Saturday, September 09, 2017

ทำไมบริษัท The Zero ถึงให้พนักงาน รับงานนอกมาทำได้ ? และผลที่ตามมาหลังจากเปิดมาครบ 1 ปี (MangoZero + ParentsOne)



วันก่อนมีแชร์เรื่องของสวัสดิการณ์ในบริษัท The Zero ซึ่งเราทำเว็บ Mango Zero​ และ Parents One​ กันอยู่ในตอนนี้

บางข้อก็ทำให้หลายคนแอบขำ เช่น มีวันลาอกหักให้พนักงานได้ 3 วันต่อปี หรือมีขนมให้กินในออฟฟิศไม่อั้น อะไรแบบนั้น

แต่มีอยู่ข้อนึงที่มีคนส่งหลังไมค์เข้ามาถาม ว่ามีจริงๆ หรือเปล่า นั่นคือเราเปิดให้พนักงาน "รับงานนอกมาทำในออฟฟิศได้ 1-2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์"



ทำไมผมถึงอนุญาตให้พนักงานทำงานนอกในออฟฟิศได้ ? เรื่องนี้มีจริงหรือเปล่า ?

ซึ่งมันค่อนข้างฉีกตำรา HR แต่เก่าก่อนที่มีมา บริษัทส่วนใหญ่มองว่าเราให้เงินพนักงานไป 100 เราก็ควรได้งานกลับมา 100 หรือมากกว่า และคุณไม่ควรเอาเวลางานไปทำอย่างอื่น

ก็ต้องขอตอบคำถามข้อที่สองก่อนเลยว่าสวัสดิการณ์นี้มีจริง และผมบอกน้องๆ ทุกคนตั้งแต่สัมภาษณ์งานด้วยซ้ำ ว่าเรามีให้นะ จะใช้รึเปล่าก็แล้วแต่

สิ่งแรกที่ต้องออกตัวเอี๊ยดก่อนเลยคือ

1. ที่บริษัทเราให้ค่าตอบแทนในระดับที่ดีนะจ๊ะ ไม่ใช่ให้น้อยจนต้องไปรับงานนอก

2. การที่คุณจะทำงานอื่นๆ ในเวลาออฟฟิศได้ แปลว่างานที่คุณได้รับมอบหมายต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนด้วย


ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเป็นพนักงานประจำ ก็บอกตามตรงเลยว่ามีรับงานนอกบ้างเช่นกัน เช่น บางทีเราก็รับงานเขียนโปรแกรม (ผมทำงานโปรแกรมเมอร์), งานทำเว็บบ้าง

ซึ่งตอนนั้นผมก็บอกหัวหน้านะ และเราก็ไม่ได้เอาเวลางานมาใช้ คือหลังจากกลับบ้านค่อยทำงานอื่นๆ เสริม

ส่วนตัวผมพบว่า การรับงานนอก ทำให้ผมเก่งขึ้นเยอะมาก เพราะงานนอกที่รับมามีความหลากหลายกว่างานประจำ และได้ฝึก Skill การบริการตัวเอง ให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น



กลับมาที่บริษัท The Zero ด้วยความที่ Culture ของเราเป็นลักษณะบริษัทสื่อ ที่มีพนักงาน "ส่วนใหญ่" เป็นบล็อกเกอร์

คำว่าบล็อกเกอร์ คือแต่ละคนก็จะมีความชอบส่วนตัว ผลงานส่วนตัว ก่อนที่จะมาร่วมงานที่นี่ เพราะงั้นโจทย์ความยากของผม ในฐานะเจ้าของบริษัท

คือทำยังไงให้คนเหล่านี้อยู่กับเราได้นานๆ ?

คำตอบคือ เราก็ต้องให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขารัก และทำงานที่เขาชอบได้ ในเวลาเดียวกัน

ผมมีน้องในทีมที่เป็น Food Blogger, พิธีกรรายการทีวี, เจ้าของรายการ Podcast, นักวาดภาพ รวมถึงบางคนก็เริ่มสร้างผลงานส่วนตัวขึ้นมาเองมากขึ้น

เพราะงั้นตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาเจอเรา อย่างหนึ่งก็สบายใจได้ว่าสิ่งที่ตัวเองเคยทำมาก่อน จะไม่หายไป หรือไม่ต้องมาคอยหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรัก



ผมเปิดบริษัทผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว ถ้าถามว่าผลที่ได้เป็นยังไงบ้าง ?

ในมุมของน้องๆ ผมไม่แน่ใจว่าเขา Happy ไหมกับการที่เรามีสิ่งนี้ในบริษัท แต่สิ่งนึงที่เห็นได้ชัดคือ เราพยายามช่วยผลักดันให้เขาโตขึ้นในสิ่งที่ตัวเองรัก

ผมพบว่าน้องๆ หลายคนเก่งขึ้น ไม่ใช่แค่จากงานในบริษัท แต่เก่งขึ้นจากงานอื่นๆ ที่เขากำลังทำอยู่ด้วย ได้ทั้งฝีมือและ Connection เพิ่มเสียด้วยซ้ำ บางทีได้งานอื่นกลับมาบริษัทซะงั้น

ผ่านไป 1 ปี ผมพบว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียครับ ยิ่งน้องๆ ในทีมเก่งขึ้นเท่าไหร่ ผลงานของเราก็ยิ่งดีขึ้นมากไปเท่านั้น

"แต่" ต้องบอกเลยว่า Culture แบบนี้ คงใช้ไม่ได้กับในหลายๆ องค์กร ที่ไม่ได้มีรูปแบบการทำงานแบบพวกเรา เพราะงั้นสิ่งที่แชร์ในบทความนี้ไม่ได้บอกว่าใครต้องทำแบบไหน

แต่เป็นการแชร์อีกมุมของบริษัทเล็กๆ ที่ผมว่าก็แปลกดี เผื่อใครจะลองไปปรับใช้กันดูครับ

[ช่วงขายของ] อ่านสวัสดิการณ์ประหลาดๆ ของทีมงานพวกเราได้ที่นี่ และเรากำลังรับพนักงานเพิ่มครับ :)  -> รวม 10+1 สวัสดิการณ์ของ MangoZero และ ParentsOne

0 comments: