Sunday, September 21, 2014

เบื้องหลังการออกแบบรถยนต์ ด้วยการใช้เทคโนโลยี Virtual Reality



Virtual Reality หรือ VR เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากว่า 20 ปีแล้ว ถ้าใครจำได้สมัยเด็กเราจะเคยเห็นหน้ากากที่ใส่ครอบหัว แล้วก็เข้าไปเล่นเกมหรือดูวิวต่างๆ โดยจอภาพที่เราเห็นจะปรับเปลี่ยนไปตามมุมและองศาที่มอง

ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ลองเล่น VR คืองานคอมพิวเตอร์ซักแห่งนึง คือจ่ายเงิน 100 บาทเพื่อเล่นเกม 10 นาที เป็นอะไรที่ตื่นเต้นและสนุกมาก แต่ก็เวียนหัวสุดๆ ด้วยเหมือนกัน #ฮา

แต่หลังจากที่คนเริ่มตื่นเต้น ชื่อ VR ก็เริ่มหายไปจนแทบจำไม่ได้ว่ามันเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีก นอกจากเล่นเกม

จนเมื่อได้มางาน Ford Innovations ที่ประเทศออสเตรเลีย และได้เข้าชมห้องที่เค้าใช้ออกแบบรถยนต์คันยจริงๆ ก่อนจะมาให้พวกเราขับนั้น เค้าใช้เทคโนโลยี VR ด้วย แถมใช้จริงจังโคตรๆ ด้วยนะ


ห้องออกแบบรถยนต์สุดไฮเทค FiVE Lab

ชื่อห้องแล็ป FiVE (Ford Immersive Vehicle Environment) ถือเป็นความตื่นตาตื่นใจสำหรับคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ซึ่งทีมงานฟอร์ดนอกจากจะให้ดูการทำงานแล้ว ยังให้สื่อได้ทดลองเล่นอีกด้วย !!

  • ภายในห้อง FiVE Lab เป็นพื้นดำมืดรอบห้อง และมีการติดเซ็นเซอร์สำหรับจับการเคลื่อนไหวรอบทิศทาง
  • อุปกรณ์ที่ใช้คือหมวก VR ข้างในมีจอภาพให้เรามองด้วยตาได้ทั้งสองข้าง คล้ายแว่น 3 มิติที่เราดูในโรงหนัง
  • ที่หมวก VR จะมีแท่งกลมๆ อันนี้คือตัวรับสัญญาณที่ใช้บอกได้ว่าเรามองไปซ้าย ขวา เงยหน้า ก้มหน้า
  • จริงๆ เทคโนโลยีนี้เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในการสร้าง CG ในหนังหรือแอนิเมชั่น แต่ที่นี่ใช้ในการออกแบบรถยนต์
  • ที่เครื่องควบคุม มีจอภาพ 4K ขนาดโคตรใหญ่ ไว้ดูพร้อมกันได้ทั้งห้อง และมีคอมพิวเตอร์ไว้ดูแลการใช้งานอีกที
  • เจ้าหน้าที่สามารถเปลี่ยนรถ เปลี่ยนวิว เปลี่ยนสี ที่โชว์ได้หมด
  • เวอร์ชันที่ทดสอบนี้เป็นตัวใหม่ล่าสุดเลย เห็นบอกก่อนหน้านี้โมเดลจะไม่ได้ละเอียดเท่า
  • ทดลองใส่หมวกจริง เท่ห์เหมือนกันนะเนี่ย 5555
  • พออยู่ข้างใน VR คือมันก็ไม่ถึงกับหลุดไปอีกโลกหรอก แต่คือเรามองเห็นภาพที่เหมือนจริงและชัดมากๆ เลยครับ ผมเห็นพวงมาลัย เครื่องเสียง เบาะนั่ง เหมือนอยู่ในรถจริงๆ
  • ที่ถุงมือเราจะใช้เป็น Pointer สำหรับชี้และสั่งการใช้งานจากใน VR ได้ เวลาออกแบบรถก็ชี้ๆ แล้วคุยเลยว่าตรงนี้ดีไม่ดี ตรงไหนให้ออกแบบใหม่ ไรงี้
  • เราสามารถเดินออกมาแล้วดูรถจากข้างนอกก็ได้นะ
  • ทีมงานสามารถเปลี่ยนสภาพอากาศภายนอกได้ เช่นแดดแรง เมฆมาก หรือแม้แต่ช่วงค่ำมืด ซึ่งทำให้เรามองเห็นว่าดีไซน์รถในแต่ละช่วงเวลา จะออกมาเป็นยังไงบ้าง



  • ก้มลงไปดูช่วงล่างได้ด้วย คือดูได้ทั้งคันจริงๆ
  • หลังรถ สามารถเปิดขึ้นมาดูที่ใส่ของได้ว่าใหญ่แค่ไหน ผมเอาหัวเข้าไปในท้ายรถ ก็มองเห็นความกว้างข้างในจริงๆ เลย
  • สอบถามกับทีมงานฟอร์ด ได้ความว่าห้อง FiVE Lab นี้เค้าใช้ในการออกแบบรถยนต์จริงๆ ไม่ได้ทำขึ้นมาเล่นสนุกๆ คือสมัยก่อนกว่าเราจะได้เห็นตัวรถเป็นคันจริงๆ ก็ช่วงท้ายก่อนวางขายแล้ว
  • ทีนี้ปัญหาคือถ้าเริ่มผลิตเครื่องจริงออกมาทดสอบ แล้วถ้าเจอปัญหา เช่นดีไซน์ไม่สวย หรือข้างในแคบไปไรงี้ การกลับไปแก้ใหม่ทั้งเสียเวลา และแพง
  • การใช้ VR ให้ทีมงานทุกคนได้เห็นตัวรถทั้งข้างในและข้างนอกก่อน ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก ลงทุนแล้วคุ้มจริง
  • ห้อง FiVE Lab นี้มีอยู่ใน Design Center ของฟอร์ดหลายประเทศทั่วโลก และทำงานร่วมกันได้ในแต่ละประเทศ
  • ตอนนี้มีรถที่ถูกออกแบบจากระบบ VR ในห้องนี้แล้วจริงๆ มากกว่า 6 รุ่น
จากที่สอบถามข้อดีข้อเสียกับทีมงาน ได้ความว่าข้อจำกัดก็ยังมี คือต้องมีห้องที่ใหญ่มากๆ ตามขนาดรถยนต์ รวมถึงการจะมองไปซ้ายขวา เราต้องขยับไปทั้งหัว ไม่ใช่แค่เหล่ตาก็มองเห็น ซึ่งยังมีช่องให้พัฒนาไปได้อีกไกล

แต่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นว่าเทคโนโลยี Virtual Reality สามารถใช้งานได้ประโยชน์กับการดีไซน์และออกแบบจริงๆ ไม่ได้มีไว้เท่ห์อย่างเดียว ใครสนใจลองดูจากในคลิปวิดีโอจะเห็นได้ว่ามันเจ๋งจริงครับ 


อ่านเพิ่ม


Friday, September 19, 2014

ทดลองระบบจอดรถเข้าซองอัตโนมัติใน Ford Focus สุดเสียวจริงหรือเปล่า


เมื่อเดือนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม Ford Design Center ที่ประเทศออสเตรเลีย ตามคำเชิญของ Ford ประเทศไทย ซึ่งรายละเอียดคงเขียนลงในบล็อกตอนต่อๆ ไป

แต่หนึ่งในเทคโนโลยีที่ส่วนตัวแล้วชอบสุด อยากลองมานานแล้ว เลยขอเอามาเขียนบล็อกก่อนเลยคือ Active Park Assist หรือระบบจอดรถเข้าซองอัตโนมัติ มาดูกันว่าให้รถจอดเองมันสุดเสียวจริงรึเปล่า >_<



ปัญหาคลาสสิคของการจอดรถเข้าซอง
  • ผมเป็นคนนึงที่มีปัญหาในการจอดรถ โดยเฉพาะการจอดเข้าซอง ทั้งแบบถอยหลังและแบบขนาน
  • จนที่บ้านผมจอดรถแบบเอาหน้าเข้าตลอดฮะ เพราะกลัวอ่ะ
  • คือมันต้องมองทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง หมุนพวงมาลัยต้องกลับทางกับที่มอง และกว่ารถจะจอดได้ตรงนี่ก็โยกไปโยกมาพอสมควร
  • ที่สำคัญคือเครียดโคตร เวลาเจอที่จอดแคบๆ
  • ผมไม่ไว้ใจเทคโนโลยีเท่าไหร่ โดยเฉพาะพวกเซ็นเซอร์ หรือระบบจอด Auto ทั้งหลาย ง่ายๆ เลยคือกลัวเฉี่ยวชนนี่แหล่ะ เกิดมันพลาดขึ้นมาทำไงอ่ะ >_<
  • ตอนที่เห็นรถถอยจอดได้เองทางทีวีนี่คืองงมาก และคิดในใจว่า ซักวันต้องไปลองให้ได้สิน่า


ทดลองระบบจอดรถเข้าซองอัตโนมัติใน Ford Focus
  • คือได้ยินมานานแล้วว่ารถของ Ford เค้ามีระบบจอดแบบ Auto คือไม่ต้องทำอะไรเลย มันจอดเข้าไปให้เอง
  • เคยเห็นในทีวี แต่ไม่กล้าซื้อ ไม่กล้าลอง กลัวมันโดนอ๊ะ
  • ทีนี้ได้โอกาสไปที่ศูนย์ทดสอบรถ เค้าให้ลองได้เต็มที่เลย กี่รอบก็ได้ ชนก็ไม่ต้องห่วงเพราะเป็นรถทดสอบ
  • อ่าว งี้ก็มันส์เลย ขอลองเจ้าระบบนี้หลายๆ รอบเลยละกันนะ
  • Active Park Assist มีทั้งแบบถอยหลังและแบบขนาน เรียกง่ายๆ ว่าจอดเข้าซองได้ทุกรูปแบบนั่นแหล่ะ
  • วิธีใช้ก็มีปุ่ม Auto P กดปุ๊บระบบจะสแกนหาที่จอดได้ 
  • เราก็ขับรถเลยไปซักหน่อย ถ้ารถคิดว่ามุมนี้จอดเข้าได้ จะมีเสียงสัญญาณบอก
  • เข้าเกียร์ถอยหลัง แล้วไม่ต้องจับพวงมาลัยเลย มันจะหมุนให้เอง
  • ตอนที่ดูในทีวีเราเข้าใจว่ามันถอยเองหมด 100% แต่จริงๆ แล้วคือรถจะแค่บังคับพวงมาลัยให้ แต่การเหยียบเบรคจะเป็นหน้าที่ของเรา ประคองไปเรื่อยๆ
  • ตรงที่ให้เราเหยียบเบรคอย่างเดียวนี่แหล่ะที่ทำให้ลดความเสียวลงมาได้ คือถ้ามันใกล้เกินไปก็หยุดได้
  • ทดสอบรอบที่ 1 รถค่อยๆ จอดเข้ามาที่ซอง หมุนพวงมาลัยเองช้าๆ ผมเหยียบประคองเบรคตลอดจนโดนแซวว่าจะช้าไปไหนเพ่ ซึ่งก็ผ่าน จอดเข้าซองได้สวยงามดี
  • ทดสอบรอบที่ 2 คราวนี้ลองแกล้งขับไม่ค่อยตรงก่อนจอด ดูว่ามันจะเข้าได้ไหม ซึ่งพอถอยๆๆๆ มาซักพักมันไปชิดกับคันข้างๆ เกินไป ก็มีสัญญาณเตือนให้หยุด แล้วเข้าเกียร์เดินหน้า มันจะปรับพวงมาลัยซิกแซกเข้าซองให้เอง
  • ทดสอบรอบที่ 3 ลองจอดแบบถอยหลังเข้าแบบตรงๆ แบบนี้จะเสียวหน่อยแต่ก็แม่นยำดี ไม่ต้องซิกแซกหลายรอบ
  • ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือระบบพวกนี้ต้องใช้เซ็นเซอร์รอบคัน ซึ่งเราก็ควรเข้าไปเช็ครถตามระยะให้ดีหน่อย 
  • ผมลองอยู่หลายรอบ เอาจนกว่าจะมั่นใจว่าแม่นจริง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแทบทุกรอบเข้าซองได้พอดี มีแค่รอบเดียวที่ต้องเดินหน้าถอยหลังอีกรอบ ส่วนเฉี่ยวชนเป็นศูนย์
  • แอบสอบถามพนักงาน Ford บอกว่าเรื่องคนใช้ครั้งแรกแล้วเสียวเป็นเรื่องธรรมดา เค้าก็เป็น แต่นั่นคือเหตุผลที่เราควรไปทดลองขับที่ศูนย์ ซึ่งสามารถลองได้อย่างที่ต้องการ กี่รอบก็ได้


จริงๆ แล้วทุกวันนี้ก็เริ่มมีรถหลายคันที่มีระบบจอดรถอัตโนมัติ เพียงแต่รายแรกๆ ที่เริ่มทำแล้วก็ใช้ได้จริงอย่างของ Ford Focus ก็พัฒนามาหลายขั้นแล้ว

ยอมรับว่าทดสอบรอบแรกๆ นี่เสียวอ๊ะ แต่พอเริ่มทดสอบดูหลายรอบ มันก็มั่นใจ แล้วรู้สึกว่า เออ มันก็เป็นเทคโนโลยีที่เจ๋งดีนะ แถมเรายังบังคับการเบรคได้ตลอดเวลา ก็มั่นใจได้ระดับนึงว่าไม่เฉี่ยวชนแน่ คุณผู้หญิงน่าจะชอบเทคโนโลยีนี้ไม่น้อยทีเดียว

อ่านเพิ่ม - Ford Focus



Sunday, September 14, 2014

แชร์ประสบการณ์ การตรวจตั้งครรภ์ และวินาทีที่รู้ว่าจะท้องหรือไม่ท้อง



บ่ายของวันจันทร์ที่ 8 กันยายน ในขณะที่ผมกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานถ่ายทอดสดเปิดตัว iPhone 6 มาที่เมืองไทย ผมนัดกับเชอรี่ (@CherryJaja) มาทานข้าวเย็นด้วยกันที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

เชอรี่มาถึงก็มองผมแบบแปลกๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรซักอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด มีอาการเหม่อลอย งงๆ ในชีวิตเล็กน้อย

"เป็นอะไรรึเปล่าคะ ?" ผมถาม
"ก็ .. เรื่องนั้นแหล่ะ" เชอรี่ตอบ จนทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ ว่าคุณนายเคยบ่นให้ฟังเมื่อสองสามวันก่อนว่าประจำเดือนยังไม่มาเลย ทั้งที่มีอาการปวดท้องแปลกๆ

"ท้องอ๊ะป่าวอ่ะ ?" ผมถามทีเล่นทีจริง
"บร๊าาาาาาา" >//////< คุณนายเขิล แล้วตบหลังผมเบาๆ ดัง ป๊าปปปป (ToT)


คืนวันแต่งงาน


ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในวันที่เราสองคนได้แต่งงานกัน คืนวันแต่งงานในห้องสวยหรูของโรงแรม คืนนั้น ... ที่บนเตียง !! .... เราสองคนนั่งนับซองกันจนเช้า หาวแล้วหาวอีกจนหลับไป (เอ๊ะ จะเล่าทำไม)

แต่พอตื่นเช้ามา ผมก็ถามเชอรี่เล่นๆ ว่าตกลงเราจะมีลูกกันเมื่อไหร่ดี ยังอยากเที่ยวก่อนไหม วางแผนก่อนก็ดีนะ คุณนายก็บอกแค่ว่า "ปีแรกเราก็เที่ยวกันแบบสามีภรรยาก่อนดีไม๊ แล้วค่อยปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแล้วกันค่ะ"

เวลาผ่านไป เราก็เที่ยวกันแหลกจริงๆ ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ แต่ด้วยความที่เราสองคนพอมีคนรู้จัก คนอ่านบล็อกเรื่องความรักกันมาเยอะ บางคนตามตั้งแต่ขอแต่งงาน, ถ่าย Pre Wedding, เซอร์ไพรส์ในงานแต่ง, บล็อกแซวเมีย ฯลฯ

ก็เริ่มมีเสียงบ่นจากคนรอบข้าง ซึ่งมาเยอะมากกว่าปกติ ว่าอยากเห็นหน้าหลานแล้ว เมื่อไหร่จะมีตัวน้อย ฯลฯ

ซึ่งตลอด 2 ปี กับอีก 9 เดือนหลังแต่งงาน .. เอิ่ม .. เราก็พยายามกันอยู่นะ (พยายามอะไร ?)

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเอ็มน้อยหรือเชอรี่น้อยเสียที ลองไปตรวจที่โรงพยาบาลดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม ก็ไม่มี แข็งแรงดีทั้งสองคน หรือบางทีเราอาจจะหมดหวังกันแล้วรึเปล่านะ

ซื้อเครื่องตรวจตั้งครรภ์

แต่คงเพราะอะไรสักอย่าง ทำให้วันที่ 8 กันยายน เชอรี่ก็มาบอกกับผมว่า

"ไปซื้อเครื่องตรวจตั้งท้องให้หน่อยจิ ...." คุณนายพูดแบบเขิลสุดชีวิต อ่อที่เขิลอยู่นาน คืออยากให้เราไปซื้อให้นะเอง

ผมก็ทำหน้าที่สามีที่แสนดี ไปยืนงงๆ เงิ่นๆ อยู่ข้างในร้าน Booth เกือบ 10 นาที มองไปที่พนักงานก็ผู้หญิง เภสัชก็ผู้หญิง เฮ้ย กดดันง๊าาาา (*__*)/

สุดท้ายก็เข้าไปขอซื้อที่ตรวจตั้งครรภ์ โดยเภสัชยกมาให้เลือก 3 แบบ ผมก็บอกไปว่าเอาที่ขายดีสุดละกันครับ 55555

ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. 

เราสองคนกลับมาบ้าน ระหว่างทางขับรถทั้งคู่เงียบผิดปกติ คือเหมือนว่าหลังจากนี้อีกไม่กี่นาที เราสองคนอาจจะได้เปลี่ยนแปลงชีวิตคู่ไปอีกตลอดกาล

เคยได้ยินว่าคนที่อยากมีลูก แต่พอถึงเวลาที่จะได้รู้ว่าจะมีลูกจริงๆ แล้วนะ มันจะทั้งตื่นเต้น เครียด และงงๆ กับชีวิตกันทุกคนแหล่ะ ... ความรู้สึกนั้นมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

มาถึงที่คอนโด ชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งปาดเหงื่อกับอุปกรณ์อะไรก็ไม่รู้ที่เคยเห็นแต่ในละคร พอถึงเวลาต้องมาใช้จริงก็งงสิครับ

"ใช้ไงอ่ะคะ ? ... แค่ตรวจฉี่ใช่ป่ะ งั้นเดี๋ยวลองเลยไม๊" เชอรี่ถามแบบประหม่าสุดๆ
"อืม ... ก็ได้มั้งคะ เท่าที่อ่านดูก็แค่นี้มั้ง" หนุ่ม Geek อย่างเราจะไปรู้อะไรล่ะคร๊าบบบ

"อืม ... งั้นรอแป๊บนึงนะคะ"
".... เฮ้ย !! เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่ง !!" ผมคว้ามือคุณนายไว้
"อ่ะ ทำไมอ่ะคะ"
"ขอถ่ายรูปก่อน เผื่อเขียนรีวิว"

ผมพูดออกไปแบบขำๆ แต่มันก็ทำให้เราสองคนขำก๊ากขึ้นมา ความเครียดหายไปในทันที ว่าแล้วเราก็ช่วยกันถ่ายรูปเจ้าเครื่องตรวจตั้งครรภ์อย่างบล็อกเกอร์มืออาชีพ #แหม่



และแล้วเชอรี่ก็เดินเข้าห้องน้ำ พร้อมเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมเอามาวางที่โต๊ะ ทั้งสองคนนั่งลุ้นเจ้าแถบสีที่จากเดิมขาวล้วน ค่อยๆ มีสีจางขึ้นมาทีละนิด ทีละนิด

ขีดเดียวแปลว่าไม่ท้อง
สองขีดแปลว่าท้อง


ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..
ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง .. ท้อง .. ไม่ท้อง ..

.......



....



..



"ท้อง !!"




เราสองคนมองหน้ากัน เหมือนจะมีน้ำตาคลอนิดๆ ภาพของเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชาย ที่รู้จักและแอบชอบกันมาตั้งแต่ ม. 2 เขียนจดหมายหากันเป็นร้อยๆ ฉบับ จนได้มาเป็นแฟนกัน ได้มาแต่งงานกัน

ตลอดเวลา 20 ปีที่มีแค่สองคน แต่ตอนนี้เรากำลังจะมีเด็กตัวน้อยเพิ่มขึ้นมาอีกคนนึง

เราสองคนกอดกันแบบที่ไม่รู้จะอธิบายอารมณ์นั้นยังไงดี แม้จะมีความสับสนในจิตใจ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงจากนี้ ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ที่สุดแล้วคือเราสองคนมีความสุขมากเลยครับ มีแอบน้ำตาไหลนิดๆ และก็ดีใจมากๆ ด้วยจ้า

\(^______^)/ \(^______^)/

อ่านเพิ่ม : เมื่อ @Khajochi และ @CherryJaja กำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วจ้า

Note: หลังจากที่ตรวจด้วยตัวเองแล้ว เพื่อความชัวร์เราได้ไปตรวจอีกครั้งที่โรงพยาบาลจุฬาฯ และได้ผลตรวจว่าท้องจ้า




Friday, September 12, 2014

เมื่อ @Khajochi และ @CherryJaja กำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วจ้า


ทุกท่านครับ / ค่ะ


เชื่อว่าหลายท่านที่ได้ติดตามชีวิตคู่ของ
ทั้งผม (@Khajochi) และเชอรี่ (@CherryJaja)
แม้เราสองคนจะมีเรื่องราวความรักที่ยาวนานกว่า 20 ปี


ตั้งแต่เจอกันสมัยม. 2



ชอบกัน เขียนจดหมายหากันเป็นร้อยๆ ฉบับ


จนมาเป็นแฟนกัน






............


แม้ว่าชีวิตคู่ของเราจะดูเหมือนสมบูรณ์ดีแล้ว
แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ยังขาดอยู่ 
นั่นคือพยานรักตัวน้อยๆ
พยานรักที่จะเปลี่ยนคำว่าชีวิตคู่ 
ให้มาเป็นคำว่า "ครอบครัว" ที่สมบูรณ์


............


วันนี้ 12 กันยายน 2557 เวลา 16.00 น.

ผมและเชอรี่ มีความยินดีและดีใจอย่างยิ่ง
ที่จะประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า


"เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วจ้า"

\(^____^)/ \(^____^)/





Thursday, September 11, 2014

"แอปเปิลยังคงเป็นแอปเปิล" วิจารณ์ iPhone 6, Apple Watch และ Tim Cook แบบสาวก


"แอปเปิลยังคงเป็นแอปเปิล" คือประโยคที่ผมบอกตัวเอง ขณะที่ลากตัวเองเดินออกจากงาน #iPhone6TH ที่จัดขึ้นอย่างแสนเหนื่อย แต่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม (ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง)

ก่อนจะยาวไปกว่านี้ พยายามสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะสาวกแอปเปิลคนนึงดังนี้
คำเตือน: ยาวมาก



iPhone 6 + iPhone 6 Plus


- เหมือนตามข่าวลือ 90% การเก็บความลับมีปัญหา ทำให้สร้างความว้าวได้น้อยมาก
- แต่ไอโฟนก็ยังคงเป็นไอโฟน คือมือถือที่ขายดีที่สุดในโลกและผู้ใช้พอใจที่สุดในโลก (ตามสถิติ) คนเดิมอยากใช้ต่อ คนนอกสนใจ คนไกลแอบเหลียวมอง คือจบ
- ตามจากสำนักข่าวที่จับของจริง 9 ใน 10 บอกดีไซน์ดีมาก ถือแล้วชอบ บาง เบา
- บางคนบอกสาวกเงิบ เพราะแอปเปิล (จ็อบส์) เคยบอกจะไม่ทำจอใหญ่ ?
- แต่สาวกตัวจริงจะรู้ว่าแอปเปิล (จ็อบส์) แมร่มก็เปลี่ยนใจโคตรบ่อย เคยบอกจะไม่ทำ iPad จอเล็ก, จะไม่ทำ iPod ที่เล่นวิดีโอได้, จะไม่มีวันใช้ชิป Intel, จะไม่มีวันจับมือกับ IBM
- เวลาเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน ผู้ใช้เปลี่ยน
- ต้องยอมรับว่ามือถือจอใหญ่กลายเป็นมาตรฐาน จากการที่เราอ่านและเล่นมือถือ มากกว่าโทร โดยทุกเจ้าทำมือถือใหญ่กว่าไอโฟนหมด (อีกนัยคือทำจอเท่ากันก็ตายหมด)
- คนใช้จอใหญ่มาใช้จอเล็กลงมันเจ็บ และน่าจะเป็นเหตุผลอันดับ 1 ที่ไม่ซื้อไอโฟนไปแล้ว (นอกจากราคามันแพง)
- อาเฮีย อาซ้อ ที่ราคาไม่มีผลกับการตัดสินใจ น่าจะกลับมาใช้ iPhone 6 กันพรึ่บ
- คนขายที่เน้นว่าจอตัวเองใหญ่ และขายแพงเท่าไอโฟนจะเหนื่อยหนัก ยกเว้นจะยอมลดราคา เอา Price มาสู้
- ขายดี ฟังธง ขายดีมากด้วย



Apple Pay

- การมาของ NFC และ Apple Pay เป็นคำตอบว่าแอปเปิลจะทำเมื่อพร้อม คำว่าพร้อมคือไม่ได้บอกว่าฉันมีก่อน แต่มีไว้ทำอะไร มีคนใช้แค่ไหน
- Google Wallet เปิดตัวมานาน(มาก)แล้ว ทุกเจ้าพยายามทำ แต่ Mobile Payment ไม่โต
- แอปเปิลเปิดเมื่อพร้อม คำว่าพร้อมคือตรูไปคุยไว้หมดแล้ว ทั้ง Visa, Master, Amex, Starbucks, Mc Donald, Target ฯลฯ (ย้ำว่า ฯลฯ)
- ทำออกมาใช้ได้เลย ใช้ได้จริง ถ้าอีก 1 ปีหลังจากนี้ตลาด Mobile Payment บูม ก็ไม่ต้องเดาว่าเพราะอะไร



Apple Watch

- เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของการเก็บความลับ มันทำให้ทุกคนร้องว้าวได้เมื่อแรกเห็น
- ในขณะที่ทุกเจ้าก่อนหน้าขายความเป็นนาฬิกาอัจฉริยะ คือต้อง Geek จริงๆ และก็แป๊กทุก 5 เดือนต้องออกรุ่นใหม่มาแทน
- แต่แอปเปิลกลับวาง Apple Watch ในหมวดเครื่องประดับ
- นาฬิกาคือสิ่งที่อยู่ติดตัวเราตลอดเวลา คือเครื่องบอกสถานะ คือสิ่งที่บอกความเป็นตัวของเรา
- คนเลือกซื้อนาฬิกาด้วยความรู้สึกและอารมณ์มาเกี่ยวข้องอย่างมาก มากกว่าการซื้อมือถือ, กระเป๋า, เสื้อผ้า, รถยนต์
- แอปเปิลทำการบ้านมาดี คือชูเรื่องของดีไซน์นำ เทคโนโลยีตาม
- Apple Watch เลยออกตัวเครื่องมาตั้ง 3 แบบ แถมมีสายอีก 30-40 แบบให้เลือก คือขายได้ทุกเพศ ทุกวัย
- เรียกได้ว่ามี wow factor มากพอให้คนดังหรือดารายอมซื้อมาใส่แล้วถ่ายลง IG ว่าฉันใช้แล้วนะ ซึ่งช่วยดันยอดขายอีกมหาศาล
- การเลือกใช้ตัวหมุนด้านข้าง เป็น Navigation น่าสนใจ และจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Apple Watch ต่อไปหลังจากนี้ (น่าสงสัยว่าทำไมคู่แข่งคิดไม่ออก)
- ฟีเจอร์มีเยอะ ไปอ่านกันตามข่าว แต่คือใส่มาได้ไม่แพ้ใคร
- เลือกเอาของไม่จำเป็นออก เช่นถ่ายรูปไม่ได้ ยกนาฬิกามาคุยโทรศัพท์ไม่ได้ (เคยเห็น Geek บางท่านพยายามยกนาฬิกามาคุยโทรศัพท์แล้วก็เหนื่อยแทน)
- ส่วนตัวไม่ชอบตัวเครื่องและความอ้วนของมันเท่าไหร่
- แทบทุกฟีเจอร์ต้องใช้คู่กับ iPhone ใครอยากเท่ห์ ต้องซื้อไอโฟนด้วยนะจ๊ะ ขายพ่วงซะงั้น
- แบตหมดเร็วแน่ ฟันธง
- ราคา 10-11k รับได้ แพงกว่าคู่แข่งเป็นเรื่องปกติ (แอปเปิลเคยขายของถูกด้วยเหรอ)
- ดูแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นนาฬิกาที่คิดมาดี คิดมานาน คิดมาเยอะ
- ขายดี แต่ไม่ได้ถล่มทลาย รออีก 1 ปีมันจะบางลง เล็กลงไปได้อีก (แต่อดเท่ห์จนปี 2016 เลยนะ)


Tim Cook

- นี่คือแอปเปิลที่ไม่มีสตีฟ จ็อบส์แล้วจริงๆ นี่คือแอปเปิลของทิม คุ้ก
- ตามข่าวคือ Apple Watch ถูกสร้างภายใต้การนำของทิมล้วนๆ
- เพราะฉะนั้นก็พอจะตอบข้อสงสัยของสาวก ที่ว่า "แอปเปิลที่ไม่มีสตีฟ จ็อบส์ จะหมดนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ไปแล้วรึเปล่า ?"
- คำตอบคือ "ไม่" ทิมยังคงนำแอปเปิลไปในทางที่จ็อบส์เคยสร้างไว้ ยังมีกลิ่นมี DNA ของจ็อบส์ฝังอยู่
- มองไปยาวๆ อีก 5 ปี 10 ปี ถ้าทิมยังทำได้ในมาตรฐานนี้อยู่ น่าจะไปได้อีกไกล ไม่แย่ลงในเร็ววัน
- ประโยคที่ทิมใช้ขึ้นจอ ก่อนจะเปิดตัว Apple Watch ที่ว่า "One more thing ..." น่าจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุดแล้ว


สรุปแล้วประโยคที่ดังขึ้นมาในหัวหลังจบงาน ตอนนี้ก็ดังขึ้นมาอีกรอบ 

"แอปเปิลยังคงเป็นแอปเปิล"


Monday, September 08, 2014

รีวิว: ของพรีเมี่ยม 7-Eleven ชุดสวัสดี AEC เซ็ทไหนเจ๋งสุด


กลับมาอีกครั้งกับของพรีเมี่ยมจาก 7-Eleven ที่หลายคนต้องแย่งกันสะสมแสตมป์อย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อให้ได้แลกของพรีเมี่ยมเซเว่น จนตอนนี้หลายชุดขึ้นหิ้งกลายเป็นของสะสมหายากไปแล้ว

ล่าสุดเซเว่นก็ออกของพรีเมี่ยมฉลอง 8,000 สาขากับแสตมป์ชุด AEC ซึ่งในฐานะที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เซเว่นคนนึง วันไหนไม่เข้าเซเว่นนอนไม่กลับ ก็มีผู้ใหญ่ใจดีส่งมาให้ลองรีวิวดูแบบครบเซ็ทเลยจ้า !!

[Advertorial]


ที่กดน้ำ - คูลเลอร์เซวี่


ไอเท็มแรกน่ารักผุดๆ กับที่กดน้ำหัวโตอันนี้ วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรงดี ส่วนหัวทีแรกนึกว่าบีบแล้วจะยุบ แต่ไม่สะเทือนเลย ใส่น้ำได้หลายแก้ว

ส่วนกดน้ำดูก๊องแก๊งเล็กน้อย แต่ดีที่กดมาแล้วน้ำไหลออกมาเยอะดี แถมมีที่รองน้ำข้างล่างด้วย ไม่ต้องเอาผ้ามารองเหมือนที่กดน้ำแบบอื่นๆ

แลกซื้อด้วย : Stamp 199 บาท หรือ 9,950 แต้ม + เงินสด 1 บาท





กระเป๋าเดินทาง ตะลุยอาเซียน

ของพรีเมียมเซเว่นยอดฮิตที่หลายคนชอบ เพราะมีในหลาย Collection คือกระเป๋าเดินทาง ซึ่งในชุด AEC ก็เป็นกระเป๋าสีแดงเลือดหมู จากขนาดแบบพับแบนราบ แปลงร่างมาเป็นกระเป๋าเดินทางได้อย่างงาม

ตัวกระเป๋าวัสดุดูดี ออกแบบสวยงาม มีช่องเก็บของหลายแบบ แต่ล้อหมุนไม่ค่อยทนนัก แนะนำไม่ควรลากในพื้นขรุขระ ที่จับแข็งแรงกำลังดี เดินทางไปทะเลกับแฟนกระเป๋าเดียวเอาอยู่จ้า

แลกซื้อด้วย Stamp 499 บาท หรือ 24,950 แต้ม + เงินสด 1 บาท





ชุดจานสวัสดี AEC

เป็นของพรีเมียมชุดที่น่าจะฮิตสุด เพราะราคาที่ใช้แลกน้อยสุด ซึ่งมันก็คือจานครับ ไม่มีอะไรให้รีวิวมาก 555 อ้อ ที่ปลายช้อนมีตัวการ์ตูน AEC น่ารักๆ และจากที่ลองใช้ก็เป็นจานคุณภาพดีอันนึงนะ

แลกซื้อด้วย Stamp 99 บาท หรือ 4,950 แต้ม + เงินสด 1 บาท



ร่มพัดลม AEC

ไอเท็มที่ส่วนตัวแล้วขอบอกเลยว่าชอบที่สุด และน่าจะเป็นของพรีเมียมที่คุ้มมาก มันคือร่มนั่นเอง !! แต่ที่ไม่ธรรมดาคือร่มตัวนี้มีพัดลมอยู่ข้างในด้วย

โดยเราต้องใส่ถ่านที่ด้ามจับ จากนั้นพอกางร่วมจนสุด แล้วกดปุ่มที่นิ้ว พัดลมก็จะหมุนติ้วๆ แล้วก็มีลมพัดมาที่เรา ซึ่งมันไม่ใช่ทำขำๆ นะ แต่ลองใช้แล้วมันเย็นจริงๆ ด้วยอ่ะ

แน่นอนต้องมีคนสงสัยว่าถ้าเราหุบร่มตอนพัดลมหมุน จะไม่บาดร่มเหรอ ก็ต้องบอกว่าพอเราปลดล็อคพร้อมจะหุมร่มปุ๊ป พัดลมจะหยุดหมุนทันที เหมือนมันเป็นตัวตัดไฟนะเอง ตัวคันร่มแข็งแรง ราคากำลังดี นี่คือไอเท็มที่ชอบสุดแล้วครับ ขอแนะนำ

แลกซื้อด้วย Stamp 249 บาท หรือ 12,450 แต้ม + เงินสด 1 บาท





กล่องปิกนิกท้องอาเซียน

ซับซ้อนสุดก็ต้องกล่องปิกนิกตัวนี้เลย คือเปิดมาจะมีอุปกรณ์ข้างในเยอะมาก แต่พอประกอบร่างไปมาจะกลายเป็น จาน, แก้ว, ถ้วย, ช้อน, ตะเกียบ มาได้อย่างงงๆ ว่ามันประกอบกันได้ยังไงหว่า #ฮา

เท่าที่ลองใช้ดู พบว่าขนาดมันเล็กไปหน่อย ใช้กินจริงจังลำบาก แต่ถ้าใครมีเด็กมีลูก จะสะดวกเหมือนกัน ราคาเท่ากับชุดจานที่เขียนด้านบนด้วยนะ

แลกซื้อด้วย Stamp 99 บาท หรือ 4,950 แต้ม + เงินสด 1 บาท



ชุดกล่องนั่งเล่น AEC


"อลังการ" คือนิยามของพรีเมี่ยมชุดนี้ แค่ขนาดกล่องก่อนประกอบก็ใหญ่มากแล้ว พอแกะกล่องออกมา พบว่ามีเบาะหนัง 3 ชิ้นใหญ่ๆ

แต่ละชิ้นจะมีแผ่นรองที่ขยายออกมาได้ แล้วพอประกอบร่างแนวตั้ง เราก็จะได้เก้าอี้ และโต๊ะขนาดกลางชุดนึง



เบาะนั่งนุ่มนิ่มดี นั่งแล้วไม่เมื่อย น้ำหนักเบายกไปมาได้ แต่ที่น่าสงสัยที่สุดคือความแข็งแรง ซึ่งผมก็เลยลองขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ดู เฮ้ย มันแข็งแรงมากเลยนะ ไม่ยวบ ลองกระโดดเบาๆ ก็ยังโอเค

ภายในความอลังการก็ยังซ่อนประโยชน์เก๋ๆ คือสามารถเปิดเบาะมาเก็บของในบ้านได้ด้วย ทำให้ไม่เปลืองที่มาก หรือถ้าเวลาจะเก็บเข้ามุม ก็เอาเก้าอี้ทั้งสองอันมาใส่ในโต๊ะ รวมเป็นชุดเดียวกันได้ด้วยนะ

แลกซื้อด้วย Stamp 699 บาท หรือ 34,950 แต้ม + เงินสด 1 บาท




:: สรุป ::

ของพรีเมี่ยมเซเว่นชุด AEC โดยรวมแล้วของคุณภาพดี ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ของแถมกิ๊กก๊อก วัสดุหลายชิ้นดีกว่าที่คิด ถ้าเทียบแล้วถ้าเก็บแสตมป์จริงจัง ควรสะสมแลกตั้งแต่ชุดร่มเป็นต้นไปเลยดีกว่า

ถ้าให้เรียงลำดับตามความชอบ และความคุ้มค่า ผมเลือกชุดร่ม, กระเป๋าเดินทาง, ที่กดน้ำ, กล่องนั่งเล่น, กล่องปิกนิก, ชุดจาน ตามลำดับจ้า

ถ้าใครอยากลองของจริง ไปดูที่มุมสมาชิกในเซเว่นได้เบย สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นนะจ๊ะ