาดจะขอเชิญพี่ๆ ทีมงานมาร่วมสนุกกันอีกครั้ง



ถ่ายรูปรับปริญญาหมู่

คำว่าถ่ายรูปหมู่นั้นไม่เหมือนกับถ่ายรูปกลุ่มแน่นอน คือเพื่อนกลุ่มที่เราสนิทด้วยตอนเรียน ก็คงมีไม่เกิน 5-8 คน แต่ถ้าเราอยากถ่ายกับเพื่อนทั้งห้องที่ระดับเกือบ 20 คนล่ะ !!
  • จริงๆ การถ่ายรูปรับปริญญาแบบหมู่ทั้งห้อง ก็มีให้เห็นกันมาบ้าง เพียงแต่ไม่นิยมเท่าไหร่ เพราะบางคนกลัวได้รูปตัวเองน้อย อยากได้รูปส่วนตัวเยอะๆ
  • ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่มุมมอง แต่ผมว่าวันงานจริง โอกาสที่จะถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ค่อนข้างน้อย เพราะญาติของแต่ละคนก็มา และยิ่งระดับป.โท เรียนจบไปโอกาสเจอกันยิ่งน้อยลง
  • สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาตากล้อง ถ้าไม่รู้จักใครผมแนะนำ Loveroom Studio เลย (เอาค่าโฆษณามา #ฮา)
  • นายแบบนางแบบเยอะ ตากล้องก็ต้องเยอะตาม คือต้องมาเป็นทีม
  • ค่าเฉลี่ยที่ดีคือตากล้อง 1 คนต่อบัณฑิต 5 คน
  • ผมรวมๆ เพื่อนมาได้ทั้งหมด 17 คน พี่ๆ ทีมงานก็ใจดีเตรียมตากล้องมาถึง 4 ท่าน ^__^

  • การจัดนายแบบนางแบบ 17 คนในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ท่าแบบรวมๆ เช่นกระโดด มองฟ้า ยิ้มแฉ่ง ทำท่าแฟนพันธุ์แท้ ฯลฯ
  • ควรจะเตรียม Prop มาพอสมควร เพื่อให้ภาพไม่จืดชืดจนเกินไป เช่นพวกผมเตรียมแว่นกันแดด กับร่มมา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หาไม่ยาก ทุกคนน่าจะมีกันหมด
  • ถ่ายรูปหมู่ใช้เวลาเยอะกว่าแบบเดี่ยวมาก โดยเฉพาะเวลาเดินทางจากจุดนึงไปอีกจุดนึง เนื่องจากคนเยอะและบางครั้งต้องหยุดพักด้วย
  • ควรใช้เวลาถ่ายช่วงสายๆ ไปจนถึงเย็นๆ (คือนัดเช้าก็มากันไม่ครบ ควรนัดสายหน่อย)
  • สำคัญคือควรมีคนที่คอยประสานงานกับเพื่อนๆ และตากล้อง เช่นตอนนี้เราจะไปที่นี่กันนะ ช่วงนี้พัก 15 นาทีนะ
  • ถึงจะดูวุ่นวาย แต่ความเป็นจริงแล้วมันสนุก (มาก)
  • คือมันเป็นอารมณ์ที่แบบว่า กว่าจะเรียนจบ ก็มาทำอะไรสนุกๆ ฮาๆ กับเพื่อนๆ เป็นการส่งท้ายดีกว่า

  • ที่หลายคนน่าจะสงสัยคือราคา ว่าถ่ายรูปแบบหมู่นี้จะแพงหรือเปล่า ? ก็บอกได้เลยว่า เนื่องจากจำนวนคนเยอะ พอหารออกมาต่อคนแล้วถูกมาก คือระดับแค่ 1,000 - 1,500 บาทต่อคนเท่านั้น (ราคาปี 2013)
  • ถ้ากลัวจะไม่ได้รูปเดี่ยว ก็ต้องบอกตากล้องก่อนว่าอยากได้คนละประมาณกี่รูป ก็จะหาช่วงเวลาจัดเดี่ยวทีละคนได้ด้วย


  • เหนื่อยแน่นอน ควรเตรียมน้ำ ขนมปัง ของกินไปด้วยระหว่างเดินทาง
  • พบว่าข้อดีของการถ่ายรูปทีละหลายสิบคน คือพอเราไปถ่ายจุดไหน คนก็จะหลีกทางให้หมด ภาพเลยไม่ค่อยติดคนซักเท่าไหร่ (คือเมิงมากันเป็นกองทัพนี่หว่า)
  • ภาพแต่งใช้เวลาตามปกติเท่าๆ กับภาพถ่ายรับปริญญาทั่วไป แต่ที่เจ๋งคือพี่แกทำรูปมาให้หลายแบบ หลายสี และที่สำคัญคือทำแผ่นสกรีนอย่างดีมาให้เท่ากับจำนวนคนที่มาถ่ายด้วย !!

สุดท้าย สิ่งที่สำคัญคือภาพออกมาสวยไม่สวย ก็ขอเชิญพิจารณาตามรูปเลยจ้า

Model : BSD3EX Chula
Location : Chulalongkorn University
























Thursday, September 12, 2013

รีวิว: แบตเตอรี่สำรอง Commy รุ่นอึดขั้นเทพ 11,200 mAh ราคาแค่สองพันกว่าบาท



ไอโฟนแบตหมดเป็นปัญหาใหญ่ของสาวกทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะบล็อกเกอร์ที่ต้องใช้มือถือแทบจะตลอดเวลาอย่างผม เชื่อหรือเปล่าว่าวันนึงผมต้องชาร์จแบตสำรองให้เต็มทุกเช้า เพราะตอนเย็นก็ใช้หมดเกลี้ยง

วันนี้ได้แบตเตอรี่สำรองของ Commy มารีวิว ซึ่งเป็นแบตรุ่นมหาอึด คือความจุมากถึง 11,200 mAh คือแบบว่าไม่เคยใช้แบตสำรองความจุขนาดนี้มาก่อน ใช้แล้วเป็นยังไง มาดูกัน

รีวิวแบตสำรอง Commy ความจุ 11,200 mAh

เริ่มแรกแกะกล่อง เห็นยี่ห้อ Commy แต่มีป้ายกำกับว่างข้างในแบตจริงๆ แล้วเป็นของ Sanyo คือก็เหมือนแบตสำรองยี่ห้ออื่นๆ ที่ใช้แบตของ Sanyo มาเป็นส่วนประกอบหลัก ก็น่าเชื่อถือได้ระดับนึง



แบตใช้ระบบ Safety Valve อันนี้เป็นระบบป้องกันแบตระเบิดของ Sanyo ที่ฮาคือเป็นแบตสำรองตัวแรกเลยมั้งที่มีป้ายกำกับว่ามีประกันภัย ถ้าแบตระเบิด จ่ายเลย 100,000 บาท !!





แกะกล่องออกมา นอกจากตัวแบตแล้วก็มีสายชาร์จทั้งสำหรับไฟเข้าและไฟออก มีสายสำหรับ iPhone 5 และก็ Micro USB ด้วยนะ



ซองสำหรับใส่แบต ข้างในมีช่องสำหรับม้วนสายลงไปด้วย เก็บได้ทั้งแบตสำรอง ทั้งสายชาร์จ



ทดลองชาร์จไอโฟนได้ 4 รอบยังไม่หมด

จะทดสอบแบตสำรองก็ต้องใช้ชาร์จแบตจริง จริงๆ แล้วแบตสำรองแต่ละยี่ห้ออาจจะดูไม่ต่างกันมาก แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ

แบตสำรอง Commy ตัวนี้ชาร์จได้ 2 เครื่องพร้อมกัน อย่างผมพกทั้ง iPad, iPhone ก็ชาร์จคู่กันไปเลย

ปกติแล้วแบตทั่วไปจะมีปัญหาแรงไฟไม่พอ เช่นชาร์จ iPad ไม่เข้า แต่จากที่ทดสอบดูคือชาร์จได้ไม่มีปัญหา แถมลอง 2 เครื่องพร้อมกันยังชาร์จได้ด้วยความเร็วปกติด้วย



ตัวเครื่องมีหน้าจอแสดงความจุที่เหลือของแบต มีทั้งหมด 4 ขีด

ข้อเสียคือตัวเครื่องใหญ่และหนาพอสมควร ส่วนน้ำหนักเท่ากับ iPhone 5 สองเครื่อง ก็ถือว่าโอเค พกใส่กระเป๋าได้ (เบากว่า iPad Mini)



ที่ชอบที่สุดคงเป็น จากการทดสอบจริง ผมใช้ระหว่างการเดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน แบตสามารถชาร์จ iPhone 5 ได้ทั้งหมด 4 รอบ แบตก็ยังไม่หมด !! โคตรอึด

ความเร็วในการชาร์จ เท่าที่ลองคือชาร์จ iPhone เต็มภายใน 30-50 นาที



:: สรุป ::

ข้อดี
  • อึด ถึก ทน
  • ชาร์จ iPhone ได้ 5 รอบ, iPad ได้รอบกว่าๆ
  • ชาร์จได้ 2 เครื่องพร้อมกัน ความเร็วไม่ตก
  • แบตข้างในเป็นของ Sanyo รับประกันถ้าระเบิดแจก 100,000 บาท
  • ราคาแค่ 2,390 บาท แต่ถ้าหาซื้อตามงาน Mobile Expo อาจจะได้ถูกขนาดสองพันบาท

ข้อเสีย
  • ขนาดใหญ่ หนาพอสมควรตามความจุที่มาก
  • หนักประมาณ iPhone 5 สองเครื่อง
  • ชื่อยี่ห้ออาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าคิดว่าแบตข้างในเป็นของ Sanyo ก็ประกันได้ก็น่าสนใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม - http://www.commy4u.com

Saturday, September 07, 2013

กรณีศึกษา: ทำรูปลงเว็บไม่ใส่ลายน้ำ มีโอกาสโดนก๊อปมากกว่าเดิม 5 เท่า



เรื่องมันมีอยู่ว่า อยู่ดีๆ ท่านสำนักงานตำรวจไม่รู้คิดอย่างไร เตรียมจะคุมแอพ Line ที่วัยสะรุ่นฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง โดยอ้างว่าหวั่นแอพ Line จะกระทบความมั่นคงของชาติ จนเป็นข่าวดังในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เนื่องจากข่าวนี้ เกิดขึ้นในช่วงตี 3 ของวันที่ 12 สิงหาคม โดยคมชัดลึกเป็นผู้ไปได้ข่าวนี้มา และมีแค่สำนักเดียวที่ออกข่าว เมื่อตรวจสอบจากหลายเว็บแล้ว คิดว่าถ้านำเสนอใน MacThai น่าจะมีคนสนใจ

การเขียนข่าวสมัยนี้ มาก่อนได้ก่อน ซึ่งข่าวนี้มีแววดราม่าระดับชาติแน่นอน ว่าแล้วผมก็เขียนข่าว พร้อมเตรียมใส่รูปประกอบ

ทดสอบไม่ใส่ลายน้ำ เพื่อดูอัตราการโดนก๊อป

ตี 3 - โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นรูปที่จัดทำขึ้น นำภาพมาซ้อนกันเอง ผมจะใส่ลายน้ำของเว็บเอาไว้ ซึ่งรูปประกอบข่าวนี้ เริ่มจากการเอาโลโก้แอพ Line มาซ้อนกับตัวสติ๊กเกอร์รูปตกใจ จากนั้นผมก็วาดรูปกรงขังขึ้นมาเอง โดยใช้โปรแกรม Keynote

เสร็จปุ๊บเราก็เอาโลโก้เว็บวางแปะไปตามปกติ ... แต่อยู่ดีๆ อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ผมเอารูปแมคไทยออก ... คือแค่อยากรู้ว่าถ้าเราลองเอาลายน้ำออก มันจะเป็นยังไงบ้าง ?

ภาพแรกที่ใช้ มีลายน้ำเว็บ MacThai อยู่

ภาพหลังจากเปลี่ยนใจ เอาลายน้ำออก เพื่อทดสอบการโดนก๊อป
7.45 น. - ผมโพสต์ข่าว และก็โพสต์รูปนี้ใน Facebook ตามปกติ จากนั้นก็นั่งรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
8.00 น. - เนื่องจากว่ารูปนี้มีทั้งรูป และคำอธิบายแบบพาดหัวข่าว มีความน่าสนใจพอสมควร คนเริ่มแชร์ไปหลัก 50 คน
8.15 น. - คนเริ่มตื่นกันแล้ว และเริ่มเห็นรูปจากข่าว คนแชร์มากขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงมือเพจ "สมรัก พรรคเพื่อเก้ง." ที่มักจะโพสต์เรื่องการเมืองอยู่แล้ว กดแชร์ขึ้นมา

จำนวนการแชร์รูปเยอะขึ้นเรื่อยๆ 
9.30 น. - จำนวนการแชร์ เริ่มขึ้นหลัก 200+
10.00 น. - สิ่งที่คาดว่าจะเกิดก็มาในที่สุด นั่นคือการก๊อปข่าวแบบไม่ให้เครดิต ซึ่งจริงๆ แล้วคนไม่ต้องมาก๊อปข่าวจาก MacThai ก็ได้ เพราะที่มาข่าวจริงๆ คือคมชัดลึก แต่เหมือนคนจะเลือกก๊อปจากสิ่งที่เห็นที่แรกเป็นปกติ



จำนวนคนอ่านข่าวเยอะมาก สะท้อนความเสี่ยงในการโดนก๊อประดับหนึ่ง

เวลาต่อมา - ผ่านไป 1 วัน สิ่งที่น่าสนใจจากการทดลองไม่ใส่ลายน้ำในรูปก็เกิดผล นั่นคือรูปแอพ Line + ตัวตกใจ + กรงขัง มีคนนำไปใช้เยอะมาก ทั้งตัดคำพูดออก นำไปใส่โลโก้ของตัวเอง นำไปวางรวมกับรูปอื่นๆ

ประหนึ่งว่ารูปนี้กลายเป็นรูปสาธารณะไปแล้วนั่นเอง

หลายเว็บนำข่าวไปแชร์และให้เครดิตถูกต้อง (ซึ่งดีมากๆ) แต่รูปก็มีการตัดออกเล็กน้อย
Fanpage บางแห่งก็นำรูปและคำพูดไปแปะรวมกับโลโก้ของเพจตัวเอง
เว็บบางแห่งก็นำภาพไปเพิ่มคำพูด เพื่อให้มันดูดราม่าหนักขึ้น

แม้แต่ลูกชายอดีตท่านนายกลี้ภัย ก็ให้ความเห็นกับข่าวนี้ โดยใช้รูปที่ถูกตัดออกไปเช่นกัน
รูปนี้กลายเป็นรูปสาธารณะไปแล้วนี่เอง

ระหว่างวันก็มีคนแจ้งมาเหมือนกันว่ารูปนี้ทีมงานแมคไทยทำรึเปล่า ? เนื่องจากเป็นการทดลองของผมเอง ก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะไปทำอะไรตรงนั้น ปล่อยให้มันแปลรูปไปเรื่อยๆ สนุกดี อิๆ

จริงๆ รูปมันก็ไม่มีอะไรนะ ทำเองได้ แต่การก๊อป ตัด ต่อ แปะ มันดูง่ายกว่ามั้ง

เมื่อค้นหาในกูเกิลก็จะเจอว่ารูปนี้กลายเป็นของส่วนรวมไปแล้วทันที
สรุปการทดสอบไม่ใส่ลายน้ำ
  • เมื่อเทียบกับข่าวอื่นๆ ที่มีคนอ่านและแชร์เยอะในเว็บแล้ว รูปที่ไม่ใส่ลายน้ำ จะมีโอกาสถูกก๊อปมากกว่า 5 เท่า !!
  • การที่มีเพจรายใหญ่แชร์รูป ทำให้อัตราการดราม่าและแชร์ภาพยิ่งเยอะขึ้นกว่าเดิม
  • รูปนี้ทีแรกมีตัวอักษรกำกับอยู่ ผู้ก๊อปหลายรายเลือกที่จะ Crop เอาคำพูดออกไป เพื่อให้ดูเหมือนมาจากตัวเองมากขึ้น
  • ที่น่าตกใจคือเมื่อรูปถูกก๊อปและแชร์ไปเรื่อยๆ ความเข้าใจว่านี่คือรูปสาธารณะ จะเอาไปใช้ทำอะไรก็ได้ยิ่งมากขึ้นตาม
แม้แต่ "คมชัดลึก" ต้นข่าวของเราเองก็ ......
  • เรื่องตลกคือ ข่าวดราม่าตำรวจกับ Line นี้เว็บแมคไทยได้ข่าวมาจากคมชัดลึกซึ่งเป็นผู้รายงาน แต่เมื่อทางคมชัดลึกจะเขียนข่าวต่อยอดข่าวเดิม กลับนำรูปที่แมคไทยทำไปใช้ในข่าว เดจาวูซะงั้น 55
  • เป็นการทดลองฮาๆ และไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรฮะ แค่อยากบอกว่า ถ้าคิดจะทำข่าวในเว็บเมืองไทย แล้วไม่อยากให้ใครก๊อปจริงๆ ก็จงใส่ลายน้ำชื่อเว็บของท่านตัวเท่าบ้านเถิด .. เอเมน ..


Monday, September 02, 2013

ทดลองเปิดบัญชีแบบที่เราต้องทำเอง Me by TMB มันเป็นยังไง ?



ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่เคยเขียนบล็อกเรื่องเก็บเงินได้ครบล้านตอนอายุ 31 ปี คือเนื่องจากเป็นคนไม่ชอบซื้อหุ้น ก็เลยแบ่งเงินไปลง LTF กับลงหุ้นในบริษัทของตัวเองที่เพิ่งเปิด

มันก็มีเงินสดที่เหลือ ที่อยากเก็บไว้เป็นเงินร้อนเผื่อฉุกเฉินถอนใช้ได้ก้อนนึง ผมมีเงินก้อนนี้ดองในบัญชีมาครึ่งปีละ แล้วพอธนาคารส่งมาให้ว่าได้ดอกเท่าไหร่ น้ำตาแทบร่วง T_T

พอดีได้ไปอ่านบล็อกแนะนำของ @kafaak แกไปเปิดบัญชี ME ของ TMB แล้วได้ดอก 3.75% คือสูงกว่าที่ฝากอยู่ตอนนี้เยอะมาก อีกอย่างคือผมสงสัยมานานแล้วว่าธนาคารแบบต้องบริการตัวเองมันเป็นยังไง เห็นในต่างประเทศมีเยอะ ก็เลยลองไปสมัครดูตามระเบียบ

บล็อกตอนนี้เลยเหมือนการไขปริศนามากกว่า ว่าสรุปแล้วธนาคารที่ให้เราไปทำรายการเองนี่มันเป็นยังไงกันแน่





สมัครเอง ทำรายการเอง

  • ลองไปเปิดบัญชีที่ ME by TMB สาขา CTW
  • เจอน้องคนรู้จักที่ไม่เคยได้เจอหน้ากันมา 15 ปีทำงานอยู่ที่ TMB แบบว่าโลกกลมมาก เลยแอบกระซิบว่าดีจริงป่าวอ่ะ น้องแกก็แนะนำให้ลองดู
  • สุดท้ายเลยไปถอนตังค์มาลองฝากดูก่อน 20,000 บาท ^^"
  • ความเข้าใจแรกคือผมเข้าใจว่าเราต้องเปิดบัญชี TMB ก่อนถึงจะทำอย่างอื่นได้ซึ่ง "ผิด"
  • น้องพนักงานบอกไม่ต้อง ใช้ธนาคารไหนอยู่ก็ได้ ขอแค่ login ระบบ Internet Banking ของธนาคารนั้นมาทำเรื่องโอนเงินก็พอ กรณีผมคือใช้ธนาคารกรุงเทพอยู่
  • ช่วงสมัคร พนักงานจะพาเราไปนั่งหน้าคอมที่เปิดหน้าสมัครสมาชิก ME เอาไว้ เราก็กรอกๆๆๆ ไปไม่มีอะไร



  • มาช่วงไคลแม็กส์ คือให้เราทำเรื่องโอนเงินจากธนาคารที่เราใช้อยู่ มาที่ ME ได้ ก็มีปุ่มให้เราเลือกธนาคาร กดปุ๊บก็ไปหน้า Internet Banking ของธนาคารนั้นๆ (กรณีผมคือ iBanking) 
  • ทำไมต้อง Link บัญชีเรากับ ME ด้วย ? คือมันเอาไว้โอนเงินเข้าไปหรือถอนเงินออกนั่นเอง
  • ทำรายการเสร็จ พนักงานก็จะให้บัตรสมาชิก ME กับเรา ซึ่งไม่ใช่บัตร ATM ไม่ใช่บัตรกดเงิน แต่เป็นแค่บัตรที่มีเลขบัญชีของเราเฉยๆ
  • จริงๆ พนักงานบอกว่าสมัครเองผ่านเว็บจากที่บ้านก็ได้ เพราะก็เปิดเว็บตัวเดียวกัน (ฮา)
ฝากเงินยังไง ?
  • มีอยู่ 2 วิธี อย่างแรกคือไปฝากที่ตู้ของ TMB ฝากฟรี ไม่เสียค่าฝากเงินอะไร วิธีนี้ดีและง่ายสุด ผมเลยไปฝาก 20,000 บาท ได้ลองใช้ระบบไปด้วย
  • วิธีฝากก็ไม่มีอะไร เหมือนฝากเงินกับตู้ธนาคารทั่วไป
  • อีกวิธีคือโอนเงินเข้ามา ถ้าโอนจากบัญชีใน TMB ไม่เสียค่าโอน แต่ถ้าโอนจากบัญชีธนาคารอื่นจะโอนได้ฟรี 2 ครั้งต่อเดือน มากกว่านั้นจะคิดค่าธรรมเนียม
  • ผมเลยตั้งฝากเงินจากธนาคารเดิมมาที่ ME เดือนละครั้ง ก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมอะไร
  • ไม่มีฝากหน้าเคาน์เตอร์ นี่แหล่ะคือคำตอบที่ว่าบริการตัวเองหมายถึงอะไรนะจ๊ะ
ถอนเงินยังไง ?
  • โอนเงินจ้า ถ้าเราโอนไปบัญชี TMB ไม่เสียตังค์ แต่ถ้าโอนไปธนาคารอื่นจะฟรี 2 ครั้งต่อเดือนเช่นกัน
  • ต่างจากบัญชีฝากประจำปกติ คือของธนาคารอื่นเค้าให้ถอนได้ 2 ครั้งต่อเดือน ระบุวันที่ แถมถ้าถอนเกินจะมีการปรับเรทดอกเบี้ยให้กลายเป็นเรทปกติ แต่ของ ME คือโอนวันไหนก็ได้ ให้ 2 ครั้งเหมือนกัน
  • ไม่มี ATM ไม่มีเคาน์เตอร์


แล้วมันดียังไง
  • ดอกเบี้ยสูงมาก คือบางคนบอกไม่เท่าเอาไปลงกองทุน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าฝากธนาคารมันไม่มีความเสี่ยง และการถอนเงินก็ไม่มีขั้นตอนอะไรมาก
  • อีกอย่างคือมันก็สะดวกดี คือเงื่อนไขที่ไม่มี ATM ไม่มีเคาน์เตอร์คอยบริการ ถ้าคุณโอเคและไม่มีปัญหาในการทำธุรกรรมผ่านเน็ต มันก็ไม่ติดขัดอะไร
  • ดอกเบี้ย 3.75% จะมีเฉพาะช่วงโปรโมชั่น แต่ปกติจะการันตีที่ดอกเบี้ย 3%
  • ช่วงนี้มีโปรแนะนำเพื่อนได้ดอกเพิ่มอีก 0.25% ซึ่งแน่นอนผมแนะนำภรรยาไปแล้วฮะ (ฮา)
  • ลองโอนเงินผ่าน Call Center ได้ด้วย สะดวกมั่กๆ
คือโดยสรุปแล้ว ผมว่าฝากเงินกับ ME มันไม่ต่างอะไรกับฝากเงินธนาคารทั่วไปเลย ปัญหาน่าจะเป็นคนส่วนใหญ่ไม่เคยชินกับการทำธุรกรรมผ่านเน็ต พอมาใช้บริการก็เลยงงๆ

แต่ถ้าคิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหา ผมว่าฝากเงินธนาคารดอกเบี้ย 3-3.75% ก็โอเคนะ ดีกว่าให้เงินอยู่นิ่งๆ ในธนาคารทั่วไป แล้วมันก็ไม่เสี่ยงเหมือนซื้อหุ้น ซื้อทอง

ผมว่าการเก็บเงินสมัยนี้ต้องแบ่งดีๆ ได้เงินมา 100% เอาไปลงทุนเสี่ยงมาก 25% ฝากประจำ 25% เก็บไว้ใช้เอง 50% ก็ถือว่ากำลังดีครับ

อ้อ ช่วงนี้ ME เค้ามีโปรแนะนำเพื่อนมาสมัคร ได้ดอกเบี้ยเพิ่ม 0.25% สูงสุด 3 คนด้วยนะจ๊ะ