Showing posts with label apple. Show all posts
Showing posts with label apple. Show all posts

Wednesday, February 25, 2015

เคยเห็นกันไหม ? วิดีโอรับสมัครงานของ Apple, Google, Facebook, Microsoft




ช่วงนี้ไปบริษัทไหนก็บ่นกันว่าหาพนักงานยาก ประกาศหาคนก็ไม่มีใครมาสมัคร ไม่รู้จะหาคนจากไหน ซึ่งก็เป็นปัญหาโลกแตกที่บริษัทน่าจะต้องเจอกันอยู่แล้ว

ไปอ่านเจอบล็อกที่ App Advice รวมวิดีโอรับสมัครงานของบริษัทไอทีชื่อดังระดับโลกอย่าง Apple, Google, Facebook, Microsoft ฯลฯ

ดูแล้วก็น่าสนใจดีนะ ไม่ค่อยได้เห็นบริษัทในไทยทำวิดีโอโปรโมทบริษัทตัวเองให้คนมาสมัครกันซักเท่าไหร่ ลองทำดูก็อาจจะช่วยให้คนมาสมัครงานได้เห็นภาพมากขึ้นนะเออ

Apple

น่าจะเป็นวิดีโอแรกและวิดีโอเดียว ที่เราจะได้เห็นภายในบริษัทของแอปเปิล ว่าข้างหลังกำแพงใน 1 Infinit Loop นี้มีหน้าตาเป็นยังไงบ้าง

วิดีโอทำออกมาได้แอปเปิลมาก คือเนี๊ยบ ดูดี ภาพสวย โปรโคตร แต่ไม่ค่อยมีอารมณ์ขันเท่าไหร่นะ

Google

ใช้วิธีให้คนข้างนอกเข้ามาสัมภาษณ์ แล้วก็พาไปดูแต่ละส่วนของบริษัท ซึ่งทำออกมาได้น่ารักมาก ดูสนุก มีช่วงฮาๆ ด้วย ดูเป็นกันเอง เข้ากับภาพลักษณ์บริษัท


Microsoft

วิดีโอของไมโครซอฟท์มีหลายแบบ หลายตัว แต่ที่แบบรับสมัครงานรวมๆ มีออันที่ค่อนข้างเก่าแล้ว เนื้อหาก็เน้นเอาพนักงานมาพูด ดูเป็นทางการมาก

Facebook

เน้นให้พี่มาร์คเป็นพระเอก ซึ่งก็แน่นอนว่าหลายคนอยากเข้ามาทำงาน Facebook ก็เพราะได้ทำงานกับ Mark Zuckerberg ตัววิดีโอดูผ่อนคลาย สบายๆ ให้ความรู้สึกว่าน่าจะสนุกดีนะถ้าได้ทำงานที่นี่

Amazon

เอาจริงๆ หวังไว้ว่าวิดีโอของ Amazon จะเจ๋งกว่านี้ ดูแล้วเฉยๆ

IBM

น่าจะเป็นวิดีโอที่ดูเป็นทางการที่สุด ในบรรดาคลิปที่เลือกมา มีแต่คนออกมาพูด ออกจะน่าเบื่อมาก


Twitter

เป็นคลิปวิดีโอที่ชอบสุดแล้ว อย่างเจ๋งอ่ะ เห็นแบบนี้แต่ก็ต้องคิดมาเยอะนะ กว่าจะได้ฮาและบ้านๆ ขนาดนี้ เจ๋งแสร๊ดดดด #ชนะเลิศ

ดูแล้วชอบของบริษัทไหนมากสุด ?



Thursday, September 11, 2014

"แอปเปิลยังคงเป็นแอปเปิล" วิจารณ์ iPhone 6, Apple Watch และ Tim Cook แบบสาวก


"แอปเปิลยังคงเป็นแอปเปิล" คือประโยคที่ผมบอกตัวเอง ขณะที่ลากตัวเองเดินออกจากงาน #iPhone6TH ที่จัดขึ้นอย่างแสนเหนื่อย แต่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม (ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง)

ก่อนจะยาวไปกว่านี้ พยายามสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะสาวกแอปเปิลคนนึงดังนี้
คำเตือน: ยาวมาก



iPhone 6 + iPhone 6 Plus


- เหมือนตามข่าวลือ 90% การเก็บความลับมีปัญหา ทำให้สร้างความว้าวได้น้อยมาก
- แต่ไอโฟนก็ยังคงเป็นไอโฟน คือมือถือที่ขายดีที่สุดในโลกและผู้ใช้พอใจที่สุดในโลก (ตามสถิติ) คนเดิมอยากใช้ต่อ คนนอกสนใจ คนไกลแอบเหลียวมอง คือจบ
- ตามจากสำนักข่าวที่จับของจริง 9 ใน 10 บอกดีไซน์ดีมาก ถือแล้วชอบ บาง เบา
- บางคนบอกสาวกเงิบ เพราะแอปเปิล (จ็อบส์) เคยบอกจะไม่ทำจอใหญ่ ?
- แต่สาวกตัวจริงจะรู้ว่าแอปเปิล (จ็อบส์) แมร่มก็เปลี่ยนใจโคตรบ่อย เคยบอกจะไม่ทำ iPad จอเล็ก, จะไม่ทำ iPod ที่เล่นวิดีโอได้, จะไม่มีวันใช้ชิป Intel, จะไม่มีวันจับมือกับ IBM
- เวลาเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน ผู้ใช้เปลี่ยน
- ต้องยอมรับว่ามือถือจอใหญ่กลายเป็นมาตรฐาน จากการที่เราอ่านและเล่นมือถือ มากกว่าโทร โดยทุกเจ้าทำมือถือใหญ่กว่าไอโฟนหมด (อีกนัยคือทำจอเท่ากันก็ตายหมด)
- คนใช้จอใหญ่มาใช้จอเล็กลงมันเจ็บ และน่าจะเป็นเหตุผลอันดับ 1 ที่ไม่ซื้อไอโฟนไปแล้ว (นอกจากราคามันแพง)
- อาเฮีย อาซ้อ ที่ราคาไม่มีผลกับการตัดสินใจ น่าจะกลับมาใช้ iPhone 6 กันพรึ่บ
- คนขายที่เน้นว่าจอตัวเองใหญ่ และขายแพงเท่าไอโฟนจะเหนื่อยหนัก ยกเว้นจะยอมลดราคา เอา Price มาสู้
- ขายดี ฟังธง ขายดีมากด้วย



Apple Pay

- การมาของ NFC และ Apple Pay เป็นคำตอบว่าแอปเปิลจะทำเมื่อพร้อม คำว่าพร้อมคือไม่ได้บอกว่าฉันมีก่อน แต่มีไว้ทำอะไร มีคนใช้แค่ไหน
- Google Wallet เปิดตัวมานาน(มาก)แล้ว ทุกเจ้าพยายามทำ แต่ Mobile Payment ไม่โต
- แอปเปิลเปิดเมื่อพร้อม คำว่าพร้อมคือตรูไปคุยไว้หมดแล้ว ทั้ง Visa, Master, Amex, Starbucks, Mc Donald, Target ฯลฯ (ย้ำว่า ฯลฯ)
- ทำออกมาใช้ได้เลย ใช้ได้จริง ถ้าอีก 1 ปีหลังจากนี้ตลาด Mobile Payment บูม ก็ไม่ต้องเดาว่าเพราะอะไร



Apple Watch

- เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของการเก็บความลับ มันทำให้ทุกคนร้องว้าวได้เมื่อแรกเห็น
- ในขณะที่ทุกเจ้าก่อนหน้าขายความเป็นนาฬิกาอัจฉริยะ คือต้อง Geek จริงๆ และก็แป๊กทุก 5 เดือนต้องออกรุ่นใหม่มาแทน
- แต่แอปเปิลกลับวาง Apple Watch ในหมวดเครื่องประดับ
- นาฬิกาคือสิ่งที่อยู่ติดตัวเราตลอดเวลา คือเครื่องบอกสถานะ คือสิ่งที่บอกความเป็นตัวของเรา
- คนเลือกซื้อนาฬิกาด้วยความรู้สึกและอารมณ์มาเกี่ยวข้องอย่างมาก มากกว่าการซื้อมือถือ, กระเป๋า, เสื้อผ้า, รถยนต์
- แอปเปิลทำการบ้านมาดี คือชูเรื่องของดีไซน์นำ เทคโนโลยีตาม
- Apple Watch เลยออกตัวเครื่องมาตั้ง 3 แบบ แถมมีสายอีก 30-40 แบบให้เลือก คือขายได้ทุกเพศ ทุกวัย
- เรียกได้ว่ามี wow factor มากพอให้คนดังหรือดารายอมซื้อมาใส่แล้วถ่ายลง IG ว่าฉันใช้แล้วนะ ซึ่งช่วยดันยอดขายอีกมหาศาล
- การเลือกใช้ตัวหมุนด้านข้าง เป็น Navigation น่าสนใจ และจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Apple Watch ต่อไปหลังจากนี้ (น่าสงสัยว่าทำไมคู่แข่งคิดไม่ออก)
- ฟีเจอร์มีเยอะ ไปอ่านกันตามข่าว แต่คือใส่มาได้ไม่แพ้ใคร
- เลือกเอาของไม่จำเป็นออก เช่นถ่ายรูปไม่ได้ ยกนาฬิกามาคุยโทรศัพท์ไม่ได้ (เคยเห็น Geek บางท่านพยายามยกนาฬิกามาคุยโทรศัพท์แล้วก็เหนื่อยแทน)
- ส่วนตัวไม่ชอบตัวเครื่องและความอ้วนของมันเท่าไหร่
- แทบทุกฟีเจอร์ต้องใช้คู่กับ iPhone ใครอยากเท่ห์ ต้องซื้อไอโฟนด้วยนะจ๊ะ ขายพ่วงซะงั้น
- แบตหมดเร็วแน่ ฟันธง
- ราคา 10-11k รับได้ แพงกว่าคู่แข่งเป็นเรื่องปกติ (แอปเปิลเคยขายของถูกด้วยเหรอ)
- ดูแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นนาฬิกาที่คิดมาดี คิดมานาน คิดมาเยอะ
- ขายดี แต่ไม่ได้ถล่มทลาย รออีก 1 ปีมันจะบางลง เล็กลงไปได้อีก (แต่อดเท่ห์จนปี 2016 เลยนะ)


Tim Cook

- นี่คือแอปเปิลที่ไม่มีสตีฟ จ็อบส์แล้วจริงๆ นี่คือแอปเปิลของทิม คุ้ก
- ตามข่าวคือ Apple Watch ถูกสร้างภายใต้การนำของทิมล้วนๆ
- เพราะฉะนั้นก็พอจะตอบข้อสงสัยของสาวก ที่ว่า "แอปเปิลที่ไม่มีสตีฟ จ็อบส์ จะหมดนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ไปแล้วรึเปล่า ?"
- คำตอบคือ "ไม่" ทิมยังคงนำแอปเปิลไปในทางที่จ็อบส์เคยสร้างไว้ ยังมีกลิ่นมี DNA ของจ็อบส์ฝังอยู่
- มองไปยาวๆ อีก 5 ปี 10 ปี ถ้าทิมยังทำได้ในมาตรฐานนี้อยู่ น่าจะไปได้อีกไกล ไม่แย่ลงในเร็ววัน
- ประโยคที่ทิมใช้ขึ้นจอ ก่อนจะเปิดตัว Apple Watch ที่ว่า "One more thing ..." น่าจะเป็นคำตอบได้ดีที่สุดแล้ว


สรุปแล้วประโยคที่ดังขึ้นมาในหัวหลังจบงาน ตอนนี้ก็ดังขึ้นมาอีกรอบ 

"แอปเปิลยังคงเป็นแอปเปิล"


Monday, June 16, 2014

อัพเดทผลงาน: ออกรายการ Nation Midnight, Beartai Hitech, รับรางวัล Zocial Awards

เดือนมิถุนายนของทุกปีก็แน่นอนว่ามีงาน WWDC ของแอปเปิล ก็ถือเป็นช่วงที่มักจะได้โอกาสไปออกงานตามสื่อต่างๆ เช่นเคย ซึ่งปีนี้ก็มีเรื่องของ iOS 8, OS X 10.10 ที่หลายคนสนใจ

บล็อกในตอนนี้ก็อัพเดทผลงานซักเล็กน้อย เผื่อใครที่ติดตามก็ไปชมกันได้ครับ


WWDC 2014 : ออกรายการ Beartai Hitech

แบไต๋เป็นรายการขาประจำที่ไปออกบ่อยที่สุด และก็รู้สึกสนุกมากๆ ทุกครั้งที่ได้ไปเยี่ยมชมที่นี่ เพราะส่วนตัวก็รู้จักกันดีกับพิธีกรอย่าง @Ripmilla @Faunglada ทำให้เหมือนไปเล่าสนุกๆ ด้วยกัน เล่นมุกขำบ้างไม่ขำบ้าง 555

คนดูรายการแบไต๋จะค่อนข้างเข้าใจเรื่องไอทีเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก็จะเล่าเรื่องเทคนิคเยอะหน่อย ซึ่งพิธีกรทั้งสองคนก็ช่วยตบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายเป็นอย่างดี ไม่ Geek จนเกินไป

ปล. ชอบทรงผมที่ช่างแต่งหน้าที่แบไต๋จัดให้มาก พอโดนแสงในรายการแล้วออกมาดีทีเดียว
[คลิปที่ออกรายการ เริ่มนาที 26.00]



iOS 8 : ออกรายการ Nation Midnight


ได้รับเชิญจากคุณเอม @noppatjak นักข่าวไอดอลของเรานี่เอง ให้มาพูดถึงตัว iOS 8 ในรายการ Nation Midnight เสียหน่อย ซึ่งน่าเสียดายที่วันไปถ่ายรายการ มีข่าวที่ทางคสช.ยกเลิกเคอร์ฟิวในบางจังหวัด ทำให้คุณเอมติดงานด่วน เลยไม่ได้เจอกันในรายการ

แต่ก็ได้คุณณัฐกับคุณกิ๊บ พิธีกรที่สัมภาษณ์แทน ก็เป็นอะไรที่สนุกสนานดี โดยทางครีเอทีฟรายการให้โจทย์มาว่าพบกับ "8 ความสามารถเด็ดบน iOS 8"

โชคดีที่เครื่องผมอัพเดท iOS 8 Beta 1 มาทดสอบ เลยได้ไปโชว์หลายความสามารถใหม่ในรายการ ก็ถือเป็นรายการแรกที่ได้ไปเดโมแบบสดๆ เอาขึ้นจอภาพเลยทีเดียว

ชมคลิปรายการได้ที่ -> http://www.nationtv.tv/main/program/Nation_Mit_Night/378409534/



รับรางวัล Twitter of the Year : Zocial Awards 2014

งานที่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รางวัล คืองานประกาศรางวัล Zocial Awards ที่มอบรางวัลให้กับคนในวงการ Social Network ไทย ในส่วนของผมได้รางวัล Twitter ที่มีคนกด Retweet จำนวนมากที่สุดฝ่ายชาย

ส่วน Twitter ฝ่ายหญิง @wonderingpango ได้ไป และ Twitter คนดังพี่โหน่ง @wongthanong ได้ไป

ซึ่งก็ต้องขอบคุณทาง Zocial Inc จริงๆ ที่เห็นความสำคัญของคนใน Social Network ผมเพิ่งเข้าใจเวลาที่ดารานักแสดงได้รางวัลแล้วบอกว่านี่ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญอย่างหนึ่ง ... คือมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ

[วิดีโอเริ่มนาทีที่ 47.20 แต่คลิปบน YouTube ไม่มีเสียงนะฮะ เข้าใจว่าติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์]



อีกคลิปนึงจากรายการ Nation Midnight ที่ไปสัมภาษณ์ในงาน Zocial Awards ได้ออกกล้องพร้อมเชอรี่ด้วยนะ 555 (เริ่มนาที 10:40)





Wednesday, March 19, 2014

เมื่อ MacThai ไฝว้กับ DroidSans จนเกิดไวรัลเล็กๆ



เมื่อเว็บเพื่อนบ้านสุดที่รักอย่าง DroidSans ทวีตแซะ iPhone 5c ที่ราคา 18,000 บาทให้เนื้อที่แค่ 8 GB ซื้อกันลงจริงๆ เหรอจ๊ะ ... หลังจากนั้นไม่นาน ทาง @arjin แจ้งข่าวมาที่ผม เลยมีการจัดให้ MacThai ทวีตแซะกลับว่ามือถือที่มีเนื้อที่ใช้จริงแค่ 8GB ขาย 18,000 บาท เหมือนกันนะจ๊ะ จนเกิดไวรัลเล็กๆ


เราเคยเห็นในต่างประเทศ แบรนด์หลายแห่งจะมีการแซะการไฝว้กันพอสนุกๆ บ้าง โดยเฉพาะแบรนด์ไอทีอย่าง Microsoft, Nokia, HTC นี่เห็นกันบ่อย แต่ในไทยไม่ค่อยจะมี ด้วยวัฒนธรรมเราอยากให้คนยิ้มแย้มให้กัน (แต่ชอบตามดราม่าเป็นที่สุด)

เลยเกิดเป็นไวรัลเล็กๆ ยอด RT และการพูดถึงทั้งสองเว็บพุ่งกระฉูด ส่วนบน Facebook มีพี่ Jimmy ช่วยแชร์แล้วก็มีอีจ่าดราม่ามาเชียร์ให้ดราม่ากันอีกราย ถือเป็นเรื่องสนุกๆ ประจำวันนะจ๊ะ ยอด RT เกินพันทั้งสองทวีต แชร์รูป FB เกิน 400 นี่ไม่ธรรมดา



มองในอีกแง่นึง ผมว่าทั้งสองเว็บได้ประโยชน์ในแง่ภาพลักษณ์เหมือนกันนะ คือ DroidSans กลายเป็นตัวแทนของฝั่ง Android ส่วน MacThai กลายเป็นตัวแทนของฝั่ง Apple ซึ่งสะท้อนกับสิ่งที่ทั้งสองเว็บต่างเน้นกันมาตั้งแต่ต้น

ปล. จริงๆ ทีมงานของเว็บทั้ง 2 เรารักกันนะจ๊ะ <3 เจอกันยิ้มแย้มคุยปกติ ไม่ได้ต่อยปากกันนะ 55 ยังเคยทำเสื้อด้วยกันเลย แต่หน้าฉากเราไฝว้กันสนุกให้ท่านผู้ชมได้เชยชมกันพอเป็นสีสัน อิๆ





ข่าวเก่า







Tuesday, February 25, 2014

เมื่อ MacThai เว็บสาวกแอปเปิลเขียนข่าว Android, Windows Phone


เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ถ้าคนที่เป็นแฟนเว็บ MacThai อาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านเนื้อหาบางอย่าง นั่นคือมีข่าวของคู่แข่งแอปเปิลอย่างเช่น Galaxy S5, Nokia X มาอยู่ในเว็บด้วย

ซึ่งก็มีหลายคนสอบถามเข้ามา มีคนงงและแซะบ้างเล็กน้อย ต้องขอบคุณที่สนใจนะครับ 5555 ทั้งนี้เลยอยากบันทึกการเปลี่ยนแปลงในมุมคนทำเว็บกับประเด็นนี้เล็กน้อย เผื่อคนที่สนใจ




ทำไมเว็บสาวกต้องเขียนข่าวคู่แข่ง ?

จริงๆ แล้วเว็บข่าวสำหรับสาวกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือ Fansite คือต้องการเสนอข่าวที่แฟนกลุ่มนั้นๆ สนใจ การเสนอข่าวคู่แข่งโดยตรงและมีผลกระทบกับสาวก เป็นแนวทางที่มีมานานแล้ว โดยเฉพาะเว็บ Fansite ชื่อดังอย่าง Cult of Mac, 9to5mac, TUAW (หรือแม้แต่ Droidsans ที่นำเสนอข่าวไอโฟนด้วย) ก็ล้วนนำเสนอข่าวคู่แข่งด้วยทั้งสิ้น

เหตุผลหนึ่งคือเราไม่สามารถบริโภคข่าวเฉพาะด้านเดียวได้ตลอด การอ่านข่าวที่มีผลเกี่ยวข้องอย่างคู่แข่งเป็นสิ่งที่สาวกสนใจเช่นกัน

เว็บแมคไทยเราก็มีแนวทางจะทำเช่นนั้นมาตั้งแต่แรก เพียงแต่ด้วยความที่เป็นเว็บหน้าใหม่ อายุไม่ครบ 1 ปีดี ผมเลยอยากให้เน้นเนื้อหาฝั่งแอปเปิลให้ดีที่สุดก่อน และถ้ารักษามาตรฐานได้ดีพอ ค่อยเริ่มนำเสนอข่าวของอีกฝั่ง


ปีที่ผ่านมาแมคไทยมีโพสต์บทความและข่าวทั้งหมด 1,107 โพสต์ เป็นโพสต์เนื้อหาฝั่งแอปเปิล 98.6% หมายความว่าเรามีข่าวของคู่แข่งรอบตัวแอปเปิลเพียง 1.4% ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ และน้อยเกินไป

การเขียนข่าวฝั่งคู่แข่งเป็นการ "ทดลอง" แนวทางอะไรบางอย่าง ซึ่งเราได้คิดเรื่องนี้กันมาซักพักแล้ว จริงๆ น่าจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งได้มาลองในช่วงนี้ และได้เริ่มลองใช้กับงาน Mobile World Congress ที่มีข่าวน่าสนใจเยอะทีเดียว



ผลการทดลอง

จุดเด่นของแมคไทยคือข่าวที่เร็ว, ภาพสวย, อ่านง่าย, ไม่มี Banner ด้านบนข่าว เลยทำให้มี SEO ที่ดี ซึ่งผมเองก็ถนัดในการ Monitor ทุกอย่างแบบ Real-time ก็ได้ข้อมูลน่าสนใจหลายอย่าง
  • ผลจากการทดลองเขียนข่าวอย่างเช่น Nokia X ทำให้คีย์เวิร์ด Nokia X, Nokia X+, Nokia XL มีเว็บ MacThai เป็นอันดับ 1-3 ในช่วง 3 ชั่วโมงแรก
  • แม้เว็บจะไม่มีข่าวของ Nokia มาก่อน, ไม่มีแฟนๆ Nokia ในเว็บ แต่กูเกิลก็ยัง Rank ให้อยู่ด้านบน อันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร (ชื่อโดเมนก็บอกว่าแมค -_-") แต่ก็ถือว่าโชคดีละกัน
  • ข่าว Gear 2, Gear 2 Neo ของซัมซุง ก็ยังได้เสิร์ชอันดับ 1-5 ในช่วง 1 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นก็เริ่มตก
  • ข่าว Galaxy S5 แม้จะเขียนข่าวเร็ว แต่แทบไม่ติดอันดับบนกูเกิลเลย เว็บฝั่ง Android จะขึ้นหมด อันนี้ถือว่ากูเกิลฉลาดใช้ได้เลย
  • จำนวนคน Like, Share ข่าวไม่แตกต่างจากข่าวแอปเปิล แสดงว่าแฟนๆ เว็บซึ่งส่วนใหญ่ชอบแอปเปิล ก็สนใจข่าวคู่แข่งเช่นกัน
  • จำนวน Comment ข่าวคู่แข่ง มีมากกว่าข่าวแอปเปิล 10-20% อันนี้แปลกใจเล็กน้อย
  • มีคนแอบงงว่าทำไมมีข่าวคู่แข่งในเว็บแมคไทย 5-6 รายเท่าที่พบ ซึ่งก็มีคนสังเกตมากกว่าที่คิด แสดงว่าเว็บนี้มันดูมีจุดเด่นความเป็นสาวกมากเลยนะเนี่ย 55
  • ด้วยสโลแกน "ไม่เป็นกลาง" เมื่อเขียนข่าวคู่แข่งก็มีการเทียบกับฝั่งแอปเปิลบ้าง อันนี้ feedback หลายคนบอกก็เป็นปกติ สงสัยแซะบ่อยจนชิน
โดยสรุปแล้วจากการทดลอง ได้ผลตอบรับดีกว่าที่คิด ส่วนที่บางคนสงสัยว่าจะเสียความเป็นเว็บสาวกไหม อันนี้ก็ต้องบอกตามตรงว่าสาวกจริงๆ ก็ควรต้องเสพข่าวรอบด้าน ซึ่งก็เป็นแนวทางที่เคยคิดมาตั้งแต่แรกเช่นเดียวกับเว็บชั้นนำ แต่เพิ่งมาทำตอนปีที่ 2 คนเลยงงเล็กน้อย (ต่อไปก็ชิน)

ทั้งนี้ก็ยังคงต้องเน้นคุณภาพของข่าวในฝั่งแอปเปิลมากกว่าเช่นเดิม แต่จะมีข่าวคู่แข่งมาด้วย ในอัตราส่วน 80-20 ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง โฮะๆ

อ่านเพิ่ม - MacThai.com



Thursday, February 06, 2014

สรุปชีวิตตัวเองในปี 2013 - ปีแห่งการเริ่มต้นใหม่


Note: เขียนไว้ใน Facebook แต่ลืมเอามาใส่ในบล็อก เลยก็อบมาไว้เป็นหลักฐาน

สรุปเรื่องราวของตัวเองในปี 2013 ปีที่น่าจดจำ มีเรื่องราวมากมายที่น่าจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองหลังจากนี้ไปอีกนาน (อ่านเพิ่ม: สรุปชีวิตตัวเองในปี 2012 - ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง)



การงาน - หลังจากที่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Lead Software Engineer ที่ Reuters แต่เมื่อมองเห็นสิ่งที่ตัวเองชอบ และน่าจะได้เวลาที่เหมาะสม ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจออกจากบริษัทที่ทำมากว่า 7 ปี รวมถึงลาออกจากการเป็นพนักงานบริษัทที่ทำมา 10 กว่าปี

ชีวิตการงานคือร่วมกับเพื่อนๆ ตั้งบริษัท Qlovr เพื่อทำงานด้าน Mobile Application อีกส่วนหนึ่งก็กลายมาเป็นบล็อกเกอร์และทำเว็บไซท์ MacThai ของตัวเองอย่างเต็มตัว


การเรียน - จบซะที ใช้โควต้าเรียนมา 4 ปีเต็มจนในที่สุดก็จบปริญญาโทที่ Business Software Development จากจุฬาฯ ดีใจและได้ประสบการณ์มากมายจริงๆ กับการเรียนปริญญาโทในครั้งนี้ ได้เพื่อนดีๆ เยอะเลยด้วย


สุขภาพ - ป่วยเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่ป่วยจนหยุดทำงานทุกอย่างเกือบเดือน การป่วยครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่าการมีคนช่วยดูแลเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ขอบคุณภรรยาผู้น่ารักด้วยนะจ๊ะ



งานส่วนตัว - เป็นปีที่ได้มีผลงานส่วนตัวออกมาเยอะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ Mind Trick ที่เขียนร่วมกับเพื่อนๆ, เว็บ MacThai, แอพที่ช่วยกันเขียนกับเพื่อนๆ, งานเขียนในนิตยสารอีกหลายเล่ม คิดว่าปีหน้าน่าจะได้มีออกมามากกว่านี้ซะอีก



บล็อกเกอร์ - ถ้าวัดกันที่จำนวนผู้ติดตามและการออกสื่อ ปีนี้น่าจะเป็นปีแจ้งเกิดอย่างแท้จริง จากจำนวนคน follow ที่หลักพันเมื่อปีก่อน มาเป็นเกือบ 6 หมื่นในวันนี้ การได้ออกสื่อเยอะกว่าทุกปีจากดราม่า, หนังสตีฟ จ็อบส์เข้าไทย, สัมภาษณ์สารพัดเรื่องแอปเปิล สุดท้ายสิ้นปีก็ได้เข้ามาเป็นกรรมการในสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ก็ทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ มากมายทีเดียว

ปกติทุกปีจะมีบล็อกที่มีคน like หลักหมื่นแค่ปีละครั้ง ปีนี้แม้จะเขียนบล็อกน้อยลง แต่ก็โชคดีที่มีบล็อกคน like เกินหมื่นถึง 3 บล็อกด้วยกัน คิดว่าปีหน้าน่าจะได้เวลาขยับขยายงานเขียนของตัวเองไปในสื่ออื่นๆ ได้เสียที

ครอบครัวและความรัก - หลังจากแต่งงานมาเกือบครบ 2 ปี ความรักยังคงหวานชื่น อาจจะมากกว่าทุกปีเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่ลาออกจากงานทำให้มีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะขึ้นมาก มีเวลาให้กัน จนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆ ที่ได้มีความรักดีๆ แบบนี้

คิดว่าปีหน้าน่าจะได้เวลามีเจ้าตัวน้อยซะที >///< #อั๊ยย่ะ



Tuesday, December 24, 2013

รวมเพลง, หนัง, เว็บ, แอพ, เกมส์ ที่ชอบที่สุดในปี 2013 #MyBestOf2013



มีคนเคยบอกว่าเราสามารถบอกความเป็นไปของตัวเราเองได้จากสิ่งที่เราชอบ คนที่เรานับถือ ปีนี้เลยอยากบันทึกสิ่งที่ตัวเองชอบมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นหมวดหมู่ ทั้งแอพ, เกมส์, หนัง, เพลง ฯลฯ

ซึ่งอันดับทั้งหมดมาจากความชอบส่วนตัวล้วนๆ หลายคนอาจจะชอบเหมือนกัน หรือชอบต่างกัน ลองเอามาแชร์กันดูนะจ๊ะ


Games - Candy Crush

เกมส์อะไรก็ไม่รู้เล่นโคตรติด แล้วที่สำคัญคือมันติดกันได้ทุกคน เด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน พ่อแม่ เล่นได้ทุกเพศทุกวัย การแข่งขันในเกมส์มีเพียงอย่างเดียวคือแข่งกับตัวเอง มันมีทั้งความเป็น Puzzle, Action, Strategy ในเวลาเดียวกัน

ช่วงหลังเล่นไม่ผ่านเริ่มเบื่อ แต่ก็แอบกดมาเล่นเป็นพักๆ เผื่อว่าจะผ่าน (ซึ่งน่าแปลกว่าพอนานๆ ทีหยิบขึ้นมาเล่น ... มักจะผ่าน)

เข้าชิง : Fifa 14 - เล่นมันทั้งวัน, Kingdom Rush - มันส์ทั้งภาค 1 และ 2
ขอด่า : Plants vs Zombies 2 - ผิดหวัง (แต่ก็เล่น)


App - Line

พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง เพื่อนมหาลัย เพื่อนออฟฟิศ ลูกค้า ฯลฯ เล่นทุกคน มันถูกจริตคนไทยจริงๆ นะ โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์ที่ทำออกมาแต่ละตัวน่ารักจุง เป็นแอพที่มี Charactor ของตัวเอง แถมโฆษณายังโดนสุดๆ

เข้าชิง : Tweet Bot 3 - แอพทวิตเตอร์ที่ดีที่สุด, Feedly - ทดแทนการจากไปของ Google Reader, True Anywhere - ใช้ดูทีวีเวลาอยู่ข้างนอกได้ดีมากๆ
ขอด่า : iPhoto for iOS - อัลไลของมัน



Gadget - iPhone 5s

ปีนี้ซื้ออุปกรณ์ไอทีไม่เยอะ ตามประสาสาวก คือแค่ของแอปเปิลก็หมดตังค์แล้ว (ฮา) ทีแรกไม่ได้หวังกับ iPhone 5s มากนัก เพราะก็รู้กันว่ารุ่น "S" มันไม่มีอะไรใหม่แค่อัพสเป็ค แต่ปีนี้แอปเปิลจัดเยอะกว่าที่เคย ชิป A7 - 64 Bit มันเร็วจริง, กล้องมันช๊าดชัด, Touch ID ทำได้ดีกว่าที่ทุกฝ่ายคาด

เจ๋งสุดคงเป็นการตัดสินใจทำสีทอง สีมันสวยมากจริงๆ สุดท้ายสามีภรรยาตอนนี้ใช้ iPhone 5s ทั้งคู่เบย #หมดตูด

เข้าชิง : iPad Air - กำลังจะซื้อ เบาจริงอะไรจริง, Commy Power Bank - ชาร์จไอโฟนได้ 5 รอบ
ขอด่า : Galaxy Gear - ไปลองเล่นด้วยความหวังดี แต่มันช่าง ...


Software - iOS 7

ช่วงหลังแอปเปิลมักมีปัญหากับการเก็บข่าวลือ แต่กับ iOS 7 นี่คือการเก็บความลับได้ดีขั้นเทพ และวันที่เปิดตัวออกมา ก็แทบจะลุกขึ้นปรบมือให้เลย

ถึงแม้ว่าจะมีคำแซะมากมายตามมา แต่ iOS 7 ก็นำแอปเปิลเข้าสู่ยุคหลังสตีฟ จ็อบส์อย่างแท้จริง มันยังเป็นระบบที่ลื่นไหล ใช้ง่าย คนที่เคยใช้ iOS รุ่นก่อนแทบไม่มีปัญหาเลยในการเปลี่ยนไปใช้ iOS 7 การออกแบบใหม่ในทุก Pixel แบบพลิกฝ่ามือแบบนี้ ไม่น่ามีบริษัทไหนกล้าทำอีกแล้ว

เข้าชิง : OS X Mavericks - เบา ลื่น ฟรี, Line for Mac - เพราะพิมพ์บนมือถือมันยาก
ขอด่า : iMovie 2013 - รวมทุกอย่างที่ไม่ชอบ


Surprise - ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น

ละครวัยรุ่นไทย แค่ฟังชื่อก็ร้องอี๋แล้ว แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นจากการคิดใหม่ ทำใหม่ กล้าทำ กล้าแตกต่าง ดูแค่ตอนเดียวก็ติดได้ทันที จนเป็นเซอร์ไพรส์แห่งปี ดังจนไม่คาดคิด

ส่วนตัวเรียกว่าเป็น "ติ่งฮอร์โมน" ได้เต็มตัว อุดหนุนทุกอย่างที่ละครทำออกมา และรอดูซีซันส์ 2 อย่างใจจดใจจ่อ

เข้าชิง : ม็อบนกหวีด - มากันเยอะเป็นปรากฏการณ์จริงๆ
ขอด่า : ม็อบสุเทพ - มาปิดเซิร์ฟเวอร์ตรูทำไม


Movie - Hunger Games : Catching Fire

มีหนังไม่กี่เรื่องที่ทำภาคแรกไว้ดีเยี่ยมแล้ว แต่ภาค 2 ดียิ่งกว่า ซึ่ง Catching Fire เป็นหนึ่งในนั้น มันเป็นหนัง Action ที่ดราม่า, น่าติดตาม และสนุกมากอีกด้วย ที่สำคัญคือมันส่งพลังไปถึงภาค 3 (3.1 + 3.2) ได้อย่างสุดติ่ง จนคนที่ออกมาจากโรงพูดเหมือนกัน "รอภาค 3 ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย"

เข้าชิง : พี่มาก .. พระโขนง - GTH ไม่เคยทำให้ผิดหวัง, Mary Is Happy - สั่งซื้อเสื้อและ CD ทันที
ขอด่า : ต้มยำกุ้ง 2 - ห่วย บรมห่วย


Ads #1 - NBA Christmas

NBA มันเจ๋งตรงทีมงานโปรโมทแต่ละอย่างโคตรครีเอทเลย โฆษณาชุดนี้โปรโมท NBA ในช่วงคริสต์มาส ซึ่งทุกปีมักจะมีอะไรแปลกๆ มาให้ดูเสมอ และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ความเจ๋งของมันคือดึงเอาความเป็น NBA มาผสมได้อย่างน่ารัก และจบได้อย่างมีอารมณ์ขัน


Ads #2 - Designed By Apple - Intention

ถ้ามีคนถามว่า ... แอปเปิลเปลี่ยนไปแล้วรึเปล่า, แอปเปิลไม่เหมือนเดิม, แอปเปิลที่ไม่มีสตีฟจ็อบส์ก็เหมือนตกต่ำลง, แอปเปิลกำลังหลงทาง, จะเก็บความลับไปทำไมนักหนา, เดี๋ยวนี้ทำมาแต่เพื่อขายของอย่างเดียว, ดีไซน์แบบแอปเปิลได้ตายไปแล้ว

ผมจะเปิด Ads ชุดนี้ให้ดูแทน



Thai Music - ไม่บอกเธอ

ในฐานะติ่งฮอร์โมน แน่นอนเราย่อมอินกับละครเป็นพิเศษ แต่เพลงที่อยู่ดีๆ วงในโรงเรียนก็เล่นขึ้น เพลงที่เข้ากับอารมณ์ในตอนนั้น เพลงที่ทุกคนกระโดดไปกับท่อนฮุก เพลงที่ทุกคนใน Timeline ถามว่า "เพลงอะไรวะ ?"

ยอดโหลดถล่มทลายจนเป็นอันดับ 1 บน iTunes น่าจะตอบได้เป็นอย่างดี "ไม่บอกเธอ" มีทุกอย่างที่ลงตัว ทั้งเนื้อร้อง, ทำนองและท่อนกระโดดที่ฟังกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อเลย

เข้าชิง : แน่นอก - เป็นเพลงที่ RS มาก ชอบ เต้นได้ ร้องได้, คุณและคุณเท่านั้น - ดนตรีมันเจ๋งมาก
ขอด่า : กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง - หลอนโคตรพ่อ


International Music - ควีโยมิ (Gwiyomi)

เวลาที่เครียด เวลาที่หงุดหงิด เวลาที่ง่วงนอน เปิดควีโยมิฟังแล้วมันอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีจริงๆ นะ มันเป็นเพลงที่อารมณ์ดี๊ดีจริงๆ ฟังแล้วอมยิ้มในความน่ารักจุง แถมยังเป็นเพลงประกอบ MV นางแบบ MacThai ท่านหนึ่งอีกด้วย หุๆๆๆ

เข้าชิง : Gentleman - ชอบมากกว่ากังนัมสไตร์, I Got A Boy - ยิ่งฟังยิ่งงง ยิ่งฟังยิ่งชอบ
ขอด่า : Can't Hold Us - ชอบนะ แต่ร้องตามไม่ทันจริงๆ


Book - Jony Ive : The Genius Behind Apple's Greatest Products

นอกจากหนังสือสตีฟ จ็อบส์แล้ว ก็เพิ่งมาเจอเล่มนี้แหล่ะที่ทำให้รู้ว่า มีเรื่องในแอปเปิลอีกมากเลยที่เราไม่รู้ โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของ Jony Ive เข้าขั้นสุดมาก น่าจะเป็นบุคคลที่ควรได้เครดิตน้อยอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเลยจริงๆ

แอปเปิลยุดหลังสตีฟ จ็อบส์จะยังยิ่งใหญ่อยู่ได้ ก็ด้วย Jony Ive นี่แหล่ะ

เข้าชิง : Design Crazy - สาวกต้องอ่าน, เบื้องหลังการสร้างหนังพี่มาก .. พระโขนง - GTH + Aday = สุดยอด,
ขอด่า : Playboy Magazine Thailand - เสียดายตังค์


Web - The Verge

ต้นแบบของเว็บ MacThai ในหลายๆ เรื่อง ทั้งสำนวนการเขียน ความรวดเร็วของข่าว การคิดต่างคิดนอกกรอบ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

เข้าชิง : MacThai - เว็บที่ทำตามใจตัวเอง ย่อมต้องชอบเป็นธรรมดา,  TechMeme - ทำข่าวไอที อ่านที่นี่ที่เดียวจบ
ขอด่า : Facebook - เยอะ


Blog - กรณีศึกษา "ภรรยาผู้น่ารัก"

เคยคิดว่าบล็อกเซอร์ไพรส์ในงานแต่งงาน น่าจะเป็นบล็อกที่มีคนอ่านและคนกด Like มากที่สุดในชีวิตของตัวเอง แต่แล้วบล็อกที่เขียนอย่างไม่ได้วางแผนไว้ เขียนไปเพราะอยากจะบอกอะไรไปถึงผู้หญิงหลายๆ คน โดยยกตัวอย่างเรื่องภรรยาตัวเองเป็นแกนเรื่อง

กลับได้รับความสนใจ แชร์กระจายทั้งจากผู้ชายและผู้หญิง ที่สำคัญคือยังได้แง่คิดในแบบที่คนเขียนก็ไม่ได้ตั้งใจ จนตอนนี้ยอดพุ่งไปถึง 33,000 Like เข้าไปแล้ว ... ก็แหม ภรรยาผมน่ารักจริงๆ นี่นา <3

เข้าชิง : แชร์ประสบการณ์เก็บเงินได้ครบ 1 ล้านบาทเมื่อตอนอายุ 31 ปีประวัติของคุ้กกี้ในกล่องเหล็กสีแดง ของขวัญจับสลากปีใหม่ยอดฮิต


Quote - "ฉันก็แค่อยากอยู่กับคนที่ฉันรัก" : แม่นาค

ประโยคที่ชอบที่สุดในปีนี้ มาจากพี่มากพระโขนงหนังขวัญใจมหาชล ในขณะที่หนังแม่นาคทุกภาคเราจะได้เห็นพล็อตหนังเดิมๆ ... พี่มากไปรบ กลับมาอยู่กับเมียที่ตายแล้ว พอรู้เมียเป็นผีก็กลัวและหนีห่างออกไป จนฆ่าผีนางนาคได้

ทุกคนเข้าใจพี่มาก แต่จะมีซักกี่คนที่เข้าใจหัวอกของแม่นาคบ้าง สิ่งที่เขาทำทั้งหมด แท้จริงแล้วก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้อยู่ใกล้คนที่เรารัก แค่ซักนาทีเดียวก็ยังดี

เหมือนกับเนื้อเพลงที่บอกว่า "อยาก .. จะร้องไห้ .. อยากให้เวลาเดินช้าๆ ขอเวลาสักหน่อย"

เข้าชิง : "อารมณ์กูก็มี ... แต่ถ้าไม่มีถุง ก็อดโว้ย" - ฮอร์โมน, "คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผม ก็พอแล้ว" - โกโบริ
ขอด่า : "สุดซอย", "การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย"



Wednesday, October 02, 2013

รีวิว iPhone 5s เวอร์ชันสาวก


เนื่องจากได้ iPhone 5s มาทดลองใช้และรีวิวจากทางคุณตันซึ่งส่งต่อมาจากรายการแบไต๋อีกที ถึงจะลองเล่นครบทุกฟังก์ชันแล้ว แต่ก็เป็นเวลาแค่ 1 วันเท่านั้นเอง แต่อยากมาเขียนแบบรัวๆ เอาไว้เผื่อลืม ถ้าได้ของจริงแล้วค่อยรีวิวอย่างยาวลง MacThai อีกที


สีทอง

  • ตอนเปิดตัวสีทองออกมาทีแรก สาบานว่าร้องอี๋~~ บอกกับตัวเองและคนรอบข้างว่านี่จะเป็นสีสุดท้ายที่จะเลือกซื้อเลย
  • คือในเว็บมันดูไม่ค่อยสวย ดูอาเสี่ย มันแปลกๆ
  • แต่ก็สงสัยว่าทำไมพอเปิดตัวแล้วดันกลายเป็นสีที่ขายดีสุด คือมันไม่ใช่แค่ขายดี แต่ขายโคตรดีจนกลายเป็นของหายาก
  • เจอของจริง ...​ เออ "สวยจริงๆ ด้วยว่ะ"
  • คือมันไม่ใช่ทอง แต่มันเป็นทองแบบสีของแชมเปญ ไม่เหลืองมาก ไม่ดูอาเสี่ย มันดูแบบทองนวลๆ อ่อนๆ บอกไม่ถูกเหมือนกัน
  • สวยที่สุดคือปุ่ม Home และตรงขอบของเครื่อง มันขัดเงาจนสะท้อนแสง
  • สีทำแบบใหม่ คือเป็นเนื้อลงในอะลูมิเนียม คงไม่เจอปัญหาลอกง่ายเหมือน iPhone 5 สีดำ แต่ถ้าขูดกระแทกมันก็คงเป็นรอยอยู่
  • ต้องลองไปจับดูเอง เพราะไม่ใช่แค่ผมแต่คนรอบข้างทุกคนที่เห็นก็บอกว่า "มันคือไอโฟนที่สวยที่สุดที่เคยมีมา"

Touch ID
  • ไอโฟนทุกเครื่องจะมีจุดขายตัวนึง ที่แบบว่าพอทุกคนถามว่าไอโฟนรุ่นนี้มีอะไรใหม่ เราจะนึกชื่อนึงออกมาทันที ซึ่งแอปเปิลเก่งมากในการตั้งชื่อจุดขายให้มันจำง่ายๆ
    • iPhone 4 - Facetime
    • iPhone 4s - Siri
    • iPhone 5 - Aluminium (killer feature ไปอยู่ที่การออกแบบเครื่องแทน)
    • iPhone 5s - Touch ID
  • ปุ่ม Home ใหม่จะแบน ไม่บุ๋มละ รู้สึกแปลกๆ ตอนจับเหมือนกัน ไม่ชินมือ
  • ปุ่มมันลื่นๆ ด้วย คือเคลือบผิวแซฟไฟร์อีกชั้นนึง มองเห็นลอยนิ้วมือบนปุ่ม Home เลยทีนี้
  • การเปิดใช้สแกนลายนิ้วมือทำได้โคตรง่ายแอปเปิลสไตร์
  • ลองทดสอบสแกนลายนิ้วมือแบบไวๆ 20 ครั้งจะถูกประมาณ 19 ครั้ง ซึ่งก็โอเค ที่ไม่ถูกลองเอานิ้วแตะใหม่ก็ผ่าน
  • น่าประทับใจกว่าความแม่นคือความเร็ว มันสแกนเร็วกว่าระดับโอเค คือมันเร็วเลยแหล่ะ เร็วกว่าการกดปุ่ม Power แล้วรีบไป Slide to Unlock ด้วยซ้ำ
  • ถามว่าจำเป็นไหม ? ส่วนตัวไม่เคยตั้ง Passcode แต่เชื่อว่าใครซื้อ 5s ก็จะต้องตั้ง Passcode ทุกคนเพื่อความไฮโซว
  • กดซื้อแอพ ซื้อเพลง ใช้นิ้วสแกน ไม่ต้องกรอก Password อันนี้ฟิน ใช้แล้วจะติดมาก
  • ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะจากสถิติคนแค่ 50% ที่ตั้ง Passcode คือทุกคนรู้ว่ามีน่ะดี แต่กรูขี้เกียจเข้าใจป่ะ
  • ก็คงเหมือน iCloud หรือ Time Machine คือทุกคนก็รู้ว่าเราควร Backup ข้อมูล แต่ขี้เกียจอ่ะ แอปเปิลก็ทำให้มันง่ายๆ ทำให้อัตโนมัติแทน
  • ช่วงหลังฟีเจอร์ขายของแอปเปิลมันชอบทำแล้วแป๊ก Siri นี่ไม่ค่อยเวิร์ค, Apple Maps นี่ขั้นออกทะเล ซึ่งก็น่าดีใจที่ Touch ID มันทำได้ดีตามที่คุยไว้จริง
  • เป็นฟีเจอร์ที่เจ๋งและคงลอกยากหน่อยนะจ๊ะ~* #พูดลอยๆ
ภาพถ่ายด้วย iPhone 5s
กล้องใหม่
  • ถ่ายกลางวันบอกเลยว่าแทบไม่ต่าง คือตอนนี้ทุกยี่ห้อมันพอๆ กันหมดแล้วนะถ่ายภาพกลางวัน ต่อให้เป็น Nokia พอไปลองใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ แล้วมันพอกันหมด
  • ถ่ายกลางคืนดีขึ้น 20% อันนี้เห็นได้ชัด คือกล้อง iPhone 5 เวลาถ่ายกลางคืนนี่เศร้าใจจริงๆ พอมา 5s นี่ค่อยฝากฝังไว้ได้หน่อย ไม่ต้องพก DSLR ไปออกงานก็ได้
  • ถ้าเทียบถ่ายกลางคืนเทียบกับมือถืออื่นๆ ผมว่าพอกันหมด มีแค่ Nokia 1020 ตัวเดียวที่ถ่ายออกมาดีกว่าชาวบ้านอันนี้ต้องยอมรับ แต่เขาก็แลกมาด้วยกล้องตัวใหญ่มากอ่ะนะ
  • ชอบวิธีคิดที่แอปเปิลไม่ไปสู้ด้าน Pixel เยอะๆ คือต่อให้ 50 ล้านพิกเซลสุดท้ายก็ย่อขนาดอยู่ดี มือถือจะเก็บไฟล์ใหญ่ไปทำไม สุดท้ายมาแข่งกันที่ความสวยของภาพในระดับ 8 ล้านพิกเซลดีกว่า
  • คิดแปลกดี แต่เวลาขายคนก็ถามอยู่ดีล่ะว่ากล้องกี่ล้าน อุ๊ย 8 ล้านเอง ของฉัน 12 ล้าน ถ่ายสวยกว่าแน่นอน ... ซึ่งอันนี้ก็ต้องดูที่ผลของงานนะจ๊ะ เหอะๆ
  • แฟลชคู่ ได้ภาพสีเนียนจริง คือสีผิวออกมาเหมือนที่ตามอง ไม่ขาวเป็นผีจีนแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะนิยมถ่ายใช้แฟลชอยู่ดีล่ะนะ
  • ลองดูรูปที่ถ่ายได้จากใน MacThai ครับ
A7 - 64bit
  • ไม่ค่อยรู้สึกแตกต่างด้านความเร็วกับ iPhone 5 รู้สึกแค่ว่า iOS 7 มันนุ่มขึ้น ลื่นขึ้น โหลดเร็วกว่าเดิม 20%
  • แต่จะชัดเจนเวลาเล่นแอพที่มันใช้แล้วช้าหน่อยบน iPhone 5 อย่างพวก Safari ใหม่ (ทำไมช้าวะ),​ Twitter เวลาโหลด Timeline มันเร็วแบบโหลดปุ๊บมาปั๊บ เข้าใจว่าเพราะแรมแบบใหม่มันส่งข้อมูลเร็วขึ้น
  • กับพวกเกมส์ เวลาเปลี่ยนฉากมันโหลดปุ๊บมาปั๊บ อย่าง Infinity Blade จะเห็นชัด เกมส์อื่นๆ เพิ่มนิดหน่อย
  • ต้องรอจริงๆ แหล่ะ รอแอพที่มันทำมารองรับ 64bit ซึ่งตามข่าวก็เริ่มมีแล้ว และมันก็ทำงานได้เร็วกว่า iPhone 5 เท่าตัวเลย
  • เป็นครั้งแรกๆ ที่ผล Benchmark ไอโฟนดีกว่ามือถือ Android ซึ่งฝั่งนั้นเขาโม้เรื่องสเป็คโดยตลอด

สรุป
  • ประทับใจสีทอง กับ Touch ID ให้ 5 ดาวเลย
  • กล้องใหม่ เฉยๆ มีก็ดี
  • A7 - 64bit ต้องรอเวลา คิดว่าแอพที่ออกปีหน้าจะเห็นผลชัด
  • อย่าลืมว่ามันแถมแอพเทพ iPhoto, iMovie, Keynote, Pages, Numbers ให้ด้วย #กราบบบ
  • ถ้าใช้ iPhone 5 อยู่ ควรซื้อไหม ? ก็ต้องบอกว่าลองไปเล่นดูก่อนดีกว่า ถ้าชอบก็จัดไป
  • ถ้าใช้ iPhone 4, 4s อยู่ควรซื้อไหม ? ก็ต้องแล้วแต่งงบ แต่อยากบอกว่า 5s มันอัพตัวเองจาก 5 มากกว่าตอน 4s อัพตัวเองจาก 4 เยอะมาก
  • ถ้าเทียบ iPhone 5s กับ iPhone 5c ควรซื้อตัวไหน อันนี้ก็แล้วแต่งบและความชอบ คือแอปเปิลมันพยายามแยก 5s กับ 5c ให้ต่างกันชัดเจน 
  • นักเรียน, นักศึกษา, คนอยากลองใช้ไอโฟน แนะนำ iPhone 5c น่าจะเหมาะกว่า
  • แล้วส่วนตัว iPhone 5s ...​ ซื้อไม่ซื้อ ?
  • ซื้อสิครับ



Monday, August 26, 2013

จดหมายลาออกของ Steve Jobs, Bill Gates และ Steve Ballmer



การลาออกจาก Steve Ballmer ซีอีโอของไมโครซอฟท์น่าจะเป็นข่าวร้ายที่สุดของแอปเปิลในรอบหลายปีที่ผ่านมา (ฮา)

เพราะตั้งแต่ลุงแกมารับตำแหน่งไมโครซอฟท์ก็ตกลงเรื่อยๆ แหม่น่าจะอยู่นานๆ นะ 555

ถึงแม้ผลงานจะไม่เข้าตา แต่ก็อดเสียดายที่จะไม่ได้เห็น Ballmer ในตำแหน่งสูงสุดของไมโครซอฟท์อีกแล้ว และส่วนตัวก็รู้สึกใจหายกับการที่ไอดอลด้านไอทีในยุค 80 หายกันไปหมดครบถ้วน ทั้ง Steve Jobs, Steve Wozniak, Bill Gates และล่าสุด Steve Ballmer

ผมโตมากับไอดอลกลุ่มนี้ เกิดมาไม่นานก็รู้จักไมโครซอฟท์ รู้จักแอปเปิล และก็เห็นสองบริษัทนี้ที่ทั้งรักทั้งชังกันมาตลอด

แม้ช่วงหลังแต่ละบริษัทจะแตกธุรกิจไปคนละทาง ไมโครซอฟท์ไปทำเครื่องเกมส์ บริการออนไลน์ แอปเปิลไปทำเครื่องฟังเพลง และโทรศัพท์

ระหว่างที่อ่านจดหมายลาออกของ Ballmer ก็เลยนึกถึงจดหมายลาออกของคนอื่นๆ ว่าแล้วก็เลยไปเสิร์ชมาและเอามาบล็อกเก็บไว้เป็นที่ระทึก








จดหมายลาออกของ Bill Gates

วันที่ : 18 มิถุนายน 2006
ทำไมถึงลาออก : Bill Gates ยกตำแหน่ง CEO ให้ Steve Ballmer ตั้งแต่ปี 2000 และตัวเองก็ทำหน้าที่ในบอร์ดบริหาร แต่ทุกคนก็รู้ว่าเขาก็ยังมีบทบาทในไมโครซอฟท์สูงมาก เมื่อปี 2006 ก็ได้เวลาที่จะรีไทร์แบบจริงจังไปทำงานในมูลนิธิเต็มตัว ช่วงนั้นไมโครซอฟท์เริ่มทรงตัวในทุกตลาด โลกเพิ่งรู้จัก Google, Facebook ได้ไม่นาน แอปเปิลยังไม่เปิดตัวไอโฟนเครื่องแรกด้วยซ้ำ

ข่าวการรีไทร์ไม่ดังเท่าไหร่ เพราะตอนที่เลิกเป็น CEO นั้นดังกว่ามาก แถมเป็นการประกาศล่วงหน้า 2 ปี คือจะวางมือจากไมโครซอฟท์จริงๆ ปี 2008 โน่น คนเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่

วิจารณ์จดหมายลาออก : โคตรยาว



จดหมายลาออกของ Steve Jobs

วันที่ : 24 สิงหาคม 2011
ทำไมถึงลาออก : จ็อบส์ป่วยเป็นโรคมะเร็งมาหลายปี แต่ทุกครั้งก็กลับมาได้ เคยลาป่วยไปหลายครั้ง แต่ครั้งนี้นานที่สุด แต่แล้วเขาก็กลับมาขึ้นเวทีงาน WWDC 2011 ได้ ทุกคนก็คิดว่าจ็อบส์จะกลับมา แต่แล้วก็มีข่าวช็อคโลกเมื่อจ็อบส์ประกาศลาออกในอีกไม่กี่เดือนต่อมา

ส่วนตัวแล้วรู้สึกดราม่ากับข่าวนี้มาก ลึกๆ แล้วรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันวางมือจากแอปเปิลถ้าเขา ... ไม่ไหวแล้วจริงๆ ซึ่งจ็อบส์ก็เสียชีวิตในอีก 2 เดือนต่อมา

วิจารณ์จดหมายลาออก : สั้นๆ ได้ใจความในแบบจ็อบส์ ชอบตอนต้นของจดหมายที่บอกว่าเขาจะบอกกับทุกคนว่าจะวางมือ เมื่อเขาไม่สามารถทำหน้าที่ CEO ของแอปเปิลได้อีกต่อไป และในที่สุดวันนั้นก็มาถึง




จดหมายลาออกของ Steve Ballmer

วันที่ : 23 สิงหาคม 2013
ทำไมถึงลาออก : ไม่มีการระบุสาเหตุของการลาออกชัดเจน แต่คาดกันว่าน่าจะโดนกดดันจากหลายทิศทาง เพราะผลงานช่วงหลังของไมโครซอฟท์ไม่ค่อยดี โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์และมือถือ เป็นการประกาศล่วงหน้า 1 ปีเพื่อถ่ายโอนงานให้ซีอีโอคนใหม่

วิจารณ์จดหมายลาออก : เขียนดีเหมือนกันนะ แต่มันก็ทำให้หลายคนยังคาใจว่าสรุปแล้วทำไมถึงลาออกซะล่ะ ?

------------------------------------------

เป็นอันว่าจบยุคไอดอลโลกไอทีในยุค 80 แล้ว ตอนนี้เราก็ก้าวสู่ยุคใหม่ที่มีซีอีโอไฟแรงอย่าง Mark Zuckerberg (Facebook), Larry Page (Google), Marissa Mayer (Yahoo!)

และก็ยังมีซีอีโอรุ่นเก๋าอย่าง Tim Cook (Apple), Larry Ellison (Oracle) และอีกหลายคนให้น่าจัดตามอง

โลกไอทีไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆ