Thursday, March 19, 2015

อีกหนึ่งเหตุผล ที่เราควรจะมีลูกด้วยกัน


"อยากมีลูกไหม ?" เป็นคำถามที่ผมถามกับเชอรี่ ในระหว่างที่กำลังเตรียมงานแต่งงานกันอยู่

ไม่มีคำตอบกลับมา ทั้งสองคนนั่งทำโน่นทำนี่ไป พร้อมกับคิดในใจไปด้วย ถึงคำถามที่ตอบยากเหมือนกันในเวลาแบบนี้ สุดท้ายเราทั้งสองคนก็คุยกันว่าคงยังไม่ถึงเวลาจะคิดเรื่องนี้ รอให้แต่งกันไปซักพักก่อนละกัน

ถ้าถามคนรอบตัว ไม่ว่าจะพ่อแม่ เพื่อนฝูง ก็ย่อมได้คำตอบกลับมาแบบเดียวกันอยู่แล้ว ประมาณว่า "แต่งงานแล้วรีบมีลูกนะ", "อยากเห็นหน้าลูกของพวกเธอจังเลย", "มีลูกแล้วชีวิตเปลี่ยนเลยนะ"

มีลูกแล้วชีวิตเปลี่ยนเลยนะ


ในขณะที่ผมพยายามหาเหตุผลถึงการมีลูกหรือเปล่า มันก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เราสองคนได้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน เราสองคนอยู่ในคอนโดเล็กๆ มีรถ มีงานที่ดี มีคนรักมากมาย

แต่เมื่อเวลาผ่านไป อายุของทั้งสองคนเริ่มมากขึ้น คำถามที่ว่า "อยากมีลูกไหม ?" ก็กลับมาอีกครั้ง

หลายคนอาจจะสงสัยว่าสองคนนี้แปลกจัง จะมีลูกคิดอะไรให้ยุ่งยาก ใครๆ แต่งงานก็ต้องมีลูกกันทั้งนั้นแหล่ะ

แต่อาจจะเพราะคู่ของผมกับเชอรี่ต่างจากคนอื่นๆ เล็กน้อยตรงที่ เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมานานมากๆ คือเราสองคนรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน ม. 2 จนมาถึงตอนนี้ เรารู้จักกันมามากกว่า 20 ปีแล้ว เรียกว่าเกินครึ่งชีวิตก็ว่าได้

พอถึงเวลาที่ชีวิตคู่ที่มีความสุขมากๆ จะเริ่มมาคิดถึงการมีลูก มันก็ทำให้เรากลัวการเปลี่ยนแปลงอยู่เหมือนกัน กลัวหลายอย่างจะเปลี่ยนไป

บางครั้งผมก็คิดว่า เออ มีลูกก็ดีเหมือนกันเน๊อะ
แต่บางครั้งก็คิดว่า เอ ไม่มีลูกก็มีความสุขดีกันอยู่แล้ว มีแค่เราสองคนก็ดีพอ


อีกเหตุผลที่เราควรจะมีลูกด้วยกัน


ในขณะที่เราสองคนใช้ชีวิตคู่รักที่แสนมีความสุขอยู่นั้น วันหนึ่งผมก็ได้ชวนเชอรี่ออกไปทานข้าวข้างนอก  ผมจำได้ว่าช่วงนั้นค่อนข้างเครียดเรื่องโน้นเรื่องนี้บ้าง เลยอยากหาเวลาอยู่กันเงียบๆ 2 คน

หลังจากที่ทานข้าวกันแล้ว เชอรี่ที่เห็นว่าผมดูเงียบๆ ก็หยิกแก้มผมเบาๆ ยิ้มให้แล้วบอกว่า "ทำหน้าเครียดอีกแล้วววว ยิ้มหน่อยเน๊อะ" ^___^

ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงลืมทุกอย่างไปหมดสิ้น ลืมสิ่งที่คิดโน่นนี่ในใจตลอดทั้งวัน มาเหลือแค่การใช้เวลากับเธอคนนี้แค่นั้น

ผมแอบยิ้ม นิ่งไปพักนึง แล้วค่อยๆ หันไปบอกกับเชอรี่ว่า

"ตอนนี้เอ็มรู้ตัวแล้วว่า ... เอ็มอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเชอรี่"

แม้จะดูเป็นคำพูดซึ้งๆ เลี่ยนๆ ของคนสองคน แต่สุดท้ายคำนั้นกลับทำให้กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราสองคนตัดสินใจที่จะมีลูกน้อยด้วยกัน

เวลาผ่านไปไม่นาน เชอรี่ก็ทำให้ผมต้องแปลกใจเมื่อเธอบอกว่า อยากจะมีลูกด้วยกัน ในขณะที่ผมเองก็คิดว่า ก็น่าจะดีไม่น้อยนะ เพราะอะไรๆ ก็พร้อมพอสมควร การมีลูกก็เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปตามธรรมดาของคู่แต่งงาน



เราสองคนไปปรึกษาเรื่องการมีบุตรที่โรงพยาบาลจุฬา (แล้วจะเขียนรีวิวอีกทีนึง) ซึ่งก็ได้ผล เพราะแค่ 1 เดือนหลังจากนั้นก็มีข่าวดีว่าเชอรี่กำลังตั้งครรภ์ เราสองคนตื่นเต้นกันมาก

"ดีใจไหมคะ ?" เชอรี่ถามผม
"ดีใจสิ จะได้มีลูกน้อยด้วยกันแล้วเน๊อะ ต้องหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ เลย" ผมหยอกเล่นกลับ

เราสองคนพูดหยอกล้อเล่นกันไปมา จนเชอรี่พูดขึ้นมาว่ารู้ไหมว่าทำไมเขาถึงอยากมีลูก ผมก็ถามว่าทำไมล่ะ

"ที่เค้าอยากมีลูก เพราะเค้ากลัวว่า ถ้าวันนึงที่เค้าไม่อยู่แล้ว เอ็มจะอยู่ได้ยังไง ..."
"ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ ไม่เอาๆ" ผมรีบพูดคั่น

"จริงๆ นะ ... เพราะเค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปได้ยังไง ถ้าไม่มีเอ็มเหมือนกัน คือวันนึงเราสองคนก็ต้องแก่เฒ่า ต้องมีคนนึงจากไป ... เค้าไม่อยากให้อีกคนนึงต้องอยู่คนเดียว"

โอ้โห เล่นเอาผมน้ำตาซึมเลย

หลังจากได้ฟังแล้วผมก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพของประโยคที่ผมบอกว่าเธอว่า ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า ก็เหมือนตัดภาพกลับไปมากับเวลานี้ คิดดูแล้ว มันก็จริงอย่างที่เชอรี่บอก

เพราะถ้าวันนึงผมไม่อยู่ ผมเองก็ไม่อยากเห็นเค้าต้องอยู่คนเดียวเหมือนกัน

บางทีการมีลูกน้อย ก็เป็นเหมือนตัวแทนของเรา เป็นคนอีกหนึ่งคนที่หน้าตาเหมือนเรา ผมก็ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นยังไง โตขึ้นจะเป็นคนแบบไหน

แต่อย่างน้อยที่สุด ... ลูกก็เป็นเหมือนตัวแทน ตัวแทนของคนๆ นึง ที่เรารักมากที่สุดในชีวิตครับ


Related Link



0 comments: