Monday, April 18, 2011

[MCWedding] เมื่อต้องไปสู่ขอสาว



ช่วงนี้ผมอยู่ในภาวะที่ต้องพบกับประสบการณ์ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตอยู่บ่อยครับ เพราะงั้นไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็คงจะเขียนเก็บเอาไว้เยอะหน่อย

อย่างที่รู้กันว่าผมกับ @CherryJaja กำลังจะแต่งงานกัน (ขอแต่งงาน, ประกาศวันแต่ง, FAQ วันแต่ง) แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นการจัดการโดยเราสองคนเอง ไม่ได้มีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเข้ามาข้องเกี่ยวแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของเราจะรู้ความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และก็ไปมาหาสู่กันเป็นระยะตามปกติ แต่ตามธรรมเนียมแล้วมันก็ควรจะมีการไปพูดจากันอย่างเป็นทางการ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า "การสู่ขอ"

โดยตามธรรมเนียมแล้วการสู่ขอก็คือ ..
  • การที่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายหรือที่เรียกกันว่า "เถ้าแก่" เป็นธุระให้ในการไปพูดคุยกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง โดยมากก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ฝ่ายชายนับถือ แต่สำหรับบ้านผมขอให้พ่อแม่พูดคุยกันเองเลย เน้นความเป็นกันเองและสะดวก
  • คุยอะไรกันบ้าง หลักๆ ก็คือการสู่ขอลูกสาวเขามาแต่งงานกับฝ่ายชาย ซึ่งถ้าจะพูดไปแล้ว วันนี้ก็คือการให้อนุญาตทั้งสองคนแต่งงานกันอย่างเป็นทางการนั่นเอง
  • เรื่องต่อมาก็จะเป็นกำหนดการแต่งงาน, การหมั้นหมาย, สินสอดทองหมั้น, เรือนหอ
    • ซึ่งจริงๆ เรื่องทั้งหมดควรจะมีการตกลงกันไว้นอกรอบก่อนแล้ว วันนี้จึงเป็นเพียงการบอกกล่าวอย่างเป็นทางการเท่านั้น
    • กำหนดงานแต่งงาน คือวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2554 ที่ Centara Grand Bangkok ตามที่เคยประกาศไว้ครับ ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะจองโรงแรมไปแล้ว
    • กำหนดงานหมั้น (คาดว่า) วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2554 ที่บ้านฝ่ายหญิง (อ.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น)
    • สินสอดทองหมั้น จัดมาตามสมควร

เล่าถึงบรรยากาศในวันสู่ขอนิดนึง

เช้าวันที่ 16 เมษายน ท่านแม่ตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้า ขับรถออกไปข้างนอก พอถามว่าไปไหน ? หันมาตอบว่า "ไปทำผม" (เฮือก ... ไม่ตื่นเต้นเลยใช่ไม๊เนี่ยแม่เรา -_-")

วันนี้ทั้งสองบ้านดูจะตื่นเต้นกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพ่อๆ แม่ๆ จนเราสองคนต้องโทรหากันเป็นระยะๆ ว่าตอนนี้เป็นยังไง ไปถึงไหนกันแล้วและแอบแซวพ่อแม่ตัวเองกันอยู่เรื่อยๆ

ฝ่ายบ้านผมไปกัน 5 คน มีผม พ่อแม่ พี่สาวและพี่เขย ส่วนฝ่ายหญิงก็อยู่กันทั้งบ้าน ทำกับข้าวเลี้ยงแขกเองด้วย

หลังจากทานข้าวกันเสร็จ คุยกันหัวเราะเฮฮาพอเป็นพิธี ก็ถึงเวลา พ่อแม่ผมก็นั่งบนโซฟาคู่กับพ่อแม่ฝ่ายหญิง ส่วนผมกับเชอรี่ก็นั่งที่พื้น

ตามบทแล้วผมควรจะต้องยิ้มแฉ่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร ท่านพ่อจะโซโล่เองทั้งหมด แต่ปรากฏว่าพอท่านพ่อพูดนำไปได้แป๊บนึง ก็หันมาทางลูกชาย ทำตาใสปิ๊งแล้วบอกว่า "เอ๊า ... ขอเลย"

อ่ะจ๊ากกกกก .. ขอเขออะไรอ๊ะ คือแบบว่าไม่ได้เตรียมคำพูดอะไรมาเลยครับท่าน จะพูดอะไร พูดยังไง เริ่มยังไง จบแบบไหนก็ไม่รู้อะไรเลย

คือมันดูเหมือนเรื่องไม่น่าจะพูดยากเย็นอะไร แต่การที่จะต้องพูดประโยคที่ไปขอลูกสาวสุดที่รัก จากอ้อมอกพ่อแม่เค้า แล้วทำให้เค้ามั่นใจว่าเราจะดูแลลูกสาวเค้าได้จริง .. ขอบอกว่าโคตรยากกกก สายตาทุกคู่มองมาที่เรา จนดูตัวเล็กหดจิ๋วลงไปถนัดตา > <

ผมนิ่งไป 10 วินาที นิ่งจนทุกคนลุ้นกันเหนื่อย ... บอกกับตัวเองว่า เอาวะ ในเมื่อไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย ก็ด้นสดไปเลยนี่แหล่ะ และต่อไปนี้คือประโยคขอสาวที่ถอดเทปมาครับ

"ก็ .... เอิ่ม ... ก็ .... จริงๆ ก็ ... รู้จักเชอรี่มานานแล้วน่ะนะครับ แล้วก็ ... เอ่อ ...​ อ่า .... รู้สึกว่า ... เอ่อ ... ก็ ... คิดว่าได้เวลาที่เหมาะ ที่ควรจะ ...​ เอ่อ .... แต่งงานกัน ... ก็อยากจะบอกกับป่าป๊าหม่าม๊าว่า ................ (นิ่งไปนาน)"

"เอ็มจะขอดูแลเชอรี่ไปตลอดชีวิตครับ"

พูดจบก็ตามมาด้วยเสียงฮี๊วววววว ของกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย

แอบเห็นท่านแม่ของเชอรี่ปาดน้ำตาอยู่หลายรอบ ส่วนพ่อตาก็ยิ้มแย้ม จนเราเองก็รู้สึกดีใจมาก ที่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้พ่อแม่ของเค้ามั่นใจในตัวเราได้ ว่าเราจะดูแลลูกสาวเค้าได้จนหายห่วง

จบงานก็ถ่ายรูปกัน เป็นวันอันแสนชื่นมื่น ยิ้มแย้มและมีความสุขมากๆ อีกวันนึงในชีวิตเลยครับ :)

ก็ .. เอ่อ .. อ่า .. คือ .. เอ่อ .........

แอบเห็นท่านแม่เชอรี่ปาดน้ำตาอยู่หลายรอบ

"เอ้า ... ป๊ายกให้" ป่าป๊าเชอรี่



0 comments: