Wednesday, October 16, 2013

5 ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัว "ขอแต่งงาน" อย่างไร ไม่ให้เงิบ



เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปีที่ตัวผมเองได้ขอ @CherryJaja แต่งงาน ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกดีมากๆ กับความรู้สึกในตอนนั้น และยังกลับไปดูคลิปวิดีโอขอแต่งงานอยู่เสมอๆ

พอดีมีหนุ่มๆ หลายคนที่ได้ดูคลิปนี้แล้วเข้ามาปรึกษาเรื่องขอแฟนแต่งงานพอสมควร ในฐานะผู้เคยมีประสบการณ์มาก่อน เลยอยากขอแชร์ประสบการณ์ และแนะนำอะไรหลายอย่างดังนี้ครับ

ถามตัวเองก่อนว่าใจเราพร้อมแล้วหรือยัง

ผมมักชอบถามคนที่มาปรึกษาเรื่องขอแต่งงานก่อนเลยว่า "คิดว่าใจตัวเองพร้อมแล้วหรือยัง ?"

หลายคนอยากขอแฟนแต่งงานเพราะโดนแฟนบ่นเรื่องแต่งงานมาเป็นปีๆ บางคนแค่อยากมีอะไรหวือหวา บางคนแค่อยากทำเพื่อโชว์เพื่อนๆ ... ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น มันมีวิธีอีกมากมายที่จะสนองความต้องการโดยที่คุณไม่ต้องคุกเข่าต่อหน้าใคร

สิ่งที่ควรตอบตัวเองให้ได้คือ "เราพร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนนี้ไปตลอดชีวิตแล้วหรือยัง ?"

สำหรับผมในช่วงเวลานั้น ผมตอบตัวเองว่า "พร้อม" และทุกครั้งที่มองหน้าเธอมันถึงเวลาที่บอกว่า "ใช่"

ถ้าช่วงเวลาที่พร้อม มาตรงกับคนที่ใช่ ก็ขอยินดีด้วยครับ คุณพร้อมที่จะแต่งงานแล้วล่ะ :)



ทำไมต้องขอแต่งงาน ?

จะว่าไปแล้วการที่ผู้ชายคุกเข่าต่อหน้าฝ่ายหญิง แล้วก็พูดประโยคขอแต่งงาน พร้อมกับแหวนวงหนึ่งนั้น เป็นอะไรที่โบราณและลิเกมาก และก็ไม่ได้เป็นเร่ืองจำเป็นอะไรเสียด้วยซ้ำ มันไม่ได้หมายถึงว่าชีวิตคู่จะดีเลิศ หรือถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะไม่ได้แต่งงาน

ในความคิดของผมแล้ว การขอแต่งงานมีความหมายเพียงอย่างเดียวคือ "ความโรแมนติค"

ซึ่งอันนี้ต้องแล้วแต่ความเป็นตัวคุณ ความเป็นคู่ของคุณ ถ้าคุณเป็นคนเฉยๆ แฟนคุณก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องมาหวานแหววอะไร การขอแต่งงานก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องมี แค่มองหน้ากันแล้วบอกว่า "แต่งงานกันเถอะ" ก็น่าจะเพียงพอแล้ว



5 วิธีขอแต่งงานไม่ให้เงิบ

1. สำรวจฝ่ายหญิงว่าเธอพร้อมจะตอบตกลง

ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะตอบตกลง เมื่อถูกฝ่ายชายขอแต่งงาน คือภาพจำของพวกเราคือพอฝ่ายหญิงเห็นผู้ชายคุกเข่า เธอก็จะเอามือมาจับที่ใบหน้า น้ำตาเริ่มไหล พร้อมเสียง "Oh my God ..."

แต่ก็มีไม่น้อยที่สุดท้ายคำตอบว่า "ตกลง" กลับกลายเป็น "เดี๋ยวก่อน", "เรายังไม่พร้อม", "ขอโทษนะ" แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้ฝ่ายชายหงายเงิบ เดินไปซดเหล้าเป็นขวดๆ ก่อนชีวิตคู่จะเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังจากนั้น

ถึงแม้ใจผู้หญิงเป็นอะไรที่เดายาก แต่อย่างน้อยก็ขอให้คุณมีความมั่นใจเกิน 60% ว่าแฟนคุณจะไม่ปฏิเสธ ถ้าได้เท่านี้ ก็น่าจะพอมีหวังแล้วล่ะครับ



2. ไม่จำเป็นต้องเซอร์ไพรส์

คลิปขอแต่งงานยอดฮิตที่แชร์กันเต็ม Timeline นั้น เกือบ 99.99% เป็นคลิปที่ฝ่ายหญิงถูกเซอร์ไพรส์ คือไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะถูกขอแต่งงาน

ใช่ครับ มันดูน่ารักและโรแมนติคดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว "มันยาก"

ถ้าคุณไม่ใช่คนที่จัดการอะไรมากมายด้วยตัวเองได้ ถ้าคุณไม่ใช่คนละเอียดในทุกขั้นตอน รวมถึงถ้าคุณไม่มีคนมาช่วย การจะขอแต่งงานให้ได้เซอร์ไพรส์สวยงามแบบในคลิปเหล่านั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้

ความเรียบง่ายน่าจะเป็นคำตอบ ถ้าคุณอยากได้ภาพซึ้งๆ เป็นที่ระลึก การหยิบโทรศัพท์ให้ใครซักคนช่วยกดถ่ายภาพให้หน่อย แล้วก็เข้าไปขอแฟนคุณแต่งงาน ก็น่าจะเพียงพอแล้ว



3. มองหาผู้ช่วย

การคิดเอง, เออเอง, ทำเอง, เตรียมตัวเอง เป็นสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขอแต่งงาน คุณควรจะหาคนที่ไว้ใจได้และมีความสนิทสนมพอซัก 1 คนเพื่อปรึกษา

แม้เขาคนนั้นอาจจะช่วยอะไรคุณได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยการได้พูดคุยก็ช่วยลดความเครียดในการขอแต่งงานไปได้เยอะ (เครียดจริงนะ ขอบอก)

เชื่อว่าไม่มีเพื่อนคนไหนที่ไม่อยากช่วยให้คำปรึกษาในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว นอกจากเขาจะช่วยคุณในด้านการเตรียมตัวแล้ว บางทีเขาอาจจะมีไอเดียหรือคำแนะนำที่คุณคาดไม่ถึงเลยก็ได้ (ส่วนตัวผมปรึกษาพี่ชายของผมครับ)

คำเตือน: ผู้ช่วยที่เป็นเพื่อนสนิทของฝ่ายหญิง อาจจะทำให้แผนแตกได้ง่ายกว่าเพื่อนคนอื่นๆ #ฮา



4. ควรเลือกสถานที่ควบคุมได้

ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง คือผมตัดสินใจที่จะขอแฟนแต่งงานที่หน้าหอไอเฟลในกรุงปารีส ซึ่งตอนคิดมันก็โอ้โห ยังกะในหนัง น่าจะสวยดีเน๊อะ ... แต่แล้วเมื่อเราเดินทางไปถึงก็พบว่าวันนั้นมีการประท้วงใหญ่ที่ปารีส หลายสถานที่ปิดทำการ ถนนบางแห่งมีม็อบประท้วง

เนื่องจากเราไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว ซึ่งมีเด็กเล็กไปด้วย เพื่อความปลอดภัยทำให้ผมและพี่ๆ เกือบจะต้องเปลี่ยนแผนมาขอแต่งงานที่ Disneyland แทนซะงั้น เพราะคงไม่มีใครไปประท้วงที่ดิสนีย์(มั้ง)

โชคดีที่เช้าวันนั้นทางโรงแรมแจ้งว่าการประท้วงจำกัดแค่นอกเมือง ไม่มีผลอะไร เราสามารถดำเนินตามแผนได้ ...​ แต่แล้วเมื่อเราไปถึงหน้าหอไอเฟล เมฆก้อนใหญ่ก็ลอยเข้ามา ฝนกำลังจะตก พี่ๆ เดินเข้ามาบอกผมว่า ไม่ต้องรอแล้ว เอาเลยๆ (สร้างความตื่นเต้นให้กับตัวเองขั้นสุด ><)

แม้ทุกอย่างจะผ่านมาด้วยดี แต่ประสบการณ์นี้ช่วยสอนว่า อย่าคิดจะขอแต่งงานในสถานที่แปลกๆ ที่คุณไม่เคยไป ควบคุมไม่ได้ หรือไม่มีความมั่นใจ มิฉะนั้นแผนที่เตรียมมาอาจจะพังเอาง่ายๆ นะจ๊ะ



5. เก็บภาพความทรงจำ

เชื่อว่าถ้าสุดท้ายแล้วคุณได้ขอใครแต่งงาน ภาพนั้นก็คงจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป แต่ผมก็ยังอยากแนะนำให้ลองหาวิธีบันทึกภาพในช่วงเวลานั้นไว้ก็จะดีมากเลยครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นวิดีโอถ่ายทำอย่างดีหรือกล้องแอบถ่ายจากทางร้าน

แค่คุณหยิบมือถือมาแล้วบอกแฟนว่า เรามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันเถอะ เชื่อเถอะครับว่ารอยยิ้มคู่นั้น สถานที่นั้น เวลานั้น มันเป็นอะไรที่น่าจดจำยิ่งกว่าภาพไหนๆ ที่คุณเคยถ่ายมาแน่นอน



5+1. พร้อม + ใช่ = ทำตามเสียงหัวใจ

หวังว่าคำแนะนำจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญกว่าการขอแต่งงาน คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก ความรู้สึกที่มีให้กัน

เมื่อถึงเวลาที่ "พร้อม" กับคนที่ "ใช่" มาเจอกัน ก็อย่าปล่อยให้โมเมนต์นั้นผ่านไปครับ รวบรวมความกล้าไว้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ทำตามเสียงของหัวใจอีกแล้วครับ


Related Link


0 comments: