Thursday, July 21, 2016

รีวิว: Daiichi รุ่น First 7 คาร์ซีทเด็กอันดับ 1 ในเกาหลี ผ้า Organic 100%




คาร์ซีท (Car Seat) ถือเป็นอุปกรณ์สำหรับเด็กชิ้นแรกๆ เลยที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนเลือกซื้อ เพราะสมัยนี้การจะพาลูกน้อยไปไหนมาไหน ก็คงต้องพาขึ้นรถไป แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรจะมีคาร์ซีทให้ได้นั่งกันด้วย

ด้วยราคาที่มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ตัวเลือกก็มีเยอะแยะมากเลยในตลาด แต่สุดท้ายผมและภรรยาก็เลือก Daiichi แบรนด์อันดับ 1 ในเกาหลี ด้วยผ้า Organic 100% และที่สำคัญช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ขวบ ตัวเดียวจบเลยจ้าาาา



รู้จักกับ Daiichi (ไดอิชิ) แบรนด์คาร์ซีทอันดับ 1 ในเกาหลี
  • หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อของ Daiichi เพราะเพิ่งมาเปิดตัวในไทยได้ไม่นาน แต่ที่เกาหลีถือว่าเป็นคาร์ซีทที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในเกาหลีเลยนะ ไปที่ไหนก็เจอแน่นอน
  • เดิมทีบริษัทชื่อ Jeil Industry เป็นผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ให้กับเอเชียมอเตอร์และเกียมอเตอร์
  • ต่อมาก็เลยเปิดตลาดที่นั่งรถเด็ก และเปลี่ยนชื่อเป็นไดอิชิในปี 2005 นี่เอง 
  • Daiichi เป็นภาษาเกาหลีหมายความว่า "สิ่งที่ดีที่สุดแทน"
  • จุดเด่นที่ทำให้ขายดีมากๆ ในเกาหลีคือเป็นคาร์ซีทเด็กที่ได้รับรางวัลความปลอดภัยที่สูงที่สุดใน KBS Consumer Report และรางวัลต่างๆ จากทั่วโลกเลยจ้า

ทดลองใช้งานคาร์ซีท Daiichi รุ่น First 7

เนื่องจากคาร์ซีทจะต้องมีการติดตั้งที่รถยนต์ ทำให้การถ่ายภาพทำได้ลำบาก อีกอย่างคือไม่รู้ว่าน้องวชิจะชอบนั่งหรือเปล่า ผมก็เลยลองเอามาวางที่ห้อง จะได้ถ่ายรูป รวมถึงให้ลองนั่งเล่นดูก่อนจ้า 555



ทาง Daiichi ได้ส่งรุ่น First 7 มาให้น้องวชิได้ทดลองใช้ ซึ่งหลังจากที่ได้ใช้จริงมากว่า 1 เดือนเต็มแล้วน้องวชิชอบมาก เราก็เลยตกลงใจใช้ต่อจริงจนถึงทุกวันนี้เลยครับ

ครั้งแรกที่ได้เห็นหลังจากเปิดกล่องออกมา ถึงกับร้องเลย โอ้ววว อลังการมากกก ส่วนตัวผมชอบสีที่ดูไม่จัดเกินไป สบายตา เด็กนั่งได้เรื่อยๆ ดูไม่เบื่อ ส่วนเบาะก็นุ่มนิ่มกำลังดี ไม่ยวบมากจนเมื่อย



ส่วนหัวเข็มขัดนิรภัย ก็ไฮโซวสุด เพราะมาจากบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง SABELT ที่ผลิตหัวเข็มขัดให้รถ Ferrari F1 อิมพอร์ทมาจากอิตาลีเลยทีเดียว

จากที่ทดลองใช้ดู หัวเข็มขัดแข็งแรงดี และต้องใช้แรงกดพอสมควรถึงจะดึงออกได้ ก็ไม่ต้องห่วงว่าเด็กจะดึงสายออกมาเล่นเอง



มุมด้านข้าง จะเห็นว่าเป็นเบาะประมาณครึ่งนึง แล้วที่เหลือเป็นระบบนิรภัย ดูแข็งแรงบึกบึนดี



ตัวคาร์ซีทปรับได้ 4 ระดับ คือนั่งตรง เอนนิดๆ ไปจนถึงเอนในระดับนอน วิธีปรับก็จะใช้มือดึงปุ่มแดงๆ ที่อยู่ด้านหน้าของคาร์ซีท

จุดด้อยอย่างนึงที่พบคือ ตัวคาร์ซีทสามารถปรับเอนได้ แต่ไม่สามารถหมุนได้ อันนี้ก็แล้วแต่ใครที่ชอบนะ



ปัญหาอย่างหนึ่งของเมืองไทยคือแดดแรงและร้อนมาก ถึงแม้ในรถจะมีฟิล์มกันแสง แต่เวลาแดดส่องที่นั่งเด็กก็จะกันแสงได้ลำบาก ซึ่งรุ่น First 7 ก็มีอุปกรณ์เสริมเป็นที่บังแดดแบบพับเก็บได้ด้วย



ด้านข้างจะมีแถววงกลม ทีแรกก็งงว่าเอาไว้ทำอะไร นึงว่าวางไว้สวยๆ แต่เปิดดูคู่มือบอกว่าเป็นแม่เหล็กเล็กๆ เอาไว้เวลาที่เราจะอุ้มลูกเข้าออกจากคาร์ซีท สามารถเอาสายนิรภัยมาแปะไว้ได้ คือเป็นที่วางสายเพื่อไม่ให้น้องวชินั่งทับสายนี่เอง สะดวกกิ๊บเก๋ดีงาม



ที่ล็อกกับเข็มขัดนิรภัยบนรถก็จะอยู่ด้านข้างทำเป็นสีแดงเอาไว้ให้เห็นชัด ใช้นิ้วดันออกมาสำหรับติดตั้งได้



สำหรับใครใช้รถยนต์ที่รองรับฐานแบบ ISOFIX ก็สามารถใช้ฐานนี้เสียบเข้ากับเบาะที่นั่งได้เลย ซึ่งก็จะสะดวกกับการติดตั้งมากกว่าแบบใช้สายนิรภัยคาดไปมา



อย่างที่บอกว่า Daiichi รุ่น First 7 จะใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปถึงอายุ 7 ขวบ ซึ่งถ้าเด็กเล็กก็จะมีชุด Support ใส่เข้ามาอีกชั้นนึง ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง



สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย อย่างน้องวชิอายุ 1 ขวบกว่าๆ แล้ว ก็จะเอาส่วนแผ่นรองออก ที่นั่งก็จะกว้างขึ้นตามภาพเลย เวลาจะอุ้มน้องมานั่งก็พักสายไว้ด้านข้างได้



ส่วนเด็กที่โตขึ้นมาอีก ก็สามารรถปรับที่รองส่วนหัวให้ขึ้นสูงได้เรื่อยๆ รวมถึงสายคาดนิรภัยก็มีช่องเสียบหลายระดับ ปรับได้เรื่อยๆ



ได้เวลาทดลองเอาเจ้าลิงน้องมานั่งทดสอบดูก่อนจะขึ้นรถจริง ตอนนั่งทีแรกน้องวชิก็ดูงงๆ เพราะคาร์ซีทใหญ่กว่าเดิมมาก ขยับได้สะดวกดี

ตอนเสียบสายครบทีแรกก็แอบสงสัยว่าทำไมสายหย่อนจัง กลัวน้องดิ้นแล้วหลุดออกมา แต่เพิ่งเห็นว่าด้านล่างมีที่ดึงสาย คือพอดึงเบาๆ สายที่รัดตัวน้องก็จะแน่นกระชับขึ้น



ทดลองปรับเอนนอน ได้ทั้งหมด 4 ระดับ สูงสุด 146 องศา ก็เป็นมุมที่นั่งเล่น หรือนอนหลับได้สบายดี นายแบบมีแอบงงเล็กน้อย จะให้เค้านั่งหรือนอนคร๊าบบบบ


วัสดุพรีเมียม ใช้ยางยูรีเทน, ผ้า Organic 100%

จุดขายที่ต้องบอกเลยว่าทำให้ตัดสินใจใช้คาร์ซีทของ Daiichi ก็บอกตามตรงเลยว่าเป็นเรื่องของวัสดุที่ใช้งานครับ

คือผมว่าคาร์ซีทในท้องตลาดตอนนี้ เรื่องความปลอดภัย ดีไซน์ หรือการติดตั้งง่ายแทบไม่ต่างกัน แต่พอมาดูถึงวัสดุที่ใช้แล้วจะพบว่าเป็นตัวกำหนดราคาและคุณภาพได้อย่างมากเลย



สำหรับวัสดุด้านในของคาร์ซีท Daiichi ทุกรุ่น เบื้องหลังเบาะผ้าจะเป็นยางยูรีเทนที่นุ่มมากๆ ซึ่งข้อดีนอกเหนือจากความนุ่มก็คือไม่เก็บน้ำซึ่งข้อดีคือไม่เก็บน้ำ เพราะน้องวชิจะชอบทานน้ำแล้วหกบ่อย หรือเวลาที่น้องฉี่ก็จะมีน้ำซึม ซึ่งพอเป็นยางแล้วทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นมาก

อีกข้อดีคือเวลาใช้ไปนานๆ จะไม่เป็นขุย ไม่แห้งกรอบเป็นฝุ่นผงแบบยี่ห้ออื่นที่เคยใช้ ตัวผ้าคลุมถอดซักได้ทั้งหมด (แนะนำซักมือ) นอกจากนี้ยังมีขายแยกต่างหากด้วยเผื่อวันนึงซักจนผ้าเปื่อยหรือต้องการเปลี่ยนสีผ้าคลุม



ส่วนสุดท้ายเลยคือเรื่องของวัสดุผ้าทั้งหมด ที่เป็นผ้า Organic 100% คือส่วนตัวผมเป็นโรคภูมิแพ้อากาศครับ ซึ่งเราก็รู้ความทรมาณของโรคนี้เป็นอย่างดี และไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ด้วย

เพราะงั้นถ้าได้ใช้ผ้าที่เป็น Organic ข้อดีนอกเหนือจากความนุ่มคือเค้าไม่ใช้สารเคมีในการถักทอเลย ดังนั้นก็ช่วยลดอาการแพ้ต่างๆไปด้วย


ทดลองติดตั้งบนรถใช้งานจริง

หลังจากที่ทดลองให้นั่งเล่นบนบ้านแล้วพบว่าน้องวชิโอเคดีไม่งอแง แปลว่าผ่าน 555 ก็ได้เวลาติดตั้งใช้งานจริงที่รถแล้วจ้าาาา

ปกติผมจะให้ลูกนั่งที่หลังคนขับ และจะมีคุณแม่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยตลอดเวลา เวลาติดตั้งพอดีรถที่เราใช้ไม่มีที่เสียบแบบ ISOFIX ก็ใช้แบบสายนิรภัยพาดไปมาก ทำตามคู่มือได้ไม่ยากอะไร



ส่วนของหัวเข็มขัดที่ผลิตจาก SABELT ก็สัมผัสดีงามสมกับเป็นของอิตาลี ที่สำคัญคือแข็งแรง น้องวชิที่ชอบซนมากดเล่นก็ไม่หลุดง่ายๆ



ทดลองน้องมาให้นั่งเล่น ก็สนุกสนานดีงาม คือที่นั่งดูใหญ่โตมาก มองไกลๆ เหมือนคุณชาย นั่งเล่นของเล่น หรืออ่านหนังสือบนรถชิวมาก



สำหรับที่บังแดด ทีแรกนึกว่าจะไม่ได้ใช้ แต่พอเจอแดดช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น ที่แยงตาลูกก็อดไม่ไหวเหมือนกัน พอเอามากางก็บังได้ดีพอสมควร แต่แนะนำติดที่แปะกระจกเพิ่มอีกอันก็จะดี

ผ้า Organic ระบายอากาศได้ดีกว่าที่คิด เวลารถจอดตากแดดร้อนๆ เปิดแอร์ระบายอากาศไม่นานที่นั่งก็เย็นลง ชจนให้ลูกมานั่งได้ (จากการทดสอบ ที่นั่งในคาร์ซีทเย็นเร็วกว่าเบาะที่ผู้ใหญ่นั่งซะอีก)



จุดตัดสนใจเลยคือเวลานอนที่แหล่ะ คือน้องวชิเป็นเด็กนอนเยอะมาก ถ้าคาร์ซีทนอนไม่สบาย หลับไม่สนิทก็จะมีผลมาก เพราะน้องจะงอแงกว่าปกติ นอนน้อย

ซึ่งผลจากการทดลองใช้ ก็ตามภาพเลย หลับปุ่ย เป็นองค์ชายที่นอนกว้างสุดๆ แถมรูปทรงออกแบบเป็นรูปไข่ (Egg Shell Protection System) ซึ่งเหมือนนอนในอ้อมกอดแม่ ทำให้นอนหลับสนิทตลอดทาง

รายละเอียดเพิ่มเติมสินค้า

  • คาร์ซีท Daiichi รุ่น First 7
  • สำหรับเด็กแรกเกิด - 7 ขวบ
  • รับน้ำหนักเด็กได้สูงสุด 25 Kg ความสูงเด็ก 125 cm
  • ผ้า Organic Cotton แท้ 100%
  • น้ำหนักเครื่อง 8.37 กิโลกรัม
  • สินค้ารับประกัน 1 ปี ซ่อมฟรีไม่คิดค่าแรง
  • ราคา 23,900 บาท



:: สรุป ::

ข้อดี
  • เป็นคาร์ซีทที่ใช้วัสดุระดับพรีเมียม ระดับความปลอดภัยสูง
  • ผ้า Organic Cotton 100% นุ่มสบาย ป้องกันภูมิแพ้
  • วัสดุด้านในเป็นยางยูรีเทน กันน้ำ ทำความสะอาดง่าย
  • รองรับตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงอายุ 7 ปี
  • ถ้าซื้อรุ่น ISOFIX จะสามารถติดตั้งได้ทั้งแบบ ISOFIX และแบบใช้เข็มขัดที่มากับตัวรถได้
ข้อเสีย
  • เก้าอี้ปรับเอนได้ 4 ระดับ แต่ไม่สามารถหมุนได้
  • จัดอยู่ในคาร์ซีทเกรดพรีเมียม ราคาสูงตามคุณภาพวัสดุใช้งาน
หลังจากที่ใช้งานคาร์ซีทของ Daiichi รุ่น First 7 ก็พบว่าเป็นคาร์ซีทที่คุณภาพดีงามสมราคามาก โดยเฉพาะวัสดุที่ทั้งแข็งแรงและดูดี เบาะผ้านุ่มนิ่ม ชั้นในเป็นยูรีเทนทำความสะอาดง่าย ใช้ผ้า Organic 100% ดีกับเด็กมากๆ เลยทีเดียว

เมื่อดูด้านราคา ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม เมื่อเทียบกับคู่แข่งยี่ห้ออื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน ก็ต้องบอกเลยว่าจะด้อยกว่าในเรื่องการปรับหมุนไม่ได้ รวมถึงชื่อแบรนด์อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักในไทยมากนัก แต่ถ้าวัดความนิยมอันดับ 1 ในเกาหลีก็เชื่อถือได้ในระดับที่ดี

สำหรับใครที่สนใจ แนะนำอย่างมากให้ลองไปดูที่ศูนย์จำหน่าย และลองให้น้องหนูลองนั่งดูครับ แล้วจะพบว่าของเค้าดีงามจริงจ้า ^___^

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสถานที่จำหน่าย -> Daiichi Thailand



สถานที่จัดจำหน่าย และช่องทางการติดต่อ
  • The NINE Center พระราม 9 (หลัง มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ติดกับเสรีเซ็นเตอร์) ชั้น 1 : 02-716-7863 
  • THE MALL บางกะปิ ชั้น 3 ZONE KIDS’ PLANET 
  • THE MALL งามวงวาน ชั้น 3 ZONE KIDS’ PLANET 
  • THE MALL บางแค ชั้น 3 ZONE KIDS’ PLANET 
  • SIAM PARAGON ชั้น 3 ZONE KIDS’ PLANET 
  • และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 084-364-4445 
  • www.babyhillsthailand.com
  • www.facebook.com/daiichithailand
  • www.facebook.com/babyhillsthailand
  • Instagram : daiichithailand 
  • LINE ID: daiichithailand



0 comments: