Wednesday, March 26, 2014

ประสบการณ์ซื้อรถคันแรกที่ศูนย์ Honda พระราม 3



ตั้งแต่แต่งงานกัน ผมกับเชอรี่ (@CherryJaja) ก็คุยกันว่านอกจากคอนโดที่เราอยู่ร่วมกันแล้ว ก็อยากจะมีรถซักคันนึง คือด้วยความที่มีงานที่ต้องออกไปที่นั่นที่นี่บ่อย แล้วเราก็ชอบขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน 2 คนบ่อยๆ ก็เลยตัดสินใจ "ซื้อรถ" คันแรก

ความเดิมตอนที่แล้ว คือเมื่อเราตัดสินใจเลือกจะซื้อรถฮอนด้า ด้วยความที่เป็นมือใหม่และไม่ค่อยรู้เรื่องรถมากนัก ก็เลยไปปรึกษากับคนรู้จัก ได้คำแนะนำให้ลองไปที่ศูนย์ฮอนด้า พระราม 3 ซึ่งก็อยู่ใกล้บ้านพอดี ก็ได้ออกรถกับที่นี่

ช่วงนี้ใกล้ Motor Show ก็มีคนถามเหมือนกันว่าซื้อกับศูนย์นี้แล้วดีไหม ติดปัญหาอะไรรึเปล่า เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ตอนซื้อรถคันแรกให้ฟังกันจ้า

(บล็อกเก่า : ลาก่อน Toyota Vios จะให้ตรูรอไปถึงไหน !! หันไปซบ Honda City ดีกว่า~~)



ช่วงจองรถ

หลายคนอาจจะเคยอ่านข่าวเรื่องปัญหาในการจองรถช่วงที่มีนโยบายรถคันแรก คือคนจองกันเยอะมากๆๆๆๆๆ และรถก็มีไม่พอ ยิ่งตอนนั้นโรงงานฮอนด้าเพิ่งฟื้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าการจะจองรถ Honda City ซึ่งเป็นที่ต้องการสูง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เราโทรหาศูนย์ฮอนด้าแทบทุกที่ ซึ่งก็ได้คำตอบเดียวกันหมดคือ "ไม่มีรถค่ะ" และถ้าจะจองก็ต้องจ่ายมัดจำก่อนโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้รถจริงรึเปล่า

ในช่วงที่กำลังจะตัดใจ สุดท้ายก็ได้เบอร์ของเซลล์ที่ศูนย์ฮอนด้าพระราม 3 มา คุณนายก็เลยโทรไปลองถามดู ซึ่งเราก็ได้คุยกับ "พี่เปิ้ล" คำตอบที่ทำเอาหูผึ่งคือ

"พี่จะพยายามหาให้นะคะ เข้าใจว่าช่วงนี้ทุกคนก็ร้อนใจกันหมด"
"ใช่ค่ะพี่ โทรไปที่ไหนก็ไม่มีเลย โทรจนหมดแรงแย้ว >o<~" คุณนายบ่นเสียงแมว
"เดี๋ยวพี่จะรีบเช็คให้แล้วจะติดต่อกลับทันทีเลยนะคะ" พี่เปิ้ลทิ้งท้าย

ประมาณ 1-2 วันหลังจากนั้น พี่เปิ้ลก็โทรมาบอกข่าวดีว่าสามารถหารถ Honda City สีขาวรุ่นท็อปมาได้แล้วนะคะ โห เชอรี่โทรมาบอกผมแบบน้ำเสียงโคตรจะดีใจเลย "แฟนขา ... ได้แย้วๆๆๆๆ กรี๊ดๆๆๆๆๆ" (/^o^)/

ซึ่งเราต้องจองรถ, ทำเรื่องกับธนาคารและจัดทำเอกสารแบบเร่งด่วนเข้าเกียร์ 6 เหยียบมิด เพราะกลัวจะมีปัญหาเรื่องสิทธิรถคันแรก สุดท้ายทุกอย่างผ่านฉลุยในเวลาแค่ 8 วันเท่านั้น !!

สิ่งนึงที่ผมชอบจากเซลล์ที่นี่คือ ชอบที่เค้าจริงใจ อันไหนมีก็บอกมี อันไหนไม่แนะนำ ก็บอกเลยว่าไม่แนะนำ ผมกับเชอรี่อยากซื้อรุ่นท็อป พี่เปิ้ลก็บอกว่าเราสองคนขับรถน้อยมาก ใช้รุ่นท็อปไม่คุ้มนะ (แต่สุดท้ายก็ดื้อเอารุ่นท็อปนั่นแหล่ะ แล้วก็ซื้อมาจอดจริงๆ ด้วย ไม่ค่อยได้ขับ 555)

เป็นอันว่าเสร็จสิ้น รูดปื๊ดๆๆ ตัวเบาหวิวกลับบ้าน ไปนอนฝันรอรถกัน 3 สัปดาห์จากนั้นจ้า (>__<)

ประสบการณ์ใช้บริการศูนย์ฮอนด้าพระราม 3


มาเริ่มรีวิวศูนย์บริการกันดีกว่า หลังจากที่ขั้นตอนเอกสารผ่านไป 3 สัปดาห์ เราก็ได้ถึงเวลามารับรถแล้วล่ะ ซึ่งจริงๆ พอซื้อรถไปปุ๊บ เราก็ได้กลับมาเช็คสภาพรถ, ขัดสีรถ, นั่งเม๊ากับเซลล์ (ฮา), พาเพื่อนๆ มาดูรถคันใหม่, มีต้องมาเคลมประกันเพราะขับไปชนโน่นชนนี่ 2 รอบ ฯลฯ

ผมเลยเพิ่งเข้าใจว่า วันแรกของการออกรถนี่ ไม่ใช่เป็นวันสิ้นสุดการซื้อรถ แต่กลับเป็นเหมือนเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง เพราะงั้นการเลือกศูนย์บริการนี่สำคัญมากๆ เลยนะ เหมือนฝากท้องกับรพ.ยังไงอย่างงั้น



สิ่งแรกที่คนมักจะเข้าใจผิด คือศูนย์ฮอนด้า พระราม 3 ไม่ได้มีแค่สาขาตรงพระราม 3 ที่เดียว แต่จริงๆ เค้ามีศูนย์ตั้ง 7 ที่ เลยเรียกตัวเองว่า "พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า"

สืบทราบมาว่าศูนย์ที่นี่มียอดขายรถสูงสุดในบรรดาศูนย์ฮอนด้าด้วยกัน เลยเป็นเหตุผลที่ทำไมตอนที่พวกผมมีปัญหาจองรถไม่ได้ ทุกที่ไม่มีรถกันหมด แต่ที่นี่สามารถช่วยหาให้เราได้



ศูนย์ที่ผมไปใช้บริการคือที่สาขาบางคอแหลม (ต่อไปขอเขียนสั้นๆ ว่า H3)

ถ้าใครบ้านอยู่ฝั่งธน มาศูนย์นี้ก็สะดวกดี ข้ามสะพานกรุงเทพมาก็ถึงเลย วันไหนไปซ่อมที่ศูนย์ ไม่มีรถใช้ก็นั่ง BRT ได้ รถจอดหน้าศูนย์เลยจ้า




ข้างในศูนย์ แน่นอน ก็ต้องมีรถ (แน่ล่ะ) สามารถแวะมาได้เรื่อยๆ นะ วันไหนอยากดูรถใหม่ๆ พาเพื่อนมาดูรถผมก็แวะมาตลอด



ส่วนที่ชอบมากคือจุดนั่งรอ คือเวลาเอารถมาเช็คระยะ หรือเอามาใช้บริการ บางทีก็ต้องรอ 1-3 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอะไรทำคงเบื่อแย่

ที่ศูนย์ H3 มีที่นั่งรอกว้างมากๆ พร้อมทีวีจอใหญ่



มีหนังสือพิมพ์ นิตยสารให้อ่านฆ่าเวลา



ที่นั่งมีปลั๊กไฟให้ด้วยนะเออ คือเหมาะกับ Geek อย่างเรามาก นั่งรอไปทำงานบน MacBook, iPhone, iPad ไปด้วยได้ ไม่ต้องกลัวแบตหมด


มีมุมเล่นเน็ตด้วย เล่นได้ 3 เครื่องเลย ใช้บริการฟรีเลยนะ ไม่คิดค่าบริการอะไร



ทีเด็ดคือมุมนี้ เค้ามีน้ำเปล่า, น้ำหวาน, ชา, กาแฟ, ขนมเค้ก, ไอศกรีม บริการให้ฟรีด้วย เคยมานั่งรอก็ซัดเค้กกับน้ำแดงเย็นๆ อร่อยโฮกขอบอก 555



นอกจากนั้นถ้าใครมีลูกหรือเด็กเล็กมาด้วย ก็มีมุมให้เด็กเล่นด้วยนะ สีสันน่ารักมุ้งมิ้งมาก





ข้อดีของศูนย์นี้คือมีพื้นที่กว้างมาก เลยมีแยกส่วนออฟฟิศติดต่อลูกค้าทั่วไป กับส่วนของงานซ่อม แยกออกมาเลย ตอนเอามาซ่อมคือได้คุยกับช่างจริงๆ และก็เดินไปดูรถที่กำลังซ่อมอยู่ได้เลย



ผมเคยขับเฉี่ยวชนเล็กๆ น้อยๆ ต้องมาเคลม 2 ครั้ง (บล็อกเก่า : เมื่อรถโดนแท็กซี่ขับชนแล้วพยายามหนี)

ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย เคลมได้ปกติ ช่างตรวจรถจะมีใบตรวจรถให้อย่างละเอียด ถ่ายรูปรถก่อนและหลังซ่อม คือไม่ต้องปวดหัวทีหลังเหมือนประสบการณ์เข้าอู่ข้างนอก (เคยโดนมาแล้ว)



อีกเรื่องที่ดีคือด้วยความที่เป็นดีลเลอร์รายใหญ่ที่สุดของฮอนด้า เรื่องรถหรืออุปกรณ์แต่งก็เลยไม่ต้องห่วงอะไร รถมีปัญหาไปเข้าที่สาขาไหนก็ได้ แถมเราหาอ่าน Feedback ก่อนมาซื้อได้ง่าย ดีกว่าไปศูนย์อะไรก็ไม่รู้ แล้วมาปวดหัวทีหลัง


พี่เปิ้ลคือหัวหน้าเซลล์ที่เราคุยด้วย สวยเช้ง ใจดี น่ารักผุดๆ

คือผมชอบที่ศูนย์ H3 มากเลยนะ ประทับใจบริการ ไม่งั้นไม่กล้าแนะนำเพื่อนมาซื้อรถที่นี่ 2-3 คันหรอกครัช (ต่อไปต้องขอค่าคอมฯ บ้างละ อิๆ)

รีวิว Siri Eyes Free บน Honda City 2014 ก็ได้ที่ฮอนด้าพระราม 3 นี่แหล่ะ
ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และรถมาให้ทดสอบเกือบทั้งวัน
อย่างล่าสุดผมขอเข้าไปเพื่อรีวิว Siri Eyes Free ใน Honda City 2014 รุ่นใหม่ ซึ่งทางฮอนด้าพระราม 3 ก็ให้เวลาเราเต็มที่ แถมมีเซลล์มาช่วยอธิบายมาดูแลตลอดการรีวิวด้วย อันนี้ต้องขอบคุณมากๆ เลยครับ



:: สรุป ::

หลังจากที่ได้ถอยรถคันใหม่มาปีกว่าๆ ได้เข้าไปใช้บริการที่ศูนย์บ่อยๆ ผมก็ค้นพบสัจธรรมข้อนึงว่า การซื้อรถไม่เหมือนซื้อโทรศัพท์มือถือ คือคนชอบซื้อตามโปรโมชัน ศูนย์ไหนให้ของแถมเยอะสุด อะไรแบบนั้น

คือสุดท้ายแล้วเรายังต้องใช้บริการที่ศูนย์ไปอีกนาน แถมรถยนต์คันนึงก็หลายแสน บางคันเป็นล้าน เลือกแค่ของแถมนิดๆ หน่อยๆ ไม่สำคัญเท่าเลือกศูนย์ที่ไว้ใจได้หรอกครับ คือผมเคยโดนอู่ข้างนอกหลอกมาแล้ว เลยเข็ดขอเข้าศูนย์อย่างเดียวเลยดีกว่า

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งการจองรถ, คุยกับเซลล์, ใช้บริการอีกหลายอย่างที่พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า ถือว่ามีมาตรฐานที่ดีมาก สมกับที่เป็นดีลเลอร์รายใหญ่ที่สุดของฮอนด้า ใครจะซื้อรถก็ขอแนะนำที่นี่แรงๆ เลยจ้า ^____^

 







Friday, March 21, 2014

รวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหนัง "คิดถึงวิทยา" และเรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน



แม้จะเป็นหนังรักเนื้อหาสนุกสนาน โรมแมนติค แต่ "คิดถึงวิทยา" ก็ยังมีรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนใจ รวมถึงที่มาที่ไปของโปรเจ็คหนังเรื่องนี้ ซึ่งทั้งหมดก็ขอรวบรวมเอาไว้ในบล็อก เชื่อว่าทำให้อ่านแล้วจะดูหนังสนุกมากขึ้นด้วยจ้า

[Spoil นิดๆ]



รวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหนัง
  • ที่มาของหนังเรื่องนี้คือเกิดจากประสบการณ์เพื่อนของพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ได้เข้าทำงานในบริษัทแล้วเจอไดอารีของคนที่ทำงานในโต๊ะนี้ก่อนหน้า สุดท้ายเขาก็ตามหาเจ้าของไดอารีจนเจอและทั้งคู่ก็แต่งงานกันจริงๆ
  • ที่มาอีกด้านคือพี่จินา โอสถศิลป์ ได้ไปพบกับโรงเรียนกลางน้ำ ที่โรแมนติคมาก แต่โหดร้ายสำหรับคนที่มีแฟน เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีเน็ต เป็นความเหงาขั้นสุดของคนยุคนี้
  • ชื่อโปรเจ็คคือ Teacher's Diary และก็ถ่ายทำโดยใช้ชื่อนี้มาตลอดเพราะยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่เหมาะกับหนัง
  • คุณวิสูตร พูลวรลักษณ์ ผู้บริหาร GTH เป็นผู้ตั้งชื่อภาษาไทยของเรื่องนี้ โดยใช้คำว่า "คิดถึง" มาเป็นตัวนำ ส่วนคำว่า "วิทยา" ได้มาจากฉาก ถ.ท.ว. "ถูกทิ้งวิทยา"
  • โลโก้ของหนัง "คิดถึงวิทยา" มีลูกเล่นเป็นเหมือนด้ายปักชื่อในชุดนักเรียน และถ้าดูในวิดีโอจะมีแอนิเมชันของด้ายปักตรงท้าย จนเป็นคำพอดีด้วย
  • ถึงหนังจะชื่อเรื่อง "คิดถึงวิทยา" แต่ไม่มีใครในเรื่องที่ชื่อ "วิทยา" #แป่ว

  • พลอย เฌอมาลย์ แสดงฉากในน้ำเยอะมากในเรื่องนี้ แต่ตัวจริงแล้วพลอยเคยจมน้ำสมัยเด็ก ทำให้เป็นโรคกลัวน้ำ และก็ว่ายน้ำไม่เป็นจริงๆ ทำให้ก่อนแสดงต้องมีการเรียนว่ายน้ำก่อน

สถานที่
  • โรงเรียนกลางน้ำในหนังมีอยู่จริง ชื่อโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งจัดการเรียนการสอนบนแพแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ในเขื่อนภูมิพล
  • จ.ลำพูนอยู่ใกล้กับเชียงใหม่เพียง 160 กิโลเมตร ในหนังเราเลยเห็นตัวละครเดินทางไปมาระหว่างลำพูนกับเชียงใหม่บ่อยๆ

  • และก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ "คิดถึงวิทยา" เลือกจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังที่เชียงใหม่ แทนที่จะจัดในกรุงเทพตามปกติ (แต่ก็อาจจะด้วยสถานการณ์ม็อบในกทม.อีก)
  • แต่สถานที่ถ่ายทำหนังจริงไม่ได้อยู่ที่ลำพูน แต่เป็นที่เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
  • โรงเรียนกลางน้ำที่ใช้ในหนังถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยตัวโรงเรียนอ้างอิงจากโรงเรียนบ้านก้อจัดสรรที่อยู่กลางน้ำจริงๆ
  • ถึงจะใช้สถานที่ถ่ายทำจำลอง และก็สร้างแพจำลอง แต่ตอนถ่ายทำสถานที่ตรงนั้นก็ไม่มีไฟฟ้าและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์จริงๆ
  • เนื่องจากอยู่ในเขื่อนซึ่งมีกฏห้ามถ่ายของเสียลงน้ำ ทำให้ทีมงานต้องนั่งเรือไปกลับฝั่งเพื่อไปห้องน้ำ ใช้เวลากว่า 45 นาที
  • แต่บี้ซึ่งเป็นพระเอกใช้วิธีฉี่ใส่ขวดแทน เพื่อไม่อยากให้ทีมงานต้องรอพระเอก #ปรบมือ
  • รถทัวร์ที่ครูสองนั่งหลับตอนต้นเรื่อง เป็นรถเชียงใหม่ ลำพูน
  • เสาในโรงเรียนที่ใช้ขีดส่วนสูงของเด็ก ซึ่งในใบปิดโปสเตอร์หนังจะมีขีดสีแดงและสีขาว หมายถึงเด็กที่มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นในปีการศึกษาของครูทั้งสองคน

กระดานดำสุดละเอียด
  • หนังทุกเรื่องของ GTH มักจะมีการใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้ามไปอยู่เสมอ ซึ่งในคิดถึงวิทยานี้ กระดานดำ (เขียว) ถือเป็นจุดที่มีรายละเอียดน่าสนใจเยอะมากๆ
  • หนังใช้วันที่บนกระดานเป็นตัวบอกจุดเชื่อมต่อ รวมถึงระยะเวลาในแต่ละภาคเรียนเอาไว้ด้วย
  • ครูแอนมาสอนวันแรก 16 พฤษภาคม 2554 
  • ครูสองมาโรงเรียนวันแรก 14 พฤษภาคม 2555 แต่ไม่พบเด็กนักเรียน เลยว่างจนได้พบกับไดอารีของครูแอน
  • ครูสองเริ่มสอนนักเรียนวันแรก 15 พฤษภาคม 2555
  • บอร์ดกิจกรรมด้านขวาของกระดานจะเป็นจุดบอกเวลาอีกจุดหนึ่ง โดยทีมงานเลือกใช้เป็นบอร์ดคำขวัญวันเด็ก ซึ่งจะตรงกับคำขวัญวันเด็กในปีนั้นๆ จริงๆ
  • เช่นบอร์ดคำขวัญวันเด็กสมัยครูแอนกำลังสอนคือ "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" เป็นคำขวัญวันเด็กประจำปี 2554
  • ส่วนปีที่ครูสองกำลังสอน คือ "สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี" เป็นคำขวัญวันเด็กประจำปี 2555
  • ด้านซ้ายของบอร์ดจะเป็นบทเรียนวิชาต่างๆ เพื่อให้ท่องจำ ความใส่ใจในรายละเอียดของทีมงานคือการใส่ภาษาเหนือเข้ามาบนบอร์ดด้วย เพื่อให้เด็กอ่านเข้าใจ
  • เช่นวิชาภาษาอังกฤษ "6 ฮก SIX", "10 ชิป TEN", "20 ซาว TWENTY"
  • บอร์ดพืชผักผลไม้ "บะน้ำแก้ว ฟักทอง", ม่ะหน้อแน้ น้อยหน่า"
  • หนังมีการใส่ลูกเล่นเรื่องเวลาเข้ามา เช่นในไดอารีของครูแอนเขียนว่า "วันแรกของการถูกเนรเทศ โคตรเข้าใจหัวอกของแดจังกึมตอนถูกเฉดหัวไปเกาะเซจู" ซึ่งละครเรื่องแดจังกึมโด่งดังในไทยและอวสานในปี 2554 ที่ครูแอนเข้าสอนพอดี

มุมภาพ

  • หนังมีการใช้มุมของภาพที่สะท้อนคนสองคน ในช่วงเวลาต่างกัน แต่สถานที่เดียวกัน ทำให้เหมือนพวกเขาอยู่ด้วยกัน หรือมีความสัมพันธ์กันได้
  • ฉากที่เห็นได้ชัดที่สุดคือมุมเปลที่อยู่กลางน้ำ ซึ่งทั้งสองคนนอนคนละมุม

  • ฉากตากผ้า กล้องถ่ายจากคนละมุม
  • ฉากอ่านหนังสือกับเขียนไดอารีบนดาดฟ้า ทำให้เหมือนคนนึงเขียนให้อีกคนนึงได้อ่าน

  • ฉากเสาที่ใช้ขีดความสูง
  • ฉาก Long Take พาไปดูมุมต่างๆ ของโรงเรียน จะตัดสลับไปมาของทั้งยุคครูสองและครูแอน (ฉากนี้ถ่ายทำได้เทพมากๆ)



อื่นๆ
  • หนังมีการ์ตูนออกมาด้วย
  • จับผิด : ในหนังเขียนว่าวันที่ 9 มิถุนายน 2554 เป็นวันพุธ แต่จริงๆ แล้วเป็นวันพฤหัสบดี
  • นักแสดงรับเชิญในหนังคือ ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ (แฟนเก่าของครูสอง) และบอล วิทวัส สิงห์ลำพอง (แฟนหนุ่มคนใหม่ของต่ายในเรื่อง) ทั้งสองคนเคยแสดงเป็นตัวเอกในหนัง Season Change ที่พี่ต้น นิธิวัฒน์ เคยกำกับมาก่อน
  • หนังทั้ง 3 เรื่องที่พี่ต้น นิธิวัฒน์กำกับหนังเดี่ยวคือ Season Change, หนีตามกาลิเลโอ และคิดถึงวิทยา มีต่าย ชุติมา แสดงอยู่ในทุกเรื่อง
  • ครูสองเรียนจบวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่
  • เข้าใจว่าครูสองน่าจะเป็นนักกีฬามวยปล้ำระดับซีเกมส์ ตามเสื้อที่ใส่
  • เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้คือ "ไม่ต่างกัน" ของวง 25 Hours จริงๆ แล้วเป็นเพลงที่วงเคยแต่งมาตั้งแต่ปี 2010 แต่ไม่ได้ใช้ พอทีมงาน GTH แจ้งว่าอยากให้ทำเพลงประกอบหนังที่มีเนื้อหาความรักของคนสองคนที่ไม่เคยเจอหน้ากัน ทางวงเลยนึกถึงเพลงนี้
  • ซึ่งเมื่อ 25 Hours ส่งเดโมเพลง "ไม่ต่างกัน" เวอร์ชันดั้งเดิมไปให้ทาง GTH ฟัง ทุกคนก็ชอบมากเพราะเข้ากับหนังได้ดีจนน่าขนลุก จึงใช้เพลงนี้ประกอบภาพยนตร์ นับเป็นความบังเอิญที่น่าทึ่งจริงๆ
  • เพลงไม่ต่างกัน เวอร์ชันที่ใช้ในหนัง เป็นเวอร์ชันเดโมที่ 25 Hours ทำเอาไว้และส่งไปให้ทาง GTH ลองฟังดู
ประโยคเด็ด

  • "ภาพนี้ดูเหมือนจะแพ้นะครับ แต่พอร้องอ๊าา! พลิกกลับมาชนะเลยครับ" ครูสอง
  • "ว่ายน้ำเป็นรึเปล่า ?" ผ.อ.
  • "มีเมียยัง"
    "มีแต่แฟนอะลุง"
    "ได้กันยัง"
    "เอ้ยยย"
  • "ตาครูแล้วครับ" เด็กๆ ขอให้ครูสองแนะนำตัวพร้อมท่า
  • "ครูชื่อ .... ฉองงงง~*" ครูสอง
  • "วันแรกของการถูกเนรเทศ โคตรเข้าใจหัวอกของแดจังกึมตอนถูกเฉดหัวไปเกาะเซจู" ครูแอน
  • "สู้โว้ย (เขียนตัวใหญ่)" ครูแอน 
  • "จงเติมกลุ่มคำที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่นน้ำใจ ให้เติมว่าไมตรี เข้าใจไหม" ครูสอง
    "ครับ !!" เด็ก
    "ทรหด"
    "มาก !!"
    "ไม่ใช่"
    "สุดๆ"
    "อดทน โว้ย !!" ครูสอง
  • "ถ.ท.ว. ... ถูกทิ้งวิทยา !!!!" ตู้ม (โดดน้ำ)
  • "จะเสียใจทำไม แค่เด็กมันไม่อยากเรียนต่อ เค้าจ้างมาสอน ก็สอนไปสิ ก็แค่เด็กนักเรียน จะไปแคร์ทำไม" ครูแอน
  • "ไม่น่าเชื่อว่า การทำให้เด็กสักคนจบ ป.6 มันจะทำให้เราดีใจขนาดนี้" ครูแอน
  • "มีลูกจะไม่ให้ดูทีวี" ครูสอง
  • 3X = X + 20 ...
    3 = X + 20 / X
    เอา X ตัด X เพราะฉะนั้น 3 = 20 !!
  • "นี่พวกเราไม่เคยเห็นรถไฟกันจริงๆ เหรอ" ครูสอง
  • "คิดถึงครูแอน" ครูสอง
  • "ครูแอนย้ายไปสอนกับแฟนเค้าที่ม่วนฟ้า" ผ.อ.
  • "ผมรู้สึกเหมือน ... อกหัก" ครูสอง
  • ".... ตั้งแต่เมื่อไหร่ ...." ครูสอง
  • "พวกเราไม่ผิดหรอก ... ครูมันห่วยเอง" ครูสอง
  • "ผมจะเป็นคนจับปลาที่คิดเลขเก่งที่สุดให้ได้เลยครับครู" ช่อน
  • "เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง เหงาจัง " ครูแอน
    "เหงาเหมือนกัน" ครูสอง
ที่มา - Pantip (1), (2), YouTube Play Channel

Related Link







บัตรเชิญรอบสื่อ ทำเป็นจดหมาย แล้วก็มีไดอารีจิ๋วให้ด้วย น่ารักจุง