Showing posts with label mcwedding. Show all posts
Showing posts with label mcwedding. Show all posts

Monday, May 28, 2018

ความเท่กับการเล่นเปียโน



สมัยเด็กตอนที่เรียนเปียโน ผมคิดว่าเปียโนคือเครื่องดนตรีที่ “เท่ที่สุดในโลก”

ภาพของผู้ชายนั่งบนเก้าอี้ วางนิ้วลงไป แสงสะท้อนจากเปียโนสีดำ เสียงเพลงที่ดังขึ้นนี่มันเท่สุดๆ ไปเลยจนมาถึงช่วงวัยรุ่น ก็ได้พบความจริงข้อนึงว่า ... เปียโนไม่สามารถพกไปเที่ยวทะเลได้ ....

รวมถึงไม่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้แบบกีตาร์ ซึ่งทุกครั้งเวลาไปเที่ยวทะเล เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ หนุ่มที่คว้ากีตาร์มาเล่นริมชายหาดแม่มโคตรเท่กว่าเยอะเลย

สาวๆ ก็จะกรี๊ดกร๊าดคนเล่นกีตาร์ ส่วนชายหนุ่มผู้เรียนเปียโนมาตั้งแต่เด็กอย่างเรา ก็ได้แต่นั่งดูแบบหงอยๆ

จริงๆ มันก็อาจจะดูเป็นเรื่องไร้สาระนะ แต่สำหรับผู้ชายเราก็อยากมีโมเม้นต์ “โคตรเท่” กับเค้าบ้าง 5555

ผมเลยได้แต่บอกกับตัวเองในใจว่า
“รอให้ถึงวันแต่งงานตรูก่อนเหอะ !! จะมีโมเม้นต์โคตรเท่กับเค้าบ้าง !!”



จนในที่สุดเมื่อถึงวันที่ตัวเองจะได้แต่งงาน สิ่งแรกที่ผมบอกกับเชอรี่ก่อนเลยคือ ในงานแต่งของเรา ...

“ต้องมีเปียโน”

โดยที่เชอรี่เองก็ยังงงๆ ว่า แล้วจะมีไปทำไม ตอนจีบกันก็ไม่เคยจะเล่นให้ฟัง ผมบอกแค่ว่า ... มันต้องมี !! #ฮา

พอถึงวันงานแต่งจริง หลังจากที่ขอบคุณแขกที่มาเสร็จ พิธีการบนเวทีจบลง ผมก็เลยอยากถือโอกาสดี เล่นเปียโนและร้องเพลงกับเชอรี่ ในวันแต่งงานของเราสองคน

เพลงที่เราเลือกคือเพลง “เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ” ของเฉลียง

ผมนั่งเล่นเปียโนไป ร้องเพลงคู่กับเชอรี่ไปด้วย แน่นอนว่าเสียงของเราห่วยทั้งคู่ ผมก็เล่นไม่ได้ดีเด่อะไร

แต่บอกเลยว่าโมเม้นต์นั้น ผมรู้สึกได้ว่าความ “โคตรเท่” ที่เคยคิดไว้ มันแทบไม่เหมือนที่คิดฝัน

แต่กลับเป็นภาพน่ารักๆ ที่เราได้เก็บเอาไว้ดู และอบยิ้มทุกครั้งที่เห็นรูปในช่วงเวลานั้น

ภาพเราสองคนยิ้มแย้ม ถือไมโครโฟน ภาพตอนขอแต่งงานอยู่บนจอ แขกในงานแอบยิ้มในความเด่อของเราสองคน ผมชอบโมเม้นต์นี้มากเลยนะ



ความโคตรเท่ของผมตอนนี้ มันเลยไม่ใช่เรื่องของการเล่นดนตรีอวดสาวอีกต่อไป

แต่มันกลายเป็นความโคตรเท่ของการที่เรามีช่วงเวลาดีๆ กับคนที่เรารักมากที่สุดในโลกครับ

/ จบ.

Friday, November 10, 2017

เมื่อรู้ว่าเรากำลังจะมีลูกคนที่ 2 และเหตุผลที่เราอยากมีลูกอีกคนนึง


ทุกท่านครับ, วันนี้ผมและเชอรี่ มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแจ้งว่า

“เรากำลังจะมีลูกน้อยอีก 1 คนแล้วจ้าาา” ^___^

หลายท่านอาจจะเคยติดตามคู่ของเราสองคนมาตั้งแต่ตอนยังเป็นแฟน, แต่งงาน จนมีน้องวชิ ลูกคนแรกของเรา ซึ่งตอนนี้ ชีวิตรักของเราก็กำลังจะเติบโตมาเป็นครอบครัวมีตัวน้อยเพิ่มอีกคนแล้ว

เมื่อคืนนี้หลังจากที่ผม Happy Birthday เชอรี่ไปแล้ว เธอก็บอกกับผมว่าประจำเดือนยังไม่มาเลย ซึ่งเลยเวลาปกติมา 2-3 วันแล้ว

ผมก็ตกใจ บอกจะตรวจตอนนี้เลยไหม ? ไปโรงพยาบาลเลยไหม ? เชอรี่บอกใจเย็นๆ รอพรุ่งนี้ก็ได้
มาถึงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดเชอรี่พอดี และผมก็อยากพาทั้งบ้านไปทานอาหารเย็น บรรยากาศดีๆ เชอรี่ก็เลยบอกว่า งั้นลองไปลุ้นกันช่วงเย็นไหม



มาถึงช่วงทานข้าวเย็น เวลาประมาณ 19.00 เชอรี่ก็ลองไปตรวจดู แล้วซักพักเธอก็เดินกลับมา ผมมองหน้าด้วยใจระทึก เชอรี่ไม่พูดอะไร แค่อมยิ้มนิดๆ แล้วก็พยักหน้า

“จริงเหรอ !!” ผมถาม

ว่าแล้วเชอรี่ก็ยื่นที่ตรวจครรภ์ให้ผมลองดู โอ้โห รอบนี้ขึ้น 2 ขีดชัดมาก มากกว่าตอนตรวจของน้องวชิซะอีก บวกกับที่ประจำเดือนไม่มาหลายวันแล้ว

ถามว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ? ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากกกก แม้จะไม่เท่าตอนลูกคนแรก แต่ลูกคนที่สองนั้นเราสองคนก็วางแผนกันมาสักพักแล้ว

เราสองคนกอดกัน ผมบอกเชอรี่เบาๆ ว่าให้ดูแลตัวเองให้มากนะหลังจากนี้ เรากำลังจะมีน้องให้วชิตามที่ตั้งใจไว้แล้วนะ

เชอรี่บอกผมแค่ว่า วันนี้เธอมีความสุขที่สุดเลย นอกจากจะเป็นวันเกิดแล้ว ยังมีข่าวดีที่เราสองคนรอคอย



ถ้าถามว่าทำไมถึงอยากมีลูกคนที่สอง ก็ต้องย้อนกลับไปว่าทำไมเราถึงมีลูกคนแรก
เรามีน้องวชิ ด้วยเหตุผลคือเราไม่อยากให้ใครคนนึงต้องเหงาเมื่อตอนแก่เฒ่าไป มีใครสักคนมาช่วยดูแล

หลังจากที่มีน้องวชิ เราก็ถามตัวเองว่า แล้วในวันที่เราสองคนแก่เฒ่าไป หรือแม้แต่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะให้วชิไว้ได้ คำตอบคือ เราอยากให้น้องวชิมี “พี่น้อง” ครับ

ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะมีพี่น้อง ทั้งเล่นกัน สอนกัน ตีกัน ทะเลาะกัน ร้องไห้ด้วยกัน รักกัน ผมเองก็อยากให้วชิได้มีใครอีกสักคน แม้ในวันที่ไม่มีเราสองคนแล้วก็ตาม

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามคู่ของเรามาโดยตลอด เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้นอีกเป็นแน่แท้
เป็นวันดีๆ อีกหนึ่งวันครับ

10 พ.ย. 2560
@Khajochi

Monday, May 30, 2016

50 เรื่องที่ได้เรียนรู้จากการเป็นพ่อบ้านเลี้ยงลูกครบ 1 ปี และอยากบอกว่าที่คุณพ่อมือใหม่



ครบ 1 ปีแล้วสำหรับการมีลูกตัวน้อย แน่นอนว่าชีวิตที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมายตลอดปีที่ผ่านมานี้

เนื่องด้วยอาชีพของผมคือเป็นบล็อกเกอร์และฟรีแลนซ์ ทำให้โชคดีได้มีโอกาสทำงานและเลี้ยงลูกอยู่บ้านแทบจะตลอดเวลา ทำให้ผู้ชายอย่างเราได้เรียนรู้การดูแลเด็ก และการเลี้ยงลูกของภรรยาไปด้วยพร้อมๆ กัน

นี่คือ 50 เรื่องที่ผมได้เรียนรู้ และอยากจะบอกกับท่านที่กำลังจะมีลูกน้อย หรือวางแผนครอบครัวอยู่ครับ

1. การเลี้ยงลูกเหนื่อยกว่าการออกไปทำงานนอกบ้าน อันนี้พิสูจน์มาแล้ว สามีอย่าอ้างว่าทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วไม่ช่วยแฟนเลี้ยงลูก
2. เด็กแรกเกิดมีอะไรต้องระวังเยอะมาก ควรอ่านหนังสือศึกษาข้อมูลไว้ก่อน
3. การคลอดลูกต้องการกำลังใจอย่างมาก ควรให้กำลังใจภรรยาอย่างที่สุด จับมือเธอไว้ รอยยิ้มของสามีช่วยได้
4. เล่นตลกให้ลูกเมียดูบ้าง เพื่อบรรยากาศน่ารักๆ ในบ้าน
5. เวลาที่แม่ไม่มีนมให้ลูก ควรหาเวลาให้เธอได้พักผ่อน อย่าพูดให้เครียด เพราะจะยิ่งไม่มีนม

6. อาบน้ำลูกเป็นเรื่องโคตรยากในช่วงแรก แต่จะสนุกมากถ้าเราได้ฝึกทำ
7. ของใช้เด็กมีเยอะมากและจุกจิก หาซื้อที่เก็บของมาไว้เผื่อเยอะๆๆๆๆๆ
8. 3 เดือนแรกเป็นช่วงปราบเซียน หาผู้ช่วยมาให้เยอะที่สุด พ่อตา แม่ยาย พ่อแม่พี่น้อง ขนมาช่วยกัน
9. เก็บตังค์เอาไว้ บางทีอาจมีโอกาสต้องใช้เงินก้อนโดยไม่รู้ตัว
10. ควรเชื่อตำรา, คุณหมอ หรือวิธีเลี้ยงลูกเพียงแบบเดียว

11. จากข้อที่แล้ว เพราะทุกคนมีวิธีเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน แม่เราก็จะเอาแบบนึง แม่แฟนก็จะเอาแบบนึง ทุกวิธีดีหมด ไม่มีวิธีไหนดีที่สุด
12. อย่ากินอะไรที่แฟนเรากินไม่ได้ เดี๋ยวเธอจะอยากกินตาม
13. จงกอดเมียทุกวัน จงหอมแก้มลูกเมียทุกคืน
14. เวลาต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ให้บอกเวลากลับบ้านให้ชัดเจน และกลับให้ตรงเวลา
15. เด็กช่วงแรกต้องอุ้มเยอะมาก ร้องก็อุ้ม อยากนอนก็อุ้ม ไปไหนก็อุ้ม ควรใช้พลังของความเป็นชายของเราให้เป็นประโยชน์

16. อย่าไปฟังเวลามีใครมาเปรียบเทียบลูกเขากับลูกเรา เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน
17. หาโหลดเพลงเด็กมาเปิดที่บ้านทุกเช้า สร้างบรรยากาศแด๊นกระจาย คึกคักๆๆๆ
18. ถ้าแฟนบอกให้ไปซื้อของอะไร อย่าซื้อผิด โดยเฉพาะของที่ต้องใช่เลี้ยงลูก จำไม่ได้ให้จด
19. อย่าป่วย ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ถ้าคนนึงป่วยก็ช่วยเลี้ยงลูกไม่ได้ เพราะลูกจะป่วยตาม
20. ถ้ามีลูกชาย จงระวังเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม ฉี่เด็กพุ่งเต็มหน้า บอกเลยไม่อร่อย 555



21. เวลาไปฉีดวัคซีน, ไปพบหมอที่โรงพยาบาล ไปนั่งอยู่ด้วยทุกครั้ง ถ้าติดทำงานก็จงลางานซะ
22. เพราะผู้ชายอย่างเราไม่เข้าใจเรื่องเด็ก การไปฟังหมอพูดจะเป็นทางลัดที่ดีสุด
23. รอยยิ้มของลูกคือสวรรค์ของพ่อแม่ เก็บช่วงเวลานี้ไว้ให้ดี
24. จงเป็นตากล้องคนเก่งของบ้าน ถ่ายแหลกทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เมมเต็มก็ไปซื้อ HDD มาเก็บไว้ บ้านผมมี HDD 2 ลูกเก็บภาพ + วิดีโอลูกอย่างเดียว (เต็มหมด)
25. ถึงผมจะมีอุปกรณ์ไฮเทคเต็มบ้าน แต่ผมไม่เคยให้ลูกดูทีวี เล่น iPhone, iPad, Apple Watch และจะไม่ให้เล่นเด็ดขาด (หมอแนะนำควร 2 ขวบขึ้นไป)

26. ถ้าอยากรู้ว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยแค่ไหน ลองเสนอให้แม่ไปซื้อของข้างนอก โดยอยู่กับลูกคนเดียวซักครึ่งวันดู
27. การมีลูกต้องใช้เงิน จงหาเงินให้ได้มากๆ แล้วก็ใช้เงินให้เป็น
28. อย่าเสียดายเงินถ้าต้องซื้อของดีๆ มาให้ลูกใช้ บางอย่างยอมเสียมากกว่าแต่ได้ผลลัพท์ที่ดีกว่ามาก
29. ช่วงที่ลูกหลับ พยายามนอนหลับตามไปทั้งพ่อและแม่ด้วย
30. เด็กทุกคนมีจุดอ่อนที่พ่อเล่นแล้วจะขำก๊าก จงหาให้เจอและเล่นกับลูกบ่อยๆ

31. อย่าเลี้ยงลูกเพลินจนลืมวันสำคัญของแฟน วันเกิด วาเลนไทน์ วันครบรอบแต่งงาน เติมความหวานๆ สม่ำเสมอ
32. พาลูกออกไปเล่นนอกบ้านทุกวัน พาไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างถ้ามีโอกาส
33. อย่าไปเครียดเรื่องพัฒนาการลูก เด็กโตไวไม่เท่ากัน
34. ซื้อของให้ตัวเองบ้างก็ได้ อย่าประหยัดจนไม่ได้หาความสุข
35. อ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอนทุกวัน ช่วยให้ลูกพัฒนาการดีขึ้น แถมติดพ่อมากขึ้นด้วย

36. กด Like Page ที่ให้ข้อมูลเลี้ยงลูกบ้าง กดเข้า Group คุณพ่อใน FB บ้าง
37. โพสต์รูปครอบครัวทาง Social บ้าง เป็นคุณพ่อช่วยเมียเลี้ยงลูกเท่จะตาย เชื่อเถอะ
38. ถ้าเมื่อไหร่ที่เครียด ไม่ว่าจะจากงาน เรื่องธุรกิจ เรื่องเพื่อน ให้ฝากทั้งหมดไว้ที่ประตูบ้าน อย่าเอาความเครียดกลับเข้าบ้านด้วย
39. หมั่นซื้อของกลับมาฝากเมีย เวลาออกไปทำงานนอกบ้าน ขนมที่เค้าชอบ หรือแค่ยางรัดผมแฟนก็ดีใจแล้ว
40. ถ้ามีอะไรไม่มั่นใจเรื่องเลี้ยงลูก ให้ถามแฟนก่อน อย่าทำไปโดยไม่รู้เรื่อง



41. จงจัดงานวันเกิดให้ลูก มีแค่พ่อแม่ลูกก็สนุกกันได้ กลับมาดูภาพอีกทีแล้วมีความสุข
42. การได้ช็อปปิ้งของลูกคือความสุขของคุณแม่ เวลาเดินห้างจงพุ่งไปที่แผนกเด็ก และจำเส้นทางไปห้องให้นม หรือจุดเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กไว้บ้าง
43. งาน Baby Best Buy หรือมหกรรมลดราคาสินค้าเด็ก คือสนามรบของแม่ทั่วราชอาณาจักร ถ้าไปจงเตรียมตัวเตรียมพลังเอาไว้ให้ดี หึๆๆๆ
44. เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกติดผู้หญิงอื่น อย่าเอาของแบบนี้เข้าบ้าน มีลูกมีเมียแล้วควรรู้จักพอ
45. ถ้าที่บ้านมีรถ เวลาขับให้ใจเย็นๆ ขับช้าๆ ไม่ต้องรีบ ให้คิดตลอดเวลาว่ามีคนที่เรารักที่สุดอยู่ข้างหลังถึงสองคน

46. การมีลูกทำให้โอกาสทะเลาะกับแฟนมีสูงขึ้นมาก แต่เชื่อเถอะถ้าทะเลาะกันเรื่องลูก 80% ภรรยามักถูกเสมอ เพราะงั้นให้เชื่อใจความเป็นแม่มากกว่า
47. ป้อนข้าวลูกเป็นเรื่องท้าทายความสามารถอย่างมาก ถ้าลูกไม่กิน ให้ลองเปลี่ยนท่าป้อน เปลี่ยนบรรยากาศ ผมเคยทำท่าถือช้อนบินไปมาริมสระว่ายน้ำในคอนโดมาแล้ว ... และลูกก็กิน (1 คำ)
48. หาซื้อชุดพ่อแม่ลูก แบบธีมเหมือนกันทั้งบ้านมาใส่บ้าง เวลาออกไปข้างนอกดูน่ารักนะจะบอกให้
49. จดบันทึกเรื่องราวการเลี้ยงลูกเอาไว้บ้าง ลูกโตขึ้นทุกวัน เวลาผ่านไปได้กลับมาดูจะรู้สึกดี
50. ไม่ว่าภรรยาจะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังจากมีลูกแล้วก็ตาม ให้รักเค้าเหมือนกับที่เคยรักในวันที่เราแต่งงานกัน

ติดตามบทความดีๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ได้ที่ - Khajochi's Blog

อ่านเพิ่ม




Thursday, September 17, 2015

"อย่าปล่อยให้แม่เลี้ยงลูกคนเดียว" รวม 9 เรื่องที่คุณพ่อมือใหม่ช่วยเลี้ยงลูกได้



"เลี้ยงลูกมันเหนื่อย" เป็นประโยคที่ผมไม่เข้าใจตลอดมา หลังจากที่ได้ยินทั้งคุณแม่ของตัวเอง หรือพี่ๆ ที่เริ่มมีลูกบ่นกันเต็ม Timeline ให้เห็นตลอดเวลา

จนมาถึงวันที่ตัวเองได้มีลูก ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ได้เวลาบ่นออกมาแบบคนอื่นเป๊ะๆ เลยว่า "เลี้ยงลูกมันเหนื่อย .... แต่ก็มีความสุขนะ"

โดยส่วนตัวแล้วผมอาจจะต่างจากคุณพ่อคนอื่นๆ บ้างในเรื่องของหน้าที่การงาน ด้วยความที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ (แหม่ กำลังอินเทรนด์) เลยทำให้เวลา 80% ผม "ทำงานอยู่บ้าน" เลยแทบจะเรียกได้ว่า ตลอดเวลา 4 เดือนมานี้ ผมเป็นคุณพ่อเลี้ยงลูกด้วยตัวเองอยู่บ้านเกือบจะเต็มเวลาเลยทีเดียว


อย่าปล่อยให้ผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียว

สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับรู้มากที่สุด จากการทำงานอยู่ที่บ้าน คือระหว่างที่พิมพ์งานบนคอมฯ แล้วได้มองไปดูเชอรี่เลี้ยงลูก ทำให้ผมรู้เลยว่า เราไม่สามารถปล่อยให้ผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียวได้จริงๆ

กิจกรรมตอนเช้า อาบน้ำให้ลูก, เช็ดตัว, เปลี่ยนผ้าอ้อม, ให้นม, อุ้มลุกเดิน, พาลูกนอนหลับ แค่นี้ก็หมดไป 3 ชั่วโมงแล้ว แล้วคนเป็นแม่จะเอาเวลาที่ไหนมาทำกับข้าว, อาบน้ำตัวเอง, หาข้าวกิน ฯลฯ

ไม่ต้องพูดถึงงานบ้านเลยครับ กวาดบ้าน ถูบ้าน เก็บของ ไม่มีทางที่แม่จะทำทั้งหมดได้เลย ยิ่งโดยเฉพาะ 3 เดือนแรกของการเลี้ยงลูก เวลาส่วนตัวของคุณแม่จะหายไปเลย 80% ถ้าไม่มีผู้ช่วยจะเลี้ยงลูกได้ลำบากมากๆ

9 เรื่องที่คุณพ่อมือใหม่ช่วยเลี้ยงลูกได้


มีประสบการณ์เลี้ยงลูกหลายๆ อย่างที่ผมคิดว่า คุณผู้ชายน่าจะช่วยได้ไม่ยากฮะ แถมทำไปซักพักเราเองก็จะสนุกและมีความสุขไปด้วยอีกตะหาก ^___^

1. อุ้มลูก, พาลูกเรอ

แน่นอนว่าผู้ชายเราไม่มีนม แต่เราก็ช่วยแบ่งเบาคุณแม่ได้เวลาที่ให้นมเสร็จ ก็ต้องมีการอุ้มหรือพาลูกเรอ ช่วยให้เด็กนอนหลับสบาย ซึ่งเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรเลยฮะ อุ้มให้เป็นก็พอแล้ว

สารภาพว่าช่วงแรกที่มีลูก ผมเองก็งานยุ่งจนไม่ค่อยได้ช่วยอุ้มลูกซักเท่าไหร่ จนมาวันนึงเชอรี่บ่นว่าเจ็บแขน ผมก็เดินไปจับมือเชอรี่ขึ้นมาดู และภาพที่เห็นคือแขนของเชอรี่ช้ำไปหมด เส้นเลือดปูด ดูแล้วเจ็บแทน

เห็นแขนของแฟนเราเป็นแบบนี้แล้วผมนิแทบใจสลาย จากนั้นก็ขออุ้มลูกแทนในแทบทุกโอกาสที่ทำได้เลยครับ อย่างน้อยเราก็แข็งแรงกว่าผู้หญิงแน่นอนแหล่ะนะ

[ความยาก 1 / 5]


2. อ่านนิทาน, เล่นกับลูก

เพราะเด็กไม่ได้กินกับนอนอย่างเดียว การเล่นกับลูกถือเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกได้เลยว่ามีความสุขที่สุดแล้ว ในฐานะคนเป็นพ่อนะ

เอาของเล่นมาหลอก, พาอุ้มไปโน่นนี่, อุ้มลูกบินๆๆๆ, เอากุ้งกิ้งมาหยอกเล่นให้ลูกขำ



รอยยิ้มของลูกทำให้ใจเราละลายได้เลยครับ และช่วงเวลาที่เราเล่นกับลูกนี่แหล่ะ ที่คุณแม่จะได้ใช้เวลาส่วนตัวบ้าง ไปอาบน้ำ, ซื้อของ, ทาครีม, ดูทีวี ฯลฯ

[ความยาก 2 / 5]

3. อาบน้ำให้ลูก

โอ้โห อันนี้เป็นอะไรที่ต้องใช้ Skill ค่าพลังหลายอย่างเลยฮะ และบอกตามตรงเลยว่ากลัวมากในครั้งแรกๆ แต่ก็เช่นเดียวกับการอุ้ม คือเวลาอาบน้ำเด็ก ต้องใช้แรงในการยกพอสมควร

ซึ่งถ้าช่วยกันอาบน้ำ เราอุ้มลูก ให้แฟนเป็นคนถูกสบู่ เล่นกับลูกไป ก็ไม่ยากเท่าไหร่เลยฮะ

[ความยาก 5 / 5]



4. เปลี่ยนผ้าอ้อม


อีกงานนึงที่ง่ายและคุณพ่อช่วยได้บ่อย เพราะวันนึงเด็กก็จะฉี่และอึบ่อยมาก ก็ต้องมีการเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือถ้าบ้านไหนใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็จะสะดวกเปลี่ยนได้ไม่ยาก

ความยากของการเปลี่ยนผ้าอ้อมคือกรณีที่ลูกอึ ก็ต้องอุ้มไปล้างก้น รวมถึงบางครั้งระหว่างเปลี่ยนผ้าอ้อมอยู่ ก็อาจจะโดยกามิกาเซ่ ยิงพลังฉี่ใส่หน้าได้ (กรณีเด็กผู้ชาย) ซึ่งผมเองก็โดนมาครบแล้ว ฉี่ลูกเต็มหน้าก็ตลกดีนะ เป็นประสบการณ์แปลกๆ ครับ 5555

[ความยาก 3 / 5]



5. ให้นม (จากขวด)

คงไม่ใช่ตลอดเวลาที่ลูกจะกินนมจากเต้าคุณแม่ ซึ่งที่บ้านเราก็จะผลัดเวรกันโดยให้เชอรี่เป็นคนให้นมในช่วงกลางวัน ส่วนผมจะเป็นคนให้นมช่วงกลางคืน แล้วก็จะสลับกันนอน จะได้ไม่เป็นซอมบี้กันหมด

การให้นมก็มีความยากในระดับหนึ่งเฉพาะช่วงแรกๆ คือก็ต้องเอานมจากถุงมาใส่ขวด เสร็จแล้วก็ต้องรู้จักการป้อนที่ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป รู้จังหวะหยุดพาอุ้มเรอ ฯลฯ

แต่พอทำไปซักระยะจนเริ่มเป็น ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกดีเหมือนกันนะ ลูกจำเราได้เร็วด้วย


[ความยาก 3 / 5]

กด Like Page ให้กำลังใจคุณพ่อด้วยนะคร๊าบบบบ >_<




6. ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอลูกน้อย


ใครๆ ก็อยากมีรูปลูกน้อยเก็บเอาไว้ สมัยนี้มีกล้องมือถือ ที่ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ บางรุ่นถ่าย Slow-motion ได้อีกตะหาก

คุณผู้ชายควรใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 5-10 นาทีถ่ายรูปหรือวิดีโอลูกไว้ครับ ภาพเหล่านี้มีค่ามากๆ แถม Skill การถ่ายรูปเราก็มักจะดีกว่าคุณผู้หญิงอยู่แล้ว ถ่ายรูปแม่ลูกก็สนุกดีออกนะ ได้รูปสวยๆ ส่งให้แฟนได้เอาไปแชร์ให้เพื่อนๆ ดู ก็เป็นความสุขอย่างนึงของคนในยุคนี้

[ความยาก 2 / 5]

 

7. แกล้งลูก

ผมพบว่า ช่วงเวลาแห่งความสนุกอย่างหนึ่งคือการได้แกล้งลูกครับ 5555 คือพออยู่บ้านนานๆ เห็นคนนั้นคนนี้อุ้มดูแลลูกอย่างดี บางอารมณ์เราก็อยากแกล้งลูกสนุกๆ บ้าง

มีครั้งนึงผมอุ้มน้องวชิอยู่ดีๆ ก็ร้องอยากกินนมอย่างหนัก แต่เชอรี่กำลังอาบน้ำ และผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ลูกก็ร้องๆๆๆๆ งอแงไม่หยุด ผมเลยใช้ท่าไม้ตาย ควักนมตัวเองมาให้ลูกกินเบยยยย ... น้องวชิกินแล้วก็ทำหน้างงๆ เอ๊ะทำไมเค็มๆ เฮ้ย นี่มันไม่ใช่นมหม่ามี๊ ร้องจ๊ากกกก หนักกว่าเดิม

จนเชอรี่ต้องรีบออกจากห้องน้ำมาให้นมลูก พร้อมเขกหัวคุณพ่อจอมซน 1 ที T___T

แต่ผมพบว่าการแกล้งลูกก็เป็นการเล่นกันแบบนึงนะ ทำให้ลูกจำเราได้ดีด้วย (จะจำแบบไหนก็ว่าอีกอย่างนะ)

[ความยาก 1 / 5]


8. ไปโรงพยาบาลกับแม่และลูกด้วยทุกครั้ง

เด็กหลังเกิดมา ก็ต้องมีไปฉีดวัคซีน หรือตรวจร่างกายบ้างเล็กน้อย ซึ่งการไปโรงพยาบาลในขณะที่ลูกอายุไม่กี่เดือน เป็นอะไรที่ต้องเตรียมตัวเยอะเหมือนกัน

ไหนจะรถเข็น, ผ้าอ้อม, ของเล่น, ขวดนม, ผ้าคลุมให้นม ฯลฯ

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการไปช่วยยกของ คือการได้เข้าไปฟังคุณหมอพูดในห้องช่วงที่ตรวจลูกน้อยของเราครับ ยิ่งผู้ชาย Geek อย่างเราไม่ค่อยรู้เรื่องเลี้ยงลูกเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องไปฟังที่หมอพูดมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าคุณพ่อคนไหนที่ทำงานประจำ ก็อาจจะขอนัดคุณหมอวันเสาร์ - อาทิตย์ได้นะฮะ

[ความยาก 2 / 5]


9. เข้าใจความเป็นแม่

สุดท้ายแล้ว ผมพบว่าตลอดเวลา 4 เดือนที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ทำให้ผมเข้าใจในความเป็นแม่มากขึ้นเยอะเลย ทั้งความเหนื่อย, ความเครียด, การอยากมีเวลาส่วนตัว, รวมถึงเข้าใจทุกครั้งที่เห็นลูกยิ้ม มันมีความสุขมากมายแค่ไหน

ผมรู้สึกโคตรภูมิใจเลย วันแรกที่อาบน้ำให้ลูกด้วยตัวเองได้
ผมรู้สึกเศร้าและเครียดน้ำตาแทบไหล วันที่ลูกร้องไห้ไม่หยุดเป็นชั่วโมงๆ
ผมเผลอยิ้มแล้วเอาเก็บไปฝัน เมื่อครั้งแรกที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้แล้วลูกรู้สึกสบาย ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ผู้ชายเราอาจจะไม่ได้มีความอ่อนโยน หรือสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกที่ทำได้ดีเท่ากับผู้หญิง แต่ถ้าเราได้เริ่มช่วยเลี้ยงลูกมากขึ้นทีละนิดๆ เราก็จะเข้าใจความเป็นแม่มากขึ้นเรื่อยๆ เองล่ะครับ

[ความยาก 0 / 5]


แถม: อย่าถามว่ามีอะไรให้ช่วยบ้าง ? 

ถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าแทบทุกงานทุกอย่าง คุณพ่อสามารถช่วยเลี้ยงลูกได้หมดเลย ยกเว้นก็แค่การให้นมกับปั๊มนมเท่านั้น เพราะฉะนั้น เวลากลับมาบ้าน หรือเห็นแฟนเราเลี้ยงลูกเหนื่อยๆ เราแค่เข้าไปอุ้มลูกแทน ให้แฟนได้พักบ้าง ก็ไม่ต้องถามแล้วครับว่า "มีอะไรให้ช่วยบ้าง ?"

การเข้าไปช่วยกันดูแล ช่วยเลี้ยงลูกน้อยให้ได้มากที่สุด นอกจากจะช่วยให้คุณแม่ได้มีเวลาพักผ่อนบ้างแล้ว ยังช่วยให้เราได้สนิทกับลูก วันนึงที่ลูกตื่นมา เห็นหน้าเราแล้วยิ้มให้ หรือเรากลับมาบ้านแล้วลูกทำหน้าดีใจ ยิ้มแฉ่ง

นั่นล่ะครับ คือความสุขที่สุดแล้วของการเป็นพ่อ :D



Friday, September 04, 2015

รีวิว: ซื้อแหวนเพชร แหวนแต่งงานที่ Ananta Fine Jewelry สวยคุณภาพดี ไม่แพงอย่างที่คิด


ช่วงเวลาพิเศษ กับโอกาสพิเศษ เราก็ควรมีของขวัญให้กับคนพิเศษของเราอยู่เสมอๆ ผมอยากซื้อแหวนให้กับภรรยา (@CherryJaja) ได้ใส่ในโอกาสพิเศษมาซักพักแล้ว ถึงแม้เราสองคนจะมีแหวนแต่งงาน แต่ผมก็อยากซื้อแหวนเพชรรูป "หัวใจ" ที่มีขนาดเล็กๆ น่ารักๆ ให้เชอรี่อีกซักวง

ช่วงเวลา 9 เดือนที่ตั้งท้อง เป็นเรื่องที่หนักและเหนื่อยมากเลยนะสำหรับผู้หญิงคนนึง ผมเลยถือโอกาสดีพาคุณนายไปเซอร์ไพรส์เลือกซื้อแหวนเพชรให้ เป็นของรับขวัญน้องวชิ ลูกชายตัวน้อยของเรา ^__^

ได้รู้จักกับร้าน Ananta Fine Jewelry จากการแนะนำของเพื่อนมาอีกทีนึง ที่บอกสั้นๆ แค่ว่า "เป็นร้านเพชรที่เชื่อถือได้สุดแล้ว ราคาไม่แพงด้วยนะจ๊ะ"

ดาราเซเล็บลูกค้าร้าน Ananta

Ananta Fine Jewelry ร้านเพชรที่ดาราเซเล็บหลายคนเลือกใช้

เนื่องจากการซื้อเพชรมันยากกว่าความสามารถที่ผมมี คือไอ้เราก็ดูเพชรไม่เป็นด้วย แล้วก็ไม่รู้ว่าร้านไหนดีไม่ดี พอเพื่อนแนะนำที่ Ananta มาก็ลองเสิร์ชข้อมูลดู ถึงได้รู้ว่า โห มีดารามาซื้อแหวนที่นี่เยอะมากๆ

ซึ่งก็ตามภาพด้านบนเลย แถมร้านนี้ยังเป็นฉากในละครหลายเรื่อง ความน่าเชื่อถือหายห่วง แต่แน่นอนว่าเราก็ไม่กล้าเข้าไปเพราะเข้าใจว่า "แพงแน่ๆ" 5555


แต่ก็อ๊ะ ลองเชื่อเพื่อนที่บอกว่าไม่ได้แพงอย่างที่คิดดูซักครั้ง แถมที่ร้านก็มีเว็บให้ลองเช็คราคาก่อนมาดูแหวนได้ด้วย เราก็ดูแล้วโอเค อยู่ในงบประมาณ ก็แวะมาที่สาขา Central World เลย สะดวกสุด

และประกอบกับคุยกับทางน้องวิน เจ้าของร้านสุดหล่อถูกคอ เลยขอแบบพิเศษๆ ด้วยนะ ^__^'

เช็คราคาแหวนได้ที่ -> Ananta Fine Jewelry (Bridal)




เลือกซื้อแหวนเพชร "รูปหัวใจ"

เนื่องจากแหวนที่ผมซื้อไป "ขอแต่งงาน" กับเชอรี่นั้นวงเล็กเกินไป ส่วนแหวนแต่งงานก็มีขนาดใหญ่เกินไป ผมเลยมองหาแหวนที่อยู่ระดับกลางๆ ใส่เล่นได้ ใส่ออกงานก็ดูดีซักวงให้เชอรี่



แล้วก็ได้พบกับเพชรรูปแบบนึง ที่เป็นรูป "หัวใจ" โอ้วววว น่ารักหวานแหววม๊ากกกกก

ทางร้านก็แนะนำว่าแหวนรูปหัวใจเหมาะกับเชอรี่มาก เพราะดูไม่ได้เป็นทางการมากนัก แถมดูออกหวานๆ ใส่กับชุดไหนก็สวย~* (หมวย)



ปัญหาคือผมเป็นคนเลือกเพชรไม่เป็นครัช ซึ่งก็น่าจะเหมือนคนส่วนใหญ่ที่ก็คงจะดูไม่เป็นเหมือนกัน อันไหนเพชรดีไม่ดี มีตำหนิรึเปล่า แพงเกินไปไหม ซึ่งพอบอกอย่างนั้นน้องวินก็ให้ทีมงานมาช่วยติวเข้มอยู่นานเลย จนรู้ว่า เฮ้ย วิธีดูเพชรมันง่ายนิดเดียวเอง

เพราะเคล็ดลับคือ ไม่ต้องไปดูเพชรครับ แต่ให้ดูใบรับรองหรือ Certify ของเพชรแทน ซึ่งเพชรทุกเม็ดจะมีใบรับรองอยู่แล้ว (ร้านไหนไม่มีอย่าซื้อแนะนำอย่าลองถ้าคุณดูเพชรไม่เป็น) วิธีดูก็ไม่ยากเลย เอาไว้จะเขียนบล็อกเล่าให้ฟังอย่างละเอียดอีกที





ปัญหาต่อมาคือ พอเลือกเพชรได้แล้ว ก็เลือกตัวเรือนของแหวนอีกที ซึ่งพอโจทย์เป็นเพชรรูปหัวใจ ตัวแหวนก็เลือกได้ไม่ยาก เพราะก็ต้องเน้นหวานๆ แน่นอนอยู่แล้ว แต่แบบที่ทางร้านยกขึ้นมาให้ดูก็มีหลายแบบ เล่นเอาตาลายเหมือนกัน 555



และก็ได้ตัวเรือนที่เป็นปลายแหลมเข้าหาเพชร มองจากด้านบนดูบางมากกก ทำให้เพชรเด่นขึ้นมาทันทีเลย



พอเลือกเพชรกับตัวแหวนได้แล้ว ก็ตกลงสั่งทำแหวน รูดปื๊ดๆ รอไม่กี่วันก็มารับ แล้วก็ได้แหวนสวยๆ ให้คุณนายใส่รับขวัญน้องวชิแล้วคร๊าบบบบ


ตรวจรับแหวน เช็ครายละเอียด ประกันหลังการขาย

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ทีมงานก็โทรมาแจ้งว่าแหวนเพชรที่สั่งทำได้แล้ว ให้ไปรับได้ที่ร้านเลย ซึ่งผมก็พาเชอรี่ไปด้วยเพื่อเช็คว่าแหวนใส่ได้พอดีนิ้วหรือเปล่า

ซึ่งก็สารภาพตามตรงว่าตื่นเต้นเล็กน้อย อยากเห็นว่าแหวนเพชรรูปหัวใจของเราจะเป็นยังไงนะ



พอมาถึงปุ๊บ ทีมงานเช็คใบรับแหวนของเรา แล้วก็เอาแหวนที่สั่งทำออกมาให้ดู แสงไฟที่ตกกระทบว๊าบบบบ เล่นเอาแสบตาไปหลายวันเลยทีเดียว (เว่อไปนั่น)



เชอรี่ชอบมาก ผมก็ชอบ สวยยยยยย ^___^



พอได้แหวนแล้ว ทางร้านก็ให้เราเช็คตัวเลขที่สลักบนเพชร กับตัวใบ Certify ที่เราได้รับว่าตรงกันนะ มีค่าสีสัน ค่าความสะอาดเท่านี้ๆ ก็ทำให้อุ่นใจได้ ไม่โดนย้อมแมวมาขายแน่นอน





โดยสรุปแล้วแหวนวงนี้ น้ำหนัก 0.3 กะรัต เกรด Excellent ราคาแหวนรวมเพชรแล้วอยู่ที่ 43,900 บาทจ้า

ก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพง กำลังพอดีๆ แถมที่ร้านยังดูแลให้ตลอดอายุการใช้งาน ตัวแหวนมีรอย เข้ามาขัดชุบฟรี นิ้วขยายใส่ไม่ได้ ปรับไซส์ฟรี

หมายเหตุ: ทางร้านมอบแหวนราคาพิเศษให้เราสองคน ตอนจ่ายจริงเลยถูกกว่าราคาด้านบนพอสมควร บทความเลยอยู่ในหมวด Advertorial ด้วยจ้า



สรุปประสบการณ์ซื้อแหวนที่ Ananta Fine Jewelry
  • ทั้งร้านขายเฉพาะแหวนที่มีใบ Certify เท่านั้น เชื่อใจได้ ไม่โดนหลอกขาย เพชรในร้านเฉพาะเกรด Excellent เท่านั้น
  • ดูเพชรไม่เป็น ทีมงานสอนให้เต็มที่เลย อธิบายเข้าใจง่าย
  • ดาราเซเล็บซื้อที่นี่เยอะมาก
  • นอกร้านตกแต่งดูเหมือนจะขายแพง แต่พอถามราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด
  • มีงบ 3-4 หมื่นก็ซื้อแหวนเพชรดีๆ ได้แล้ว
  • ไม่จุกจิก บริการหลังการขายฟรีหมด ปรับไซส์ฟรี เอาแหวนมาขัดชุบฟรี (ซึ่งหลายร้านไม่มีตรงนี้)

Ananta (Fine Jewelry) - แหวนเพชร แหวนแต่งงาน แหวนหมั้น
  • สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ห้อง D112-113 ชั้น 1 โซน Dazzle โทร : 02.613.1377 
  • สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าวห้อง 346/1 ชั้น 3 โทร: 02.102.4567 
  • สาขา เซ็นทรัลพลาซ่า แกรนด์ พระราม 9 ห้อง 222/1 ชั้น 2 โทร: 02.103.4567
ข้อมูลเพิ่มเติม


Monday, June 15, 2015

8 วิธีดูแลคนท้อง สำหรับว่าที่คุณพ่อมือใหม่



สำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่กำลังจะมีลูกน้อย เชื่อว่าช่วงเวลา 9 เดือนก่อนจะคลอดนั้น เป็นช่วงเวลาที่สำคัญและก็น่าจดจำไม่ใช่น้อยเลย

ในขณะที่หลายคนเตรียมตัวซื้อของให้ลูก จัดเตรียมบ้าน ดูแลทุกอย่างรอบตัวเพื่อรอรับลูกน้อย แต่ผมกลับพบว่าสิ่งที่สำคัญสุดที่เราควรต้องดูแล คือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการดูแลภรรยาของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป แต่ก็มีหลายอย่างที่บางคนมองข้าม

เราคือคนที่ใกล้คิดแฟนเรามากที่สุดแล้ว

แน่นอนว่าคนที่ใกล้ชิดว่าที่คุณแม่ที่สุด ก็คือว่าที่คุณพ่อนี่แหล่ะ แต่ก็เน๊อะ ผู้ชายเรา แค่ดูแลตัวเองยังดูแลไม่ค่อยจะได้เลย มาถึงเวลาต้องดูแลคนท้อง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว

สำหรับการดูแลเบสิค เช่น ช่วยยกของหนัก,  ดูแลเรื่องอาหารการกิน เราทุกคนก็น่าจะรู้กันอยู่แล้ว ผมเลยอยากขอแชร์ในบางมุม ที่บางครั้งคุณพ่อมือใหม่อย่างพวกเราก็อาจจะหลงลืมไปก็เป็นได้

ก็เลยขอสรุปออกมาเป็นวิธีดูแลคนท้อง 8 ข้อ ดังนี้เลยจ้า


8. พาไปกินนนนนนน

คนท้องต้องการบำรุงมากกว่าปกติ แน่นอนว่ามีอาหารหลายอย่างที่คนท้องไม่ควรทาน ซึ่งคุณแม่ๆ เองก็คงจะระวังตัวเองเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พอต้องงดอาหารหลายอย่าง มันก็กดดันไม่น้อยเหมือนกันนะ

การกินก็เป็นการหาความสุขอย่างนึง ถ้าเรารู้ว่าเค้าทานอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง และรู้ว่าอะไรคือของโปรด จงพาเธอไปซัดให้หมดอย่าให้เหลือ !!

คือพอท้อง บางทีเค้าก็ไม่ค่อยอยากออกไปไหน แต่เชื่อไหมว่าทุกครั้งที่พาเค้าขับรถไปเยาวราช, ร้านอาหารโปรด, ไปนั่งในร้านชิวๆ ยามบ่าย โหย คุณเธอจะฟินมากเป็นพิเศษ

อีกเรื่องคือหลังจากลูกคลอดแล้ว เวลาทานข้าวก็จะน้อยลง กินไม่อร่อยเพราะต้องดูแลลูก ช่วงวันสำคัญๆ เราก็ควรพาเค้าไปทานร้านอาหารบรรยากาศดีๆ บ้าง นอกจากเปลี่ยนอารมณ์แล้ว ยังได้ความมุ้งมิ้งในแบบสามีภรรยาอีกด้วย ^^


7. ไปพบแพทย์ด้วยกันทุกครั้ง


เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคุณพ่อที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องการดูแลเด็ก การดูแลคนท้องแบบพวกเรา คือความไม่รู้นี่แหล่ะ ก็ในเมื่อไม่รู้ ก็ต้องทำให้รู้สิจะได้เข้าใจ

ผมพบว่าการพาแฟนไปพบแพทย์ทุกครั้งด้วยตัวเอง เข้าไปฟังหมอด้วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน เป็นวิธีง่ายที่สุดแล้วที่เราจะเข้าใจคนท้องให้มากขึ้น

โดนฉีดยา, เจาะเลือด และอะไรอีกก็ไม่รู้ตั้งเยอะ คนท้องต้องการกำลังใจน๊าาาา

"หมอคะ ช่วงนี้ปวดหลังมากเลย ?"
"พวกยาบำรุงนี่กินได้ไหมคะ ?"
"คืนวันก่อนคลอดต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ ?"

เป็นคำถามที่เชอรี่ถามกับคุณหมอในช่วงที่ฝากครรภ์ ซึ่งตอนที่อยู่บ้านผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะมีคำถามพวกนี้ แต่พอได้ฟังเราก็เริ่มซึมซับความเป็นแม่ ความลำบากของการตั้งครรภ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง


6. ถ่ายรูปด้วยกันบ่อยๆ


เชื่อผมเถอะครับว่าเวลา 9 เดือนมันผ่านไปไวมากๆ เผลอแป๊บเดียวคุณก็อยู่หน้าห้องคลอดแล้ว ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าจดจำไม่ใช่น้อยสำหรับชีวิตครอบครัว

อย่าให้เวลาผ่านไป ควรเก็บบันทึก ไม่ว่าจะเป็นภาพ, วิดีโอ แม้แต่การจดบันทึกอย่างบล็อกหรือเขียนเรื่องราวบน Facebook พอได้กลับมาอ่านมันก็เป็นอะไรที่สนุกไม่น้อยทีเดียวนะ

ผมชวนเชอรี่ถ่ายภาพแบบจริงจัง จ้างตากล้องมาถ่ายแบบ เหมือนตอนถ่าย Pre Wedding ก่อนแต่งงานเลย การได้ภาพสวยๆ ก่อนที่จะคลอดลูกน้อยออกมา เก็บไว้ดูเป็นความทรงจำ น่ารักดีออก แค่ถ่าย Selfie กันแบบน่ารักๆ ก็น่าเก็บไว้ดูแล้ว ขอแนะนำเลยครับ :D


5. พาไปเที่ยวบ้าง

"คนท้อง ไม่ใช่คนป่วย" เป็นประโยคที่ผมจำได้ขึ้นใจ หลังจากที่คุยกับพี่ๆ ว่าไม่กล้าให้เชอรี่ไปโน่นไปนี่ มีอะไรก็กลัวไปหมด

ซึ่งก็มีคุณพ่อหลายคนนะ ที่กลัวมาก จนให้ภรรยาลาออกมานอนอยู่บ้านเฉยๆ หลายเดือนติดกัน

พาไปนอนโรงแรม เตียงนุ่มๆ มันฟินจริงๆ เบ๊ยยย (ในรูปคือผมเอง แป่ว)
คือพอเราถามว่าอยากไปไหนไม๊ ? เค้าก็ตอบแหล่ะว่าไม่ไป กลัวเปลืองตังค์ แต่ยิ่งเราให้เขาอยู่บ้านหรือไปทำงานแล้วก็กลับบ้านเฉยๆ นานเข้า ก็เริ่มเห็นว่ามีความเครียดสะสมไม่ใช่น้อยเลย ซึ่งพอเราได้พาเค้าไปเที่ยว ก็เห็นได้ชัดเลยว่าดูสดชื่นขึ้น เครียดน้อยลงมาก

สุดท้ายผมพาเชอรี่เที่ยวแหลกเลยครับ ไปเที่ยวตั้งแต่หัวหิน, เชียงใหม่, สิงคโปร์ เอาแบบเที่ยวจนนาทีสุดท้ายที่เค้าไม่ให้เที่ยวเลย 5555

4. อย่าบ่น, กัดลิ้นตัวเองไว้, คนท้องถูกเสมอ


ปกติแล้วเชอรี่เป็นคนไม่ขี้บ่นครับ ก็เป็นผู้หญิงน่ารักๆ คนนึง แต่ปรากฏว่าช่วงที่ท้อง 9 เดือน ผมก็พบความเปลี่ยนแปลงว่าเธอมีอาการขี้บ่นบ้าง หงุดหงิดบ้าง อารมณ์ขึ้นลงบ้าง อย่างที่หลายคนเคยบอกไว้เด๊ะๆๆ เบย

ทำให้สรุปได้ว่า มันเป็นเรื่องธรรมชาติของคนท้องจ้า ก็ลองตัวเองมาท้องแทนดูสิ จะรู้ว่ามันเครียด มันหงุดหงิดแค่ไหน

ช่วงแรกที่เชอรี่เริ่มบ่นบ่อยๆ ผมก็มีพูดคุยโต้กันไปมาบ้าง ซึ่งก็มีที่ทำให้ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน ... แต่สุดท้าย พอเริ่มรู้ว่า นี่มันเป็นธรรมชาติของคนท้องนะ มันก็เข้าใจได้ทันทีเลยครับ

เพราะงั้นทุกครั้งที่โดนบ่น โดนดุ โดนอารมณ์ขึ้นลงแบบไอ้เราก็ยังงงๆ อยู่ ... ให้กัดลิ้นตัวเองไว้ !!

การพยักหน้า "ใช่คร๊าบบบบ ถูกต้องคร๊าบบบบ ผมผิดไปแล้วคร๊าบบบบ" พร้อมผงกหัวขึ้นลง ยิ้มรับ และยอมรับว่าคนท้อง (เมีย) ถูกเสมอ นั่นแหล่ะครับ คือวิธีดูแลคนท้องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ^____^"



3. ตัดเล็บเท้า, นวดพุง, พาไปสระผม

คนท้องต้องการคนดูแลหลายอย่าง ซึ่งเท่าที่เคยอ่านจากเว็บหรือหนังสือ ส่วนใหญ่ก็บอกเรื่องกว้างๆ ทั่วไป แต่พอมาดูในรายละเอียด มันก็มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้ามไปเหมือนกันนะ

เช่น ช่วงนึงที่เชอรี่บ่นว่าเจ็บเท้า เล็บขบกัดจนเดินแล้วเจ็บ พอผมยกเท้าเค้าขึ้นมาดูก็ร้อง โอ้โห้ !! เล็บยาวมากกกกก พอถามว่าทำไมไม่ตัดเล็บ ก็ถึงได้รู้ว่าเพราะคนท้องพุงใหญ่ เลยเอื้อมไปตัดเล็บไม่ถึง แต่ก็ไม่กล้าบอกให้เราช่วย เพราะมันเป็นเล็บเท้า ไอ้เราก็รีบจัดการตัดเล็บให้เลย



อีกเรื่องคือพอดีเชอรี่ได้สินค้ามารีวิว พวกครีมกันท้องลาย หรือน้ำมันนวดพุง ไอ้ผมก็อยากลองพอดี ก็เลยอาสาทาพุงให้ นวดพุงให้เป็นประจำก่อนนอน ซึ่งก็ดีนะ ทำให้เราได้ใช้เวลาคุยกันมากขึ้นด้วย

สุดท้ายคือสาวๆ ก็ชอบไปร้านทำผมเป็นธรรมดา มีเวลาก็ควรพาไปบ้าง เป็นช่วงเวลาคลายเครียดของสาวๆ เค้าล่ะ


2. พาภรรยาไปออกงานสังคมบ้าง

ผมเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มนึงเขียนไว้ว่า ผู้หญิงเวลาท้อง มักจะมีความกลัวแอบแฝงที่ไม่แสดงออกมา เช่น กลัวว่าตัวเองอ้วนไม่สวยแล้วสามีจะทิ้ง กลัวสามีจะเปลี่ยนไป

ผมว่าสาวๆ ทุกคนต้องการการยอมรับทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องความรัก อยากได้ความมั่นใจว่าเราจะอยู่กับเค้า เราจะดูแลเค้า อยู่ข้างๆ เค้าไปตลอด

แต่ผู้ชายจะตรงข้าม คือไม่ค่อยแสดงออก โดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าสังคม

ดูง่ายๆ รูปใน Facebook เราก็มักจะเห็นสาวๆ ถ่ายรูปกับแฟน แล้วก็แท็กไปมา ส่วนผู้ชายนานๆ ทีจะโพสต์รูปคู่หรือเขียนเรื่องแฟนเราซะทีนึง

ทุกครั้งที่มีโอกาส ผมก็จะพยายามพาเชอรี่ไปออกงานสังคมบ้าง ไปเจอเพื่อนๆ ของเราที่เค้าไม่ค่อยรู้จักบ้าง ไปเจอกับครอบครัวเราให้เค้าไม่เหงาบ้าง ซึ่งทุกครั้งที่กลับมาจากงาน ผมก็จะแอบเห็นเค้ากดมือถือโพสต์รูปอย่างมีความสุข

อีกอย่างคือเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คน ก็จะเป็นการบอกตัวเราเองว่า "ต้องดูแลภรรยาดีๆ ด้วยนะ"


1. พาไปช็อปปิ้ง !!!

จากงานวิจัยส่วนตัวของผมพบว่า "ผู้หญิง 99% ชื่นชอบการช็อปปิ้ง ... ที่เหลืออีก 1% คือช็อปจนตังค์หมดไปแล้ว"

คนท้องก็ต้องการให้ตัวเองสวยอยู่ตลอดเหมือนกันนะ จะให้ใส่ชุดคลุมท้องแบบป้าๆ เชยๆ มันก็ไม่มั่นใจ ถึงแม้จะซื้อมาแล้วได้ใส่แค่ไม่กี่เดือนก็เถอะ แต่ผู้หญิงอย่าหยุดสวย เข้าใจไหม !!

นอกจากพาไปช็อปปิ้งของใช้ส่วนตัวของภรรยาแล้ว แผนกสินค้าเด็กถือเป็นสวรรค์ของว่าที่คุณแม่ทั้งหลายเลยแหล่ะ เวลาพาไปทุกครั้ง เค้าจะเหมือนได้อยู่ในทุ่งดอกไม้ ทุกอย่างดูน่ารัก สวยงาม มุ้งมิ้ง จนรู้ตัวอีกที คุณก็อยู่หน้า Cashier เตรียมรูดบัตรจ่ายตังค์แย้ววว



ยิ่งถ้าคุณได้พาเธอไปงาน Baby Best Buy หรือมหกรรมลดราคาของใช้แม่และเด็กเมื่อไหร่นะ โอ้โห !! คุณจะได้เจอภาพคนท้องจำนวนมหาศาลวิ่งร้อยเมตร แย่งกันซื้อของ Sale สนุกมาก ขอให้ลอง 5555

แต่สิ่งที่คุณผู้ชายจะได้มากกว่า นั่นคือการได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงเด็กแบบอ้อมๆ คือพอเรารู้ว่าจะต้องซื้อ ที่ปั้มนม, ขวดนม, รถเข็น, เตียงเด็ก, ชุดแรกเกิด และอุปกรณ์อีกเพียบ ตามธรรมชาติคุณผู้ชายก็ต้องหาข้อมูล ดูสเปค เปรียบเทียบหลายอย่าง

สุดท้าย จากที่ไม่สนใจ ผมพบว่าตัวเองสนุกกับการเดินแผนกเด็กโดยไม่รู้ตัว และทำให้เราได้คุยเรื่องการดูแลลูกที่กำลังจะคลอดกับภรรยาของคุณเยอะขึ้นด้วยจ้า (แต่อย่าถามถึงตอนสลิปบัตรเครดิตมาที่บ้านนะ 555)