Monday, March 28, 2016

ประสบการณ์ติดซีรีส์เกาหลีกับ "Descendants Of The Sun"


ด้วยความที่ปกติเป็นคนไม่ดูละคร แต่เมื่อปีที่แล้วตอนที่ภรรยาท้อง ด้วยความเครียดบวกกับมีเวลาว่าง เราก็เลยตัดสินใจหาซีรีส์เกาหลีเพื่อมาทำให้ว่าที่คุณแม่อารมณ์ดี ซึ่งจากการสอบถามทาง Twitter ว่ามีเรื่องไหนแนะนำบ้าง คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่คือ "You Who Came From The Star"

1 ปีผ่านไป ก็ไม่เคยได้ดูละครเรื่องไหนอีกเลย มาถึงช่วงที่น้องวชิ ลูกน้อยเริ่มโตขึ้นมา 10 เดือนแล้ว หลายอย่างเริ่มเข้าที่ ก็ได้เวลาหาซีรีส์มาดูซักเรื่องเพื่อให้ชีวิตมีสีสันในช่วงค่ำมากขึ้น

ซึ่งรอบนี้ก็ลองขอความเห็นจากใน Twitter เช่นเดิม และพบว่าเกือบ 80% ทุกคนแนะนำให้ดู "Descendants Of The Sun" พอดีกับจังหวะที่ละครเรื่องนี้กำลังเป็นข่าวดังหลังจากนายกท่านแนะนำให้ดู





ว่าแล้วก็ขอลองหยิบมาดูซักตอนนี้ กะว่าถ้าไม่สนุกก็คงบอกลา .... แต่ปรากฏว่า "ติดโคตรๆ" กดดูตอนต่อไปแทบไม่ทัน อร๊ายยยยย >o<

อ่านเพิ่ม : ประสบการณ์ติดซีรีส์เกาหลีครั้งแรกในชีวิต กับ "You Who Came From The Star"


Descendants Of The Sun

  • กระแสความฮิตของ Descendants Of The Sun ก็คงไม่ต้องพูดถึงกันมาก เพราะได้ยินจากทุกสื่อ เรตติ้งแรงทะลุ 30% ไปแล้ว ถือว่าแรงกว่า You Who Came From The Star ซะอีก
  • โดยเฉพาะในเกาหลี, จีน, ญี่ปุ่น ดังเอามากๆ จนรัฐบาลจีนออกมาเตือน
  • ได้รับคำชมจากผู้นำประเทศ ไม่ใช่แค่ไทย เพราะช่วยส่งเสริมให้คนรักชาติ
  • ที่เขียนอยู่ตอนนี้ละครเพิ่งมาถึงตอนที่ 10 ยังไม่จบ
  • มีฉายทางช่อง KBS ทาง True Visions แบบ HD ด้วยนะ (แต่ซับ Eng) ถ้าอยากดูซับไทยก็ต้องหาเว็บอื่นๆ ดูกันเอง
[Spoil]


  • ผมดูซีรีส์เรื่องนี้ด้วยอาการจับผิดล้วนๆ เลยครับ คือในใจตั้งคำถามตลอดเวลา ว่าทำไมถึงฮิต ? ทำไมถึงดัง ? มีอะไรที่แตกต่างจากละครเรื่องอื่นๆ
  • หลังจากกดดูแค่ EP. 1 โอ้โห เอาอยู่มากๆ ต้องปรบมือให้เลยว่าของเค้าดีจริง
  • คือตอนดูเราก็พยายามจับแบบรู้ทันให้ได้ไงว่า เฮ้ย เดี๋ยวต้องมีนังมารหัวใจ, เดี๋ยวต้องมีบทพ่อแง่แม่งอน, ต้องมีตัวน่ารำคาญแบบแม่นางเอกมาโวยวาย, ต้องมีบทซุปเปอร์ฮีโร่ให้พระเอก
  • ปรากฏว่าที่เดาไว้ แทบจะไม่เห็นในซีรีส์เรื่องนี้เลย
  • แค่ตอนแรก พระเอกนางเอกก็เริ่มรักกันแล้วอ่ะ ไม่มีมารหัวใจ หรือศึกแย่งสะมีกันเลย คือเค้ารักกันแต่มันมีอุปสรรคเรื่องอื่นมาขวางมากกว่า
  • ปกติ EP.1 คือการแนะนำตัวละครและปูเรื่อง แต่ DTS (Descendants Of The Sun) นอกจากจะปูเรื่องทั้งหมดแล้ว ยังใส่เรื่องอารมณ์ให้อินได้ตั้งแต่ตอนแรก 
  • ถึงกับพอจบปุ๊บ คุณเมียที่รักเอาเท้าเขี่ย บอก "ไปเปิดตอนต่อไปเดี่ยวนี้ !!" ผมนิแทบจะยกมือทำท่า "วันทยาหัตถ์" ไม่ทันเบย
  • Production ก็ต้องบอกว่าดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ต้องลงทุน ก็ลงกันจริงจัง เช่น ฉากถ่ายทำต่างประเทศ หรือฉากเหมืองถล่ม ทำดีเหมือนดูหนังเรื่องนึง
  • บทหนังช่วงกลางๆ เริ่มเอื่อยๆ มีเกือบหลับเหมือนกันตอนดู EP. 4-5 คือเรื่อยๆ มากไม่ค่อยมีอะไร
  • ตอนที่ชอบที่สุดเลยคือ EP. 7 ช่วงที่ต้องช่วยคนที่ติดอยู่ในเหมืองถล่ม เป็นตอนที่เครียดมาก ดูแล้วเข้าใจในความเป็นหมอ ความเป็นทหาร ความเป็นคน

นักแสดง
  • ทุกตัวละครมีการตัดสินใจที่เป็นคนจริงๆ ดีนะ ไม่ได้เฟคมากหรือทำอะไรไม่สมเหตุสมผล
  • "ซงจุงกิ" ในบท "กัปตันยูชีจิน" หล่อมาก โคตรเท่เลยแหล่ะ ปกติผมไม่ชอบดูตัวละครผู้ชาย สนใจแต่นางเอกมากกว่า แต่เรื่องนี้ยอมรับว่าเขาเล่นได้ดี และเป็นตัวละครที่โคตรเท่จริงๆ
  • "ซองเฮเคียว" ในบทคุณหมอสาว "คังโมยอน" ก็น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก น้องซองเล่นเรื่องไหนก็น่ารักอยู่แล้ว เรื่องนี้ใส่ชุดคุณหมอยิ่งน่าร๊ากกกกกกกกกกกก
  • คู่คิวจีวอนกับจินกู ก็ดูเพลินๆ ดี เป็นพระรอง ที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เสียดายที่บทน้อยไปหน่อย
  • ผู้หญิงใส่ชุดทหารก็ดูน่ารักไปอีกแบบเน๊อะ

ชอบ/ไม่ชอบ
  • สิ่งที่ชอบสุดใน DTS เลยคือบทของหนัง และความสมจริงครับ ผมว่าหนังมันดูเรียล ดูจริง จนเราสัมผัสได้ว่าทำไมตัวละครถึงต้องตัดสินใจกันแบบนั้นๆ
  • ในเรื่องนี้ตัวละครที่ชอบสุดคือหมอคังโมยอน ไม่ใช่แค่เพราะน้องซองน่าร๊ากกกกกกก แต่คือเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนในทุกการตัดสินใจเลย แล้วเธอก็เล่นดีเอามากๆ
  • มุมกล้องในแต่ละฉากก็สวยมาก ทั้งที่ถ่ายในต่างประเทศ หรือฉากสะเทือนอารมณ์สำคัญๆ
  • ส่วนไม่ชอบก็มี คือมันก็ดูเครียดไปหน่อยเหมือนกันนะ ฉากที่พยายามจะให้ตลกมันไม่ค่อยตลก มีแค่ความเปิ่นของนางเอกที่ทำให้ปล่อยก๊ากได้บ้าง
  • คือถ้าใครอยากดูคลายเครียดก็อาจจะไม่ช่วยมาก แต่ถามว่าดูแล้วติดไหม บอกเลยโคตรติด

สรุปคือเป็นประสบการณ์ติดซีรีส์เกาหลีที่ดีงามมาก เพราะละครเค้าทำดีจริงๆ แถมรอบก่อนตอนที่ติด You Who Came From The Star ตอนนั้นละครจบไปแล้ว ก็ไปหาแผ่นกันมาดูได้จนจบ แต่อันนี้ละครยังไม่จบ

ก็ตามดูต่อใน True Visions คงได้เข้าใจอารมณ์คนที่ตามดูละครทุกสัปดาห์ ช่วงถ่ายทอดสดไม่ยอมไปไหน เฝ้าหน้าจอกันแบบตามติด ... แล้วเจอกันที่หน้าจอฮะ 5555

อ่านเพิ่ม





Friday, March 18, 2016

รีวิว: นันยาง ชูการ์ รองเท้าผ้าใบนักเรียนหญิง ใส่เที่ยวได้ น่ารักมุ้งมิ้งสุดๆ #NanyangSugar



ถือได้ว่ากระแสแรงสุดๆ เลยสำหรับ "นันยาง ชูการ์ (Nanyang Sugar)" รองเท้าผ้าใบ นักเรียนหญิงจากนันยาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่ครองตลาดรองเท้านักเรียนชายมาอย่างยาวนาน ตอนนี้มีรองเท้านักเรียนหญิงออกมาแล้วค่าาาา

ซึ่งนันยาง ชูการ์นี้ก็เปิดตัวด้วยสีสันมากถึง 7 แบบ แถมยังโฆษณาว่าใส่ไปเที่ยวได้ ใส่ไปเรียนก็ได้ด้วย ถูกระเบียบกระทรวงศึกษาเลยจ้า ขายดีแบบขาดตลาดกันเลยตอนนี้ ราคาแค่ 329 บาทเอง

ถึงเชอรี่จะผ่านวัยเรียนมาแล้ว แต่ก็ยังชื่นชอบรองเท้านันยางที่ใส่ไปวิ่งเล่นได้บ่อยๆ ไม่พลาดจะทดลองซื้อมารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

Note: บทความรีวิวโดย @CherryJaja


แกะกล่อง นันยาง ชูการ์

เชอรี่สั่งรองเท้ามาจาก Central Online ค่ะ แค่วันเดียวของก็มาส่งถึงบ่านแล้ว ถือว่าสะดวกสบายดี กล่องของนันยาง ชูการ์ก็คล้ายกล่องรองเท้านันยางที่หลายคนคุ้นเคย แต่จะมีสีสันน่ารัก หวานแหววดีจุง~*



รองเท้ามีทั้งหมด 7 ไซส์ค่ะ ตั้งแต่เบอร์ 35 - 41 หลายคนเห็นในโฆษณาว่ามีทั้งหมด 7 สี แต่ไม่ได้หมายถึงสั่งครั้งเดียวจะได้เชือกทั้ง 7 สีนะคะ

เราจะได้แค่เชือกสีเดียวแบ่งตามขนาดของรองเท้าเลยค่ะ เช่น ที่สั่งซื้อมาคือเบอร์ 36 ก็จะได้เชือกสีเขียว



ด้านขอบล่างกล่องมีใส่ Hashtag #NanyangSugar ไว้ด้วย อินเทรนด์สมัยใหม่ดี



เปิดกล่องออกมา ก็จะพบกับรองเท้าที่อยู่ในห่อพลาสติก เหมือนรองเท้านักเรียนทั่วไป พร้อมสโลแกน Sweeter Steps, Sweeter world



แกะห่อออกมาก็จะพบกับรองเท้าผ้าใบ สำหรับนักเรียนหญิง มีใส่เชือกสีขาวเอาไว้แล้วที่รองเท้า ส่วนเชือกสีสันไว้ใส่เที่ยว จะมีห่อใส่อยู่ต่างหากมาให้ด้วยค่ะ



สำหรับเชือกสีขาว ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เป็นเชือกรองเท้าผ้าใบ สำหรับใส่ไปเรียนทั่วไปค่ะ ส่วนเชือกสีสัน ที่เอาไว้ใส่เที่ยว สายจะค่อนข้างบางไปนิดนึง มีความมันสะท้อนแสงเล็กๆ



วางเทียบกัน จะเห็นว่าเชือกรองเท้าสีขาวจะเป็นแบบผ้าที่นุ่มนิ่มหน่อย แต่เชือกใส่เที่ยวจะบางเบา เน้นสีสันสดใส




ตัวรองเท้าสีขาวจั๊วเลยค่ะ รูปทรงน่ารักดี เข้ารูปกับเท้าผู้หญิง ด้านล่างเป็นพื้นยางค่อนข้างหนา ด้านใต้รองเท้าเป็นสีน้ำตาล ไม่ได้เป็นสีเขียวเหมือนรองเท้าผู้ชายนะคะ



ด้านหลังมีโลโก้ NANYANG ค่อนข้างใหญ่ค่ะ (ใหญ่ไปหน่อย)



ด้านบนส่วนที่ติดกับเชือก (ลิ้นรองเท้า) ก็เป็นแผ่นผ้าเล็กๆ ไม่ได้ยื่นออกมาเยอะแบบรองเท้าผู้ชาย ตรงนี้ดีไซน์น่ารักดี แถมใส่ง่ายด้วยค่ะ บางอารมณ์รีบๆ ใส่รองเท้าโดยไม่ต้องผูกเชือกใหม่ก็ได้


ขนาดรองเท้าก็เป็นทรงยาว ส่วนยางที่รองตัวเท้าเป็นลายสีเขียว แบบเดียวกับสีของเชือก ถ้าซื้อเป็นรุ่นเชือกสีชมพู ก็จะได้ลายสีชมพูค่ะ ด้านในมีเบอร์รองเท้ากำกับ



เทียบสีกับกล่อง ก็ดูเป็นรองเท้านักเรียนดีค่ะ



พอลองใส่เชือกสีสันที่แถมมาด้วย ก็จะกลายร่างเป็นรองเท้าแฟชั่นขึ้นมาทีเดียว เชือกจะค่อนข้างสั้นกว่าเชือกสีขาวพอสมควร แต่ก็เปลี่ยนสายง่ายดีค่ะ จากเชือกขาวมาเป็นแบบสีสันใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีก็เสร็จ


ทดลองใส่ นันยาง ชูการ์

ว่าแล้วเรามาทดลองใส่รองเท้านันยาง ชูการ์กันดีกว่าค่ะ จากที่ผู้ชายชอบมาคุยว่ารองเท้านันยางใส่แล้วนุ่ม วิ่งแล้วติดพื้น เบรคดีเอี๊ยดๆ มันเป็นแบบไหนกันนะ



เชอรี่ลองใส่กับเชือกสีเขียวที่แถมมาด้วยเพื่อออกแนวแฟชั่นหน่อย ก็ถือว่าใส่ได้น่ารักดีนะคะ ตัวรองเท้าเข้าทรงดี ด้านหน้ากว้าง กระชับมากๆ

ที่ชอบสุดคือพื้นนุ่มมากกกก เป็นยางแบบยืดๆ หน่อย ใส่เดิน ใส่วิ่ง สบายเท้าจริง อันนี้ยกนิ้วให้เลย ^__^



ทดลองใส่กับถุงเท้าแบบออกกำลังกาย ก็ใส่ได้ค่อนข้างพอดีนะคะ ไซส์ขนาดมาตรฐานรองเท้าเลย แนะนำก่อนสั่งลองเช็คขนาดให้ชัวร์ก่อนค่ะ (มีตารางขนาดของรองเท้าข้างล่างบทความ)

ด้านหลังแข็งเหมือนกัน แอบกัดนิดหน่อย แต่ก็ตามสไตล์รองเท้าผ้าใบนักเรียน เหยียบส้นซักสองสามวัน ก็จะนุ่มนิ่มเองเป็นปกติ



พอได้ใส่วิ่งเล่นดูแล้ว รู้สึกว่ามันนุ๊มนุ่ม สบายเท้าดีค่ะ เบามากๆ ด้วย เข้าใจเลยว่าทำไมพวกผู้ชายชอบใส่นันยางเวลาเล่นกีฬา

เชอรี่ลองพาน้องวชิไปวิ่งเล่น แต่ก่อนก็ใส่รองเท้าแตะ วิ่งแทบไม่ทัน พอเปลี่ยนมาใส่ผ้าใบก็สบายขึ้นเยอะเลย



ในมุมใส่เพื่อเป็นรองเท้าแฟชั่น อันนี้ก็ไม่ถึงกับว่าใส่เที่ยวเดินห้างแล้วจะแทนรองเท้าตัวเก่งของเราได้นะคะ ก็ยังคงความเป็นรองเท้าผ้าใบอยู่

แต่ถ้านึกถึงใส่ไปเที่ยวแบบลุยๆ หน่อย หรือไปช้อปปิ้งแบบเดินแหลกทั้งวัน ก็ถือว่าใส่ได้น่ารักๆ ไม่ได้แปลกตาอะไรเลยค่ะ ถือว่าคนออกแบบทำการบ้านมาดีเหมือนกัน

:: สรุป ::

ข้อดี

  • เบา ออกแบบเข้ากับเท้าดี ใส่สบาย (มาก) 
  • เปลี่ยนสายเป็นสีสันก็เดินเที่ยวได้ไม่อายใคร เก๋ไปอีกแบบด้วยนะคะ
  • ราคาไม่แพงเลย สามร้อยกว่าบาทเอง

ข้อเสีย
  • เชือกที่เป็นสีสันให้มาแค่เส้นเดียว (ยัง)ไม่มีขายแยกด้วย แถมเลือกสีของเชือกไม่ได้ เพราะมาตามขนาดรองเท้า
  • สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่วัยเรียน รองเท้าสีขาวล้วนก็ดำง่ายไปนิด 

รองเท้านันยาง ชูการ์ ถือเป็นรองเท้าผ้าใบสำหรับนักเรียนหญิงที่ออกแบบมาได้ดีเลยค่ะ เข้ากับเท้าของผู้หญิง ใส่สบาย เบามาก แล้วก็นุ่มนิ่มมากด้วย ใส่วิ่งเล่นได้สบายเท้ามากๆ

ในส่วนของการเปลี่ยนสีเชือกเป็นแฟชั่น ก็ถือว่าพอผ่านค่ะ แปลงร่างเป็นรองเท้าเที่ยวได้ในระดับนึง แต่หักคะแนนเรื่องสีของเชือกที่เราเลือกไม่ได้ แถมมาตามขนาดของรองเท้า อย่างเชอรี่ชอบสีชมพู แต่ต้องซื้อเบอร์ 35 แหน่ะถึงจะได้

แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าสอบผ่านเลยค่ะ คือถ้าตอนนี้ยังเรียนอยู่ก็คงซื้อนันยางชูการ์อ่ะค่ะ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นกระแสฮิต แต่ของเค้าก็ใส่ดีจริง แถมถูกระเบียบด้วยนะจ๊ะ

ภาพจาก - Facebook นันยาง


Nanyang Sugar
ใหม่! รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิง"Nanyang Sugar"Sweeter step , Sweeter worldใส่เรียน ใส่เล่น ใส่เที่ยว ถูกระเบียบ!จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ร้านรองเท้าใกล้บ้าน และ หลังสงกรานต์ที่ โรบินสัน*, เดอะมอลล์*, เทสโก้โลตัส*, บิ๊กซี* (*เฉพาะสาขาและเวลาที่กำหนด)*** จำหน่ายทางออนไลน์ที่เดียวที่ http://www.central.co.th/list/nanyang ***FB: นันยาง NanyangIG: @nanyanglegend#NanyangSugar
Posted by นันยาง Nanyang on Tuesday, March 15, 2016

อ่านเพิ่ม




Thursday, March 17, 2016

รีวิว : BabyLove PlayPants NanoPower Plus ผ้าอ้อมรุ่นใหม่ ซึมซับมากกว่าเดิม ช่วยประหยัดมากขึ้น


ปัญหาเดิมๆ ของพ่อแม่อย่างเราเวลาใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็คงหนีไม่พ้นเวลาลูกใส่แล้วไม่สบายตัว, ลูกฉี่แป๊บเดียวเต็ม, ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ทำให้การซื้อผ้าอ้อมกลายเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองเอามากๆ

ล่าสุดได้มีโอกาสไปงานเปิดตัวผ้าอ้อม BabyLove PlayPants รุ่นล่าสุด NanoPower Plus หลังจากนั้นก็ได้ทดลองให้น้องวชิใช้จริงมาเกือบสองสัปดาห์ พบว่ารุ่นใหม่นี้ดีงามกว่ารุ่นเดิมๆ มากกกกกกกกก เลยค่ะ เจ๋งยังไง ไปลองดูกันเลย

บล็อกนี้รีวิวโดยเชอรี่ (@CherryJaja) เองค่ะ ^__^


รู้จัก Nano Power Plus จาก BabyLove


ผ้าอ้อมสำเร็จรูปถือเป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยงลูกไปแล้วจริงไหมคะ แต่ก็ใช้ว่าผ้าอ้อมทุกรุ่น ทุกยี่ห้อจะเหมือนกัน เพราะมีวิธีผลิตที่ต่างกัน รวมถึงเทคโนโลยีด้วยค่ะ

  • BabyLove เองก็มีผ้าอ้อมหลายรุ่น หลายแบบ สำหรับแต่ละโอกาส
  • PlayPants เป็นผ้าอ้อมรุ่นกางเกง ที่เน้นการสวมใส่ง่ายสะดวก ช่วยให้ลูกขยับตัว คลาน เดิน วิ่ง เคลื่อนไหวได้อย่างสบายตัว
  • ผ้าอ้อมทั่วไปจะใช้เยื่อกระดาษในการซึมซับน้ำค่ะ แต่ช่วงหลังก็มีเทคโนโลยีที่เรียกว่าใช้เม็ดเจลซึ่งอัดแน่นอยู่ในแผ่นซึมซับนาโนพาวเวอร์ ทำให้ดูดซึมได้เยอะและแห้งเร็วกว่ามากๆ (รูปซ้ายเยื่อกระดาษ รูปขวาใช้เม็ดเจลนาโน)
  • Nano Power Plus คือผ้าอ้อมรุ่นใหม่ล่าสุดจาก BabyLove คุณสมบัติคือเน้นการซึมซับที่รวดเร็ว แห้งเร็วขึ้น และจุได้มากกว่าเดิมมากๆ
  • ในงานเปิดตัวมีพิสูจน์ให้ดูกันเลย เทียบผ้าอ้อมรุ่นเดิม กับรุ่น NanoPower Plus โห ถ้าได้ลองจับดูจะรู้เลยว่าแห้งเร็วมากเลยค่ะ แถมจุน้ำได้มากกว่าเดิมเพียบ !!

ทดลองใช้ BabyLove : PlayPants Nano Power Plus

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นค่ะ ว่าแล้วเชอรี่ก็ได้ BabyLove รุ่น PlayPants Nano Power Plus มาให้น้องวชิทดลองใช้ ก่อนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการซะอีก ว้าววว

น้องวชิตอนนี้อายุ 10 เดือนแล้วค่ะ ก็ต้องใช้รุ่น L จากห่อในรูปจุอยู่ที่ 54 ชิ้น




วิธีสังเกตว่าเป็นผ้าอ้อมรุ่นใหม่รึเปล่า ให้ดูสัญลักษณ์ Nano Power Plus ด้านหน้าของห่อได้เลยค่ะ


แกะออกมา ก็จะมีผ้าอ้อมเรียงกันอย่างสวยงามตามภาพ ลองนับดูแล้ว ครบค่ะ 55555


แกะออกมา จะเจอกับผ้าอ้อมเด็กแบบกางเกงสวมใส่ มีลายตัวการ์ตูนอยู่ 2 ตัว สีแดงกับสีเหลือง น่ารักดี เหมือนลูกเป็น Little Monster เลย 


ด้านหลังก็จะมีรูปตัวการ์ตูนเล็กๆ พร้อมบอกขนาดด้วยค่ะ 


กางออกมาดู เนื่องจากเป็นรุ่นกางเกงสวมใส่ ก็ต้องลองยืดด้านเอวดู พบว่ายืดได้เยอะดี เด็กมีพุงอย่างน้องวชิก็ใส่ได้สบายๆ นะ 555 อ้อ แต่รุ่นนี้ไม่มีแถบกาวสำหรับเวลาเก็บทิ้งนะคะ


ส่วนที่ต้องดูเป็นพิเศษเวลาซื้อผ้าอ้อมคือช่วงสัมผัสกับโคนขาของลูกค่ะ เพราะถ้าออกแบบมาไม่ดี ลูกจะเป็นรอยแดง ใส่ไม่สบาย อารมณ์เสียไปทั้งวันเลย

ในส่วนของ BabyLove รุ่นใหม่ ส่วนสัมผัสกับโคนขาของน้องมีการทำเป็น 2 ชั้นค่ะ คือส่วนยางยืดแนบตัวก็นุ่มนิ่มดี กับส่วนปลายที่เป็นผ้าอ่อนๆ ไว้กันรั่วซึม


ถ้ากลับด้านมาดู นอกจากรุ่นนี้จะใช้เม็ดเจลในแผ่นซึมซับนาโนพาเวอร์แบบใหม่ ที่ช่วยซึมซับน้ำได้ดีมากๆ แล้ว แถมเพิ่มแผ่นซึมซับถึง 2 ชั้นด้วยนะคะ ถ้าลองเอาน้ำเทลงไป จะเห็นชัดว่าดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ แห้งเร็วด้วยค่ะ


ส่วนสุดท้ายสำคัญสำหรับผ้าอ้อมรุ่นกางเกง คือสามารถฉีกด้านข้างได้ค่ะ ใช้แรงนิดเดียว แต่ก็ไม่ได้ฉีกง่ายจนเกินไปนะ


เอามาให้เจ้าตัวน้อยทดลองใช้ ซึ่งก็กำลังเป็นช่วงที่ฝึกคลาน ฝึกเดินพอดีเลย ซนเป็นลิง คุณแม่เพลียค่ะ เหนื่อยมากช่วงนี้ 5555

หลังจากที่ได้ทดลองใส่มาเกือบ 2 สัปดาห์ ก็พบว่ามีการพัฒนาที่ดีมากเลยนะคะ คือก่อนหน้านี้ก็เคยให้น้องวชิใช้ผ้าอ้อมจาก BabyLove ซึ่งก็เก็บน้ำได้ดีระดับนึง แต่ก็ต้องเปลี่ยนบ่อยเพราะวันนึงน้องฉี่ค่ะ 

แต่พอเปลี่ยนมาใช้รุ่น Nano Power Plus สิ่งแรกที่พบคือ จากปกติที่ต้องเปลี่ยนกัน 4-5 แผ่น ก็ลดลงมาเหลือแค่ 2-3 แผ่นต่อวันเองค่ะ แล้วพอจับดูก็ไม่ได้เปียกชื้นด้วย ถือว่าพัฒนาดีขึ้นมากจริงค่ะ


ช่วงหลังเลยนอกจากจะให้ใช้ตอนกลางวันแล้ว เชอรี่เลยลองให้น้องวชิใช้ช่วงกลางคืนเวลานอนด้วย ก็พบว่าใช้ได้ดีเหมือนกันนะคะ เพราะผ้าอ้อมรุ่นกลางคืนส่วนใหญ่จะเน้นซับน้ำเยอะๆ ทำให้หนาและหนักมาก แต่รุ่น PlayPants NanoPower Plus ก็จะเบาบาง กำลังดี

เวลาฉีกขอบเก็บก็ทำได้ง่ายดีค่ะ พอเก็บแล้วก็ไม่เจอรอยแดงที่ขอบโคนขาหนีบด้วย ใส่สบาย ลั้นลาทั้งวันเลยทีเดียว

:: สรุป ::

ข้อดี
  • ซึมซับน้ำได้ดีมากจริงๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับหลายยี่ห้อที่เคยใช้
  • ใส่ง่าย สัมผัสอ่อนนุ่มมาก ลูกใส่แล้วอารมณ์ดี
  • ใช้จำนวนชิ้นต่อวันลดลง ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ข้อเสีย
  • ไม่มีแถบกาวสำหรับติดเพื่อเก็บทิ้ง แต่ก็ใช้เทปกาวตามบ้านติดได้ค่ะ
  • เนื่องจากเป็นรุ่นกางเกง ราคาเลยจะยังสูงกว่ารุ่นติดเทปพอสมควร แต่รุ่น Nano PowerPlus นี้ปรับราคาลงจากรุ่นก่อน แถมได้ชิ้นมากขึ้นด้วย
โดยสรุปแล้วผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็ก BabyLove PlayPants รุ่น Nano Power Plus ถือเป็นผ้าอ้อมที่ซึมซับน้ำได้มากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ ดีไซน์น่ารัก ใช้งานง่าย ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย

เหมาะสำหรับการใช้ช่วงกลางวัน ลูกใส่แล้วคลาน, วิ่งเล่น, ผาดโผนเป็นลิง ก็ไม่มีปัญหาค่ะ สัมผัสอ่อนนุ่มมาก ใส่แล้วอารมณ์ดีทั้งวัน

สำหรับช่วงเปิดตัว เห็นว่าทาง BabyLove มีแจกรุ่นทดลองด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ลองสมัครนำมาให้น้องได้ทดลองใช้งานกันได้ฟรีเลยค่ะ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม - BabyLove Facebook Fanpage

[Advertorial]