Tuesday, April 29, 2014

รีวิว: โปรเจคเตอร์ Epson สำหรับใช้ในบ้าน EH-TW5200



[Advertorial]

ช่วงปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านของญาติๆ ในต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่พบคือหลายบ้านนอกจากจะมีทีวีจอใหญ่แล้ว ยังมีโปรเจ็คเตอร์อีกตัวหนึ่งอยู่ในบ้านด้วย ด้วยความสงสัยว่าทำไมที่บ้านต้องมีโปรเจ็คเตอร์ด้วย ก็ได้คำตอบว่า

"นี่เป็นวิธีที่ดูหนัง ดูฟุตบอลในบ้าน แล้วได้ประสบการณ์ดีที่สุด"

คือความเข้าใจของเรา โปรเจ็คเตอร์คืออุปกรณ์สำหรับออฟฟิศ สำนักงาน แต่วันนี้ก็เริ่มเห็นว่ามีโปรเจ็คเตอร์รุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในบ้านโดยเฉพาะ วันนี้ทาง Epson ส่งเครื่อง Home Projector รุ่น EH-TW5200 มาให้ทดสอบรีวิวกันครับ




ขนาดเครื่อง, อุปกรณ์เสริม

มาดูที่ภายนอกกันก่อน ขนาดของเครื่องกว้าง x ยาว x สูง : 24.7 x 29.7 x 10.6 เซ็นติเมตร น้ำหนักแค่ 2.8 กิโลกรัมเท่านั้น เล็กและพกพาสะดวก ถือมือเดียวสบายๆ



ด้านหลังมีลำโพง และพอร์ทต่างๆ



ด้านข้างมีช่องสำหรับใส่แผ่นกรองอากาศ ป้องกันฝุ่นเข้าไปจับเครื่อง สามารถถอดออกมาล้างเปลี่ยนได้



ด้านบนมีที่เลื่อนปรับขนาดภาพ ระยะโฟกัส และปรับมุมองศาการดู



สายไฟยาว 3 เมตร, มีรีโมทมาให้พร้อม





อุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจคือมีแว่น 3 มิติด้วย !! (ซื้อเพิ่มจากชุดปกติ) โดยแว่นจะมีการปรับระยะให้เข้ากับตำแหน่งที่เรานั่งอัตโนมัติ มีปุ่มเปิดปิด, Pair แว่นกับเครื่องโปรเจ็คเตอร์ และมีช่องสำหรับชาร์จแบต


สำหรับ Port ที่มีให้ด้านหลัง มีเยอะอลังการพอสมควร

  • ช่องเสียบสายไฟ
  • HDMI 2 port (HDMI x1, HDMI MHL x1)
  • PC - Serial Port
  • AV Port
  • Audio Out
  • USB (ดูภาพบนจอใหญ่ ผ่าน Thumbs Drive ได้)
  • รองรับ MHL Port (Mobile High Definition Link) ต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพื่อเอาภาพขึ้นจอใหญ่ได้
  • เชื่อมต่อ Wifi ได้ด้วยนะ แต่ต้องซื้อแต่ต้องซื้อ Wireless Lan Unit (ELPAP07) มาต่อเพิ่ม รองรับ 802.11 b/g/n

 

ทดสอบโปรเจ็คเตอร์ Epson EH-TW5200 


เริ่มทดสอบใช้โปรเจ็คเตอร์กันเลยดีกว่า ผมทดสอบกับที่บ้าน โดยการฉายบนผนังความสูงประมาณ 3.5 เมตร ระยะห่างระหว่างโปรเจ็คเตอร์กับผนังบ้านยาว 5 เมตร




พอทดสอบแรกเริ่มด้วยการต่อสาย Serial เข้ากับ MacBook Air โชว์ภาพจอบนโปรเจ็คเตอร์ ซึ่งได้ภาพใหญ่โตมาก แสงจากจอภาพสว่างแปร๊บบบ จนต้องปรับให้เข้ากับระดับสายตาปกติ




ทดสอบโชว์สไลด์ นำเสนองานที่บ้าน ก็ใช้งานได้ดี ไม่ปวดตา ปรับความละเอียดได้ถึงขนาด 1,920 x 1,080 pixel เลยทีเดียว


แน่นอนด้วยความเป็น Home Projector เราก็ต้องทดสอบดูหนังดูทีวี ซึ่งผมทดสอบด้วยการต่อสาย HDMI กับ Apple TV ภาพที่โชว์ทีแรก ทั้งบ้านถึงกับร้อง "โอ้ววววว"




คือมันใหญ่มาก และคมชัดมากกกกกก ความสว่างและ Frame Rate ในอัตราที่พอดีเหมือนดูโรงหนังในบ้าน ไม่ปวดตาเลย




ในเครื่องโปรเจ็คเตอร์มีลำโพงในตัว ต่อสาย HDMI มาได้ ก็มีเสียงออกมาเลย คุณภาพเสียงระดับกลาง ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ ปรับความดังได้ผ่านเครื่องเลย

ถ้าอยากได้เสียงขั้นสุดน่าจะต้องต่อกับลำโพงข้างนอก ซึ่งก็มีช่องเสียบสาย Audio Out อยู่แล้ว


ปรับแหล่งที่มาของสัญญาณได้ตามนี้ มี HDMI 1, HDMI 2, Video, PC, USB และ Lan (Wifi)


ระหว่างที่ฉายอยู่ สามารถปรับความการแสดงผลได้ผ่านเมนูบนจอ คล้ายๆ กับการใช้งานทีวี


ปรับสีสันได้หลายโหมด ตามภาพเลย



เทียบความคมชัดเวลาต่อกับ Apple TV ดูตัวอักษรที่โชว์บนผนัง คมกริบดี

 


ตัวเครื่องระหว่างฉายชั่วโมงแรกไม่ร้อนมาก (ใช้ในห้องแอร์) มีตัววัดอุณหภูมิบอกว่าเครื่องร้อนเกินไปจนต้องปิดหรือเปล่า






ทดลองชมกีฬาที่มีภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ อย่างฟุตบอลและบาสเก็ตบอล ภาพไม่กระตุก สีสันไม่จัดจ้านเท่ากับใช้ทีวี แต่ได้ประสบการณ์ดูที่สุดยอดจริง จอใหญ่เชียร์กันมันส์


ลองเทียบขนาดจอที่ใช้กับเด็กสูง 110 เซ็นติเมตร จะเห็นว่าได้ภาพสูงระดับ 3 เมตรสบายๆ




ทดลองชมคลิป YouTube ก็โอเคดี ปรับได้ถึงความละเอียด 1080p Full HD 1,920 x 1,080 เลย




ทดลองชมหนังแบบ 3 มิติด้วยแว่น ที่เป็นอุปกรณ์เสริมกันดีกว่า เริ่มต้นด้วยการเปิดแว่นตา พร้อม Pair กับเครื่องเพื่อใช้งาน

สาเหตุที่ต้อง Pair แว่นกับเครื่อง เพราะการนั่งใกล้ไกลจอมีผลต่อการปรับระดับภาพในแว่น 3 มิติด้วย ซึ่งตัวแว่นนี้มีแบตเตอรี่ในตัว สามารถชาร์จได้ผ่านสาย Micro USB




ทดลองชมภาพแบบ 3 มิติ คมชัดดี ปรับอัตราการให้มิติของภาพยื่นออกมาทะลุจอได้หลายระดับ ชมนานๆ ไม่ปวดตา แต่ควรต้อง Pair กับระยะห่างของแว่นกับเครื่องให้ถูกต้อง


ฟีเจอร์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องสามารถวางเอียงข้างๆ แล้วฉายขึ้นจอได้ ไม่ต้องวางไว้กลางห้อง โดยจะมีปุ่มปรับภาพให้โชว์ถูกต้องได้เอง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ดีมาก สำหรับใช้วางเครื่องที่บ้าน 
  • โชว์ภาพแบบ Gallery โดยเสียบ Thumb Drive กับช่อง USB ได้ รองรับ JPEG, BMP, PNG, GIF
  • ทดลองดูแบบไม่ต้องปิดไฟในบ้าน ก็ยังมองเห็นได้โดยปรับความสว่างสูงๆ ภาพออกมาโอเค แต่จะแสบตาเล็กน้อย ดูแบบปิดไฟในบ้านได้อารมณ์กว่า
  • แสงสีขาวและแสงสี สามารถแสดงความสว่าง และแสงสีได้ในเวลาพร้อมกัน โดยไม่ลดคุณภาพของแสงสี ซึ่งตรงนี้โอเคนะ ทำได้มากกว่าแบรนด์อื่นๆ
  • แว่น 3 มิติทำออกมาได้ดี ชอบที่ปรับระยะได้โดยการ Pair กับเครื่อง ดูแล้วไม่ปวดหัว
  • ตัวเครื่องไม่ร้อนเท่าไหร่ ทดลองเปิดในห้องแอร์จนเกือบ 2 ชั่วโมงยังไม่ร้อนจนเตือนว่าให้ปิด
  • เวลาบูทเครื่องประมาณ 5-8 วินาที
  • ราคาหลอดถูกว่าคู่แข่ง 3,750 บาท ถูกกว่าหลายยี่ห้อนะ
  • ราคาเครื่อง 59,900 บาท


:: สรุป ::

ข้อดี
  • โปรเจ็คเตอร์ขนาดเล็ก พกพาสะดวก เหมาะกับเป็น Home Projector มาก
  • เอียงข้างฉายภาพได้คมชัดดี ไม่ต้องวางกลางบ้าน
  • ภาพคมชัดมากๆ ดู 3 มิติได้ไม่ปวดตา
  • ช่องเสียบต่อหลากหลาย ฟีเจอร์ลูกเล่นเยอะ
ข้อเสีย
  • อุปกรณ์เสริมหลายอย่างต้องซื้อเพิ่ม เช่นแว่น 3 มิติ, ตัวต่อ Wifi
  • สีสันไม่เท่ากับการดูบนทีวี แต่ก็ขึ้นอยู่กับฉากหลังที่ฉายด้วยเช่นกัน
  • ราคายังสูงกว่าการซื้อทีวี

Epson EH-TW5200 เป็นโปรเจ็คเตอร์ที่ใช้ในบ้านได้สะดวกดี ติดตั้งง่าย สามารถวางเครื่องได้หลายมุม ภาพคมชัดและมีความสว่างสูง ลูกเล่นมีหลากหลายพอที่จะสู้กับทีวีได้สบายๆ แม้ราคาจะยังสูง แต่ถ้าเทียบกับการทำ Home Theater ภายในบ้าน ก็ได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม


Wednesday, April 23, 2014

รีวิว: Hyasong LED TV จอใหญ่, รองรับทีวีดิจิทัล, ภาพ 3 มิติ, ราคาสุดคุ้ม



ช่วงใกล้ฟุตบอลโลกแบบนี้ ธุรกิจที่แข่งขันสูงที่สุดคงหนีไม่พ้นทีวีจอใหญ่ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีทีวีแบรนด์ใหม่ที่มาเปิดตัวในไทย คิดว่าหลายคนคงได้เห็นโฆษณากันบ้างแล้วนั่นคือ "Hyasong" (ไฮ-ยา-ซอง)

จากข้อมูลคือ Hyasong เป็นแบรนด์ระดับ International Electronic Brand ซึ่งก็อย่างที่เรารู้กันว่าคุณภาพทีวีจากประเทศนี้ดีมากอยู่แล้ว จากที่ทราบมาคือโรงงานที่ผลิตและชิ้นส่วนต่างๆ ก็เป็นที่เดียวกับที่ผลิตทีวีให้ยี่ห้อชื่อดังหลายๆ แบรนด์ในตอนนี้

Hyasong นำมาเปิดขายใน Tesco Lotus แบบ Exclusive ซึ่งทางทีมงานส่งเครื่องทีวีขนาดจอใหญ่ถึง 47 นิ้วมาให้ทดลองใช้ดู และยังบอกอีกด้วยว่ารีวิวได้เต็มที่ ดีไม่ดีว่ากันตามตรงไปเลย ... แหม่ ก็ต้องออกตัวก่อนว่าผมรีวิวในมุมผู้ใช้ทั่วไป ก็จัดไปตามที่ขอเลยจ้า

[Advertorial]


ติดตั้ง, ดีไซน์และการออกแบบ

หลังจากที่รับทีวีมาจากทีมงาน Hyasong ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ถึง 47 นิ้ว หนัก 18.5 กิโลกรัม ก็ต้องช่วยกันยกขึ้นมาที่คอนโด และได้ทดลองติดตั้งด้วยตัวเองตั้งแต่แกะจากกล่อง

ภายนอกกล่องมีบอกสเป็คและฟีเจอร์ที่ชัดเจน รวมถึงติดป้ายรับประกันนานถึง 3 ปีด้วย



ผมติดตั้งเครื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง ทีแรกก็คิดว่าคนเดียวจะไหวไหมเพราะทีวีจอใหญ่มาก แต่ลองดูแล้วก็ไม่ยากเท่าไหร่ เริ่มจากดึงเครื่องขึ้นมา แล้วก็ติดตั้งฐานรอง



อุปกรณ์ที่ให้มาก็มีครบ ฐานรองเป็นแผ่นเหล็กหุ้มด้วยพลาสติก แข็งแรงดี แอบหนักเวลายก ขันน็อตติดกับตัวเครื่อง แป๊บเดียวก็เสร็จครับ





ตัวเครื่องกว้าง 106.6 เซนติเมตร, สูง 62.6 เซนติเมตร เป็นพื้นที่จอเต็มที่ มีขอบน้อยมากจนเหมือนไม่มีขอบ

ตัวเครื่องบาง 6.7 เซนติเมตร ถือว่าบางมากๆ เมื่อเทียบกับ LED TV ทั่วไป

ลำโพงอยู่ตรงกลางด้านหลัง ปุ่มควบคุมอยู่ด้านขวามือ แผงเสียบสายเชื่อมต่ออยู่ซ้ายมือ (ถ้ามองจากด้านหน้าจอเข้าไป)



แผงควบคุมเป็นลักษณะปุ่มกด อยู่ขอบด้านขวา ซึ่งก็กดได้ไม่ยาก แต่ถ้าเอาเครื่องไว้ชิดด้านในมากจะมองไม่เห็นเท่าไหร่ว่าปุ่มไหนใช้ทำอะไร แต่ 99% เราก็ใช้รีโมทเป็นหลักอยู่แล้ว



ปุ่มเปิดเครื่องอยู่ขวาล่าง ยื่นมือมากดยากเล็กน้อย





แผงสายเชื่อมต่อ มีหลากหลายดีมาก มีพอร์ท AV, พอร์ท HDMI 3 ช่อง, พอร์ท Serial ต่อโน้ตบุ้ค, USB สำหรับต่อ Thumbs Drive หรือ External Harddisk

การเรียงช่องเสียบพอร์ทแบบตัว L ช่วยประหยัดพื้นที่ซ่อนสายได้ดีระดับนึง สายไม่ไปกระจุกันอยู่จุดเดียวมากนัก



เมื่อจับตัวเครื่องและจอดูแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าวัสดุที่ใช้คุณภาพดี แน่น ไม่ง๊องแง๊ง เหมือนกับที่บอกไว้ว่าโรงงานผลิตเดียวกับทีวียี่ห้อดังอื่นๆ วัสดุใช้ได้เลยครับ



ขาตั้งเครื่องดีไซน์สีเมทัลลิค วัสดุแข็งแรงทนทาน ด้านล่างมีตัวรองไม่ให้พื้นขูดกับเฟอร์นิเจอร์



รีโมท ปุ่มช่องอยู่ด้านบน, Navigation อยู่ตรงกลาง และปุ่มควบคุมการเล่นอยู่ล่างสุด รีโมทมีขนาดมาตรฐานของทีวีระดับฟังก์ชันเยอะๆ แบบนี้ มีถ่านแถมมาให้ด้วย


มาดูทีวีกันเถอะ

แน่นอนสิ่งที่สำคัญที่สุดของทีวีก็คือต้องลองเปิดดูกันจริงๆ ซึ่งหลังจากที่กดเปิดเครื่องแล้ว ใช้เวลาบูทประมาณ 2-3 วินาที โดยผมทดสอบกับการดูผ่าน True Visions



อัตราส่วนของจอเป็นแบบ 16:9 ตามมาตรฐานทีวีจอใหญ่ยุคนี้ ทดลองเปิดรายการกีฬาอย่างช่อง True Sport HD พบว่าคมภาพชัดดี สีสันจัดจ้าน เวลากล้องซูมใกล้ก็เห็นถึงสิวเลยทีเดียว



ทดสอบดูฟุตบอล ก็คมชัดดี โดยภาพเคลื่อนไหวไวๆ ก็ดูได้ลื่น ไม่มีภาพหลุดภาพแตก



ทดลองชมรายการบันเทิงเกาหลีแบบ HD

เนื่องจากที่บ้านผมไม่ได้ใช้เครื่อง DVD เพราะปกติจะดูหนังผ่าน Apple TV เป็นหลัก



ทดสอบดูตัวอย่างหนังอย่าง Lego Movie ก็ต้องบอกว่า คมชัดมากกกก สีสันแสบตามากกกกก



ลองเปิดดูเอ็มวีเกาหลี ก็พบว่าจุดเด่นของทีวี Hyasong คือจอภาพที่สวยคมชัด เสียงแหลมนั้นฟังได้โอเคดี แต่เสียงทุ้มค่อนข้างหนักเบสไปหน่อย ต้องปรับจากค่าเริ่มต้นให้เหมาะกับแนวที่ชอบฟัง



ลองเล่นเกมส์ยอดฮิตอย่าง Cookie Run บนจอระดับ 47 นิ้ว มันช่างยิ่งใหญ่อลังการ 55



เนื่องจากที่บ้านไม่เคยมีทีวีระบบ 3 มิติ เลยตื่นเต้นกับการทดสอบนิดหน่อย โดย Hyasong แถมแว่นมาให้เยอะถึง 4 อันด้วยกัน



แว่นขนาดกำลังพอดี ใส่นานๆ ไม่บีบหัว ไม่ปวดตา อันนี้โอเคเลย



ทดสอบกับวิดีโอที่เป็นระบบ 3 มิติ เราจะเห็นภาพแบ่งเป็น 2 ด้านแบบนี้



หลังจากนั้นก็เข้าไปปรับโหมดของภาพเป็น 3 มิติ



ภาพทั้ง 2 ฝั่งก็จะมารวมกัน ออกมาเป็นภาพ 3 มิติแบบที่เราเคยดูในโรงหนัง

ซึ่งระบบ 3 มิติของทีวี Hyasong ทำได้ดีนะ ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ และก็ชัดมาก ทำให้มีความชัดลึก ลอยออกมาจากหน้าจอเยอะ ดูหนัง 3 มิติได้อารมณ์ดี



เมนูสามารถเลือกเป็นภาษาไทยได้





การปรับภาพและปรับเสียงก็มีหลายโหมดให้เลือก รวมถึงปรับ Aspect Ratio ได้หลายขนาด ทั้ง 16:9, 4:3, Zoom 1/2, Full Screen ขยายให้เต็มจอ หรือโหมด Auto ก็จะปรับให้อัตโนมัติ

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • รองรับ Digital TV ที่กำลังจะเปิดตัวในไทย ไม่ต้องซื้อกล่องรับสัญญาณเพิ่มอีก
  • รองรับการเล่นไฟล์ผ่าน USB รองรับไฟล์หลากหลายประเภท เช่น MP4, AVI, MKV, MP3, WAV
  • สามารถตั้งเวลาบันทึกเป็นวิดีโอลงใน External Drive ผ่านการเสียบสาย USB ได้
  • รองรับความละเอียดได้สูงสุด Full HD 1920 x 1080



ราคาและการรับประกัน


จุดอ่อนของทีวีแบรนด์ใหม่เพิ่งเปิดตัวมักจะมีปัญหาเรื่องจุดวางจำหน่ายและเรื่องของการรับประกัน แต่กับทีวี Hyasong นั้นผู้นำเข้ามาจำหน่ายคือ Tesco Lotus ซึ่งไม่ต้องห่วงเรื่องจุดจำหน่าย เพราะมีสาขาอยู่แล้วทั่วประเทศ พร้อมระบบการดูแลหลังการขายที่ดี

ส่วนการรับประกันนั้น ต้องส่งที่ Tesco Lotus เช่นกัน ซึ่งการส่งเคลมประกันก็เหมือนกับการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ Lotus อยู่แล้ว อย่างไรก็ดีการประกาศรับประกันเครื่องนานถึง 3 ปีเต็ม แถมยังประกันกรณีพิเศษอย่าง ไฟไหม้ , ฟ้าผ่า , กระแสไฟฟ้าผิดปกติ , โจรกรรมโดยมีร่องรอยแตกหักเสียหาย ก็สร้างความมั่นใจได้พอสมควรเลย

ราคาของ Hyasong LED TV

  • ขนาดจอ 42 นิ้ว : 20,990 บาท
  • ขนาดจอ 47 นิ้ว : 27,990 บาท
  • ขนาดจอ 55 นิ้ว : 32,990 บาท

:: สรุป ::


ประสบการณ์ใช้จริงกว่า 2 สัปดาห์ ทั้งดูรายการปกติ, ดูหนังฟังเพลง, ดูข่าว, เปิดคลิปผ่านทาง Apple TV ก็พบว่าทีวี Hyasong ให้ประสบการณ์ที่ดีในการรับชม ภาพสวย คมชัด สีสันสดใสมาก

ระบบเสียงยังต้องปรับปรุงเล็กน้อย รวมถึงการเป็นแบรนด์ที่เปิดตัวใหม่ในไทย ก็อาจจะไม่มี Feedback ของผู้ที่ใช้งานแล้วให้อ่านมากนัก อย่างไรก็ดีการรับประกันนาน 3 ปี โดยรวมเคสกรณีพิเศษอื่นๆ ด้วย รับรองโดยบริษัทอย่าง Tesco Lotus ก็อุ่นใจได้ระดับนึง

โดยสรุปแล้วจากคุณภาพของอุปกรณ์ในเกรดที่ดี จอภาพที่คมชัดแจ๋ว รองรับการใช้งาน 3 มิติ ด้วยราคาระดับนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า เทียบกับแบรนด์อื่นก็ถูกกว่าพอสมควร ซึ่งก็ขอแนะนำให้ไปทดสอบด้วยตัวเองจะดีที่สุดครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม - Hyasong Website