Wednesday, February 26, 2014

"Bridge of Life" สะพานแห่งชีวิตในเกาหลี มีคนมาฆ่าตัวตายเพิ่ม 4 เท่าหลังปรับปรุงใหม่



Mapo Bridge สะพานข้ามแม่น้ำฮันในกรุงโซลประเทศเกาหลี มีอีกชื่อหนึ่งที่หลายคนเรียกว่า "Bridge of Life" สะพานแห่งชีวิต ด้วยความที่เป็นสะพานที่ชาวเกาหลีนิยมมากระโดดเพื่อฆ่าตัวตายมากที่สุด คือมีคนกระโดดสะพานไปแล้ว 1,301 คนภายใน 5 ปี

ทางรัฐบาลและบริษัทเอกชนหลายรายในเกาหลี ร่วมกันปรับปรุงสะพานแห่งนี้ใหม่ โดยทำทุกทางเพื่อที่คนจะได้ไม่ไปคิดสั้นบนนั้นอีก



สิ่งที่ทำก็เริ่มตั้งแต่ทาสีขอบสะพานเป็นสีขาว แล้วเขียนข้อความให้กำลังใจ เช่น

"ช่วงเวลาที่สดใสที่สุดในชีวิตกำลังรอคุณอยู่", "ความกังวลของคุณจะหมดไปเมื่อคุณแก่ตัวขึ้น" , "ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะลอยผ่านไปเหมือนน้ำข้างล่างนี้นี่แหล่ะ"



ทำตู้โทรศัพท์ ยกหูปุ๊บได้ปรึกษากับจิตรแพทย์เลย



ทำรูปปั้น ให้คนคิดถึงช่วงเวลาแก่เฒ่ากับช่วงเวลาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

คือได้อ่านข่าวเมื่อหลายปีก่อน คุ้นๆ ว่ามีการแชร์ไปเยอะมาก ซึ่งน่าชื่นชมในความพยายามของที่เกาหลีมาก วันก่อนคิดถึงข่าวนี้ขึ้นมาเลยเสิร์ชข้อมูลดู ปรากฏว่าเจอข่าวที่น่าสนใจ

ผลจากการปรับปรุงสะพานข้ามแม่น้ำฮันใหม่ จากสถิติพบว่าจำนวนคนที่มากระโดดสะพานฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่า !!!

คือกลายเป็นว่ายิ่งโปรโมทสะพานนี้มากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งสนใจและเมื่อถึงเวลาคิดสั้น ก็เลือกที่จะมากระโดดบนสะพานนี้มากขึ้นตามไปด้วย จน Kim Ki-yong ผู้ว่าเมืองโซลต้องออกมายอมรับว่านี่เป็นแนวคิดที่ไม่ประสบความสำเร็จ (รายงานจาก WSJ)


จากความโด่งดังของสะพานแห่งชีวิตนี้ เมื่อปีที่แล้วนาย Sung Jae-gi นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความเท่าเทียมชายหญิงในเกาหลี ตัดสินใจกระโดดสะพานนี้ต่อหน้าทีมงาน เพื่อขอให้สังคมช่วยบริจาคเงินให้องค์กร NGO ของเขาก่อนที่จะล้มละลาย



หลังจากที่กระโดดลงจากสะพานต่อหน้าผู้คน ทีมช่วยชีวิตกลับค้นหาเขาไม่พบ ... มาเจออีกทีก็ผ่านไปแล้ว 4 วัน เป็นการเสียชีวิตที่ยิ่งสร้างความดังให้สะพานนี้มากขึ้นไปอีก

เรื่องนี้ทำให้ทางเกาหลีเริ่มได้ข้อสรุปว่า จริงๆ แล้วปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวสะพาน และการใช้ความพยายามโน้มน้าวใจคนก็ไม่ได้ผล วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือเพิ่มงบประมาณให้หน่วยช่วยชีวิตในแม่น้ำฮัน ได้ทำงานว่องไวและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันอัตราการช่วยชีวิตอยู่ที่ 6 ใน 10 คน

ถ้ามีโอกาสไปเกาหลีคงต้องไปแวะดูสะพานแห่งชีวิตนี้ซะหน่อย ... จริงๆ อาจจะต้องเรียกว่าสะพานแห่งความตายรึเปล่านะ





0 comments: