Tuesday, November 11, 2014

คนอะไรมีแฟนเป็นแมว



ผมมีแฟนเป็น ... แมว



ใครๆ ก็บอกว่าเธอเหมือนแมว

เนื่องจากเธอตาตี่  เวลายิ้มไม่เห็นตา



เวลาคิดอะไรไม่ออกชอบเกาหัว



ชอบเหล่ตาใส่สามี


ผมเลยชอบเรียกเธอว่า ... แมวเหมียว


แมวเหมียวตัวนี้มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใครหลายอย่าง ....




แมวชอบแอบทำร้ายสามี




แมวชอบนวดให้สามี ... ด้วยเท้า



แมวชอบทำอาหาร



ตอนทำอาหาร แมวก็ยังเม๊ากับเพื่อนได้ โดยเอา iPhone หนีบที่พุง


แมวเป็นแฟนคลับเบอร์ 1



แมวเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแฟนพันธุ์แท้



แมวช่วยสามีขายของได้ทุกอย่าง


แมวเป็นเซเล็บ

[อ่านเพิ่ม : ประสบการณ์ไปดูคอนเสิร์ต Raptor แบบแขกรับเชิญพิเศษ]



แมวบอกรักสามีได้ แม้สภาพไม่อำนวย



แมวขี่มอเตอร์ไซค์พาสามีไปเที่ยวได้ (เพราะสามีขี่ไม่เป็น)


แมวไม่กลัวสามี แต่แมวกลัวแกะ



แมวไม่ชอบให้ถ่ายรูป ... เวลาที่ยังไม่มีคิ้ว


แต่ชอบให้ถ่ายรูปมาก ... เวลาที่แมวมีคิ้วแล้ว



แมวชอบแอบถ่ายสามี

สามีเลยชอบแอบถ่ายแมว




แมวเป็น MacThai Model คนแรกๆ



แมวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรีวิวให้สามีเสมอๆ เมื่อต้องการภาพในมุมดีๆ



แม้ในยามจำเป็น ... แมวก็พร้อมช่วยเสมอ



แมวก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป





แมวชอบช้อปปิ้ง



แมวขี้งอน



แมวขี้หึง


เวลานัดกันในห้าง ไม่ต้องบอกว่ามาถึงแล้ว ให้ไปเดิน Uniqlo จะเจอแมวเอง

เสื้อที่แมวให้สามีใส่นั้น แสดงความเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี



แมวชอบเต้น



แมวชอบให้สามีอยู่ในโอวาท



และแมวชอบขู่สามีเป็นประจำ


.......


...


..




แต่ผมก็รักแมว





เพราะแมวดูแลผม ดีกว่าที่ผมดูแลตัวเองซะอีก



แมวเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน

[อ่านเพิ่ม : ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ]




เวลาแมวหัวเราะตาจะเป็นขีดเดียว

ทุกครั้งที่เห็นมันก็ทำให้โลกนี้สดใส



ทั้งที่ไม่ชอบร้องเพลงต่อหน้าคนอื่น 
แต่แมวก็ยอมมาร้องในงานแต่งของเรา

เพียงเพราะผมอยากร้องคู่กับเธอ



แมวรู้ใจผม ... ถ้ารู้ว่าผมชอบอะไร แมวจะซื้อมาให้เป็นของขวัญ


แม้ว่าบางครั้งมันจะใหญ่โตไปนิดก็ตาม ...



แมวมีความฝันที่อยากมีลูกด้วยกันกับผม


และในที่สุด เราก็กำลังจะมีลูกด้วยกันแล้ว

ผมไม่รู้ว่าผมจะดูแลแมว และลูกได้ดีแค่ไหน

เพราะแค่ดูแลตัวเอง ผมยังดูแลไม่ได้เลย


รู้แต่ว่า ... ผมอยู่ไม่ได้ ... ถ้าขาดแมวไป

แมวเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม

วันนี้เป็นวันเกิดของแมว ซึ่งผมก็ไม่มีอะไรจะให้



นอกจากจะบอกว่า

ผมจะทำหน้าที่สามีและพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

สัญญานะ

ผมรักแมวครับ


Note: จงแทนคำว่า "แมว" ทั้งหมดด้วยคำว่า "เชอรี่"



Friday, November 07, 2014

5 สิ่งที่เจ้านายควรเข้าใจ "โปรแกรมเมอร์" ให้มากกว่านี้


"โปรแกรมเมอร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากที่สุดใน 3 โลก" เป็นคำบ่นที่ผมเคยได้ยินบ่อยๆ จากทั้งเพื่อนๆ และจากเจ้านายตัวเอง

ย้ายงานบ่อย, พูดภาษาอะไรฟังไม่รู้เรื่อง, ทำงานดึกดื่น, ชอบมาสาย, มีความสุขแต่บนหน้าจอ ฯลฯ คือสิ่งที่มักจะได้ยินจากหัวหน้าที่ต้องทำงานกับโปรแกรมเมอร์หลายต่อหลายคน

แต่ถึงอย่างนั้น เกือบครึ่งของคนทำงานไอทีไทย ก็อยู่ในสายโปรแกรมเมอร์ แทบทุกบริษัทต้องมีคนเขียนโปรแกรมเป็นไม่มากก็น้อย ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ควรจะต้องมาทำความเข้าใจกับมนุษย์โปรแกรมเมอร์ 

จากประสบการณ์ที่เคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์มา 10 ปี ก็พอจะมีคำแนะนำดีๆ ไปถึงหัวหน้าหรือเจ้าของบริษัท ว่าถ้าอยากให้โปรแกรมเมอร์ทำงานได้ดีดังที่ท่านหวัง ท่านควรที่จะ ...

1. ขอคอมพิวเตอร์รุ่นแรงสุด เน็ตเร็วสุด

ผมเคยทำงานบนโน้ตบุ้คช่วงหนึ่ง ด้วยนโยบายบริษัทที่ว่าอยากให้ทำงานที่ไหนก็ได้ ซึ่งมันก็ดูเท่ห์ดีนะ แต่ขอโทษเถอะ คอมซีพียูน้อยๆ แรมต่ำๆ เน็ตไร้สายแบบเชื่องช้า มันทำให้งานช้าลงหลายเท่านัก

ต้นทุนของงานเขียนโปรแกรมมีเพียงสองอย่างคือคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

ดังนั้นคุณควรจัดคอมชุดที่แรงที่สุดเท่าที่จะหาได้ เน็ตที่เร็วสุดๆ จอคอมที่ใหญ่เพียงพอ ถ้าจะให้ดีควรให้โปรแกรมเมอร์ของคุณเลือกซื้อได้เองเลยว่าอยากได้เครื่องแบบไหน นั่นจะทำให้เขาฟินกับการทำงานมากๆๆๆๆ

2. ให้ใส่ชุดเล่นมาทำงานได้


โปรแกรมเมอร์ (ส่วนใหญ่) ทำงานที่ไม่ต้องเจอกับลูกค้า ซึ่งเราก็นั่งอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ที่บริษัท บางคนทำงานเป็น 10 ปีก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกที่ไหน

ปีแรกที่ผมทำงานโปรแกรมเมอร์ บริษัทให้พนักงานทุกคนใส่เสื้อเชิ้ตรองเท้าหนัง ซึ่งนั่นก็พอจะรับได้ แต่ที่มากกว่านั้นคือให้พวกเราผูกเนคไทด้วย !! (ผมแอบคิดในใจ ... เพื่อ ?)

คุณเคยเห็นชุดทำงานของ Mark Zukerberg รึเปล่า ? หรือเคยเห็นชุดที่โปรแกรมเมอร์ในกูเกิลใส่มาทำงานกันไหม ?

ตอนที่อยู่ Reuters อนุญาตให้ใส่เสื้อคอมีปก กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มาทำงานได้ ทำให้รู้สึกสบายๆ มากขึ้น บรรยากาศในออฟฟิศก็ดูเป็นกันเอง เรียกว่าเรื่องแต่งตัวแค่นี้ แต่ก็ทำให้รักบริษัทเลยแหล่ะ



3. ให้กำหนดวันส่งงานเอง อย่าทวงงานบ่อย


งานเขียนโปรแกรมเป็นงานศิลปะประเภทหนึ่ง คือบางครั้งคิดอะไรไม่ออกก็ไม่สามารถเขียนมันได้เลยจริงๆ แต่บ่อยครั้งที่เจ้านายมักจะมาขอให้โปรแกรมทำโน่นนี่นั่นได้ แล้วบอกว่า "ให้เวลา 2 วันนะ"

และระหว่างนั้นก็ตามมาทวงงานยิกๆๆๆ เสร็จยังๆๆๆๆๆ ซึ่งเป็นสภาพที่โปรแกรมเมอร์เกลียดมาก

คุณคงไม่สามารถบังคับนักวาดภาพได้ว่า ภาพนี้ต้องวาดกี่วันเสร็จ
คุณคงไม่สามารถบังคับนักแต่งเพลงได้ว่า เพลงนี้ต้องแต่งกี่วันเสร็จ

สิ่งที่ดีที่สุดคือ คุณควรให้โปรแกรมเมอร์กำหนดวันส่งงานเอง เช่นบอกงานที่อยากได้มา แล้วให้เขาไปคิดดูว่าใช้เวลากี่ชั่วโมง หรือกี่วัน อาจจะมีต่อรองได้เล็กน้อยเผื่อมันอู้ (ฮา) และอย่าทวงงานบ่อย รอดูงานของเขาในวันที่กำหนดเลยดีกว่า

ผมเชื่อว่าโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ ถ้าให้คำมั่นไปแล้วว่ากี่วันเสร็จ เราก็ทำให้เสร็จในเวลาได้ ... แม้บางครั้งจะเสร็จเอาวินาทีสุดท้ายก็เถอะนะ 55


4. ประชุม 20% เขียนโปรแกรม 80%


งานประชุมเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมากสำหรับโปรแกรมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นประชุมทีม, รายงานผลงาน, คุยรายละเอียดโปรเจ็คใหม่, Monthly Meeting, Weeking Meeting, Daily Meeting ฯลฯ

งานประชุมคือการหยุดงานเขียนโปรแกรมโดยสมบูรณ์แบบ คุณไม่สามารถเขียนโปรแกรมชั่วโมงนึงประชุมอีกชั่วโมงนึงสลับไปสลับมาได้

อย่างที่บอกว่างานเขียนโปรแกรมเป็นงานศิลปะ และต้องการสมาธิสูง (มาก) ถ้าเป็นไปได้คุณควรจัดประชุมให้น้อยที่สุด ตัดที่ไม่จำเป็นออกไป ถ้าอยากได้อะไรก็เดินมาถามที่โต๊ะ อยากให้รายงานอะไรส่งเป็นอีเมล์ก็ได้

ตอนนี้หลายบริษัทนำ Agile และ Scrum มาใช้ ซึ่งมันดีกับโปรแกรมเมอร์มาก คุณควรศึกษาดูสักนิด


5. ให้เงินเดือนตามความสามารถ ไม่ใช่อายุงาน


โปรแกรมเมอร์เป็นงานที่แปลก คือไม่ใช่งานที่ผู้มีประสบการณ์จะทำได้ดีกว่าเด็กรุ่นใหม่เสมอไป อย่างนึงเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกวัน เราต้องศึกษาอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา

บ่อยครั้งที่โปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่ทำงานได้ดีกว่า เร็วกว่า ฉลาดกว่าโปรแกรมเมอร์รุ่นก่อนๆ ดังนั้นคุณควรให้ค่าตอบแทนกับโปรแกรมเมอร์ ตามความสามารถและผลงาน มากกว่าความอาวุโส

แน่นอนว่าทุกบริษัทก็มีการให้ตำแหน่งตามอายุงาน เช่น Junior, Senior, โคตร Senior อันนี้ก็เข้าใจได้ แต่มันก็ไม่แปลกหรอกที่เราจะให้เงินเดือน Junior บางคนมากกว่า Senior ถ้าเขาเก่งจริง เจ๋งจริง

ผมเคยเห็นหลายบริษัทที่สูญเสียโปรแกรมเมอร์เก่งๆ ไป เพราะมัวแต่ยึดติดกับระบบเดิมๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วผมว่าค่าของคน ก็อยู่ที่ผลของงานนั่นแหล่ะครับ

ที่มาภาพ - OS X Daily,


5 สิ่งที่โปรแกรมเมอร์ควรเข้าใจเจ้านายให้มากกว่านี้ [แถม]

เดี๋ยวจะหาว่าฟังความข้างเดียว #ฮา ถ้าโปรแกรมเมอร์ท่านไหนกำลังอ่านอยู่ เจ้านายเค้าก็มีอะไรฝากมาบอกเหมือนกันนะว่า ...

1. ส่งงานให้มันตรงเวลาที่ขอไว้หน่อย ถ้าบอกว่าจะเสร็จใน 2 วันก็ต้อง 2 วัน
2. ติดปัญหาอะไรให้รีบมาบอก อย่าพยายามแก้ปัญหาอยู่คนเดียว เราไม่ใช่คนแรกในโลกหรอกนะที่เจอปัญหานี้
3. หัดสื่อสารภาษาที่คนทั่วไปฟังเข้าใจได้บ้าง ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าใจภาษาเทคนิคหรอกนะ
4. จะย้ายงานก็ช่วยเผื่อเวลาอย่างน้อย 30 - 45 วันบ้าง เขียนเอกสารถ่ายทอดงานดีๆ คนมาทำหลังจะได้ไม่ต้องลงนรกใน Logic พิศดารของท่าน
5. อย่าอู้ช่วงแรกแล้วมาปั่นเอานาทีสุดท้าย ... Please ได้โปรด