Wednesday, February 26, 2014

"Bridge of Life" สะพานแห่งชีวิตในเกาหลี มีคนมาฆ่าตัวตายเพิ่ม 4 เท่าหลังปรับปรุงใหม่



Mapo Bridge สะพานข้ามแม่น้ำฮันในกรุงโซลประเทศเกาหลี มีอีกชื่อหนึ่งที่หลายคนเรียกว่า "Bridge of Life" สะพานแห่งชีวิต ด้วยความที่เป็นสะพานที่ชาวเกาหลีนิยมมากระโดดเพื่อฆ่าตัวตายมากที่สุด คือมีคนกระโดดสะพานไปแล้ว 1,301 คนภายใน 5 ปี

ทางรัฐบาลและบริษัทเอกชนหลายรายในเกาหลี ร่วมกันปรับปรุงสะพานแห่งนี้ใหม่ โดยทำทุกทางเพื่อที่คนจะได้ไม่ไปคิดสั้นบนนั้นอีก



สิ่งที่ทำก็เริ่มตั้งแต่ทาสีขอบสะพานเป็นสีขาว แล้วเขียนข้อความให้กำลังใจ เช่น

"ช่วงเวลาที่สดใสที่สุดในชีวิตกำลังรอคุณอยู่", "ความกังวลของคุณจะหมดไปเมื่อคุณแก่ตัวขึ้น" , "ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะลอยผ่านไปเหมือนน้ำข้างล่างนี้นี่แหล่ะ"



ทำตู้โทรศัพท์ ยกหูปุ๊บได้ปรึกษากับจิตรแพทย์เลย



ทำรูปปั้น ให้คนคิดถึงช่วงเวลาแก่เฒ่ากับช่วงเวลาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

คือได้อ่านข่าวเมื่อหลายปีก่อน คุ้นๆ ว่ามีการแชร์ไปเยอะมาก ซึ่งน่าชื่นชมในความพยายามของที่เกาหลีมาก วันก่อนคิดถึงข่าวนี้ขึ้นมาเลยเสิร์ชข้อมูลดู ปรากฏว่าเจอข่าวที่น่าสนใจ

ผลจากการปรับปรุงสะพานข้ามแม่น้ำฮันใหม่ จากสถิติพบว่าจำนวนคนที่มากระโดดสะพานฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่า !!!

คือกลายเป็นว่ายิ่งโปรโมทสะพานนี้มากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งสนใจและเมื่อถึงเวลาคิดสั้น ก็เลือกที่จะมากระโดดบนสะพานนี้มากขึ้นตามไปด้วย จน Kim Ki-yong ผู้ว่าเมืองโซลต้องออกมายอมรับว่านี่เป็นแนวคิดที่ไม่ประสบความสำเร็จ (รายงานจาก WSJ)


จากความโด่งดังของสะพานแห่งชีวิตนี้ เมื่อปีที่แล้วนาย Sung Jae-gi นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความเท่าเทียมชายหญิงในเกาหลี ตัดสินใจกระโดดสะพานนี้ต่อหน้าทีมงาน เพื่อขอให้สังคมช่วยบริจาคเงินให้องค์กร NGO ของเขาก่อนที่จะล้มละลาย



หลังจากที่กระโดดลงจากสะพานต่อหน้าผู้คน ทีมช่วยชีวิตกลับค้นหาเขาไม่พบ ... มาเจออีกทีก็ผ่านไปแล้ว 4 วัน เป็นการเสียชีวิตที่ยิ่งสร้างความดังให้สะพานนี้มากขึ้นไปอีก

เรื่องนี้ทำให้ทางเกาหลีเริ่มได้ข้อสรุปว่า จริงๆ แล้วปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวสะพาน และการใช้ความพยายามโน้มน้าวใจคนก็ไม่ได้ผล วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือเพิ่มงบประมาณให้หน่วยช่วยชีวิตในแม่น้ำฮัน ได้ทำงานว่องไวและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันอัตราการช่วยชีวิตอยู่ที่ 6 ใน 10 คน

ถ้ามีโอกาสไปเกาหลีคงต้องไปแวะดูสะพานแห่งชีวิตนี้ซะหน่อย ... จริงๆ อาจจะต้องเรียกว่าสะพานแห่งความตายรึเปล่านะ





Tuesday, February 25, 2014

เมื่อ MacThai เว็บสาวกแอปเปิลเขียนข่าว Android, Windows Phone


เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ถ้าคนที่เป็นแฟนเว็บ MacThai อาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านเนื้อหาบางอย่าง นั่นคือมีข่าวของคู่แข่งแอปเปิลอย่างเช่น Galaxy S5, Nokia X มาอยู่ในเว็บด้วย

ซึ่งก็มีหลายคนสอบถามเข้ามา มีคนงงและแซะบ้างเล็กน้อย ต้องขอบคุณที่สนใจนะครับ 5555 ทั้งนี้เลยอยากบันทึกการเปลี่ยนแปลงในมุมคนทำเว็บกับประเด็นนี้เล็กน้อย เผื่อคนที่สนใจ




ทำไมเว็บสาวกต้องเขียนข่าวคู่แข่ง ?

จริงๆ แล้วเว็บข่าวสำหรับสาวกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือ Fansite คือต้องการเสนอข่าวที่แฟนกลุ่มนั้นๆ สนใจ การเสนอข่าวคู่แข่งโดยตรงและมีผลกระทบกับสาวก เป็นแนวทางที่มีมานานแล้ว โดยเฉพาะเว็บ Fansite ชื่อดังอย่าง Cult of Mac, 9to5mac, TUAW (หรือแม้แต่ Droidsans ที่นำเสนอข่าวไอโฟนด้วย) ก็ล้วนนำเสนอข่าวคู่แข่งด้วยทั้งสิ้น

เหตุผลหนึ่งคือเราไม่สามารถบริโภคข่าวเฉพาะด้านเดียวได้ตลอด การอ่านข่าวที่มีผลเกี่ยวข้องอย่างคู่แข่งเป็นสิ่งที่สาวกสนใจเช่นกัน

เว็บแมคไทยเราก็มีแนวทางจะทำเช่นนั้นมาตั้งแต่แรก เพียงแต่ด้วยความที่เป็นเว็บหน้าใหม่ อายุไม่ครบ 1 ปีดี ผมเลยอยากให้เน้นเนื้อหาฝั่งแอปเปิลให้ดีที่สุดก่อน และถ้ารักษามาตรฐานได้ดีพอ ค่อยเริ่มนำเสนอข่าวของอีกฝั่ง


ปีที่ผ่านมาแมคไทยมีโพสต์บทความและข่าวทั้งหมด 1,107 โพสต์ เป็นโพสต์เนื้อหาฝั่งแอปเปิล 98.6% หมายความว่าเรามีข่าวของคู่แข่งรอบตัวแอปเปิลเพียง 1.4% ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ และน้อยเกินไป

การเขียนข่าวฝั่งคู่แข่งเป็นการ "ทดลอง" แนวทางอะไรบางอย่าง ซึ่งเราได้คิดเรื่องนี้กันมาซักพักแล้ว จริงๆ น่าจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งได้มาลองในช่วงนี้ และได้เริ่มลองใช้กับงาน Mobile World Congress ที่มีข่าวน่าสนใจเยอะทีเดียว



ผลการทดลอง

จุดเด่นของแมคไทยคือข่าวที่เร็ว, ภาพสวย, อ่านง่าย, ไม่มี Banner ด้านบนข่าว เลยทำให้มี SEO ที่ดี ซึ่งผมเองก็ถนัดในการ Monitor ทุกอย่างแบบ Real-time ก็ได้ข้อมูลน่าสนใจหลายอย่าง
  • ผลจากการทดลองเขียนข่าวอย่างเช่น Nokia X ทำให้คีย์เวิร์ด Nokia X, Nokia X+, Nokia XL มีเว็บ MacThai เป็นอันดับ 1-3 ในช่วง 3 ชั่วโมงแรก
  • แม้เว็บจะไม่มีข่าวของ Nokia มาก่อน, ไม่มีแฟนๆ Nokia ในเว็บ แต่กูเกิลก็ยัง Rank ให้อยู่ด้านบน อันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร (ชื่อโดเมนก็บอกว่าแมค -_-") แต่ก็ถือว่าโชคดีละกัน
  • ข่าว Gear 2, Gear 2 Neo ของซัมซุง ก็ยังได้เสิร์ชอันดับ 1-5 ในช่วง 1 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นก็เริ่มตก
  • ข่าว Galaxy S5 แม้จะเขียนข่าวเร็ว แต่แทบไม่ติดอันดับบนกูเกิลเลย เว็บฝั่ง Android จะขึ้นหมด อันนี้ถือว่ากูเกิลฉลาดใช้ได้เลย
  • จำนวนคน Like, Share ข่าวไม่แตกต่างจากข่าวแอปเปิล แสดงว่าแฟนๆ เว็บซึ่งส่วนใหญ่ชอบแอปเปิล ก็สนใจข่าวคู่แข่งเช่นกัน
  • จำนวน Comment ข่าวคู่แข่ง มีมากกว่าข่าวแอปเปิล 10-20% อันนี้แปลกใจเล็กน้อย
  • มีคนแอบงงว่าทำไมมีข่าวคู่แข่งในเว็บแมคไทย 5-6 รายเท่าที่พบ ซึ่งก็มีคนสังเกตมากกว่าที่คิด แสดงว่าเว็บนี้มันดูมีจุดเด่นความเป็นสาวกมากเลยนะเนี่ย 55
  • ด้วยสโลแกน "ไม่เป็นกลาง" เมื่อเขียนข่าวคู่แข่งก็มีการเทียบกับฝั่งแอปเปิลบ้าง อันนี้ feedback หลายคนบอกก็เป็นปกติ สงสัยแซะบ่อยจนชิน
โดยสรุปแล้วจากการทดลอง ได้ผลตอบรับดีกว่าที่คิด ส่วนที่บางคนสงสัยว่าจะเสียความเป็นเว็บสาวกไหม อันนี้ก็ต้องบอกตามตรงว่าสาวกจริงๆ ก็ควรต้องเสพข่าวรอบด้าน ซึ่งก็เป็นแนวทางที่เคยคิดมาตั้งแต่แรกเช่นเดียวกับเว็บชั้นนำ แต่เพิ่งมาทำตอนปีที่ 2 คนเลยงงเล็กน้อย (ต่อไปก็ชิน)

ทั้งนี้ก็ยังคงต้องเน้นคุณภาพของข่าวในฝั่งแอปเปิลมากกว่าเช่นเดิม แต่จะมีข่าวคู่แข่งมาด้วย ในอัตราส่วน 80-20 ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง โฮะๆ

อ่านเพิ่ม - MacThai.com



Friday, February 21, 2014

ประสบการณ์ไปออกทีวีคู่กับภรรยาในรายการ "ซุปเปอร์เมีย"


ในช่วงวันแห่งความรักปีนี้ ผมได้รับการติดต่อจากทางรายการที่ชื่อน่ากลั๊วน่ากลัวว่า "ซุปเปอร์เมีย" (ฮา) พอดีทีมงานได้มาอ่านบล็อกเรื่อง "วิธีขอแต่งงานอย่างไรไม่ให้เงิบ" ซึ่งน่าสนใจเลยอยากให้มาแชร์ในรายการดู

พอดีไหนๆ ก็พูดเรื่องความรักแล้ว จะให้ไปคนเดียวก็แปลกๆ ทีมงานเลยเชิญคุณนายเชอรี่ @CherryJaja มาพูดคุยในรายการด้วย

ถึงแม้ผมจะเคยไปออกรายการทีวีมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เราสองคนจะไปออกรายการคู่กัน ซึ่งนี่ก็นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แปลกดี

และนั่นหมายความว่า นี่เป็นการสัมภาษณ์ออกทีวีครั้งแรกของเชอรี่ด้วย !!


ถ่ายรายการซุปเปอร์เมีย

รายการ "ซุปเปอร์เมีย" ออกอากาศทางช่อง Fan TV ของ GMM ซึ่งก็สามารถดูได้ทางกล่อง GMMz และจาน PSI โดยมีพิธีกรคือคุณตั๊ก มยุรา และคุณท็อป ดารณีนุช ซึ่งเป็นดาราไอดอลของเราสองคนเลย

สถานที่ถ่ายทำรายการคือร้านใบไม้ร่าเริง สาขาศรีนครินทร์ ซึ่งเราได้คิวถ่ายช่วงบ่ายโมง

คุณนายเชอรี่ซึ่งต้องไปออกสัมภาษณ์ทีวีครั้งแรกออกอาการตื่นเต้นเป็นพิเศษ เลือกชุดทั้งคืน ชุดนี้สวยไม๊คะ ชุดนี้จะออกมาเป็นยังไง เค้าต้องพูดอะไร ตอบยังไงดี ตื่นเต้นนอนไม่หลับ~~ >o<

แต่ถึงจะตื่นเต้น แต่ก็ตื่นมาแต่งหน้าเขียนคิ้วแต่เช้า คือถึงจะพูดไม่ออกแต่ขอเป๊ะไว้ก่อน (^__^)/

ขับรถไปถึงที่ร้าน ก็เพิ่งเห็นว่าห้องจัดเลี้ยงใหญ่สุดของร้านถูกแปลงร่างเป็นสตูดิโอถ่ายรายการไปเสียแล้ว มีฉากสูงใหญ่จนถึงเพดาน แถมฉากสามารถพับเก็บได้ด้วย เวลาไม่ถ่ายรายการห้องนี้ก็ใช้ให้บริการแขกตามปกติได้เลย #เมพ

เข้าไปถึงก็พบที่ตั๊กกับพี่ท็อปกำลังถ่ายทำเทปก่อนหน้าอยู่พอดี ได้เจอดาราไอดอลตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย



ทีมงานเข้ามาทักทาย ช่วยเราดูชุดที่จะใส่ (เตรียมไป 2 ชุด) เอาน้ำมาให้ทานรอ สั่งกาแฟมาให้ด้วย แล้วก็ให้เราแต่งหน้าทำผมโดยมีช่างของรายการรออยู่แล้ว คือดูแลดีมากๆ น่าดีใจ
  • จากที่กวาดตาดู รายการนี้ใช้ทีมงานประมาณ 8-9 คน มีช่างแต่งหน้า ช่างทำผมแยกกัน โปรดิวเซอร์ ช่างกล้อง ช่างไฟ ตัดต่อ ประสานงาน ฯลฯ ไม่รวมพิธีกร
  • กล้องที่ถ่ายในรายการไม่ใช่กล้องวิดีโอแคมแบบที่เคยเห็น แต่ใช้กล้อง DSLR ของ Canon ถ่ายกันเลย มีกล้องประมาณ 3-4 ตัว
  • หลังจากเทปก่อนหน้าถ่ายเสร็จแล้ว พี่ตั๊กกับพี่ท็อปพักทานข้าวเที่ยง (ตอนเกือบบ่าย 2) เดินผ่านเราไปก็ยิ้มให้ พูดคุยทักทาย เป็นกันเองมากๆๆๆๆๆๆ
  • เนื่องจากวันนึงจะอัดหลายเทป และแต่ละเทปก็ยาวพอสมควร ทีมโปรดิวเซอร์เลยต้องทำบทของแต่ละตอน เขียนบนกระดาษแผ่นใหญ่ แล้วเอามาวางไว้ด้านหน้าจอเพื่อเป็นการ brief ให้พิธีกรอ่านในแต่ละช่วง
  • ความซวยก็คือผมดันไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ และไม่อยากใส่แว่นออกทีวี ก็เลยอ่านแผ่นนี้ไม่ออก ><
  • เลยต้องวานขอให้พี่พิธีกรทั้งสองช่วยอ่านแล้วพูด Guide เนื้อหาแทน โชคดีที่เนื้อหาเป็นบล็อกที่ผมเขียนเอง ก็เลยพูดไหลไปได้ ฮาๆ เนียน
  • เทปแรกเป็นสัมภาษณ์ผมคนเดียวก่อน เรื่องการขอแต่งงานอย่างไรไม่ให้หน้าแตก ก็คุยกันสนุกดี ยกตัวอย่างแบบนั้นแบบนี้ แต่มีพูดเสริมนอกจากที่เขียนในบล็อกเยอะเหมือนกัน
  • คลิปที่ออกมาจะเห็นว่าพูดคุยกันยาวมาก แต่จริงๆ แล้วจะถ่ายเป็นช่วงๆ สั้นๆ แล้วก็พักทีนึง ถ้าพูดยาวจะเหนื่อยแล้วสคริปต์จะไม่ลื่นไหล
  • ไฮไลท์อยู่ที่เทป 2 ตอนที่เชิญเชอรี่มาออกรายการด้วย ซึ่งคุณนายก็นั่งหน้าซีด พอผมเดินไปจูงมือมาเข้าฉาก ปรากฏว่ามือเย็นเฉียบ ตัวสั่น คิ้วขมวด ดูผ่านจอกลายเป็นมารูโกะนั่งงงๆ อยู่กลางจอ
  • เชอรี่บอกเหมือนจะเป็นลม ... เฮ้ย !! เดี๋ยวๆๆๆๆ
  • ทีมงาน 2-3 คนเข้ามายืนให้กำลังใจ บอกคุณเชอรี่ไม่ต้องเกร็งนะคะ ยิ้มหน่อยนะคะ พี่ตั๊กเห็นเชอรี่ตื่นเต้นจัดก็เข้ามาเม๊าประสาผู้หญิง ชวนคุยเล่น แตะไหล่ ทำให้ผ่อนคลายลงไปได้เยอะเลย 
  • ผมบอกเชอรี่ว่าถ้าคิดอะไรไม่ออก ให้ยิ้มเฉยๆ สวยอย่างเดียวเบย คนดูให้อภัย 5555
  • ทีมงานนับ 3 .. 2 .. 1 .. 
  • ปรากฏว่าคุณนายทำได้ดีเกินคาด ทุกคนที่ลุ้นกันตัวโก่ง (ทั้งคนที่อยู่หน้าจอและหลังจอ) ก็เริ่มสบายใจ
สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี อาจจะมีเกร็งกันบ้างตามประสาคนไม่ค่อยได้ออกสื่อ 555 พอได้มาดูคู่ของเราเองบนจอทีวีก็รู้สึกเขิลอย่างประหลาด ตัวเล็กและผอมกันมากกกก

ต้องขอบคุณทีมงานรายการ "ซุปเปอร์เมีย" พี่ตั๊กและพี่ท็อปด้วยนะครับ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่สนุกดีฮะ

Video : เทปที่ออกคู่กัน






Video : เทปที่ออกคนเดียว





Thursday, February 20, 2014

Geek อย่างไรให้ไม่โสด ภาค 2



กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง (รึเปล่า) หลังจากเมื่องาน Barcamp Bangkhen 2011 ผมได้มีโอกาสไปพูดเรื่อง "Geek อย่างไรให้ไม่โสด" โดยแนะนำถึงแนวทางสำหรับหนุ่ม Geek ให้เลิกครองความโสดกันได้เสียที

1 ปีผ่านไป หลังจากสำรวจคนรอบตัว พบว่ามีเพียง 5% เท่านั้นที่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ส่วนอีก 30% เริ่มเปิดตัวจีบสาวมากขึ้น แต่ที่เหลือก็ยังคงสภาวะ Geek โสดๆ อย่างเช่นเคย

Barcamp Bangkhen 2012 ครั้งนี้เลยขอกลับมาย้ำเรื่องเดิม ในมุมมองใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของการขอสาวออกเดท รวมไปถึงการแชร์ประสบการณ์จากแขกรับเชิญ @CherryJaja ภรรยาแสนสวย (หมวย) ถึงชีวิตที่ต้องอยู่กับหนุ่ม Geek มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ขอเชิญรับชม

คำเตือน: ยาวมาก !! เป็นการถอดเทปจากที่ได้ไปพูดในงาน อาจจะไม่ได้ใช้สำนวนการเขียนแบบในบล็อกครับ

สวัสดีครับทุกท่าน มาพบกันอีกครั้งแล้วนะฮะ กับ Geek อย่างไรให้ไม่โสด ภาค 2 ไม่ทราบว่าในห้องนี้มีใครที่เคยได้ฟังภาคแรกในปีที่แล้วบ้างครับ (ยกมือ 10-15 คน)

โอ้ เยอะเหมือนกันนะฮะ ในปีนี้ก็มีเรื่องราวดีๆ มาแชร์กันเช่นเคยครับ




ก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวเองนะครับ พี่ชื่อเอ็มครับ หรือที่รู้จักกันในชื่อ @Khajochi ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในวงการไอที เคยเข้าแข่งแฟนพันธุ์แท้สตีฟ จ็อบส์ และตอนนี้ก็ทำเว็บที่ชื่อว่า MacThai.com ครับ


ครั้งก่อนที่เคยพูดเรื่อง Geek อย่างไรให้ไม่โสดครั้งแรก หลายคนก็บอกว่าเป็นฝ่ายผู้ชายพูดอย่างเดียว อยากลองฟังอีกฝ่ายดูบ้าง ก็เลยเชิญภรรยา คือคุณเชอรี่ @CherryJaja มาพูดด้วยนะครับ



หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงเลือกมาพูดเรื่องความรักนะครับ จริงๆ แล้วนอกจากในมุมไอที มุม Geekๆ แล้วเนี่ย หลายคนก็รู้จักเราสองคนจากในคลิปขอแต่งงาน, รูป Pre Wedding ชุดนักเรียน, เซอร์ไพรส์ในงานแต่ง

บางคนก็รู้จักในการ์ตูนนะครับ ชื่อเรื่อง iStory ก็เข้าไปอ่านในบล็อกกันได้


Geek อย่างไรให้ไม่โสดครั้งที่หนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่า เราควรจะเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไง ให้ไม่โสดเสียที แต่ก็มีหลายคนคอมเม้นต์มาว่าอยากได้แนวปฏิบัติบ้าง คือถึงจะบอกว่าควรทำตัวยังไง ดูแลแฟนยังไง ... แต่ตอนนี้หนูยังไม่มีแฟนเลยค่ะพี่


ในวันนี้เราก็เลยอยากเสนอทั้งเหตุผลที่เรายังโสดกันอยู่ และแนวทางปฏิบัติให้หายโสดกันเสียทีนะครับ แล้วช่วงหลังคุณเชอรี่ก็จะพูดในมุมของผู้หญิงบ้างว่า ถ้าเรามีแฟนเป็น Geek จะดูแลยังไง


ทำไม Geek ส่วนใหญ่ถึงยังโสดอยู่ครับ ? จากการสำรวจด้วยตัวเอง พบว่าคนที่มีลักษณะเป็น Geek เกินกว่า 70% ตอนนี้เป็นโสดกันหมดเลย เป็นสถิติที่น่ากลัวมาก

เมื่อได้ไปลองสอบถามผู้หญิงหลายคน ส่วนใหญ่มอง Geek ว่ามีอยู่ 3 แบบ อย่างแรกคือพูดจาไม่รู้เรื่อง อย่างที่สองคือประหลาด และสุดท้ายคือดูหื่น


Geek มีลักษณะเป็นยังไง ก็อย่างที่เห็นครับ ถ้าไม่อ้วนหน่อย ก็ผอมมากๆ ใส่เสื้อยืด แต่งตัวเชยๆ พกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดติดตัวตลอดเวลา


บางทีเราก็ดูขำๆ แต่ถ้าดูจากภายนอกจริงๆ แล้ว ความเป็น Geek มันบ่งบอกอะไรบางอย่าง เช่น ความดูไม่เป็นมิตร ดูจริงจังเกินไป


ชอบสนใจสิ่งอื่น มากกว่าสิ่งที่อยู่หน้าตัวเอง เช่นเวลาเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ มีผู้หญิงเดินมาคุยด้วย ก็ชอบพูดไป ตาก็มองจอ มือก็พิมพ์ไปด้วย ถ้าเราเคยสังเกตเวลาผู้หญิงคุยกัน เค้าจะหันหน้าหากัน มองหน้ากัน สนใจสิ่งที่เพื่อนกำลังพูดคุยอยู่


พูดเร็วเกินไป พูดช้าเกินไป บางทีก็ดูไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วเวลาเขิน Geek จะชอบทำตัวแปลกๆ และมีท่าประจำอยู่หนึ่งท่า คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หยิบมาทำไมไม่รู้ แต่มีโทรศัพท์แล้วมันสบายใจ (ฮา)


ผมมีเกมส์มาให้ทุกคนลองเล่นดูครับ โดยภาพต่อไปจะมีน้องผู้หญิงที่หน้าตาดีอยู่ 4 คน เกมส์นี้คือให้สมมุติว่าในห้องนี้มีผู้หญิงอยู่แค่ 4 คน ถ้าเราต้องเลือกว่าจะจีบใคร สนใจใคร เราจะเลือกคนไหนครับ คนที่ 1, 2, 3 หรือ 4



[สำหรับในบล็อกนี้ ขออภัยที่ต้องเซ็นเซอร์ทั้ง 4 คนไว้ครับ]

เอาล่ะครับ ไหนใครเลือกเบอร์ 1 ยกมือ ...​ 2, 3, 4

โอเค สรุปแล้วประมาณ 70% เลือกเบอร์ 3 ที่เหลือ 20% เลือกเบอร์ 4
ส่วนอีก 10% ก็เลือกเบอร์ 1 กับเบอร์ 2

ทีนี้สมมุติว่าให้เลือกใหม่ ถ้าในห้องนี้มีผู้หญิง 5 คน หรือ 6 คน เราจะเลือกจีบหรือสนใจคนไหน ?



(เกือบทั้งห้องเลือกเบอร์ 5 และเบอร์ 6 และแทบจะไม่มีใครเลือกเบอร์ 1-4 แบบในตอนแรกเลย)



ที่ยกตัวอย่างขึ้นมานี้ เพราะว่าเคยมีการทดสอบ จากงานวิจัยแห่งหนึ่ง (จำที่มาไม่ได้ต้องขออภัยฮะ) เค้าทดสอบโดยการให้มีผู้หญิง 6 คน เดินเข้าไปในผับที่มีแต่ผู้ชายอยู่จำนวนหนึ่ง โดยใน 6 คนนี้ มีผู้หญิง 2 คนที่สวยเด่นมากกว่าใครเพื่อน

จากนั้นเค้าลองสำรวจผู้ชายว่าเขาสนใจ ชอบ หรือเข้าไปจีบคนไหน รู้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น ?



ผู้ชายเกือบ 90% ไปสนใจผู้หญิงเบอร์ 5 และเบอร์ 6 โดยที่คนที่เหลือแทบไม่มีใครสนใจเลย

ทำไมครับ ? ทำไมผู้ชายเราถึงเลือกที่จะไปจีบแต่คนสวยที่สุดๆ ก่อนเสมอ ตอนที่เบอร์ 3, 4 สวยที่สุดเราก็ไปรุมจีบเขา แต่พอมีเบอร์ 5, 6 ที่สวยกว่าเข้ามา เราก็ไปรุมจีบเขาแทน

นั่นเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของผู้ชายเราครับ โดยเฉพาะหนุ่ม Geek เลยก็ว่าได้



นั่นเป็นเพราะเราชอบชกนอกลีกครับ หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่า เราถูกปลูกฝังให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดก่อนเสมอ เราเคยอ่านการ์ตูนที่เด็กไม่เอาไหนในโรงเรียนก็สามารถเป็นแฟนกับหญิงสาวดาวโรงเรียนได้

อีกอย่างหนึ่งคือ Geek เราหมกมุ่นอยู่กับการ์ตูนนางเอกสาวสวย, เกมส์จีบสาว, หนัง AV ญี่ปุ่น จนบางทีก็ทำให้เรามีสเป็คของสาวๆ ที่สูงเกินไป

อีกสิ่งหนึ่งที่เราควรระลึกไว้คือ ...



โลกนี้ไม่ได้มีผู้หญิงแค่ 9 คน !! (เสียงฮาทั้งห้อง)

อย่างในงานนี้ ผมก็เห็นว่าผู้สาวๆ ที่น่ารักเยอะเลยนะครับ คำว่าน่ารักไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นหน้าตา แต่สาวๆ ที่พูดจาน่ารัก เป็นกันเอง ยิ้มเก่ง พูดคุยแล้วสบายใจ รอบๆ ตัวคุณมีเยอะกว่าที่คุณคิดนะครับ

ลองลดสเป็คของตัวเองลงแล้วเข้าหาพวกเธอดู คุณจะพบว่าผู้หญิงที่น่ารักมีอยู่เยอะกว่าที่คุณคิดจริงๆ


เราไม่ได้หล่ออย่างที่เราคิดครับ ถึงแม้เราจะพยายามสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็ตาม


เคยสังเกตไหมครับว่าผู้หญิงเวลาส่องกระจก หรือดูรูปตัวเอง มักจะชอบมองข้อบกพร่อง และคอยแต่ตำหนิตัวเอง ...​ อ้วนจัง, แขนใหญ่, บวมมากเลย, ไม่ชอบผมทรงนี้เลย

แต่ผู้ชายเราตรงกันข้ามครับ ผู้ชายเราเวลามองกระจกมักจะมองแต่จุดเด่นของตัวเอง ... โอ้โหผมทรงนี้หล่อมาก, มองด้านข้างกินขาด, ชุดนี้สาวชอบแน่นอน


ผมเคยพบเห็นหนุ่ม Geek หลายคนที่เก่งเหลือเกินในการจีบสาวด้วยคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราถนัดมาก อย่างเช่นบางคนทวีตว่า "เมื่อกี้เจอสาวสวยบน BTS โคตรน่ารักเลย ไว้เจอวันหลังก่อนเถอะ", "ช่วงนี้ยังไม่ค่อยอยากมีใคร อยากใช้ชีวิตโสดๆ ว่างๆ" อะไรงี้


โปรดระลึกไว้ด้วยครับ ว่า Geek อย่างพวกเรานั้น เป็นเพียงเด็กอนุบาลในการ "จีบสาว"

ถึงแม้เราจะศึกษาทางทฤษฎีจนเชี่ยวชาญ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เรายังอ่อนหัดนักครับ

แล้วเราควรจะทำยังไงดี ? จริงอยู่ที่เรื่องจีบสาวเป็นเรื่องลี้ลับที่ฝึกฝนได้ยาก แต่อย่างน้อย ก็มีข้อแนะนำที่น่าจะปรับไปใช้ได้ง่ายๆ ดังนี้



ข้อแรกเลยครับ ลดความมั่นใจในตัวเองลง อย่าคิดว่าเราเป็นเหมือนตัวละครในเกมส์ หรือหนุ่มสุดหล่อในหนัง การแสดงความมาดมั่น และดูเก่งไปเสียหมดทุกอย่าง

บางทีผู้หญิงก็ต้องการเพียงคนที่พวกเธออยู่ด้วยแล้วสบายใจ พูดคุยด้วยแล้วมีความสุข ไม่ใช่คนที่ดูเก่งไปเสียหมดทุกอย่าง


ยิ้มครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากจนไม่น่าเชื่อ แต่หนุ่ม Geek กลับไม่ทำ หลายคนเข้าใจว่าการเก๊กหล่อ ทำขรึมจะดูเท่และน่าหลงใหล

อันที่จริงแล้วผู้หญิงชอบผู้ชายอารมณ์ดีครับ คุณคงเคยเห็นสาวสวยหลายคนที่มีแฟนหน้าตาไม่ได้ดีนัก แต่เขามีจุดเด่นที่เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้พวกเธออยู่ด้วยแล้วมีความสุขได้


ลดเวลาบนหน้าจอลงเถอะครับ อย่างน้อยซัก 20% เช่นถ้าคุณชอบเล่นมือถือตลอดเวลาที่มีช่วงว่าง ลองลดมันลงมา เงยหน้ามองคนรอบข้างบ้าง ถ้าคุณเล่น Diablo ซักวันละ 2 ชั่วโมง ลองลดมาเล่นซักชั่วโมงครึ่งได้รึเปล่า

เมื่อลดเวลาบนหน้าจอมาแล้ว ลองหากิจกรรมอื่นๆ ทำครับ ลองเข้าสังคมกับคนอื่นดูบ้าง นัดเพื่อนดูหนัง ไปเที่ยว หรืองาน Event ต่างๆ ยิ่งได้คุยกับคนมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งพัฒนาการเข้าสังคมมากขึ้นเท่านั้น



เมื่อเราเริ่มปรับตัวเองได้แล้ว ทีนี้เราจะเริ่มไปจีบสาวๆ กันได้อย่างไร ปัญหาที่ยากสุดๆ เลยคือการชวนสาว "ออกเดท" ครับ

วันนี้ก็มีข้อแนะนำเล็กน้อยสำหรับการขอสาวออกเดทครับ สำหรับใครที่ยังไม่มีความมั่นใจในการขอสาวออกเดทมากนัก วิธีที่ง่ายและได้ผลมากที่สุดคือ ...


"ให้เพื่อนช่วยชง" เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลมากครับ ขอแนะนำ ยกตัวอย่างเช่น การให้เพื่อนพาไปรู้จัก .. อ้าวน้องเชอรี่ครับ นี่พี่เอ็มฮะ น้องเชอรี่มีปัญหาซื้อไอโฟนใช่ไหมฮะ ซื้อมาใช้ไม่เป็น ต้องคนนี้เลยฮะ ... (เอ้า คุยกัน แล้วเพื่อนก็แอบย่องหนีไป)

การให้เพื่อนช่วยชง อาจจะต้องอาศัย Connection ระหว่างเพื่อนของเรากับเธอคนนั้น แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และมักจะได้ผลในการเข้าไปทำความรู้จักแบบไม่หวือหวามากนัก ซึ่งดีกว่าการเดินพุ่งเข้าไปจีบหรือขอเบอร์โดยตรง

แต่ถ้าให้เพื่อนช่วยชงแล้วยังไม่สำเร็จ ให้ดูคนที่เค้าทำแล้วสำเร็จ ...



ก็คือให้ลอกสิ่งที่คนเค้าทำสำเร็จแล้ว !! (ฮาสไลด์ทั้งห้องประชุม)

เอาจริงๆ คือบางทีการดูคนที่เค้าจีบสาวสำเร็จ แล้วเอามาปรับใช้กับเราก็เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเลยครับ แต่ต้องไม่ถึงกับฝืนตัวเอง บางทีการเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ก็เป็นวิธีที่ช่วยสอนเราได้เร็วอย่างน่าประหลาด



เวลาไปขอสาวออกเดท เราต้องเขินเป็นธรรมดาอยู่แล้วฮะ อยากจะบอกว่าไม่ต้องกลัวเขินครับ บางทีมันก็เป็นอาการที่น่ารักดี อย่าไปเก๊กให้มากนัก เขินได้ ยิ้มได้ อย่าไปเครียดมาก ^__^



มีข้อแนะนำเพิ่มสำหรับการเอ่ยปากขอสาวออกเดท อย่างแรกเลยคืออย่าไปเล่นมุกเสี่ยวๆ อันนี้หนุ่ม Geek อย่างเรามักทำได้ไม่เนียน และจะเงิบเอาถ้ามันไม่เสี่ยวฮะ

คิดเยอะๆ ก่อนจะไปชวนสาวคนไหนออกเดทซักคน ที่ให้คิดเยอะหมายถึงอยากให้เตรียมตัวซักนิดก่อน บางทีพุ่งเข้าไปเลยโดยไม่เตรียมตัว ก็น่ากลัวจะแห้วได้

สุดท้ายถ้าจะคิดก็อย่าคิดนาน ระวังหมาคาบไปแดกนะจ๊ะ


สำหรับหนุ่ม Geek ที่กำลังจะออกเดทกับสาวๆ ก็มีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้ครับ


อย่างแรกเลยคือสถานที่ในการออกเดทสำคัญที่สุด อย่าไปแหล่งอโคจรของสาวๆ ซึ่งอันนี้ Geek ส่วนใหญ่มักพลาด คิดว่าสิ่งที่เราชอบ คนอื่นก็น่าจะชอบตามเราไปด้วย

แหล่งอโคจรของสาวๆ ยกตัวอย่างเช่น



อันดับ 1 เลยครับ "Pantip Plaza" (ฮา)

พิสูจน์มาแล้วครับ ไม่มีสาวๆ คนไหนอยากไปเดิน Pantip Plaza ครับ

ต่อมาเลยคือร้านเน็ต ร้านเกมส์ ไม่มีสาวๆ คนไหนอยากไปวินนิ่งหรือตี Dot A กับเรา (ยกเว้นสาวคนนั้นจะ Geek จริงๆ)

และสุดท้ายคือร้านขายคอม สินค้าไอที บางทีการไปสิงอยู่ในนั้นนานๆ อาจจะสร้างความสุขให้คุณ แต่กับการออกเดทอาจจะไม่ใช่


สำหรับสถานที่แนะนำในการออกเดท ง่ายที่สุดเลยคือไปเดินห้างครับ แอร์เย็น มีร้านอาหาร มีกิจกรรมให้ทำเล่นหลายอย่าง

ต่อมาเบสิคสุดก็ชวนไปดูหนัง แต่ต้องเลือกหนังหน่อยนะฮะ

สวนสาธารณะก็เริ่มเป็นที่นิยม ไปช่วงเย็นๆ ถีบจักรยานน้ำ นั่งทานน้ำทานขนมกันก็น่ารักดี

กิจกรรมอื่นๆ ก็เช่นชวนไปดูคอนเสิร์ต, โยนโบว์, Ice Skate, Karaoke ล้วนเป็นสถานที่ออกเดทที่โอเค ไม่ยากเกินไปที่จะชวน


ระหว่างที่ออกเดท ถ้าเป็นไปได้ควรหาเรื่องซื้อของสักชิ้นนึง อาจจะบอกเธอว่าเราอยากซื้อเสื้อผ้า กระเป๋าใหม่ หรือรองเท้าเก่าแล้ว การที่สาวๆ ช่วยเลือกของเหล่านี้ให้เราเป็นเรื่องที่พวกเธอถนัดมาก และการออกเดทจะสนุกขึ้นอีกเยอะเลย

แต่ไม่ควรไปให้สาวๆ ช่วยเลือกซื้อกล้อง DSLR, Mainboard, หนังสือ Programming, เกมส์ หรือเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ ก็อาจจะไม่เหมาะครับ




การออกเดทก็ควรจะทานข้าวกันสักมื้อ ซึ่งอาจจะทานข้าวเที่ยงหรือข้าวเย็นก็ได้ แต่แนะนำว่าถ้าเป็นการออกเดท ควรหลีกเลี่ยงศูนย์อาหาร, ร้านที่เราไม่เคยไปมาก่อนเลย หรือร้านที่คับแคบเกินไป

เพราะอย่างน้อยช่วงทานอาหารก็เป็นเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ควรเลือกร้านที่สามารถนั่งคุยกันได้ อาหารอร่อย เดินทางสะดวก ถ้าคุณจองร้านล่วงหน้าได้จะดีมากๆ เลยครับ


มารยาทที่ควรรู้ในการออกเดท อย่างแรกคือเราควรขอบคุณที่เธอยอมมาออกเดท มาเที่ยวกับเราด้วย อย่าลืมที่จะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษอย่างเช่นการถือของให้ การไปส่ง และ Lady First เสมอ

อีกอย่างที่สำคัญในการออกเดท คือควรให้เธอพูดมากกว่าเรา อย่าโม้ให้มากนัก พยายามเป็นผู้รับฟังที่ดี อย่าลืมส่งข้อความขอบคุณเธอด้วยหลังจากการเดทเสร็จสิ้น

อย่าพกเครื่องเกมส์, โน้ตบุ้ก หรือหนังสือไปออกเดทด้วย บางทีเราอาจเคยชินกับการเปิดสิ่งเหล่านี้ฆ่าเวลา แต่กับการออกเดทควรเก็บไว้บ้านจะดีกว่าฮะ


สุดท้าย คือสิ่งที่ผมอยากจะย้ำทุกครั้งที่พูดคุยเรื่อง Geek อย่างไรให้ไม่โสด นั่นคืออยากให้ Geek ทุกคน "กล้าที่จะเปลี่ยนตัวเอง"

Geek ส่วนใหญ่ชอบบอกว่า "ก็เป็นของกรูอย่างนี้แล้วจะทำไม เกิดมาก็เป็นแบบนี้แล้ว เค้าต้องยอมรับความเป็นตัวของเราสิ" เราเชิดชูไอดอลที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่อยากจะเหมือนคนทั่วไป

เราเป็นตัวของตัวเองได้ครับ ในเรื่องความคิด มุมมองชีวิต การตัดสินใจ .. แต่ในด้านพฤติกรรม ท่าทาง การพูดการจา คุณควรจะต้องปรับปรุงซะหน่อยครับ อย่างน้อยขอแค่ 20% ก็พอครับ ยอมเปลี่ยนตัวเองดูซักนิดนึง ไม่น่าจะเสียหายอะไรเน๊อะ



และสุดท้าย ถ้าเราเชื่อว่าเรามีความรักที่จริงใจ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เรียนรู้ที่จะเข้ากับเพศตรงข้ามให้มากกว่านี้ ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว "รักแท้ จะต้องแพ้หนุ่ม Geek" แน่นอนครับ

^_____^


--------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ เชอรี่นะคะ ช่วงท้ายนี้ในส่วนของเชอรี่ก็อยากจะขอแชร์ในอีกมุมมองนึง ที่ผู้หญิงธรรมดาอย่างเชอรี่ ได้คบกับผู้ชายที่ Geek มากอย่างเอ็ม จนได้มาแต่งงานกัน ว่าชีวิตคู่จะเป็นอย่างไรบ้างค่ะ


ในหัวข้อที่ชื่อ "เป็นแฟน Geek ต้องอดทน" (ฮา ปรบมือทั้งห้อง)


สำหรับสาวๆ ที่กำลังจะคบกับหนุ่ม Geek เป็นแฟนนั้น เชอรี่ขอแชร์ปัญหาในการคบกับ Geek ก่อนเลยค่ะ เนื่องจากว่าหนุ่ม Geek นั้นมีอะไรหลายอย่างที่ต่างจากผู้ชายทั่วไป ซึ่งเราเองก็ควรศึกษาและทำความเข้าใจความพิเศษของหนุ่ม Geek ไว้ด้วยนะคะ



ปัญหาแรกๆ ที่เราจะพบคือเวลาเราคุยกับหนุ่ม Geek มักจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ (ฮา) คือบางทีเค้าก็จะชอบใช้ศัพท์อะไรที่เราไม่เข้าใจ อะไรคือ Retina Display อะไรคือ หนัง Motion Capture งงค่ะ

ชอบไปที่เที่ยวไม่ตรงกัน บางทีสาวๆ เราก็อยากไปเดินดูเสื้อผ้า Uniqlo, H&M แต่เขาก็ชอบไป iStudio, ร้านขายเกมส์

ดูหนังก็คนละแนวค่ะ ผู้ชาย Geek จะไม่ค่อยชอบดูหนังรักโรแมนติค หนังรักเกาหลีไรงี้ บางทีเขาจะชอบดูหนังรางวัล หนังอินดี้ ที่เราไม่ค่อยเข้าใจว่าสนุกตรงไหน

สุดท้ายคือ Geek มักจะเป็นเจ้าพ่อเหตุผลค่ะ มีเหตุผลในทุกอย่างที่ตัวเองเชื่อมั่น บางทีถ้าเห็นไม่ตรงกัน เหตุผลเราไม่สู้ ก็ต้องอ้อนแบบสาวๆ แทนค่ะ ไม่ต้องเหตุผลก็ได้เน๊อะ (ฮา)



สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับหนุ่ม Geek คือควรรู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไรค่ะ



อย่างแรกเลยคือเค้าจะชอบทุ่มสุดตัวไปกับสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่นถ้าชอบเกมส์ ก็จะเล่นเกมส์ทั้งวัน เพื่อให้ได้ชนะเพื่อนๆ หรือขึ้นไปเป็นอันดับ 1

กับการทุ่มสุดตัวกับสิ่งที่ตัวเองชอบ บางทีก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ ที่เราได้เห็นเค้ามุ่งมั่นทำอะไรซักอย่าง สาวๆ เราควรทำความเข้าใจสิ่งที่เค้าชอบ และสนับสนุน ให้กำลังใจเค้าดีกว่าไปขัดนะคะ


เชื่อมั่นในตัวเองก็เป็นลักษณะเฉพาะของหนุ่ม Geek นะคะ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องที่เค้าถนัดแล้วล่ะก็ จะเชื่อมั่นกับมันมากกกก

แต่บางเรื่องเราก็ควรช่วยเค้าดูแลนะคะ เช่นบางทีเค้าเชื่อมั่นในการแต่งตัวแบบเชยๆ กี๊กๆ แล้วไปงานสังคมมันก็ไม่ค่อยเหมาะสม เราผู้หญิงก็ต้องช่วยดูแลด้วยว่าอันไหนที่เหมาะกับตัวเขาที่สุด



ไม่ค่อยสนใจคนรอบข้าง !! (เสียงฮาพร้อมปรบมือกับสไลด์ข้างบน)

คือเวลาที่หนุ่ม Geek เขาติดพันกับอะไรอยู่ซักอย่าง จะแทบไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลยค่ะ เหมือนเข้าไปอยู่ในอีกมิติลี้ลับนึงที่ยากจะเข้าถึง บางทีเราก็ต้องอดทนรอ หรือเตือนเขาบ้างว่าอันไหนมันมากเกินไป อันไหนน้อยเกินไปค่ะ


แต่ก็ใช่ว่าการคบ Geek ดูจะยากไปซะหมด จริงๆ แล้วผู้ชายทุกคนก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเองแหล่ะค่ะ ซึ่งการคบ Geek เป็นแฟน ก็มีข้อดีหลายอย่างเลยนะคะ

อย่างแรกเลยคือ Geek เป็นคนที่รอบรู้แทบทุกสิ่งในจักรวาลค่ะ เราอยากรู้อะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไร ถ้าเขาไม่รู้ เดี๋ยวเขาจะหาวิธีช่วยเราจนได้ค่ะ

ยิ่งถ้าเรื่องไอที โทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ บ่นนิดๆ หน่อยๆ เขาก็สามารถแก้ปัญหาให้เราได้ในพริบตาเลย ^__^



ผู้หญิงเราเป็นเพศที่ชอบดูแลคนอื่นรอบตัวค่ะ ซึ่งถ้าคุณได้คบกับ Geek แล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ คุณจะได้ดูแลเค้าตั้งแต่หัวจรดเท้าแน่นอน (ฮา)

เพราะ Geek เป็นมนุษย์ไม่ค่อยดูแลตัวเองค่ะ ทั้งเรื่องการแต่งตัว อาหารการกิน สุขภาพ ฯลฯ การมีคนให้ดูแลก็เป็นความสุขอย่างนึงของผู้หญิงเรานะคะ


มีคนตามใจเรา ไม่เรื่องมาก อันนี้ขอยืนยันเลยค่ะว่าหนุ่ม Geek จะค่อนข้างตามใจเรา ถึงแม้บางทีอาจจะมีงอแงไม่ยอมบ้าง แต่ส่วนมากแล้วเขาจะค่อนข้างตามใจเรานะคะ

อย่างเช่นถ้าเราไปอ้อนขอไปเที่ยว ชวนไปดูหนัง หรือขอให้เขาช่วยเหลือ เขามักจะตามใจเรานะคะ แถมยังช่วยถือของแบบไม่เรื่องมากด้วย น่ารักจริงๆ



สุดท้าย ถือว่าเป็นข้อดีที่สุดของการคบ Geek เป็นแฟนเลยค่ะ คือผู้ชาย Geek ไม่เจ้าชู้เลย รักใครก็จะรักจริง ไม่มีนอกลู่นอกทาง อยู่ในโอวาทที่ดี อย่างที่มีหลายคนบอกว่า Geek ส่วนใหญ่จะกลัวเมีย (ฮาาา)

การที่เราคบกับหนุ่มเจ้าชู้ที่ต้องคอยตามคอยเช็กตลอดเวลามันก็ไม่ไหวจริงไหมคะ ถึงหนุ่ม Geek อาจจะไม่เก่งเรื่องการจีบสาว หรือไม่โรแมนติคมากนัก แต่อย่างน้อยเขาก็รักใครรักจริง เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลยค่ะ


สุดท้ายถ้าสาวๆ ที่ได้ฟังอยู่ และมีหนุ่ม Geek เข้ามาจีบ หรือกำลังพิจารณาหนุ่ม Geek อยู่ซักคน จากประสบการณ์ที่ได้เป็นแฟนกับ Geek และก็พบเจอเพื่อนๆ ของเขาที่เป็น Geek เหมือนกัน เชอรี่อยากจะบอกนะคะว่า ...


Geek เป็นผู้ชายที่น่ารักกว่าที่คุณคิด สาวๆ ลองมาคบ Geek กันดูนะคะ
^______^