Thursday, December 31, 2015

สรุปตัวเองในปี 2015 : ฟรีแลนซ์ปี 2, มีลูก, ความสุขที่ไม่ซ้ำในแต่ละวัน




บล็อกสุดท้ายส่งท้ายปี 2015 ก็อยากขอบันทึกเรื่องของตัวเองในปีนี้เอาไว้เสียหน่อย รู้สึกดีที่ได้บันทึกสรุปในทุกๆ ปี พอได้กลับมาอ่านย้อนหลังก็มีหลายเรื่องเหมือนกันเน๊อะที่เกิดขึ้นในแต่ละปี

ปีนี้มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากตัวเอง คนที่เรารัก และคนรอบตัว ถ้าถามโดยรวมแล้วเป็นยังไง ก็ต้องบอกว่าเป็นปีที่ดีเอามากๆ ปีนึงในแทบทุกด้าน

การงาน
  • เป็นปีที่ 2 ที่ครบรอบการลาออกจากงานประจำมาทำฟรีแลนซ์เต็มตัว จากความงงๆ ในชีวิตเมื่อปีที่ 1 มาปีนี้ก็ดูจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
  • เป็นความตั้งใจที่ปีนี้จะออนไลน์ให้น้อยลง (นี่น้อยแล้วเหรอ ?) แล้วไปทำในส่วนออฟไลน์ให้มากขึ้น คือรู้สึกว่าด้านออนไลน์เราพอแล้วล่ะ ไม่ต้องมากไปกว่านี้
  • พอไปเน้นโลกออฟไลน์ เลยกลายเป็นปีที่มีงานบรรยาย, เทรนนิ่ง, Consult เยอะมาก ไปบรรยายมากกว่า 10 มหาลัย, Training มากกว่า 7 บริษัท, งาน Consult ก็มีมาหลายที่มากขึ้น
  • ข้อดีคือได้เจอคนที่หลากหลายมาก ปีนี้เมมเบอร์คนใหม่ๆ ในมือถือเกือบร้อย ได้เรียนรู้จากคนเก่งๆ มากขึ้นเยอะเลย
  • ข้อเสียคือเหนื่อยโคตรๆ เพิ่งรู้ตัวว่าแก่แล้ว เวลาพูดติดต่อกัน 2 ชั่วโมงเริ่มหอบ ไม่มีเสียง กลับบ้านป่วยไปเลยก็มี
  • เรื่องเงิน ปีนี้มั่นคงมาก รายได้ก็มีเข้ามาให้อุ่นใจเป็นระยะๆ ไม่กระเป๋าแฟบแบบปีก่อนหน้า
  • เว็บ MacThai ปีนี้ลงตัวแล้ว ได้น้องทีมงานใหม่ๆ เข้ามาช่วย รู้สึกเป็นบุญมากที่ทีมงานดี มีเวลาไปดูแลงานส่วนอื่นๆ มากขึ้น ปีหน้าหวังว่าจะเริ่มเข้าที่และเป็นระบบ
  • จัดงาน Event ไป 3 รอบ คือช่วงมี.ค. (Apple Watch), มิ.ย. (WWDC), ก.ย. (iPhone 6s) ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง รู้แพทเทิร์นของการจัดงาน และก็ออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ
  • ด้านที่แย่ปีนี้ก็มีงานที่เยอะจนทำไม่ทัน ส่งช้าไปหลายครั้ง มีดราม่าบ้างเล็กน้อย ปีหน้าจะพยายามทำให้ดีขึ้น

ครอบครัว
  • ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อได้มีลูกชาย "น้องวชิ" เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2558 (5/5/2015)
  • การปรับตัวเองจากหนุ่ม Geek มาเป็นคุณพ่อลูกอ่อนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยังดีที่ทำฟรีแลนซ์ งดรับงาน 2 เดือน เลี้ยงลูกอยู่บ้านอย่างเดียว ก็ทำให้ปรับตัวได้ไวขึ้น
  • ได้เรียนรู้ความสุขที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน การได้รักใครมากๆ ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เชอรี่ แต่เป็นลูกของเรากับเชอรี่ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษ
  • เห่อลูกมาก พูดเลย
  • ปีนี้ไม่ค่อยได้ไปหาคนในครอบครัวมาก แต่คนในครอบครัวมาหาเราแทน 555 
  • ได้อยู่กับหม่าม๊าเยอะมาก ตั้งแต่มาเรียนมหาลัยก็เพิ่งมีปีนี้ได้อยู่ด้วยกันเยอะ เพราะมาช่วยเลี้ยงน้องวชิที่คอนโด
  • รู้สึกเลยว่ามีเวลาหวานๆ กับเชอรี่น้อยลง เพราะเราทั้งคู่ก็ไปโฟกัสที่ลูกก่อนเป็นอันดับแรก
  • โชคดีมากที่น้องวชิเป็นเด็กแข็งแรง ไม่ป่วย ไม่ไข้ เลี้ยงง่าย กินง่าย
  • ที่สำคัญคือลูกเราหล่อและน่ารักสุดๆ ไปไหนสาวๆ กรี๊ดดดด (แล้วก็บอก หล่อเหมือนพ่ออ่ะคับ น่ารักเหมือนพ่อเลยคับ)
  • ทั้งปีทะเลาะกับเชอรี่ครั้งเดียว ทำสถิติใหม่ ไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เป็นปีที่มีลูกด้วยนะ
  • ถือเป็นปีที่เรื่องครอบครัวดีมากๆ หวังว่าปีหน้าจะดีขึ้นไปอีกเน๊อะ

สุขภาพ
  • ป่วยตลอดทั้งปี
  • โรคเดิม คือเจ็บคอ ซึ่งก็มาจากการทำงานหนัก นอนน้อย กินน้ำน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • ช่วงกลางปีหายป่วยนานมาก แต่ก็มาเป็นอีกทีช่วงท้ายปี เพราะงานเข้าเยอะมาก
  • พยายามออกกำลังกายให้มากขึ้น ซื้อ Apple Watch มา, สมัครวิ่งมินิมาราธอน แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอยู่ดี
  • มีรอยตีนกา ผมหงอกขึ้นเห็นได้ชัด แก่แล้ว พูดเลย
  • วันไหนมีบรรยายเช้าจะเกลียดมาก เพราะไม่มีพลังพอจะขับรถไป ได้ Uber ช่วยชีวิตไว้หลายรอบ นอนบนรถตลอดทาง


ผลงาน
  • น่าแปลกที่ถึงไม่ค่อยได้เน้นออนไลน์ แต่กลับได้ไปออกทีวีหรือให้สัมภาษณ์ตามงานบ่อยกว่าปีก่อน
  • ได้มีโอกาสไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ในชีวิต เที่ยวกับทาง CP All เหมือนได้ไปเติมพลังให้ชีวิตอีกครั้งนึง เสียดายแค่ไม่ได้พาเชอรี่กับลูกไปด้วย สัญญาว่าจะพาไปด้วยกันนะ
  • ติด 1 ใน 100 Online Influencer ของไทย จัดโดย LIPS Magazine เป็นความทรงจำที่ดีและมีเกียรติมากๆ ขอบคุณ
  • ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานด้านการศึกษาบ้าง ทำงานกับเด็กแล้วสนุก มีไฟแรงขึ้นทันตาเห็น
  • เป็นปีที่ 2 ที่ทำผู้จัดการค่าย YWC ทั้งรุ่น 12 และรุ่น 13 เป็นงานที่ทำทั้งปี เหนื่อยแบบไม่เคยเหนื่อยแบบนี้มาก่อน แต่ก็สนุกและภูมิใจมาก ครั้งนึงได้มาดูแลค่ายระดับประเทศแบบนี้
  • ได้รับเลือกเป็นกรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยรอบ 2 ขอบคุณที่ยังเชื่อใจให้มาช่วยทำงานกันต่อไปครับ
  • หนังสือที่ตั้งใจจะเขียน ปีนี้ก็ยังคงไม่เสร็จ ปีหน้าเอาใหม่ ต้องทำให้ได้สิ
  • เป็นปีที่ซื้อของแอปเปิลเข้าบ้านเยอะมากๆ มีตั้งแต่ Apple Watch 2 เรือน, iMac จอ 21.5 นิ้ว, iPhone 6s Plus และอีกหลายอย่าง หมดไปเป็นแสน (ขอส่วนลดบ้างจิ)
  • ได้ดูหนังรอบสื่อบ่อยขึ้น ยังคงรักการดูและวิจารณ์หนัง ปีหน้าไม่รู้จะได้ดูมากขึ้นหรือเปล่า เพราะมีลูกไปไหนก็ลำบากอยู่
  • เขียนบล็อกน้อยลง ไปเน้นงานเขียนใน MacThai กับงานด้านออฟไลน์มากไปหน่อย ปีหน้าจะกลับมาโฟกัสด้านงานเขียนบล็อกอย่างจริงจังได้เสียที
  • สถิติ Follower Twitter ~270,000 : Facebook ~18,000 : Instagram 5,000
  • ผลงานที่เป็นรูปธรรมมากสุดคือการปั้น Fanpage ของ MacThai จากยอด 15,000 ขึ้นมาเป็น ~130,000 แถมเป็นเพจที่คนมามี Engagement เยอะกว่าที่คาด ไม่เสียแรงที่ตั้งใจโฟกัสส่วนนี้มาตลอดทั้งปี
โดยสรุปแล้วถ้าให้คะแนนชีวิตปีนี้คือ 90/100 เลย ถือเป็นปีที่ดีทั้งเรื่องงานและครอบครัว เสียแค่เรื่องสุขภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เป้าหมายปีหน้าคือเน้นเรื่องการดูแลตัวเองให้มากขึ้น กับเรื่องของผลงานที่จะพยายามทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

หวังว่าปี 2016 จะเป็นอีกปีที่ดีนะ สาธุ~*





Tuesday, December 15, 2015

ทดลองซื้อกองทุน LTF/RMF ผ่าน TMB Open Architecture ที่เดียวจบ ซื้อได้แทบทุกยี่ห้อ


สิ้นปีแล้วววว ถือเป็นเทศกาลซื้อกองทุนสำหรับคนทำงานทั่วประเทศ หมดปีคำนวณว่าต้องจ่ายภาษีแค่ไหน ต้องซื้อกองทุนเท่าไหร่ถึงจะลดภาษีได้คุ้มสุด

ปกติทุกปีผมก็จะซื้อกองทุน LTF เป็นหลัก ทุกปีก็จะเลือกซื้อของ Aberdeen บางปีก็ดูของรายอื่นสลับกันไปบ้าง กระจายการลงทุน แต่ปัญหาคือยิ่งซื้อหลายกองเท่าไหร่ ก็ยิ่งปวดหัวเท่านั้น

กองนี้ขึ้น, กองนี้ลง, จะซื้อ จะขาย ก็ต้องไปคนละที่ มีเยอะก็เรื่องเยอะตามไปด้วย

ปีนี้เลยทดลองแนวทางใหม่ เป็นบริการของ TMB Open Architecture ซื้อกองทุนหลายยี่ห้อดัง แต่ทั้งหมดทำได้จากที่เดียว บริหารจากที่เดียวเลย ซึ่งก็สะดวกและง่ายดีนะ เป็นยังไงไปลองดูกัน


ทดลองซื้อกองทุนยี่ห้อดังผ่าน TMB Open Architecture


สำหรับบริการนี้ ก็เข้าใจได้ง่ายๆ คือเป็นเหมือน One Stop Service สำหรับซื้อกองทุน LTF / RMF คือไปที่เดียว ซื้อได้แทบทุกยี่ห้อเลย ไม่มีหักค่าบริการด้วย ทั้งหมดฟรี

เช้ามาก็นั่งรถไปที่ TMB สาขา Central World สาขากลางเมืองสุดๆ ไปถึงก็บอกพนักงานเลยว่าจะมาซื้อกองทุน LTF ก็มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุน มาแนะนำเรื่องการซื้อ กองนี้ดีไหม กองไหนดีกว่ากัน



พนักงานอธิบายบริการ TMB Open Architecture ก็สรุปได้ง่ายๆ ดังนี้
  • เป็นบริการซื้อกองทุน LTF/RMF ผ่านทางธนาคาร TMB ซื้อได้หลายกอง หลายบริษัท
  • กองทุนยอดนิยมติดอันดับท็อปเทนผลตอบแทนก็มี รวมถึงกองย่อยอื่นๆ ก็มีให้เลือกเยอะ (Aberdeen, UOBAM, Manulife, TMBAM มีครบ)
  • ต้องเปิดบัญชีกับทาง TMB ก่อน เพื่อไว้รับเงินตอนขายกองทุน
  • ไม่มีค่าบริการ การซื้อขายทั้งหมดฟรี
  • ยกเว้น บางกองก็ต้องเสียตามนโยบายกอง ซึ่งก็เหมือนที่อื่นๆ
  • บริการการซื้อขายทั้งหมดได้จากจุดเดียว
  • ใช้หักภาษีได้ตามปกติ
ฟังดูแล้วก็น่าจะโอเคดี ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรมาก แต่ผมพบว่าที่ดีคือมีเจ้าหน้าที่มาคอยแนะนำแต่ละกอง พร้อมเอกสารเปรียบเทียบผลงานของแต่ละกองทุนให้ดูด้วยนี่แหล่ะ

เพราะปกติต้องไปงานพวก Money Expo เอาเอกสารแต่ละบูทมา แล้วก็นั่งเปรียบเทียบทีละกอง อันนี้มีใบเดียวจบเลย เพราะ TMB มีขายหลาย บลจ. แล้วแต่ละกองก็คัดมาแล้วทั้งนั้น ยิ่ง LTF/RMF นี้ เปรียบเทียบได้เลยว่ากองไหนเจ๋ง


พนักงานที่แนะนำให้คำปรึกษาดีมาก สุดท้ายจากที่กะจะซื้อ Aberdeen ปีนี้ผมเลยลองแบ่งไปซื้อ CG-LTF ของ UOBAM บ้าง เพราะผลประกอบการช่วงหลังดี แม้ตลาดลง แต่ก็ไม่ขาดทุนเท่ากองอื่นๆ จัดไป 30,000 บาท

แต่กองนี้มีค่าธรรมเนียมการซื้อ 1% ตามนโยบายของ UOBAM ซึ่งจะหักจากเงินที่ซื้อเลย ต้องระวังเวลายื่นลดหย่อนด้วย เพราะตอนกรอกจะใส่ 30,000 เลยไม่ได้ ต้องใส่ตัวเลขหลังหัก 1% แล้ว หากไม่รู้ถามเจ้าหน้าที่ได้ หรือรอเอกสารลดหย่อนที่บลจ. จะส่งมาให้แล้วกรอกตามนั้นก็ได้


เซ็นเอกสารเพิ่มเติมอีกพอสมควร สุดท้ายเราก็จะได้สมุดสำหรับซื้อขายกองทุนมา 1 เล่ม คล้ายสมุดบัญชีเงินฝากนี่แหล่ะ แต่อันนี้เป็นสมุดซื้อขายกองทุน



สอบถามเรื่องการดูข้อมูลจากเว็บ เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากำลังพัฒนาส่วนนี้อยู่ น่าจะเสร็จไม่นานหลังจากนี้ จะได้เปิดเว็บแล้วเช็คราคา หรือดูรายการทุกกองทุนที่เราซื้อผ่าน TMB ได้จากจุดเดียวเลย แต่ตอนนี้สามารถดูได้จากสมุดตอนอัพ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่สาขา

ซื้อเสร็จแล้ว เย่ๆ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีสำหรับฟังคำแนะนำและเปิดบัญชีซื้อกองทุนใหม่

:: สรุป ::


TMB Open Architecture ถือเป็นบริการสำหรับซื้อกองทุน LTF/RMF ที่สะดวกสบายดี ซื้อกองทุนระดับท็อปของไทยได้ในที่เดียว ไม่วุ่นวาย ค่าบริการฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีเจ้าหน้าที่แนะนำ พร้อมเอกสารเปรียบเทียบแต่ละกองทุนช่วยตัดสินใจ 

ส่วนที่น่าจะต้องพัฒนาเพิ่มคือยังไม่มีหน้าเว็บที่เช็คข้อมูลราคากองทุนที่ซื้อ รวมถึงธุรกรรมยังไม่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ แต่ก็อยู่ในแผนการพัฒนาของทีมงานอยู่แล้ว น่าจะดีไม่น้อยหลังจากนี้

ใครที่กำลังมองหากองทุนดีๆ ในช่วงสิ้นปีแบบนี้ แนะนำลองไปคุยกับเจ้าหน้าที่ดูก่อนได้ครับ บริการดี มีเอกสารเปรียบเทียบแทบทุกกองให้ดูเลย ใครสนใจแวะไปได้ที่ TMB ทุกสาขาเลยจ้า

รายละเอียดเพิ่มเติม - TMB Open Architecture

[Advertorial]




Wednesday, December 09, 2015

ชี้ตำแหน่ง : ไปรษณีย์ไทยแถวสยามกับ Central World หาไม่ยาก เปิด จ.-อา. ค่าบริการตามปกติ



ช่วงหลังใช้บริการไปรษณีย์บ่อยๆ แต่ก็หาสาขาที่ไปสะดวกไม่ค่อยได้ จะฝากเอกชนก็กลัวเปลือง พอดีไปเจอว่ามีไปรษณีย์ไทยแถวสยามกับที่ Central World แถมคิดราคาปกติด้วยนะ เห็นว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เลยมาชี้เป้าให้ดูกัน

ไปรษณีย์ไทย Siam Center

ที่แรกคือไปรษณีย์ไทยแถวสยาม ซึ่งถือเป็นแหล่งเที่ยวยอดฮิตของไทยมาทุกยุค แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามีบริการไปรษณีย์ไทยแอบซ่อนตัวอยู่ด้วย



ไปรษณีย์ไทย สาขา Siam Center ตั้งอยู่ด้านหลังห้าง ชั้นแรกของอาคารจอดรถ



ถ้ามาจาก BTS ลงแล้วเข้าห้าง Siam Center ลงไปชั้น 1 แล้วเดินเข้าไปทางออกห้าง ตรงร้าน Swatch ก็จะเห็นไปรษณีย์อยู่ตรงหน้าเลย


เดินข้ามเข้ามาฝั่งที่จอดรถ ก็จะเห็นบริการไปรษณีย์ไทย อาจจะดูเก่าหน่อย แต่พนักงานก็บริการดี คนใช้บริการไม่ได้เยอะเท่าไหร่




ข้างในมีอยู่ทั้งหมด 3 เคาท์เตอร์ ค่าบริการคิดตามเรทปกติของไปรษณีย์ไทย ไม่ได้มีการชาร์จเพิ่ม



ช่วงเวลาให้บริการ
  • เปิดจันทร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00 - 18.00
  • งดให้บริการเฉพาะ วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดชดเชย

ไปรษณีย์ไทย Central World


อีกห้างยอดฮิตของชาวไทย คือ Central World ที่นี่ก็มีบริการไปรษณีย์เอกชนหลากหลายยี่ห้อ แต่ก็มีไปรษณีย์ไทยอยู่ด้วยนะ ส่งที่นี่ไม่คิดค่าบริการพิเศษอะไร


ไปรษณีย์ไทยสาขา Central World ให้เดินมาที่ร้าน Starbucks ชั้น 1 ของห้าง จากนั้นลงบันไดเลื่อนไปชั้นใต้ดิน


พอลงมาก็จะเจอไปรษณีย์ไทยเลย ที่นี่ใหญ่กว่าสาขาสยาม และมีคนใช้บริการเยอะพอสมควร เพราะราคาปกติไม่คิดเพิ่ม แถมปิดดึกถึงเวลา 20.00 น.เลย


ช่วงเวลาให้บริการ
  • เปิดจันทร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00
  • งดให้บริการเฉพาะ วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดชดเชย



Monday, December 07, 2015

แชร์ประสบการณ์คุณพ่อมือใหม่ เลี้ยงลูกอยู่บ้านครบ 6 เดือน

วันแรกของการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองที่บ้าน

แม้เชอรี่จะลาออกจากงานประจำมาเลี้ยงลูกที่บ้าน ผมเองก็ทำงานที่บ้าน แต่ด้วยความที่ "น้องวชิ" เป็นลูกคนแรกของเรา ทุกอย่างเลยดูใหม่หมด ดูยากไปหมด

มีคนเคยบอกว่า คืนแรกของการพาลูกกลับมาเลี้ยงที่บ้านหลังจากอยู่โรงพยาบาลมาหลายวัน เป็นคืนที่สนุกที่สุดเลย ... เพราะจะไม่ได้นอนทั้งคืน ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย >___<

"แง๊ๆๆๆๆๆ" น้องวชิตื่นขึ้นมาร้องตอนตี 2
"หม่ามี๊ ลูกร้องไห้ ทำไงดี ?" ผมร้องถาม
"กินนมๆๆๆๆ" เชอรี่เอาลูกมากินนม แต่ลูกก็ยังร้องไม่หยุด
"เอ๊ะ รึว่าร้อน เปิดแอร์ๆๆๆๆ" ผมวิ่งไปเปิดแอร์อย่างว่องไว
"ลูกไม่กินนมเลยค่ะ ทำไงดี ร้องไม่หยุด"

สองพ่อแม่มือใหม่วิ่งวุ่นไปมา งงไปหมด นาทีนั้นเราก็อยากให้ลูกเราสบาย หยุดร้องไห้ มีความสุข แต่ทุกอย่างมันช่างดูตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูก แม่ย่าแม่ยายที่มาช่วยเลี้ยงก็มาช่วยเดากันไปต่างๆ นาๆ จนผ่านไป 15 นาที วชิก็ยังไม่หยุดร้อง

จนมีเสียงดังขึ้น .... "ปู้ดดดดดดดด"
เอ่อ ... สรุปคือลูกอึตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีใครเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ซะงั้น (-__-")

3 คืนแรก สองพ่อแม่มือใหม่แทบไม่ได้นอนเลย เช้ามาตาโบ๋ ขอบตาดำ หมดพลัง จนได้พาลูกกลับไปตรวจที่โรงพยาบาล ก็โดนคุณหมอสอนมายกใหญ่ จนเราก็ทำการบ้านหนักขึ้น เริ่มเข้าใจลูกมากขึ้นเรื่อยๆ


ความสุขที่คุณตื่นได้

ผมเป็นคนขี้เซา นอนตื่นสาย เวลาตื่นโดยปกติคือเที่ยงถึงบ่าย เพราะชอบทำงานตอนดึก (มาก) และโดยอาชีพฟรีแลนซ์ ก็ไม่ต้องไปทำงานแต่เช้า ใครมาปลุกผมให้ตื่นก่อนเที่ยงได้คือเรื่องน่ามหัศจรรย์มาก

แต่แล้วคนๆ นั้นก็มีอยู่จริง นั่นคือ "น้องวชิ" นั่นเอง

ผมจำได้เลยว่าเช้าวันนึง หลังจากที่ทำงานจนดึกดื่นและกำลังหลับฝันดี ก็มีเสียงร้องแว๊ๆ ออกมาเวลา 7 โมงตรง ด้วยความงัวเงีย บวกกับยังไม่เคยชินกับการมีลูก ผมกำลังจะโวยวายบอกเสียงอะไรเนี่ยหนวกหูจริง ... แต่ไม่ทันได้อ้าปาก ทันทีที่ลืมตามอง ลูกก็หันมายิ้มให้


โอ้โห นาทีนั้น เหมือนโลกหยุดนิ่ง คล้ายนาทีแรกที่ตกหลุมรักใครสักคน แต่นี่เป็นเด็ก และเป็นลูกของตัวเอง



บ่ายวันนั้นผมต้องขับรถออกมางานข้างนอก เป็นครั้งแรกที่ต้องห่างลูก หลังจากที่ทั้งคอยอุ้มดูแลมานานกว่าสัปดาห์ หลังจากที่ขับขึ้นทางด่วนไปไม่นาน อยู่ดีๆ ผมก็มีความคิดแว๊บเข้ามาในหัว ...

"คิดถึงลูกว่ะ" ผมบอกกับตัวเองในใจ เฮ้ย นี่มันไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความรู้สึกของคนที่เกลียดเด็กมาโดยตลอด แต่นาทีนั้นอยากกลับรถไปอยู่บ้านไวๆ เมื่อไหร่จะจบงานนี้ซะทีนะ

ตอนนี้ผมตกหลุมรักลูกชายตัวเองเข้าแล้วสิ >__<


พ่อบ้านใจกล้า

ผมเป็นพ่อบ้านที่แย่มาก รีดผ้าไม่เคยเรียบ ซักผ้าไม่รู้จักแยกผ้าสีผ้าขาว ถูบ้านไม่เคยสะอาด
แต่ผมเลี้ยงลูกได้ และน่าจะเลี้ยงลูกได้ดีด้วยนะขอบอก

งานแรกที่ผมช่วยเลี้ยงลูกเลยคือการอุ้มครับ เนื่องจากน้องวชิเป็นเด็กนอนยากเล็กน้อย ถ้ากินนมแล้วไม่นอน ก็เป็นหน้าที่ป่าปี๊ใช้พลังอุ้มเดินขึ้นเดินลงบันได


ถึงแม้จะเป็นงานง่ายๆ แต่ก็ใช้พลังมากกว่าที่คิด คือต้องเดินขึ้นลงบันไดหนีไฟที่คอนโด ร้องเพลงที่น้องวชิชอบ ซึ่งดันชอบเพลงจีน (เกิดจากอาม่าชอบร้องเพลงจีนให้หลานฟัง) ทำให้บางคืนเวลาคนในคอนโดกลับบ้านดึก ก็จะได้ยินเสียงเพลงจีนดังเบาๆ มาจากทางหนีไฟ



ถ้าโชคดีก็จะได้เจอผีพ่อบ้านอุ้มเด็ก ขอบตาดำปี๋เดินไปเดินมา เหอๆๆๆๆๆ

ความภูมิใจของการอุ้มลูกนอน คือเวลาที่ลูกหลับคาไหล่ของเรา แล้วพาลูกไปนอนที่เตียง ภาพที่มองเห็นเด็กน้อยนอนหลับปุ๋ยสบายใจ เราก็มีความสุขไปด้วยอย่างประหลาด

หลังจากที่ฝึกอุ้มเด็กแล้ว ก็เริ่มสนุกได้ฝึกงานเลี้ยงลูกอื่นๆ อีกหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็น



  • ให้นมจากขวด : งานที่พ่อบ้านควรทำที่สุด เพราะคุณแม่จะได้พักบ้างจากการให้นมมาทั้งวัน
  • อาบน้ำ : โห อันนี้ช่วงแรกกลัวมาก แต่พอได้ลองอาบน้ำลูกดูครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อๆ ไปก็ง่ายมากเลย มือของพ่อใหญ่กว่าแม่ทำให้อุ้มลูกได้ง่ายกว่าด้วย
  • อ่านนิทานก่อนนอน : ช่วงดึกเป็นช่วงที่ผมอยากให้แฟนได้พักบ้าง ก็เลยจะพยายามเหมาการเลี้ยงลูกรอบดึกมาให้มากที่สุด แต่ดึกแล้วเล่นมากไม่ได้ ก็ต้องอ่านนิทานให้ฟังแทน
  • ใส่เป้อุ้ม เวลาออกไปข้างนอกบ้าน
  • พาไปเล่นน้ำ น้องวชิชอบเล่นน้ำมากๆ
ผมพบว่าการช่วยเลี้ยงลูกเป็นงานที่สนุกมากเลยนะ ยิ่งเราอยู่กับลูกนานเท่าไหร่ ลูกยิ่งชอบเล่นกับเรามากขึ้นเท่านั้น

เลยกลายเป็นว่าสิ่งที่ผมช่วยเลี้ยงลูกได้ดีที่สุด คือการ "เล่นกับลูก" นี่แหล่ะ เวลาว่างๆ ก็หาท่าประหลาดๆ มาเล่นกับลูก เอาของเล่นแปลกๆ มาทำท่าแปลกๆ 

เด็กผู้ชายชอบเล่นอะไรไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ก็สนุกทั้งพ่อทั้งลูกเลย บางทีเล่นเพลินไม่ทำการทำงานกันเลยล่ะทีนี้


โลกของลูกอยู่กับเราไม่นาน ใช้เวลาให้คุ้มค่า


มีคนเคยบอกผมว่า เด็กจะอยู่กับพ่อแม่แค่ถึงอายุ 10 ขวบเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็จะมีชีวิตของตัวเอง เริ่มอยู่กับเพื่อน มีโลกส่วนตัว ซึ่งไม่อยากให้พ่อแม่เข้ามายุ่งเกี่ยว

ย้อนกลับมาดูตัวเองตอนเป็นวัยรุ่น ก็คงจะจริงนะ สมัยผมก็ติดเพื่อน มากกว่าพ่อแม่เยอะ เพราะงั้นถ้าจะนับว่าตอนนี้เป็นการนับถอยหลังของการใช้เวลากับลูกก็ใช่


ผมไม่เสียดายเวลาเลย ที่บางครั้งต้องยกเลิกงาน เพราะอยากอยู่บ้านดูแลลูกมากกว่า

เวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ผมใช้เวลากว่า 70% อยู่กับลูก ยิ่งอยู่ด้วยกันก็ยิ่งผูกพันธ์ ตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นลูกมีพัฒนาการใหม่ๆ รอดูน้องวชิตัวน้อยเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

สุดท้ายผมก็ได้เรียนรู้ว่า ... การเลี้ยงลูก "ไม่ใช่หน้าที่" ครับ แต่เป็นความรักที่เราควรมอบให้ลูก ไม่ว่าเราจะเป็นคุณแม่ หรือคุณพ่อก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม



Wednesday, December 02, 2015

รีวิว: อ่างอาบน้ำ + เก้าอี้ปั๊มลม สำหรับเด็ก รุ่นยอดฮิตจาก Richell


ช่วงนี้น้องวชิอายุขึ้นเดือนที่ 6 แล้ว เริ่มต้องดูแลมากกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่กินนมแล้วนอนอย่างเดียว คือต้องเริ่มทานอาหาร แถมยังต้องฝึกนั่ง ฝึกคลานบ้าง

สัปดาห์ก่อนผมกับภรรยาวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่หัวหินกัน ซึ่งเราก็จองโรงแรมอย่างดีไว้แล้ว แต่ก็ต้องขนของสารพัดอย่างที่ใช้ดูแลน้องวชิไปด้วย แต่ที่ยากสุดคือเก้าอี้กินข้าวกับอ่างอาบน้ำนี่แหล่ะ

พอดีที่ทาง Richell แบรนด์สินค้าเด็กชื่อดังของญี่ปุ่น ส่งอ่างอาบน้ำกับเก้าอี้ยางแบบปั้มลมมาให้ทดลองใช้ เลยได้โอกาสลดของบนหลังรถลงไปได้เยอะเบย (แต่ก็ยังเต็มรถอยู่ดี 555)



Airy Baby Chair เก้าอี้ปั้มลมยอดฮิตจาก Richell


พูดถึง Richell เป็นแบรนด์สินค้าสำหรับเด็กที่ดังมากที่ญี่ปุ่น ตอนไปแผนกเด็กที่โตเกียวก็เจอของขายหลากหลาย เยอะมากๆ ถือว่าแบรนด์ดีน่าเชื่อถือ เอามาใช้กับเด็กได้ปลอดภัย

Air Baby Chair ถือเป็นสินค้ายอดนิยม ขนาดของเก้าอี้คือ 46 x 48 x 27 (CM) น้ำหนัก  0.20 กิโลกรัม เก้าอี้ปั้มลมทั้งหมดจะพับเก็บไว้ในกล่องขนาดเล็ก พกพาสบายมากๆ



ปัญหาหลักของเก้าอี้ยางแบบเป่าลม คือต้องพกเครื่องเป่าลมไปด้วย แต่ความเจ๋งของ Airy Baby Chair คือไม่ต้องใช้เครื่องเป่าลมนะคร๊าบบบ เพราะมีหัวเป่าลมแบบปั้มติดมาในเก้าอี้เลย !!



ซึ่งตอนเห็นทีแรกก็งงๆ ว่ามันจะปั้มลมเข้าได้จริงๆ เหรอ หรือต้องเอาปากเป่าจนเมื่อยแทน ปรากฏว่าเปิดตรงที่ปั้มลม เอามือดันขึ้นลงประมาณ 1-2 นาที



แล้วก็แปลงร่างกลายเป็นเก้าอี้ยางได้จริงๆ ด้วย กราบคนคิดจริงๆ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีเก้าอี้พิเศษให้ลูกด้วย มันก็มีหลายเหตุผลเหมือนกันนะ

  • เด็กอายุ 6-7 เดือนยังนั่งเองไม่ค่อยได้ นั่งแล้วล้มบ่อยๆ
  • น้องยังตัวเล็ก ถ้าเก้าอี้ไม่ล็อคตัวดีๆ จะไหลหล่นลงไปได้
  • เวลาที่เราต้องทำโน่นทำนี่ จะปล่อยลูกไว้ก็จะร้องงอแง แต่ถ้ามีเก้าอี้นั่งกับพื้น ก็ให้นั่งเล่นอะไรไปเพลินๆ ได้เหมือนกัน

หลังจากที่ทดลองใช้งาน Airy Baby Chair ทีแรกก็กลัวว่าน้องวชิจะไม่ชอบ เพราะที่บ้านเคยให้นั่งเก้าอี้ IKEA แล้วก็ร้องงอแง แต่ปรากฏว่านั่งแล้วพอดีตัวเลยเป๊ะเลย

ข้อดีคือมีที่จับให้ตรงกลางด้วย ทำให้เด็กไม่ล้มไปข้างหน้า แล้วก็ไว้จับขยำเล่นสนุกๆ



ด่านแรกผ่านไป ลองด่านที่สองคือให้นั่งเก้าอี้ป้อนข้าว ซึ่งลุ้นหนักกว่าเดิมเพราะต้องนั่งนานหลายนาที แต่น้องวชิก็ไม่งอแงเลย แถมกินข้าวหมดด้วย หม่ามี๊ยิ้มแฉ่ง น้องวชิปากเลอะไปหมด 5555



ด้วยความที่เป็นเก้าอี้ยาง ก็ไม่ต้องกลัวเปื้อน เช็ดออกได้ง่าย



ช่วงที่ทานมือเช้าโรงแรม ก็ให้น้องวชินั่งเก้าอี้ยางนี่แหล่ะ แม่นั่งกิน Breakfast ลูกนั่งแทะกล้วยยางสนุกสนานกันไป น่ารักดีเหมือนกันนะ 555



นอกจากจะใช้ทานข้าว นั่งเล่นแล้ว ยังใช้เป็นห่วงยางให้ลูกนั่งตอนว่ายน้ำได้ด้วยนะ แต่อันนี้ต้องเตือนก่อนเลยว่าเป็นการใช้ผิดประโยชน์นิดนึง พ่อแม่ต้องคอยจับอยู่ตลอด ไม่งั้นอาจจะคว่ำได้นะ


อ่างอาบน้ำไวนิล รุ่น Soft Baby Bath ของ Richell 


มาถึงอีกอุปกรณ์นึง ที่ใหญ่โตขึ้นมาหน่อย นั่นก็คืออ่างอาบน้ำ ซึ่งก็สามารถพับเก็บในกล่องได้เช่นเดียวกัน แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ จะมีแถมที่ปั้มลมด้วยมือมาให้ 1 ชิ้นด้วย



เปิดออกมา พบว่าอ่างมีขนาดใหญ่พอสมควร คือ 87 x 53 x 29 cm และหนักประมาณ 1 กิโลกรัม แต่รอบนี้เชอรี่อยากขอลองปั้มด้วยตัวเอง เลยให้ลองดู





ด้วยฝีมือคุณแม่ผอมแห้งแรงน้อย แต่ก็ยังปั้มได้ชิวๆ ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาทีในการปั้มลมให้เต็มทุกมุม


ขนาดใหญ่กว่าที่คิด มีที่คั่นตรงกลางไว้ให้ลูกไม่ไหลหล่นลงไป รวมถึงที่วางคอด้านหลังด้วย วัสดุยางหนาและทนทานดี เอาเล็บจิกไม่ขาดนะ สมกับเป็นของญี่ปุ่น



ทดสอบให้น้องวชิลงอ่างอาบน้ำ ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยงอแงอยู่แล้ว หนุ่มน้อยคนนี้ชอบว่ายน้ำ แต่ที่กลัวคือเรื่องความปลอดภัยมากกว่า กลัวอ่างคว่ำหรือกลัวน้องไหลลงไป



ปรากฏว่าพอให้นั่ง + นอนดู ก็โอเคเลยนะ เพราะมีตัว Safety อยู่ตรงกลาง ให้ลูกจับเล่นได้ด้วย

เห็นนั่งแล้วเพลิน เลยลองเอาของเล่นมาให้เล่นในน้ำ น้องวชิก็หยิบเล่นไปมา สนุกเลยแหล่ะ ผมกับเชอรี่ลองปล่อยไม่จับ อ่างก็ดูแข็งแรงและมั่นคงดี



ด้านในมีขีด Guideline กำกับไว้ด้วยว่าให้เติมน้ำไม่เกินเท่านี้

ข้อมูลราคา

  • เก้าอี้ปั้มลม Airy Baby Chair  ราคา 1,290 บาท
  • อ่างอาบน้ำไวนิล รุ่น Soft Baby Bath ราคา 1,190 บาท
  • พิเศษ ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ซื้อทั้งสองชิ้น จากปกติ 2,250 บาท ลดราคาเหลือ 1,999 บาท ใครสนใจสอบถามได้ที่ -> Richell Thailand

:: สรุป ::

ข้อดี

  • ทั้งอ่างอาบน้ำและเกาอี้นั่ง ใช้วัสดุที่ดีมาก ทนทาน เด็กนั่งสบาย
  • มีที่ป้องกันเรื่องความปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • พกพาสะดวก นำไปเที่ยวได้ ไม่เปลืองที่
  • ราคาประหยัด

ข้อเสีย

  • ใช้เวลาเตรียมตัวพอสมควร 4-5 นาที ทั้งก่อนใช้และหลังใช้
  • ถ้าจะนำไปใช้เป็นห่วงยางเล่นน้ำ ควรมีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด

โดยสรุปแล้ว ถือว่าดีงามสำหรับเก้าอี้ปั๊มลม Richell วัสดุดีมาก ไม่ง้องแง้ง นั่งได้เต็มตัวดี มีที่จับ ไม่ต้องกลัวเปื้อน ที่สำคัญคือมีปั้มลมในตัว เหมาะแก่การพกพา หรือใช้ในบ้านที่พื้นที่จำกัด

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม - Richell Thailand

[Advertorial]