Wednesday, November 27, 2013

กรณีศึกษา #SFBatKid กับการใช้ Social Media ที่น่ารักสุดๆ


ในรอบปีที่ผ่านมามีแคมเปญทาง Social Media หลายตัวมากที่น่าสนใจ แต่ที่ชอบมากที่สุดเป็นการส่วนตัวคือโครงการ #SFBatKid ที่เป็นข่าวดังในหลายวันก่อน

BatKid จากเรื่องเศร้าสู่เรื่องราวน่ารักๆ

เรื่องมันเริ่มมาจากหนูน้อย Miles Scott ผู้โชคร้ายป่วยด้วยโรคลูคิเมีย โรคที่ใครก็รู้ว่าทรมาณและรักษาได้ยากขนาดไหน แต่เด็กคนนี้ต้องมาเผชิญกับโรคนี้ทั้งที่อายุเพียง 5 ขวบ

มูลนิธิ Make-A-Wish ในสหรัฐ ซึ่งทำเรื่องการกุศลสร้างฝันให้เด็กๆ ได้ทราบเรื่องก็เลยเข้าไปพูดคุย และทราบว่าความฝันของหนู Miles Scott คือการได้เป็น "Batman" สักครั้งหนึ่ง




Make-A-Wish สร้างเว็บให้หน้าหนึ่ง พร้อมบอกเล่าเรื่องราว สิ่งที่มูลนิธิต้องการไม่ใช่แค่เงิน แต่รวมถึงอาสาสมัครเพื่อช่วยสร้างฝันให้เด็ก และสปอนเซอร์ใจดี

เรื่องราวมันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ปรากฏว่ามีเหล่า Blogger และ Influencer ออนไลน์ในสหรัฐพร้อมใจกันแชร์เรื่องราวของเด็กน้อยคนนี้ จนมีผู้สนใจเข้าร่วมสร้างฝันมากมาย

จนเกิดสิ่งนี้ ...

วัน #SFBatKid

(กด Read Next Page เพื่ออ่านต่อเรื่อยๆ)






ข่าว #SFBatKid ออกไปทั่วสหรัฐและทั่วโลก ความน่าสนใจของโครงการนี้มีหลายอย่าง

  • ใช้ Social Media เพื่อดึงคนเข้ามาร่วมในก่อนเริ่มโครงการ
  • มีการทำหน้าเว็บเพื่อแสดงเรื่องราวของเด็กน้อยคนนี้ สิ่งที่จะทำ และต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ชัดเจนมาก
  • จากคำบอกของผู้จัดโครงการ สื่อใหญ่และสปอนเซอร์เริ่มสนใจโครงการนี้ จากการช่วยเผยแพร่ของ Blogger และ Influencer ในโลกออนไลน์
  • มีการใช้แท็กที่ทุกคนใช้ร่วมกันหมด #SFBatKid
  • แบทแมนเป็นสื่อที่ทุกคนเข้าใจได้ทันที อธิบายง่าย สร้าง Event ได้ง่าย
  • มี Media Plan ที่ดี ข่าวแต่ละช่วงออกมาได้จังหวะ มีการเล่นไปมาระหว่าง Media ของแต่ละกลุ่ม โดยมี Twitter ของ Make-A-Wish เป็นสื่อกลาง
  • จัดให้ใหญ่ แล้วคนจะเริ่มสนใจเอง
  • ใช้สื่อครบทั้งออนไลน์อย่าง Twitter, Facebook, Instagram, Vine, Website รวมถึงสื่อออฟไลน์อย่างทีวี, นสพ, วิทยุ
  • มีความเป็น CSR มากพอที่ทุกคนจะขอร่วมมือด้วย

ความสำเร็จของโครงการนี้ ผมว่าอยู่ที่การร่วมมือของสื่อและการวางแผน Media ที่เจ๋งมาก เมืองไทยเราไม่รู้จะมีแคมเปญที่ทุกสื่อช่วยกันได้ขนาดนี้หรือเปล่า แต่ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่ารักและน่าสนใจดี







Tuesday, November 19, 2013

เมื่อรูปส่วนตัวถูกแอบอ้างนำไปใช้หลอกลวงขายพระเครื่อง


มีเรื่องให้ฮา (ไม่ออก) อีกแล้ว เมื่อมีผู้แจ้งเข้ามาว่า มีการนำรูปส่วนตัวของผมไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาต 

ซึ่งคราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะท่านเอารูปผมไปเป็นรูป Profile ตัวเอง แถมเอาไปใช้หลอกขายพระเครื่องด้วย !! #คุณพระ(ไม่)ช่วย


ครูป้อมคนขี้เหงา, นายบัณฑิต แสงจันทร์

มีผู้แจ้งเข้ามาว่ามี User Facebook ท่านหนึ่งชื่อ "ครูป้อมคนขี้เหงา" หน้าเหมือนผมจังเลย ... ดูไปดูมา เฮ้ย นี่มันไม่ใช่หน้าเหมือน นี่มันตรูนี่หว่า #เช็ดเขร้

(ขอบคุณ @iMacbaszii @GOTGHIGHI ที่แจ้งข่าว)

ต่อมามีผู้แจ้งมาอีกช่องทางว่าพบเห็น User Facebook ท่านหนึ่งใช้ชื่อว่า "นายบัณฑิต แสงจันทร์" หน้าเหมือนผมจังเลย ...​ #เช็ดเขร้2

แต่ที่หนักหน่อยคือ อีตา "นายบัณฑิต แสงจันทร์" ที่หน้าเหมือนผม โดนโพสต์ประจานว่าไอ้เชี่ยนี่มันหลอกลวงขายพระเครื่อง !!  #เช็ดเขร้10000000

เลยโดนด่าฟรีไปทีนึง "เลวครับคนประเภทนี้ ดูหน้าตามันสิ น่ากระทืบมากๆ (เหี้ย)" #ฮาน้ำตาเล็ด

ก็เช่นเคย นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ (เพิ่งรู้ว่าหน้าตรูมันน่ากระทืบ ฮะๆ) แล้วก็ค่อยๆ แจ้งไปยังเพจที่โพสต์ ผู้เสียหาย และไอ้คนที่เอารูปผมไปใช้ให้เอาออกด่วน ไม่งั้นตรูฟ้องตำรวจแล้วเอาไอโฟนมายิงแฟรชใส่ตาบอดเลยแสร๊ด


Admin Group ลบโพสต์ให้อย่างว่องไว

สรุปทางกลุ่มผู้ขายพระเครื่องก็ลบโพสต์ให้ ทางผู้โดนหลอกลวงก็ขออภัยมา ส่วนไอ้คนที่หลอกลวงแม่มก็ปิด Account หนีไปตามระเบียบ

ปล. แอบบ่นว่าเข้าไปกดแจ้งใน Facebook ว่า Account นี้เอารูปตรูไปใช้และละเมิดสิทธิเรา (Harassing me) แต่ระบบให้ส่ง SMS มาคอนเฟิร์มที่เบอร์โทรเรา กดไปรอเป็นชาติก็ไม่มา ใช้เบอร์คนอื่นลองก็ไม่ส่งมา แต่พอจะตัดเงินค่าโปรโมท Ads FB นี่ตัดว่องไวเลยนะ



Tuesday, November 12, 2013

กรณีศึกษา "ภรรยาผู้น่ารัก"



ผมมีเรื่อง "อึดอัดใจ" ที่อยากเขียนมานานแต่ไม่มีโอกาสซะที

เรื่องมันมีอยู่ว่า จากการที่ผมเป็นคนที่ชอบแชร์อะไรหลายอย่างในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องความรัก ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยได้อ่านผ่านตากันมาบ้าง แต่สิ่งนึงที่ผมคอยสังเกตุมาตลอดคือ เวลาที่มีคนแชร์บล็อกหรือเรื่องราวต่างๆ ของเรา แน่นอนว่าก็มีทั้งชอบ ไม่ชอบปะปนกันไป แต่ประโยคที่ตามมาโดยเฉพาะของสาวๆ มีหลายประโยคที่บางทีผมอ่านแล้วก็รู้สึกสะกิดใจ เช่น

"โหย ทำไมแฟนเราไม่ทำงี้บ้างนะ"
"นี่ตัวเอง <ชื่อผู้ชาย> อ่านสิ อ่านๆๆๆๆๆ"
"ชีวิตนี้คงไม่มีวันได้แบบนี้หรอก ชีวิตคู่เราก็คงได้เท่านี้แหล่ะนะ เฮ้อ ...."
"อ่านแล้วรู้สึกถ้ามีแฟนมันต้องแบบนี้สิ รู้งี้ไม่มีดีกว่า" (ทั้งที่ตอนนี้ก็มีแฟนอยู่)

มันคือความอึดอัดใจที่หลายครั้งผมอยากจะเข้าไปบอกคุณๆ ผู้หญิงเหลือเกินว่า การแชร์พร้อมบ่นด้วยประโยคเหล่านี้ นอกจากจะไม่ได้ทำให้แฟนของคุณเปลี่ยนแปลงตามที่คุณหวังแล้ว คุณยังจะได้แรงต้านกลับมาเสียด้วยซ้ำ

คือไม่มีผู้ชายคนไหนหรอกครับ ที่ชอบให้แฟนนำตัวเขาไปเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะการแชร์เรื่องคู่อื่นแล้วมาแซะเรื่องของคู่ตัวเอง แม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจลึกๆ ผู้ชายรู้สึกว่านั่นคือการว่ากล่าวเขาทางอ้อมซะอีก

เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณผู้หญิงเข้ามาถามผมว่าทำยังไงแฟนเขาถึงจะรัก จะโรแมนติค จะมีอะไรแบบนี้บ้าง ผมก็จะตอบกลับไปตามตรงว่า "อย่าเลียนแบบผมเลยครับ กรุณาเลียนแบบแฟนผมดีกว่า"

เพราะรู้ว่าผมไม่ชอบกินผัก ไม่ดูแลตัวเอง เชอรี่เลยชอบทำกับข้าวให้ผมกินเสมอ จะได้กินผักผลไม้เยอะๆ
กรณีศึกษา "ภรรยาผู้น่ารัก"

ผมมักบอกกับทุกคนเสมอว่า ผมเป็นผู้ชายที่โชคดีมากๆ ที่ได้เชอรี่ (@CherryJaja) เป็นภรรยา

หลายคนคิดว่าเรื่องราวความรักในคู่ของผม เกิดมาจากฝ่ายชาย ทำโน่นให้ ทำนี่ให้ แต่ในความจริงแล้วที่มาที่ไปเกือบทั้งหมดมาจากฝ่ายหญิงครับ

ภายนอกคนจะเห็นเชอรี่เป็นผู้หญิงที่มีสเน่ห์และน่ารัก แต่เบื้องหลังแล้ว เชอรี่เป็นผู้หญิงที่ ... โคตรจะน่ารัก คือเธอเป็นคนที่มั่นคงและจริงจังกับความรักมาก จนผมไม่คิดว่าจะมีใครในโลกที่รักและดูแลผมได้ดีเท่านี้อีกแล้วจริงๆ นะ

ยกตัวอย่างดังนี้
  • ทุกครั้งที่นัดเจอกัน พอเชอรี่เห็นหน้าผม เธอจะยิ้มให้ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าผมจะเหนื่อย จะโทรม จะมาสาย แต่เธอก็จะยิ้มให้ก่อนเสมอ
  • ผมเป็นคนไม่ดูแลตัวเอง เชอรี่ดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวกับผม เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อาหาร ยา ผลไม้ ขนม กาแฟ วิตามิน ฯลฯ
  • ก่อนนอนเชอรี่จะปอกผลไม้ใส่กล่องแช่ตู้เย็นเอาไว้ พอตอนเช้าก่อนไปทำงานเธอจะเอาผลไม้ใส่กระเป๋าผมไว้ พร้อมเขียนโน้ตแปะที่ประตูบ้าน ว่าวันนี้อย่าลืมกินวิตามินด้วยน๊า~*
  • ใน 1 ปีเราจะทะเลาะกันไม่เกิน 3 ครั้ง เรียกว่าแทบจะไม่เคยทะเลาะกันเลยก็ว่าได้ เวลาที่โกรธกันเชอรี่ไม่เคยโวยวาย ดุด่า งี่เง่า เอาแต่ใจ ... แต่เธอจะเงียบ และรอให้ทั้งสองคนใจเย็นๆ ค่อยหันกลับมาคุยกัน
  • ผมเป็นคนขี้เซา(มาก) เชอรี่จะโทรปลุกผมทุกเช้า บางครั้งโทรเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น แต่เธอก็จะพยายามโทรต่อไปแม้จะต้องทำงานไปด้วย (สถิติสูงสุด 64 miss call)
  • ด้วยความเป็น Geek ผมก็มีเรื่องมากมายที่ผู้หญิงทั่วไปไม่เข้าใจ แต่เชอรี่พยายามที่จะเข้าใจ เธอพยายามเล่น Social, พยายามเขียนบล็อก, พยายามไปงาน Event ด้วยกัน แม้จะไม่รู้ว่านี่คืองานอะไร
วันเกิดผม เชอรี่ก็แอบไปสั่งเค้กมาเซอร์ไพรส์
  • เวลาที่ผมพูดในภาษาหรือประเด็นที่เธอไม่รู้เรื่อง เธอจะพยายามฟัง ไม่เบือนหน้าหนี พยายามคุยด้วย ไม่เคยบอกว่า "พูดอะไรของเธอ" หรือ "พูดอะไร ไม่เข้าใจ"
  • ทุกครั้งที่ผมบ่นอะไรซักอย่าง เธอจะเข้าข้างผมเสมอ และทิ้งท้ายด้วยคำว่า "ไม่เป็นไรเน๊อะ" แล้วก็ยิ้มให้กำลังใจเราหนึ่งที
  • เชอรี่เป็นคนชอบช็อปปิ้งตามประสาสาวๆ ทั่วไป และเธอรู้ว่าผมไม่ชอบรอ ทุกครั้งที่รู้ตัวว่าจะซื้อของนาน เธอจะพาผมไปมุมที่เธอตั้งชื่อว่า "Husband Parking" เช่นร้าน iStudio, ร้านหนังสือ, ร้านกาแฟที่มีปลั๊กไฟและ Free Wifi ให้ผมชิวๆ รอ
    (อ่านเพิ่ม : แนะนำ 5 Husband Parking ที่จอดสามีสำหรับสาวๆ นักช้อป)
  • เชอรี่ไม่เคยเปรียบเทียบผมกับคนอื่น ไม่เคยเอาเรื่องคู่รักอื่นมาแซะคู่ของเรา ... ตั้งแต่คบกันมา ไม่เคยมีเลยจริงๆ
แม้จะต้องไปงานที่โคตรจะ Geek อย่าง BarCamp เธอก็มาช่วยงานโดยไม่บ่นซักคำ
  • เธอหอมแก้มผมทุกครั้งก่อนนอน และทุกเช้าก่อนไปทำงาน
  • เราบอกรักกันทุกวัน
  • เชอรี่มั่นคงในความรักมาก ไม่เคยมองใคร ไม่เคยให้ความหวังใคร
  • เราเชื่อใจกัน เธอไม่เช็คโทรศัพท์ผม ไม่เช็ค Facebook, Line ว่าผมจะคุยกับใคร ไม่ตั้งคำถามว่า "คุยกับใคร", "คนนั้นเป็นใคร"
  • เราพูดกันเพราะมาก มีครับ มีค่ะทุกครั้ง ตั้งแต่เป็นแฟนกันมาไม่เคยด่ากัน ไม่เคยพูดรุนแรงใส่กัน
เชอรี่ชอบนวดหลังให้ผมเวลาเมื่อยเสมอ แม้บางครั้งอุปกรณ์ที่ใช้นวดจะแปลกไปบ้าง ....
  • เชอรี่เข้ากับครอบครัวผมได้ดีทุกคน ไม่เคยมีปัญหากับคนที่บ้าน และคนที่บ้านทุกคนก็รักเชอรี่ดี
  • หลายครั้งที่ผมซื้อของขวัญราคาแพงให้ หรือพาไปทานอาหารที่ดีๆ เธอจะบอกว่าไม่ต้องก็ได้ และเธอก็หมายความว่าแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้พูดผ่านๆ (เราเคยนั่งกินมาม่าที่บ้านในวันสำคัญๆ)

ผมเข้าใจว่าสาวๆ หลายคนก็อยากมีความรักที่สวยงาม มีคนเอาอกเอาใจ มีแฟนที่เข้าใจ มีชีวิตคู่ที่โรแมนติค ... แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นได้เลยครับ ถ้าคุณยังคงเป็นสาวๆ ผู้ชอบเปรียบเทียบแฟนกับคนอื่น, ขี้งอน, เอาแต่ใจ, ขี้วีน, ขี้บ่น, ไม่ไว้ใจแฟน, ทะเลาะกันทุกสัปดาห์

คือไม่ได้บอกว่าแฟนผมดีเลิศอะไรมากมาย เพียงแต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เธอทำ มันไม่ใช่แค่ความรัก แต่เธอก็ทำตัวเองให้เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากจริงๆ น่ารักจนผมรู้สึกว่าที่ผมทำให้เธอมันน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ

ถ้าคุณจะลองเปลี่ยนตัวเองซักนิดนึง ลองยิ้มบ่อยๆ เข้าใจในสิ่งที่แฟนคุณเป็น เห็นความสำคัญในสิ่งที่เขากำลังทำ อยู่ข้างๆ คอยเป็นกำลังใจ ไม่เรียกร้อง ไม่งอแง พร้อมจะเป็นผู้ให้ก่อนจะเป็นผู้รับ

ผมว่าสุดท้ายแล้ว วันนึงแฟนของคุณก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง รักและดูแลคุณ อย่างที่คุณรักและก็ดูแลเขาเองล่ะครับ :)

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่น่ารักได้แล้ว คุณก็จะได้แฟนผู้น่ารักตามมาเองครับ


Wednesday, November 06, 2013

ประสบการณ์ต่อคิว 27 ชั่วโมงซื้อ iPhone 5s



ในฐานะสาวกแอปเปิล ผมเคยมีความฝันหลายอย่างที่อยากทำ สิ่งนึงคือการไปต่อคิวข้ามวันข้ามคืนร่วมกับสาวกท่านอื่นๆ ที่หน้า Apple Store สาขา Fifth Avenue

คือบอกตรงๆ ว่าถ้าบ้านอยู่อเมริกา, ญี่ปุ่น หรือประเทศที่มี Apple Store คงไปต่อคิวนานแล้ว แต่แบบว่าเมืองไทยไม่มี "ศาสนเปิลสถาน" ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ก็เลยอดไปร่วมพิธีกรรมกับเหล่าสาวกโดยมิได้นัดหมาย

จริงๆ ผมเป็นพวกบ้าต่อคิวนะ ไปต่อคิวซื้อบัตรเดี่ยว 10, X-Japan รอหลายชั่วโมงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จริงๆ ปีนี้ได้เชิญจากทาง TrueMove-H ให้ไปงานเปิดตัว iPhone 5s ในฐานะสื่อ แต่ก็นึกสนุกว่าไปซื้อกับคิวทั่วไปมันน่าสนุกกว่ากันเยอะเลย ว่าแล้วก็เก็บของแล้วตั้งใจไปนอนที่คิวล่วงหน้า 1 วันเพื่อความแว๊นในชีวิต

แนะนำอ่านเพิ่มเติม : ต่อคิว iPhone 5s ข้ามวันไปทำไม ?



บรรยากาศต่อคิว iPhone 5s นาน 27 ชั่วโมง

23 ต.ค. - 13.00 น.
  • เดินทางมาถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว อุปกรณ์ดำรงชีวิตพร้อม เดินไปดูที่ทาง สถานที่จัด โคตรร้อน และห้ามคนภายนอกเข้า ว่าแล้วเลยเดินไปถามพนักงานที่ศูนย์ทรู 
  • พนักงานแจ้งว่าการจัดที่ทางสำหรับคิวจะเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า แนะนำให้มาต่อพรุ่งนี้ดีกว่า
  • ด้วยความชิวๆ ก็เลยเดินเล่นห้าง กินข้าว กิน After You จนถึงช่วงค่ำ เลยเดินไปดูที่คิวอีกรอบ ปรากฏว่ามีคนมาต่อคิวแล้ว !!
  • ไม่คิดว่าจะมีพวกเดียวกัน ฮะๆ น้องคนนั้นคือน้องโก้ @gorichemen ที่รู้จักกันใน Twitter อยู่แล้ว ว่าแล้วก็เลยมีเพื่อนต่อคิวอีกคนนึง
  • จริงๆ ก็แอบเสียดายที่ไม่ได้คิวแรก แต่เวลาผ่านไปก็คิดว่าดีแล้ว เพราะมีคนแซะมาเพียบ ได้คิวที่ 2 ก็สมเป็นกสยฟพท.ดี 55 (จองที่ 2 ตลอด)
  • สภาพที่ต่อคิว คือเนื่องจากห้ามเข้าในงาน ก็เลยต้องนั่งพื้นอยู่หน้าประตู อารมณ์คล้ายหน้าประตู Apple Store แต่ยังดีที่มีแอร์จากข้างใน ก็สบายๆ ชิวๆ
  • 22.00 น. ห้างปิด ทีมงานทรูเริ่มมาจดๆ จ้องๆ ถามว่ามาต่อคิวจริงหรือคะ ? พอบอกว่าใช่ ทุกคนวี๊ดว้าย มาขอถ่ายรูปด้วย พร้อมหาเก้าอี้มาให้นั่ง
  • คุณนาย @CherryJaja ภรรยาก็มาดูแล ให้อาหาร ของกิน และน้ำดื่มเป็นระยะๆ
  • ด้วยความที่เป็นงานของทรูก็เลยทีการเปิด True Wifi ไว้ตลอด โชคดีที่ใช้ทรูอยู่แล้วก็เลยได้เล่น Wifi ไปตลอดทั้งคืน ชิวๆ
  • 23.00 น. สยฟพทสตจ. @themacci มาเยี่ยมเช่นเดียวกัน ก็เลยมานั่งดู Keynote เปิดตัว iPad Air ไปด้วยกันอีกรอบ สาวกคุยกันนี่มันสนุกจริงจัง
  • 24.00 น. กองเยี่ยมกลับบ้านกันหมด เหลือต่อคิวกัน 2 คน
24 ต.ค. - วันเปิดขาย
  • โชคดีที่มีการจัดพื้นที่เปิดตัวไอโฟนตลอดทั้งคืน ทำให้เราสามารถเดินไปเข้าห้องน้ำในห้างได้ตลอดเวลา จะล้างหน้า แปลงฟันก็สะดวก เหลือแค่ไม่ได้อาบน้ำนี่แหล่ะ
  • ตี 1 - ทีมงานทรูเริ่มกลับบ้านกันหมดแล้ว รปภ. บอกว่าพื้นที่หน้าทางเข้าน่าจะนอนลำบาก ให้ไปนอนตรงทางเชื่อมห้าง ซึ่งน่าจะสะอาดและปลอดยุงกว่า
  • บริเวณทางเชื่อมมีตู้กดน้ำและปลั๊กไฟ พวกเราเลยแอบชาร์จแบตกันตรงนั้นซะเลย
  • ตี 3 นอนไม่หลับ เลยเปิดแมนยูเตะ UCL ซึ่งปรากฏว่าชนะซะด้วย ตาค้างจนตี 4
  • ปูผ้าถุงนอนที่เตรียมมาจากบ้าน พยายามข่มตานอน แต่มันนอนไม่หลับ คือมีคนขนของไปมาตลอดเวลา และสถานที่ไม่คุ้น ยุงก็บินมาเป็นระยะๆ 
  • ตี 5 หลับ ... ซะที ........
  • 6 โมงเช้า ตื่นอีกรอบ เพราะมีเสียงจอแจมาจากรอบห้าง เข้าใจว่าช่วงเช้าเด็กเข้าโรงเรียนแล้ว ทำให้นอนไม่หลับอีกเลย สรุปได้นอนแค่ชั่วโมงเดียว
  • เนื่องจากมีกันสองคน และรู้จักกันดี เราเลยผลัดกันไปเดินเล่น แล้วอีกคนเฝ้าคิวให้ ทำให้ไม่ต้องนั่งแช่ในคิวนานๆ
  • 9.00 น. คิวที่ 3 เดินขึ้นมา มีอาการเหวอเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ามีคนต่อคิวก่อนแล้ว แต่พอคุยกันไป ก็เฮฮาตามประสาสาวก
  • 10.00 น. ห้างเปิด ได้เห็นการเปิดร้านภายในห้าง คนทำงานเดินเข้ามาจัดของ ร้านอาหารก็เตรียมทำกับข้าว เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกันนะ
  • ทีมงานทรูเริ่มมาตั้งคิวให้แล้ว วางเก้าอี้ให้กับ 5 คิวแรกที่มาต่อ พร้อมเอาขนม น้ำ อาหารเช้ามาให้ทาน ดูแลดีมั่กๆ
  • เที่ยงมีน้องสาวของเชอรี่ซึ่งวันนี้ไม่ต้องไปทำงานพอดีมาช่วยดูแล ซื้อ KFC มาให้กินในแถว ส่วนคนอื่นๆ ก็ผลัดกันไปซื้อของกินมานั่งกินในแถวกัน

  • ภาพที่เห็นคือสาวกแอปเปิลนั่งต่อคิวกันหลายสิบชั่วโมง ถือ KFC, Mc Donald, Starbucks กินกันอย่างฮายโซววววว คนคงสงสัยว่า มันลำบากตรงไหนวะพวกนี้ (แหม่ ต่อคิวนานก็ขอนิดนึง)
  • ช่วงบ่าย สองคนที่มาตั้งแต่เมื่อคืนเริ่มง่วง ซัดกาแฟเข้าไปคนละ 3 แก้ว
  • บ่ายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน เพราะไม่มีอะไรทำ ก็เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ดูมือถือไปเรื่อย คนเดินห้างผ่านไปมาก็ชี้นิ้วๆ เอากล้องมาถ่าย ยังดีที่ไม่ได้ให้อาหารด้วย
  • ตกเย็น สื่อเริ่มมาทำข่าวแล้ว โดยทีมงานทรูส่งพนักงานท่านหนึ่งมา บอกว่าคืนนี้ 5 คิวแรกจะมีรางวัลพิเศษ และเขาจะคอยดูแลทั้ง 5 คนไปตลอดทั้งคืน  มีอะไรเรียกใช้ได้
  • ซึ่งทีแรกผมก็เข้าใจว่าเฉพาะคิวแรกนะที่ไปออกสื่อโน่นนี่ แต่ปีนี้ทรูให้ 5 คนแรกออกสื่อแบบพร้อมหน้ากันหมด ก็รู้สึกแปลกๆ ดี
21.00 น. งานเริ่ม
  • คิวเริ่มยาวหลายร้อยคิวแล้ว
  • ทีมงานแจ้งว่า 5 คนแรกขอให้เข้าไปในงานก่อน เพื่อให้สัมภาษณ์สื่อและถ่ายทำสกู๊ปพิเศษ
  • พวกเรา 5 คนก็ต้องวิ่งไปวิ่งมา ถ่ายรูปมุมนี้ ถ่ายวิดีโอมุมนั้น เอาไอโฟนมาเข้าฉาก วิ่งไปให้สัมภาษณ์สื่ออีกหลายราย วิ่งกลับมาถ่ายรูปกับผู้บริหารบนเวที
  • เรียกได้ว่า 1 ชั่วโมงไม่ได้อยู่นิ่งเลย เดินเข้าเดินออกบริเวณงานตลอด
  • ซึ่งก็เลยทำให้เห็นเบื้องหลังของการจัดงาน Scale ใหญ่ขนาดนี้ว่าต้องใช้ทีมงานมหาศาลขนาดไหน การดูแลรักษาความปลอดภัย กฏระเบียบ การสื่อสารทั้งหมด เรียกได้ว่าถ้าไม่เคยจัดงานแบบมืออาชีพมาก่อน ตายแน่นอน
  • จากที่สอบถามคือเฉพาะพนักงานจุดเช็คของก็ 400 คนแล้ว ยังมีหน้างานอีกหลายร้อย ทีมงานถ่ายทอดสด ทีมงานบนเวที แสงสีเสียง
  • 22.00 น. เริ่มงานให้ทุกคนที่ต่อคิวค่อยๆ เข้ามาในสถานที่จัดงานได้ ซึ่งพอเดินเข้ามาก็มีพนักงานมาประกบตัวต่อตัวเลยว่าเราอยากได้รุ่นไหน โปรไหน เปิดเบอร์ใหม่รึเปล่า ฯลฯ
  • จากประสบการณ์ทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากแอปเปิลเปิดให้ขายได้ 24.00 น.เป๊ะๆ ทำให้กว่าจะได้เครื่องกันครบ คนที่มาต่อคิว 400-500 คนก็ปาเข้าไปตี 3-4 แล้ว
  • ทรูจัดบริเวณที่นั่งขนาดใหญ่มากๆ ให้ทุกคนนั่งรอได้ มีแอร์เย็นสบาย มีดนตรีให้ดู ที่สำคัญทุกคนจะได้คูปองอาหาร ขอว่าง และเครื่องดื่มด้วย
  • อาหารก็ไม่ธรรมดา คือมีตั้งแต่โจ๊กรอบดึก, ปาท่องโก๋, ข้าวเหนียวหมูปิ้ง, กาแฟ True Coffee, ชามะนาว, ขนมปัง, เค้ก ฯลฯ
  • ช่วงใกล้เที่ยงคืน อยู่ดีๆ ทีมงานก็พาทั้ง 5 คนไปบริเวณงานรอบสื่อ แล้วก็บอกว่าจะให้ทั้ง 5 คนไปขึ้นเวที นับถอยหลังกับผู้บริหารด้วย !!

  • คือผมเคยไปงานรอบสื่อของทรูเมื่อปีก่อนตอนเปิด iPhone 5 ก็จำได้ว่ามีดาราอะไรเต็มเวทีไปหมด แต่ปีนี้ทีมงานบอกจะมีแค่ลูกค้า 5 คนแรก กับผู้บริหาร 1 ท่านเท่านั้นในช่วงนับถอยหลัง (เยรดดด)
หลังเวทีหนาวมาก
  • พอถึงเวลาขึ้นเวที มองไปด้านหน้ามีสื่อเยอะมากๆ ดารานักแสดง มองเห็นบล็อกเกอร์หลายคนในงาน เลยโดนเพื่อนๆ แอบแซะแอบแซวเล็กน้อยด้วยตามระเบียบ 555
  • ภาพที่เห็นคือบนจอใหญ่มีภาพพวกเราทั้ง 5 คน พิธีกรแนะนำชื่อทีละคน บอกด้วยว่าซื้อไอโฟนรุ่นไหน สีอะไร แล้วก็เอาไอโฟนรุ่นที่พวกเราซื้อมาให้ถือจริงๆ คือนี่เป็นเครื่องของเราจริงๆ เลย

  • ช่วงรอนับถอยหลัง ไดอาน่าเดินมาสัมภาษณ์ เกร็งมาก คือแอบปลื้มมานาน ตอบคำถามไม่รู้เรื่องเลย (เมียดูอยู่ข้างล่างด้วย)
  • ถึงเวลาเที่ยงคืน ก็นับถอยหลังกัน ยิงแสงสี สื่อถ่ายรูปกันจนแสบตา ซักพักก็เชิญดารานักแสดงมาถ่ายรูปด้วย เลยได้ใกล้ชิดดาราเป็นของแถม (ติ๊ก เจษฯ แม่มหล่อมาก, ปู ไปรยา ...ใหญ่มาก, เก้า ฮอร์โมนสวยมากกก)
  • จบงาน ทีมงานพาลงไปหลังเวที ตรวจเช็คเครื่องที่ได้ พร้อมเอาของรางวัลพิเศษเป็นหูฟัง DR. Dre Headphone Beat Mixr ราคาหมื่นกว่าบาทมาให้ (โคตรคุ้ม) แล้วก็มีกรอบรูปพิเศษให้ทั้ง 5 คนเป็นที่ระลึก
  • ได้เครื่องมาปุ๊บ ก็ทำพิธีส่งมอบ เพราะจริงๆ iPhone 5s เครื่องนี้ผมไม่ได้จะซื้อมาใช้เองครับ แต่ซื้อเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดใน @CherryJaja ภรรยาคนหมวย ก็ได้ฮี้ววว กันไป ^__^
  • กลับถึงบ้านตี 2 สลบเหมือด ตื่นมาอีกทีบ่ายโมงของวันถัดไป
สรุปแล้วเป็นประสบการณ์ที่สนุกมากกว่าที่คิด คือทีแรกกะว่าก็ต่อคิว นั่งเล่นชิวๆ ไป แต่พอเราได้เจอบรรยากาศรอบตัว คนมากันเยอะแยะ และที่สำคัญได้นั่งคุยกับสาวกแอปเปิลด้วยกัน มันทำให้ได้อะไรกลับมาเยอะเหมือนกันนะ

เข้าใจเลยว่าทำไมสาวกอเมริกาหรือญี่ปุ่นเขาถึงลงทุนไปต่อคิวกันยาวนาน (ปีนี้สถิติใหม่ต่อคิว 16 วัน) มันเป็นอะไรที่คนอื่นมองว่าบ้า แต่คนที่อินจะรู้ว่ามันก็สนุกดี


ปีหน้าต่อคิวอีกไหม ?

ปีนี้ผมว่าทรูจัดงานดีขึ้นกว่าทุกปี ถึงแม้จะเห็นเบื้องหลังความติดขัด หรือวุ่นวายบ้าง แต่ก็ถือว่าแก้ปัญหากันได้ดี และคนที่มาซื้อก็ไม่ต้องรอนาน ถามว่าทำไม Dtac, AIS ไม่จัด อันนี้ก็ไม่รู้นะ คือตามข่าวรู้แค่สองค่ายนี้ได้เครื่องมาพันกว่า ถ้าจัดก็ไม่คุ้มมั้ง (ปีนี้ทรูได้มา 4,500 เครื่อง)


ปีหน้าถ้าจัดงานอีกจะไปต่อคิวอีกไหม ? ก็คิดว่าจะไปนะ ถ้าไม่ติดงานอะไร ผมว่ามันก็เป็นสีสันครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งก็ต้องขอบคุณทางผู้จัดด้วยครับที่ยังคงจัดงานแบบนี้ให้สาวกได้สัมผัสบรรยากาศกันอยู่

ปีหน้าเจอกัน