Tuesday, May 31, 2016

รีวิว : ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก Babi Mild Easy Clean & UV Cut กลิ่นหอม ผลิตจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง



เชอรี่เป็นคุณแม่คนหนึ่งที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของลูก ไม่ว่าจะของกิน ของใช้ จะต้องหาข้อมูลก่อนว่าเหมาะสำหรับลูกน้อยและไม่เป็นอันตราย

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเป็นก็อย่างหนึ่งที่เชอรี่ใส่ใจไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เพราะเนื้อผ้าจะต้องสัมผัสกับผิวลูกโดยตรง ทั้งเสื้อผ้า ผ้าอ้อม ผ้ารองกันฉี่ ถุงเท้า รองเท้า ฯลฯ และอย่างที่รู้กันว่าผิวทารกค่อนข้างบอบบาง แพ้ง่าย ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีส่วนผสมของสารเคมีแล้วแพ้ขึ้นมานี่เรื่องใหญ่ไม่น้อยเลยค่ะ


ตอนนี้น้องวชิอยู่วัยซน เล่นสนุกทั้งในบ้านนอกบ้าน หรืออย่างเวลาป้อนข้าวมีทำให้มีคราบสกปรกเลอะเทอะให้ต้องเหนื่อยมากขึ้น เชอรี่เลยต้องเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ขจัดคราบได้ดีมาเป็นผู้ช่วย แต่ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ไม่ออกฤทธิ์แรงเกินไปเพราะจะเป็นอันตรายต่อผิวน้องวชิได้

ผลิตภัณฑ์ซักผ้า

Babi Mild ได้ออกผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก 2 สูตรใหม่ คือ Easy Clean และ UV Cut น่าสนใจมากตรงที่ผลิตจากผลปาล์มซึ่งเป็นพืชพรรณธรรมชาติ ไม่มีฟอร์มาลีน ไร้สารย้อมสี และปราศจากสาร SLS ไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้เพราะผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยซนอย่างน้องวชิเลยค่ะ



Easy Clean


เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กที่เหมาะกับเครื่องซักผ้าทั้งฝาบนและฝาหน้า ป้องกันคราบสกปรกย้อนกลับ ช่วยลดกลิ่นอับชื้นซึ่งเป็นกลิ่นที่มนุษย์แม่อย่างเชอรี่ไม่พึงประสงค์ที่สุดเลยค่ะ

UV Cut


เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กที่ป้องกันแสง UV ช่างเหมาะกับแดดแรงๆ อย่างบ้านเราจริงๆ เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าเสื้อผ้าลูกจะหมอง ทำให้เสื้อผ้าสีสดใสเหมือนใหม่ตลอด แถมยังปลอดภัยสำหรับน้องวชิด้วย

ทดลองซัก

สำหรับทั้ง 2 สูตร ถ้าเสื้อผ้ามีคราบสกปรก ควรป้ายผลิตภัณฑ์ซักผ้าเพียงเล็กน้อยลงตรงบริเวณที่ต้องการขจัดคราบ ทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วซักต่อได้ตามปกติ แค่นี้คราบสกปรกก็จะออกง่ายขึ้นค่ะ

Easy Clean


สามารถซักได้ทั้งเครื่องซักผ้าฝาหน้าและฝาบน เชอรี่เทผลิตภัณฑ์ซักผ้า 1 ฝา แล้วกดปุ่มซักผ้าให้ทำงานปกติ ระหว่างปั่นก็สังเกตได้ว่าฟองน้อยกว่ารุ่นอื่นที่เคยใช้ พอซักเสร็จกลิ่นหอมติดผ้าเลย



ใส่ผ้าลงเครื่องให้หมด
 

รอให้เครื่องปั่นเสร็จ รอตากผ้าหอมๆ

 

UV Cut


ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าครึ่งฝาต่อน้ำ 5 ลิตร ตีฟองเบาๆ จะได้กลิ่นหอมละมุนโชยขึ้นมา ฟองไม่เยอะเกินไป แช่ผ้าไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ล้างออกง่ายมากค่ะ




กลิ่นหอมติดเสื้อผ้าเลย ชอบมาก



ซักเสร็จแล้วผ้าหอมนุ่ม บางตัวไม่ต้องรีดเลย ถูกใจคุณแม่สุดๆ ค๊าา ^^
 

ใส่แล้ว

จากที่ได้ลองใช้ Babi Mild Easy Clean และ UV Cut น้องวชิไม่มีอาการแพ้หรือผื่นขึ้นใดๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยและเหมาะสำหรับเด็ก แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้น้องวชิและเชอรี่อารมณ์ดีสุดๆ เลยค่ะ


:: สรุป ::

ข้อดี

  • กลิ่นหอมมาก เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นหอมติดผ้ายาวนาน ชื่นใจสุดๆ
  • ป้องกันคราบสกปรกย้อนกลับ
  • ผลิตจากผลปาล์มซึ่งพืชพรรณธรรมชาติ มั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอนค่ะ
  • ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่สร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมของเรา
  • ราคาไม่แพง ถุงละ 600 มล. ราคา 89 บาท เทใช้ทีละฝาแบบนี้ ใช้ได้นานเลย

ข้อเสีย

  • มีแค่แบบเดียวคือชนิดเติม พอใช้เหลือแล้วกลัวหกเหมือนกันค่ะ ถ้ามีแบบขวดจะดีมากเลย


เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กที่ผลิตจากพืชพรรณธรรมชาติ อ่อนโยน เหมาะสำหรับเด็กอ่อนจนถึงวัยซน เพราะเด็กมีผิวที่บอบบางยังไม่สามารถใช้ผงซักฟอกร่วมกับผู้ใหญ่ได้ Babi Mild Easy Clean และ UV Cut จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบ้านที่มีลูกน้อยนะคะ

[Advertorial]

Monday, May 30, 2016

50 เรื่องที่ได้เรียนรู้จากการเป็นพ่อบ้านเลี้ยงลูกครบ 1 ปี และอยากบอกว่าที่คุณพ่อมือใหม่



ครบ 1 ปีแล้วสำหรับการมีลูกตัวน้อย แน่นอนว่าชีวิตที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมายตลอดปีที่ผ่านมานี้

เนื่องด้วยอาชีพของผมคือเป็นบล็อกเกอร์และฟรีแลนซ์ ทำให้โชคดีได้มีโอกาสทำงานและเลี้ยงลูกอยู่บ้านแทบจะตลอดเวลา ทำให้ผู้ชายอย่างเราได้เรียนรู้การดูแลเด็ก และการเลี้ยงลูกของภรรยาไปด้วยพร้อมๆ กัน

นี่คือ 50 เรื่องที่ผมได้เรียนรู้ และอยากจะบอกกับท่านที่กำลังจะมีลูกน้อย หรือวางแผนครอบครัวอยู่ครับ

1. การเลี้ยงลูกเหนื่อยกว่าการออกไปทำงานนอกบ้าน อันนี้พิสูจน์มาแล้ว สามีอย่าอ้างว่าทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วไม่ช่วยแฟนเลี้ยงลูก
2. เด็กแรกเกิดมีอะไรต้องระวังเยอะมาก ควรอ่านหนังสือศึกษาข้อมูลไว้ก่อน
3. การคลอดลูกต้องการกำลังใจอย่างมาก ควรให้กำลังใจภรรยาอย่างที่สุด จับมือเธอไว้ รอยยิ้มของสามีช่วยได้
4. เล่นตลกให้ลูกเมียดูบ้าง เพื่อบรรยากาศน่ารักๆ ในบ้าน
5. เวลาที่แม่ไม่มีนมให้ลูก ควรหาเวลาให้เธอได้พักผ่อน อย่าพูดให้เครียด เพราะจะยิ่งไม่มีนม

6. อาบน้ำลูกเป็นเรื่องโคตรยากในช่วงแรก แต่จะสนุกมากถ้าเราได้ฝึกทำ
7. ของใช้เด็กมีเยอะมากและจุกจิก หาซื้อที่เก็บของมาไว้เผื่อเยอะๆๆๆๆๆ
8. 3 เดือนแรกเป็นช่วงปราบเซียน หาผู้ช่วยมาให้เยอะที่สุด พ่อตา แม่ยาย พ่อแม่พี่น้อง ขนมาช่วยกัน
9. เก็บตังค์เอาไว้ บางทีอาจมีโอกาสต้องใช้เงินก้อนโดยไม่รู้ตัว
10. ควรเชื่อตำรา, คุณหมอ หรือวิธีเลี้ยงลูกเพียงแบบเดียว

11. จากข้อที่แล้ว เพราะทุกคนมีวิธีเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน แม่เราก็จะเอาแบบนึง แม่แฟนก็จะเอาแบบนึง ทุกวิธีดีหมด ไม่มีวิธีไหนดีที่สุด
12. อย่ากินอะไรที่แฟนเรากินไม่ได้ เดี๋ยวเธอจะอยากกินตาม
13. จงกอดเมียทุกวัน จงหอมแก้มลูกเมียทุกคืน
14. เวลาต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ให้บอกเวลากลับบ้านให้ชัดเจน และกลับให้ตรงเวลา
15. เด็กช่วงแรกต้องอุ้มเยอะมาก ร้องก็อุ้ม อยากนอนก็อุ้ม ไปไหนก็อุ้ม ควรใช้พลังของความเป็นชายของเราให้เป็นประโยชน์

16. อย่าไปฟังเวลามีใครมาเปรียบเทียบลูกเขากับลูกเรา เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน
17. หาโหลดเพลงเด็กมาเปิดที่บ้านทุกเช้า สร้างบรรยากาศแด๊นกระจาย คึกคักๆๆๆ
18. ถ้าแฟนบอกให้ไปซื้อของอะไร อย่าซื้อผิด โดยเฉพาะของที่ต้องใช่เลี้ยงลูก จำไม่ได้ให้จด
19. อย่าป่วย ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ถ้าคนนึงป่วยก็ช่วยเลี้ยงลูกไม่ได้ เพราะลูกจะป่วยตาม
20. ถ้ามีลูกชาย จงระวังเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม ฉี่เด็กพุ่งเต็มหน้า บอกเลยไม่อร่อย 555



21. เวลาไปฉีดวัคซีน, ไปพบหมอที่โรงพยาบาล ไปนั่งอยู่ด้วยทุกครั้ง ถ้าติดทำงานก็จงลางานซะ
22. เพราะผู้ชายอย่างเราไม่เข้าใจเรื่องเด็ก การไปฟังหมอพูดจะเป็นทางลัดที่ดีสุด
23. รอยยิ้มของลูกคือสวรรค์ของพ่อแม่ เก็บช่วงเวลานี้ไว้ให้ดี
24. จงเป็นตากล้องคนเก่งของบ้าน ถ่ายแหลกทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เมมเต็มก็ไปซื้อ HDD มาเก็บไว้ บ้านผมมี HDD 2 ลูกเก็บภาพ + วิดีโอลูกอย่างเดียว (เต็มหมด)
25. ถึงผมจะมีอุปกรณ์ไฮเทคเต็มบ้าน แต่ผมไม่เคยให้ลูกดูทีวี เล่น iPhone, iPad, Apple Watch และจะไม่ให้เล่นเด็ดขาด (หมอแนะนำควร 2 ขวบขึ้นไป)

26. ถ้าอยากรู้ว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยแค่ไหน ลองเสนอให้แม่ไปซื้อของข้างนอก โดยอยู่กับลูกคนเดียวซักครึ่งวันดู
27. การมีลูกต้องใช้เงิน จงหาเงินให้ได้มากๆ แล้วก็ใช้เงินให้เป็น
28. อย่าเสียดายเงินถ้าต้องซื้อของดีๆ มาให้ลูกใช้ บางอย่างยอมเสียมากกว่าแต่ได้ผลลัพท์ที่ดีกว่ามาก
29. ช่วงที่ลูกหลับ พยายามนอนหลับตามไปทั้งพ่อและแม่ด้วย
30. เด็กทุกคนมีจุดอ่อนที่พ่อเล่นแล้วจะขำก๊าก จงหาให้เจอและเล่นกับลูกบ่อยๆ

31. อย่าเลี้ยงลูกเพลินจนลืมวันสำคัญของแฟน วันเกิด วาเลนไทน์ วันครบรอบแต่งงาน เติมความหวานๆ สม่ำเสมอ
32. พาลูกออกไปเล่นนอกบ้านทุกวัน พาไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างถ้ามีโอกาส
33. อย่าไปเครียดเรื่องพัฒนาการลูก เด็กโตไวไม่เท่ากัน
34. ซื้อของให้ตัวเองบ้างก็ได้ อย่าประหยัดจนไม่ได้หาความสุข
35. อ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอนทุกวัน ช่วยให้ลูกพัฒนาการดีขึ้น แถมติดพ่อมากขึ้นด้วย

36. กด Like Page ที่ให้ข้อมูลเลี้ยงลูกบ้าง กดเข้า Group คุณพ่อใน FB บ้าง
37. โพสต์รูปครอบครัวทาง Social บ้าง เป็นคุณพ่อช่วยเมียเลี้ยงลูกเท่จะตาย เชื่อเถอะ
38. ถ้าเมื่อไหร่ที่เครียด ไม่ว่าจะจากงาน เรื่องธุรกิจ เรื่องเพื่อน ให้ฝากทั้งหมดไว้ที่ประตูบ้าน อย่าเอาความเครียดกลับเข้าบ้านด้วย
39. หมั่นซื้อของกลับมาฝากเมีย เวลาออกไปทำงานนอกบ้าน ขนมที่เค้าชอบ หรือแค่ยางรัดผมแฟนก็ดีใจแล้ว
40. ถ้ามีอะไรไม่มั่นใจเรื่องเลี้ยงลูก ให้ถามแฟนก่อน อย่าทำไปโดยไม่รู้เรื่อง



41. จงจัดงานวันเกิดให้ลูก มีแค่พ่อแม่ลูกก็สนุกกันได้ กลับมาดูภาพอีกทีแล้วมีความสุข
42. การได้ช็อปปิ้งของลูกคือความสุขของคุณแม่ เวลาเดินห้างจงพุ่งไปที่แผนกเด็ก และจำเส้นทางไปห้องให้นม หรือจุดเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กไว้บ้าง
43. งาน Baby Best Buy หรือมหกรรมลดราคาสินค้าเด็ก คือสนามรบของแม่ทั่วราชอาณาจักร ถ้าไปจงเตรียมตัวเตรียมพลังเอาไว้ให้ดี หึๆๆๆ
44. เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกติดผู้หญิงอื่น อย่าเอาของแบบนี้เข้าบ้าน มีลูกมีเมียแล้วควรรู้จักพอ
45. ถ้าที่บ้านมีรถ เวลาขับให้ใจเย็นๆ ขับช้าๆ ไม่ต้องรีบ ให้คิดตลอดเวลาว่ามีคนที่เรารักที่สุดอยู่ข้างหลังถึงสองคน

46. การมีลูกทำให้โอกาสทะเลาะกับแฟนมีสูงขึ้นมาก แต่เชื่อเถอะถ้าทะเลาะกันเรื่องลูก 80% ภรรยามักถูกเสมอ เพราะงั้นให้เชื่อใจความเป็นแม่มากกว่า
47. ป้อนข้าวลูกเป็นเรื่องท้าทายความสามารถอย่างมาก ถ้าลูกไม่กิน ให้ลองเปลี่ยนท่าป้อน เปลี่ยนบรรยากาศ ผมเคยทำท่าถือช้อนบินไปมาริมสระว่ายน้ำในคอนโดมาแล้ว ... และลูกก็กิน (1 คำ)
48. หาซื้อชุดพ่อแม่ลูก แบบธีมเหมือนกันทั้งบ้านมาใส่บ้าง เวลาออกไปข้างนอกดูน่ารักนะจะบอกให้
49. จดบันทึกเรื่องราวการเลี้ยงลูกเอาไว้บ้าง ลูกโตขึ้นทุกวัน เวลาผ่านไปได้กลับมาดูจะรู้สึกดี
50. ไม่ว่าภรรยาจะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังจากมีลูกแล้วก็ตาม ให้รักเค้าเหมือนกับที่เคยรักในวันที่เราแต่งงานกัน

ติดตามบทความดีๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ได้ที่ - Khajochi's Blog

อ่านเพิ่ม




Sunday, May 29, 2016

รีวิว: เครื่องฟอกอากาศ Philips AC3256 ดีไซน์สวย, กำจัดสารก่อภูมิแพ้, เพื่อลูกและคนที่คุณรัก



ผมเป็นภูมิแพ้อากาศครับ ถ้าใครที่เป็นจะเข้าใจความลำบากของการอยู่ในเมืองที่ฝุ่นเยอะขนาดนี้ ทำให้เราจามทั้งวัน มีน้ำมูกแถมเป็นหวัดได้บ่อยมาก ทั้งที่สมัยเด็กผมไม่เคยเป็นเลยฮะ

นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลังจากมีลูกน้อยเมื่อปีที่ผ่านมา "เครื่องกรองอากาศ" เป็นสิ่งแรกๆ ที่เราพยายามมองหา ด้วยความที่อาศัยอยู่ในคอนโด และอากาศในกรุงเทพก็มีฝุ่นค่อนข้างมาก คือกลัวที่ลูกจะเป็นภูมิแพ้อากาศเหมือนผมจริงๆ นะ

วันนี้ได้โอกาสดีที่ทาง Philips ส่งเครื่องฟอกอากาศ AC3256 ซึ่งถือเป็นรุ่นท็อปสุดเลย ให้มาทดลองใช้งานเกือบเดือน เลยอยากมารีวิวให้ได้ชมกันครับ

[Advertorial]


เครื่องฟอกอากาศ ที่บอกได้ว่าอากาศในห้องเรา "ดีหรือแย่" แค่ไหน


เนื่องจากอากาศเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะงั้นบางทีเวลาที่เราจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ เราก็งงสิฮะ ว่าเฮ้ยตกลงแล้ว เครื่องไหนฟอกได้ดีกว่ากันแน่ เพราะทุกคนก็บอกว่าของตัวเองดีหมด

อีกเรื่องคือใช้งานไป ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอากาศในห้องเรามันดีขึ้นจริงหรือเปล่า ?

แต่ตอนนี้มีตัวช่วยละครับ เพราะเจ้า AC3256 นี้มีหน้าจอระบุให้เห็นจะๆ ไปเลยว่าตกลงแล้วอากาศในห้องเราตอนนี้ มันแย่มากน้อยแค่ไหนกันแน่ !! แสดงผลแบบ Realtime ด้วย เป็นเทคโนโลยี AeraSense ลิขสิทธิ์ของฟิลิปส์โดยเฉพาะ

ซึ่งค่าที่นำมาแสดงคือ PM 2.5 ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกระดับของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งในหลายประเทศก็มีการใช้ค่านี้ในการวัดคุณภาพอากาศด้วย



ทำให้พอแกะเครื่องออกมาปุ๊บ ผมลองเอาไปเปิดในห้องนอนดูก่อนเลยฮะ ว่าตอนนี้ฝุ่นหรืออากาศในห้องที่ลูกนอนนั้น มันแย่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็ปรากฏว่าได้ค่า PM 2.5 เท่ากับ "31 !!" (มันคืออะไร เดี๋ยวอธิบายตอนหลังครับ)



ทดสอบใช้งาน Philips AC3256


หลังจากที่แกะกล่องออกมาก็พบกับเครื่องฟอกอากาศที่ขนาดใหญ่พอสมควรเลยนะเนี่ย คือสูงตั้ง 79 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 9 กิโลกรัม

ตอนยกไปวางก็รู้สึกหนักอยู่ โชคดีที่เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย นานๆ ทีจะขยับซักครั้ง



เนื่องจากเป็นเครื่องฟอกอากาศที่มาจากเนเธอร์แลนด์ ถ้าดูที่ดีไซน์ ก็ต้องบอกว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ดีไซน์งามหยดมาก เรียบหรู สามารถวางเป็นเครื่องประดับในห้องนั่งเล่น ห้องนอนได้ ไม่แปลกตาแต่อย่างใด



แกะฝาเครื่องออกมา ก็จะเจอกับไส้กรอง ซึ่งมีมาทั้งหมด 3 ชั้น
  • Pre-Filter : แผ่นกรองชั้นแรก ใช้ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ อันนี้ถอดล้างทำความสะอาดได้
  • Carbon Filter : แผ่นกรองกลิ่น ซึ่งจุดเด่นคือเป็นรูพรุนระดับนาโนเมตร มีพื้นที่ผิวสัมผัสอากาศรวมเทียบเท่าสนามฟุตบอล 3 สนาม ดูดกลิ่นได้แน่นอนมาก ลูกอึยังไม่รู้ตัวเลยนะ #ฮา

  • HEPA Filter : ส่วนสำคัญที่สุดเพราะจะกรองฝุ่นได้ละเอียด ซึ่งไส้กรองที่ให้มาก็มีความหนาถึง 60 มิลลิเมตร น่าจะหนาสุดเท่าที่ผมเคยใช้มาเลย แถมไส้กรองยังสามารถกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97 %, กรองอนุภาคละเอียดซึ่งมีขนาดเล็กสุดได้ถึง 0.02 ไมครอน (20 นาโนเมตร) ช่วยได้แน่นอนกับการกรอง ฝุ่น ควัน ละอองเกสร รา แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ และไวรัส



ด้านหลังเป็นดีไซน์โค้ง ด้านบนเป็นส่วนข้อให้จับยกไปมาได้ ส่วนด้านล่างเป็นช่องสำหรับดูดอากาศเข้าไป ซึ่งทั้งเครื่องมีการออกแบบให้อากาศเข้าได้ทั้งหมด 3 ทางเลยทีเดียว



ด้านบนเป็นจอระบบสัมผัส เลือกโหมดการใช้งานก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก คือเปิดแบบ Auto เลยก็ง่ายดี หรือจะปรับระดับแรงลมเองได้ 1-2-3-4-5 ระดับ

แต่ที่ผมเปิดบ่อยสุดคือโหมด AL (Allergen Mode) จะทำให้เซนเซอร์ของเครื่องไวต่อ "สารก่อภูมิแพ้" มากเป็นพิเศษ และจะปรับแรงลมตามปริมาณฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้แบบอัตโนมัติเลย อันนี้ดีงามมากๆ



โหมดอื่นๆ ก็จะมีตั้งเวลาปิดเครื่องได้, ปรับระดับไฟแสดงผล หรือโหมดป้องกันเด็กก็มีนะ เผื่อลูกชอบปีนมากดเล่น



ก่อนหน้านี้ที่บอกไว้ว่าพอเปิดในห้องนอนครั้งแรก ผมวัดค่า PM 2.5 ได้เท่ากับ 31 ซึ่งเมื่อดูจากตารางก็จะเห็นว่าเป็นค่าอากาศที่ดี (Good) แต่กำลังจะเข้าไปกลุ่มที่ระดับพอใช้ได้ (Fair)


ซึ่งเราก็ไม่จำเป็นต้องจำค่าในตารางเลยฮะ เพราะไฟที่แสดงบนตัวเครื่องในแถบวงกลม สีที่ออกมานี่แหล่ะที่จะบอกว่าอากาศเราดีมากน้อยแค่ไหน เรียงจากดีมากไปแย่คือ ฟ้า, ฟ้าม่วง, แดงม่วง, แดง ตามลำดับ




อันนี้ผมว่าเค้าดีไซน์เข้าใจง่ายดีนะ เพราะบอกตามตรงว่าทีแรกเห็นเลข PM 2.5 ก็คิดในใจเลยว่าใครจะจำค่ามันได้หนอ แต่พอทำเป็นวงกลมสีๆ ก็เข้าใจง่ายดี


ประสบกาณ์ทดลองใช้เครื่องฟอกอากาศนานกว่าเดือน

เนื่องจากอากาศจะดีขึ้นได้มันมีปัจจัยหลายอย่าง ผมก็เลยขอทดสอบเจ้าเครื่องนี้นานหน่อย ซึ่งหลังจากที่เปิดใช้งานจริงนานหลายสัปดาห์ ก็พบความเปลี่ยนแปลงเลยนะ

อย่างแรกเลยคือฝุ่นที่ห้องเริ่มหายไป พิสูจน์ได้ง่ายมากๆ เลยคือไปเปิดไส้กรองออกมาล้าง ตอนเห็นฝุ่นที่เกาะแล้วแทบจะกรี๊ดดดด ดังๆ ฝุ่นเยอะมากกกกก



นี่แค่ฝุ่นชั้นนอกนะ ยังมีฝุ่นตัวเล็กๆ ที่ไว้กรองชั้นในดักไว้ได้อีก ทำให้คิดในใจเลยว่า นี่คืออากาศที่เรากับลูกต้องสูดเข้าไปทุกวันทุกคืนเหรอเนี่ย >___<

ความเปลี่ยนแปลงส่วนตัวผมคือภูมิแพ้เริ่มลดน้อยลง เวลาตื่นเช้าที่ปกติจะจามไม่หยุด น้ำมูกไหลตลอด ก็เริ่มลดลงครับ แต่ใช่ว่าจะหายภูมิแพ้นะ ไม่ใช่ขนาดนั้น แต่คือมันดีขึ้นจนรู้สึกได้



เครื่องฟอกอากาศหลายตัวใช้วิธีปล่อยประจุไฟฟ้า ซึ่งค่อนข้างน่าเป็นห่วงหากเรามีลูกหรือเด็กในบ้าน เพราะก๊าซที่เกิดจากประจุพวกนี้จะระคายเคืองทางเดินหายใจของเด็กด้วย

แต่กับ AC3256 ใช้เทคโนโลยี Vitashield IPS คือไม่มีการปล่อยประจุไฟฟ้าใดๆ ออกมา



พอใช้แล้วก็ดูเหมาะกับน้องวชิเหมือนกัน เพราะปกติเป็นเด็กที่ไวต่อเสียงมากเวลานอนหลับ คือแค่มีใครบิดประตูเข้าห้อง เอี๊ยดเดียว น้องวชิก็ตื่นแล้ว ยิ่งเครื่องฟอกอากาศตัวเก่าๆ ที่เคยใช้นี่ดังสนั่นเลย

มาทดลองใช้เครื่อง AC3256 นี่ต้องยอมรับฮะว่า "เงียบมากกกก" เจ้าลิงน้อยไม่ตื่นมากวนเลย แต่เวลานอนดึกๆ ก็จะกดโหมดปิดไฟ ให้แสงไม่กวนเวลานอนครับ



อีกเรื่องที่เคยเจอปัญหา คือเจ้าลิงน้อยติดเล่นตุ๊กตาฮะ ต้องนอนกอดพี่หมีหลายตัว ไม่งั้นไม่ยอมหลับ ซึ่งก็มักจะมาพร้อมฝุ่นกระจาย

แอบเห็นเลยว่าพอเอาตุ๊กตามาเล่นในห้อง ค่า PM 2.5 ก็วิ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที ก็รู้เลยว่าต้องปรับความแรงของลมเพิ่มหน่อย หรือถ้าเปิดโหมด Auto เครื่องก็จะปรับระดับลมให้อัตโนมัติ ช่วยกรองอากาศได้มากขึ้น (เป็นข้อดีของการมีตัววัดค่าอากาศในห้อง)

รายละเอียดสินค้า

  • ชื่อรุ่น PHILIPS AC3256/20 
  • ใช้กับพื้นที่ไม่เกิน 76 ตร.ม.
  • ระดับความดังของเสียง 32.5 - 63.8 dB(A)
  • ตัวเครื่องทำจากพลาสติก ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย
  • รับประกัน 5 ปี (ไม่รวมไส้กรอง)
  • ราคา : 24,990 บาท
  • สั่งซื้อได้ที่ Central Online, Powerbuy, Lazada

:: สรุป ::

ข้อดี
  • เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพขั้นเทพ กรองได้ละเอียดมากๆ
  • ดีไซน์สวยงาม การออกแบบดี ใช้ง่าย เข้าใจง่าย
  • มีหน้าจอบอกคุณภาพอากาศในห้อง ระบุเป็นตัวเลขชัดๆ เลย ทำให้รู้ว่าอากาศตอนนี้ดีหรือแย่แค่ไหน
  • รับประกัน 5 ปี (ปกติเครื่องฟอกอากาศรุ่นอื่นๆ จะรับประกัน 2 ปี)
ข้อเสีย
  • ขนาดเครื่องค่อนข้างใหญ่
  • ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันก็ถือว่าราคากำลังดี
โดยสรุปแล้ว เครื่องฟอกอากาศ Philips AC3256 ถือเป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมความสามารถขั้นสุดหลายอย่าง ทั้งการกรองที่ละเอียดมากๆ ดีไซน์ที่สวยงาม การทำงานเงียบกริบ มีตัววัดคุณภาพอากาศในห้องมาตรฐาน PM2.5 ให้เห็นเป็นตัวเลขเลยด้วย

แต่ด้วยประสิทธิภาพขนาดนี้ ก็มาพร้อมราคาที่สูงอยู่ซะหน่อย แต่เรื่องสุขภาพกับราคาก็พูดยาก เพราะแต่ละคนก็ให้ความสำคัญไม่เท่ากัน

ถ้าคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า อากาศในห้องของเราจะสะอาด ลดฝุ่นละอองหรือโอกาสเกิดโรคทางอากาศต่างๆ ได้ โดยเฉพาะกับลูกน้อย ก็ขอแนะนำครับ

อ่านเพิ่มเติม - Philips AC3256

Thursday, May 26, 2016

วิธีถ่ายทอดสด Facebook Live จากภาพบนจอคอมพิวเตอร์, เกมที่เล่น หรือ WebCam



Facebook Live น่าจะเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงสุดในโลก Social ตอนนี้ ซึ่งหลายคนก็กำลังศึกษาและหาทางนำมาใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดในเพจของเรา แต่จากเดิมที่เวลาจะ Live ก็ต้องมายก iPhone เปิดแอพแล้วก็กดถ่าย

ซึ่งล่าสุดทาง FB ก็ได้เปิดตัว Facebook Live API ให้เราสามารถส่งภาพสดๆ จากโปรแกรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่แอพของ FB ได้แล้วด้วย วันนี้เรามาดูวิธีการถ่ายทอดสด จากภาพแอพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราเอง, ภาพจาก WebCam หรือใครที่อยากโชว์เกมที่กำลังเล่นบนคอมผ่าน Facebook Live ก็ทำได้ด้วยเช่นกัน
 

อุปกรณ์ที่ต้องมี
  • คอมพิวเตอร์ Mac หรือ Windows ก็ได้
  • Facebook Page ของตัวเองที่รองรับ Facebook Live แล้ว
  • โปรแกรม OBS (โหลดได้ทั้ง Mac และ Windows) โหลดได้ฟรีเลยจ้า


ขั้นตอนการถ่ายทอดสด Facebook Live ผ่านแอพ OBS

  • โหลดโปรแกรม OBS มาลงที่เครื่องและติดตั้งให้เรียบร้อย
  • เปิด OBS ขึ้นมา จากนั้นที่ช่อง Scenes ให้กดที่ปุ่ม + เพื่อสร้างซีนขึ้นมาก่อนหนึ่งชุด ตั้งชื่ออะไรก็ได้
  • เลือกซีนที่เราสร้าง จากนั้นไปที่ช่อง Source แล้วกดที่ปุ่ม +
  • เลือกเพิ่มหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรา
    • Display Capture คือโชว์ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ในตอนนี้
    • Windows Capture คือโชว์เฉพาะหน้าต่างอันใดอันหนึ่ง
    • Video Capture Device คือเลือก WebCam ของเครื่องเราได้ (หรือถ้าต่อกล้องที่รองรับก็ใช้ได้)
  • ส่วนนี้ถือว่าเราได้ตั้งค่าที่ต้องการจะ Live แล้วว่าโชว์หน้าจออะไรออกมาบ้าง

  •  (ตัวอย่างในภาพเอามาจากเพจผมเองจ้า Khajochi's Blog)
  • จากนั้นกลับไปที่ Facebook Page ของเรา ไปที่ Publishing Tools -> Video -> Live Video แล้วเลือกไปที่ปุ่ม Create ด้านขวาบน (ถ้าเพจไหนยัง Live ไม่ได้จะไม่มีค่านี้ ลองหาทางติดต่อ FB ดูนะจ๊ะ)

  • จะมีหน้าต่างในการสร้าง Live Video ขึ้นมา ซึ่งจะมีค่าที่สำคัญคือ Stream Key ให้ Copy ค่านี้เก็บไว้ ซึ่งจะใช้ในการเชื่อมต่อสัญญาณจากคอมพิวเตอร์เรา ไปถึง Facebook

  • กลับไปที่โปรแกรม OBS ไปที่ Setting -> Stream จากนั้นเลือก Service เป็น Facebook Live แล้วก็ใส่ค่า Key ที่เราได้มาจากในข้อที่แล้ว ไปวางในช่อง Stream Key
  • กดโอเค แล้วก็กลับมาที่หน้าจอหลักของ OBS
  • ตอนนี้เราได้ใส่ Key ของทั้งสองฝั่งได้ตรงกันแล้ว จากนั้นกดไปที่ปุ่ม Start Streaming บน OBS
  • ให้กลับมาที่หน้าต่างในหน้า Facebook ที่ค้างไว้ ให้กดปุ่ม Preview

  • เราจะได้หน้าจอที่ใส่ชื่อและรายละเอียดของวิดีโอ ซึ่งด้านขวาจะมีกล่องสี่เหลี่ยมที่กำลังโหลดวิดีโอที่เราส่งมาอยู่ ระหว่างที่มันหมุนๆ ก็ให้สวดมนต์ภาวนา 3 จบ

  • ถ้ามีวิดีโอที่เราทำไว้ในหน้าขอ OBS โผล่ขึ้นมาในหน้าต่างนี้ ก็ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ทำการติดตั้ง Facebook Live จากหน้าจอคอมมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • หลังจากนี้ถ้าต้องการถ่ายทอดสดก็แค่กดปุ่ม Go Live เลยจ้า
จริงๆ แล้วยังมีวิธีอีกหลายแบบมากในการทำ Facebook Live จากอุปกรณ์ต่างๆ แต่ขั้นตอนนี้ถือเป็นการทำแบบง่ายๆ ไม่ต้องติดตั้งอะไรมาก ซึ่งใครที่อยากลองทำถ่ายทอดสดลงเพจก็ทดลองทำกันได้ง่ายๆ สนุกๆ เลยจ้า

อ่านเพิ่ม


เรื่องควรรู้ก่อนซื้อแอร์ Inverter ประหยัดไฟกว่า เย็นเร็วกว่าจริงหรือเปล่า ?


"ร้อนตับแตก" เป็นคำบรรยายที่เหมาะเสียเหลือเกินกับอากาศเมืองไทยในตอนนี้ ล่าสุดเห็นว่ากำลังจะทำลายสถิติร้อนที่สุดกันไปอีกรอบแล้ว คือไม่ต้องอะไรมาก ผมตากผ้า 15 นาทีแห้งอ่ะ คิดดูละกัน

ฤดูร้อนนี้ก็เหมาะเสียเหลือเกินกับการเลือกซื้อแอร์ตัวใหม่ แต่แอร์ในตลาดทุกรายก็ติดป้ายประหยัดไฟเบอร์ 5 กันหมด แล้วที่ได้ยินโฆษณากันบ่อยๆ ว่าแอร์ระบบ Inverter นะ ดีนะ เจ๋งนะ แต่เคยสงสัยไหมว่ามันดียังไง ประหยัดไฟอย่างที่คุยจริงหรือเปล่า

วันนี้เดี๋ยวลองมาดูกันดีกว่า ว่าแอร์แบบนี้จะคุ้มราคาที่จ่ายเพิ่มขึ้นมาได้จริงไหม ?

[Advertorial]


1. แอร์ระบบดั้งเดิมทำงานยังไง ?


อธิบายวิธีทำงานของแอร์แบบง่ายๆ ก็ต้องดูที่ตัว "คอมเพรสเซอร์" เลยครับ ซึ่งก็เป็นเหมือนมอเตอร์ที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนเอาน้ำยาแอร์เข้าไปในตัวระบบ จากนั้นก็มีตัวดูดพัดให้ลมผ่านไป จนมีลมเย็นออกมาจากเครื่อง

ทีนี้สมมุติถ้าเราตั้งแอร์ไว้ที่ 25 องศา ตัวเครื่องก็ทำงานเรื่อยๆ จนอากาศในห้องมาถึง 25 องศาปุ๊บ แอร์จะสั่งให้เจ้าคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานจ้า

ซึ่งพอคอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน ลมที่ออกมาจากแอร์ก็เป็นลมปกติ จนพอห้องร้อนขึ้นไปเรื่อยจนเกิน 25 องศา แอร์ก็สั่งคอมเพรสเซอร์ทำงานอีกรอบนึง

ซึ่งถ้าใครเคยใช้แอร์สมัยก่อนจะมีเสียงแอร์ดังติดดับบ่อยๆ มันก็มาจากเสียงเจ้านี่น่ะเอง


2. แล้วแอร์แบบ Inverter ทำงานยังไง ?


เทคโนโลยีก็มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ จนได้มีการคิดค้นแอร์แบบ Inverter ขึ้นมา ซึ่งแทนที่จะเอาคอมเพรสเซอร์มาหมุนแล้วติดๆ ดับๆ จะไม่สามารถเร่งความเร็วได้ เพราะจะ Fix อยู่ที่ความ Speed เดียวคือ 50hz ในขณะที่คอมเพรสเซอร์แบบ Inverter จะสามารถปรับ Speed ช้าลงหรือเร็วขึ้นได้แล้วแต่ BTU

เช่นถ้าตั้งแอร์เย็น 25 องศา แอร์แบบ Inverter ก็จะมีคอมเพรสเซอร์ที่เร่งความเร็วกว่าเดิมทำให้แอร์เย็นเร็วขึ้นมาก แต่พอแอร์เย็นถึง 25 องศา ก็จะค่อยๆ ลดความเร็วลง เพื่อเลี้ยงความเย็นให้คงที่นั่นเอง

3. แอร์แบบ Inverter ช่วยให้เราประหยัดค่าไฟมากขึ้น

ถ้าดูในท้องตลอด แอร์แบบ Inverter จะราคาสูงกว่าแอร์ปกตินิดหน่อย แต่เมื่อดูระยะยาวแล้ว ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นแน่นอน

ถามว่าค่าไฟในบ้านอะไรที่เปลืองสุด ? ก็ต้องตอบว่าแอร์แน่นอน ยิ่งเราประหยัดค่าไฟจากแอร์ได้มาก ก็ช่วยค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย แถมแอร์ตัวนึงก็ซื้อใช้กันเกือบสิบปีอยู่แล้ว




4. แอร์แบบ Dual Inverter ช่วยประหยัดไฟขั้นกว่า

ล่าสุดทาง LG ก็ได้เปิดตัวแอร์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมระบบ Dual Inverter คือเป็นแอร์ที่มีโรตารี่คู่ !!

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่และผลิตได้ยาก แต่ผลก็คือทำให้แอร์เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 40% และที่สำคัญคือช่วยให้ประหยัดไฟได้มากกว่าเดิม 70%



นอกจากนี้ยังมีระบบ Active Energy Control ที่ช่วยให้ควบคุมความเย็นได้ตามสถานการณ์ เช่น ช่วงที่มีคนอยู่ในห้องเยอะ เราก็สามารถควบคุมให้มีการใช้พลังงานเต็มที่ 100% ให้เย็นฉ่ำกันได้ทั่วถึง แต่หากคนอยู่น้อย ก็สามารถเลือกปรับลดการใช้พลังงานได้ตั้งแต่ 80% > 60% > 40% สะดวกมากๆ ประหยัดพลังงานได้ด้วยปลายนิ้วของเราเองเลย



จากตารางการทดสอบเรื่องการใช้พลังงาน จะเห็นว่าแอร์ระบบ Inverter ที่มีฟังก์ชันแบบ Active Energy Control ทำให้ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าแอร์แบบ Non-Inverter มากถึง 60%

และเมื่อระบบ Dual Inverter ของ LG มีโรตารี่คู่ ผนึกกำลังกับ Active Energy Control ยิ่งช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้นถึง 70% !!



สำหรับดีไซน์ก็สวยงามดีฮะ แสดงอุณหภูมิชัดเจนที่ตัวเครื่องเลย ทำให้ห้องดูหรูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น ถามพี่ช่างล้างแอร์บอก แอร์ DUAL cool รุ่นนี้ถอดล้างทำความสะอาดก็ง่าย แถมยังมีระบบ ทำความสะอาดอัตโนมัติด้วย

สนใจแอร์ LG Dual Inverter ทั้งเย็นเร็ว ประหยัดไฟ สะดวก สวย ดีต่อครอบครัวในระยะยาว
ติดต่อได้ที่ศูนย์บริการ LG ทุกสาขา


Tuesday, May 24, 2016

ความฝันของเด็กไทยที่ได้ไปเตะถึงสนามของ Chelsea ที่อังกฤษ กับ "สิงห์ ฟุตบอลลีก"


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปร่วมชมการแข่งขัน "สิงห์ ฟุตบอลลีก" รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นรายการแข่งฟุตบอล 7 คนที่ใหญ่ที่สุดในไทย

ที่ไม่ธรรมดาคือการแข่งนัดชิงชนะเลิศ ไม่ได้แข่งที่สนามในไทย แต่ได้ไปเตะในเวทีระดับโลกนั่นคือสนาม Stamford Bridge ของทีม Chelsea ซึ่งเคยจัดการแข่งระดับโลกมาแล้วทั้ง FA Cup, UEFA Champions League


รู้จักกับสิงห์ ฟุตบอลลีก

  • รายการแข่งฟุตบอล 7 คนสำหรับทีมสมัครเล่น ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
  • เงินรางวัลรวมกว่า 5 ล้านบาท
  • จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้ว 
  • โดยในปีนี้ทางสิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมกับ Chelsea ทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ร่วมกันจัดการแข่งขันขึ้น
  • ทุกคนที่เข้าแข่งจะต้องเป็นนักเตะสมัครเล่น และได้เป็นตัวแทนของสนามฟุตบอลที่ให้บริการประจำอยู่ในส่วนต่างๆ ของประเทศไทย
  • รอบชิงชนะเลิศในฤดูกาล 2015-2016 จะได้ไปเตะรอบชิงชนะเลิศที่สนาม Stamford Bridge ของ Chelsea !!
  • ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของนักเตะระดับสมัครเล่นของไทย ที่ได้ไปเตะจริงในสนามระดับพรีเมียร์ลีก
  • ซึ่งทีมที่ได้เข้ามาเตะรอบชิงชนะเลิศนี้คือทีมฟลิคและทีมอิคิวซัง

บรรยากาศรอบชิงชนะเลิศ ลุ้นสุดชีวิต ชนะทั้งน้ำตา

ก่อนแข่งผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเตะของทั้ง 2 ทีมที่ได้เข้ามาเตะรอบชิงถึงประเทศอังกฤษ ซึ่งทุกคนล้วนแต่รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก ที่ได้มีโอกาสมาเหยียบสนามแห่งนี้

"สิ่งแรกที่บอกได้เลยคือรู้สึกภูมิใจมากๆ เลยครับ กับเด็กต่างจังหวัดอย่างพวกเรา พ่อแม่ของพวกเราดีใจเป็นที่สุด" สัครัฐ เชื้อโตหลวง ผู้จัดการทีมฟลิคเผย

"เป็นความฝันของทีมธรรมดาอย่างพวกเรา ที่สามารถคว้าโอกาสมาเตะที่สนามแห่งนี้ได้ พวกเราตั้งใจมากจริงๆ" ศักดิ์สิทธิ์ ศิวะสกุล ผู้จัดการทีมอิคิวซังเผย



เริ่มการแข่งขันจริง ทั้งสองทีมดูมีอาการตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะนอกจากอากาศระดับ 12 องศา ซึ่งหนาวเย็นกว่าเมืองไทยแล้ว ยังมีความขลังของสนาม Stamford Bridge ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอีกด้วย



ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ทีมอิคิวซังซึ่งมีผู้เล่นที่ประสบการณ์สูงกว่าก็ทำเกมบุกอย่างหนัก จนในที่สุดก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 แต่หลังจากนั้นทีมฟลิคที่อาศัยลูกโต้กลับก็ทำประตูตีเสมอได้ 1-1



จุดหักเหเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อผู้รักษาประตูของทีมฟลิคออกมาชาร์จนอกเขตโทษจนโดนใบแดงไล่ออกไป ทำให้ฟลิคซึ่งมีผู้เล่นน้อยกว่า 1 คนก็ต้องอุดเต็มที่ และหวิดเสียประตูหลายครั้ง จนยันไปดวลจุดโทษได้ในที่สุด



และไม่น่าเชื่อว่าการดวลจุดโทษนั้น นักเตะทุกคนยิงเข้าแบบไม่พลาดกันหมดเลยทั้ง 5 คนของทั้งสองทีม จนต้องเตะโทษแบบลูกต่อลูก คนที่ 6, 7, 8, 9 ก็ยังไม่มีใครพลาด



ในที่สุดคนที่ 10 ของทีมอิคคิวซังยิงไปที่มุมซ้ายสุดแรง แต่ผู้รักษาประตูพุ่งไปปัดสุดปลายมือ ลูกเด้งไปชนเสาและออกไปในที่สุด ทำให้ทีมฟลิคซึ่งเป็นรองอยู่ตลอด พลิกกลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ





ผู้เล่นต่างวิ่งเข้ามากอดกันร้องไห้ นาทีนั้นคนที่อยู่ในสนามอย่างผมก็รู้สึกตื้นตันไปด้วยอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ และสุดท้ายแล้วทีมฟลิคก็ได้รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 100,000 บาทไปครองในที่สุด


"ผมอยากพาพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว มาชมทีมฟุตบอลที่เขารักมากที่สุด นั่นก็คือทีมเชลซี ซึ่งวันนี้ผมได้พาเข้ามาแล้ว และเราสามารถคว้าแชมป์ได้ที่สนามแห่งนี้ด้วย ดีใจมากเลยครับ ดีใจมากจริงๆ" ผู้จัดการทีมฟลิคพูดเสร็จก็คว้ารูปพี่ชายขึ้นมากอด

น้ำใจนักกีฬา หลังจบเกมก็เดินมาไหว้ขออภัย จับมือกัน
ความฝันของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้เงินทอง บางคนฝันอยากได้พบไอดอลที่ติดตามมาตั้งแต่เด็ก บางคนฝันอยากได้ไปท่องเที่ยวประเทศในฝัน

ผมเชื่อว่าความฝันของเด็กไทยที่รักในฟุตบอลเหล่านี้ ได้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว และวันนึง ความสำเร็จของพวกเขาอาจจะส่งแรงใจให้เด็กไทยที่กำลังดูอยู่ ได้กล้าฝันที่จะไปให้ถึงได้ด้วยเช่นเดียวกัน



อ่านเพิ่มเติม