Monday, July 21, 2014

ข้อแนะนำทำการตลาดบน Twitter สำหรับแบรนด์และเอเจนซี่ไทย


ตั้งใจจะเขียนเรื่อง Twitter มาซักพักแล้ว ได้มีโอกาสเสียที หลังจากช่วงหลังเริ่มเห็นหลายแบรนด์เริ่มขยับเข้ามาทำการตลาดผ่าน Twitter มากขึ้น อาจจะเพราะเจอ Facebook เล่นบท "ไม่จ่ายไม่เห็น" ขึ้นมา (ตัวอย่างกรณี Snickers)

ส่วนตัวแล้ว Twitter เป็นสื่อที่ผมใช้บ่อยและชอบมากที่สุด ใช้มาตั้งแต่ปี 2008 ช่วงที่มีแต่ Geek มาเล่นกัน จนเริ่มมีคนใช้มากขึ้นและตอนนี้เป็น Social Network อันดับ 2 ของไทยรองจาก Facebook เชื่อว่าหลายคนก็น่าจะชื่นชอบในสเน่ห์ของ 140 ตัวอักษรนี้กันพอสมควร

เนื่องจากใช้มานาน ลองถูกลองผิดมาเยอะ(มาก) ทำให้พอรู้ว่าอะไรเวิร์ค อะไรแป๊ก อะไรดีไม่ดี เลยอยากใช้บล็อกตัวเองแนะนำเทคนิคบางอย่าง เผื่อเป็นประโยชน์กับแบรนด์หรือเอเจนซี่ที่สนใจทำการตลาดบน Twitter ครับ



Note: ออกตัวเอี๊ยดว่าผมไม่ใช่กูรูด้านการตลาด ศัพท์เทคนิคอะไรหลายอย่างไม่ค่อยจะรู้ แต่จากรางวัล Zocial Award : Twitter of the Year 2014 ที่ได้มาจากการเล่น Twitter ก็น่าจะพอมีน้ำหนักให้หลายท่านอาจจะสนใจคำแนะนำเหล่านี้ครับ


Content เนื้อหาที่ดีบน Twitter

  • การทำเนื้อหาให้น่าสนใจภายใน 140 ตัวอักษรเป็นศิลปะ
  • ถึงเนื้อหาจะสั้น แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องคิดให้สั้นหรือรีบทวีตอะไรออกไป (ผมใช้เวลาตรวจข้อความนานมากก่อนทวีตอะไรออกไป)
  • คนไม่สนใจ Brand เท่าไหร่ สนใจแต่เนื้อหา ชอบก็รี ไม่ชอบก็ไม่รี ไม่ได้สนใจหรอกว่าคุณคือแบรนด์อะไร
  • การแต่งเนื้อหาให้สวยภายใน 140 ตัวอักษรเป็นเรื่องยาก ยิ่งถ้าต้องสรุปเรื่องสำคัญในเนื้อหาแค่นั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ต้องคิดเยอะมากก่อนจะทวีตอะไร
  • แต่เชื่อเถอะ มันคุ้มที่จะคิดเยอะ
  • การใส่เครื่องหมายคำพูด ช่วยให้คนสนใจถ้าสิ่งที่เรากำลังพูดเป็นประเด็นพอดี มากกว่าการพิมพ์ติดๆ กันไปตามปกติ

  • การขึ้นบรรทัดใหม่ เหมาะกับการแยกเนื้อหาเป็น bullet มีประโยชน์กว่าการพิมพ์ยาวๆ แล้วคั่นด้วยลูกน้ำ ","
  • อยากให้คน Retweet ไม่ต้องบอกว่า ฝากรี, โปรดรี, โปรดแชร์ นอกจากจะดูไม่ค่อยดีแล้วยังไม่ค่อยมีคนรี ยกเว้นถ้าทวีตนั้นเป็นเชิง CSR จริงๆ เช่นคนหาย, อุบัติเหตุสำคัญๆ
  • Emoji ไม่ค่อยช่วยให้คนรีเท่าไหร่ ไม่ใส่ก็ไม่ได้เกิดอะไรที่แตกต่างมากนัก
  • ฝึกอ่านทวีตเยอะๆ คอยสังเกตว่าทวีตของคนอื่นบ้าง ทวีตไหนที่คนชอบ ไม่ชอบ
  • ทวิตเตอร์เป็นเรื่องของการใช้ภาษา ฝึกใช้ภาษาให้เก่ง มีชั้นเชิงในการเขียน รู้จักสรุปใจความสำคัญ อ่านพาดหัวข่าวบ่อยๆ
  • ประโยคสำนวน PR พวก ชาวเน็ตโวยลั่น, เปิดตัวนวัตกรรม ย้ำความเป็นผู้นำ ฯลฯ ไม่ค่อยได้รับความสนใจในทวิตเตอร์ ใช้ประโยคง่ายๆ ย่อยง่าย อ่านเข้าใจ ตรงประเด็น
  • คำคม, ตลก, ภาพสวยงาม ยังคงใช้ได้ผลเสมอในทวิตเตอร์

ใส่รูป ใส่ Link เรื่องง่ายๆ แต่มีรายละเอียด

  • การใส่รูปบน Facebook เป็นสิ่งจำเป็น แต่บนทวิตเตอร์ไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ควรใส่เมื่อคิดว่ารูปสำคัญกับเนื้อหาจริงๆ
  • ใส่หลายรูปคนไม่ค่อยดูหมดทุกรูป ยกเว้นเป็นเนื้อหาที่ต่อเนื่องกันจริงๆ
  • ถ้าอยากใส่หลายรูป ให้ลองเอาหลายๆ รูปมารวมเป็นรูปเดียวซะ คนจะชอบดูมากกว่า

  • อย่าแชร์รูปจากบน Instagram ไป Twitter เพราะรูปมันจะไม่โชว์ Preview ให้เห็นใน Timeline ควรแทรกรูปในแบบ Twitter เองจะดีกว่า
  • ยกเว้นถ้าอยากได้คนไป like ใน Instagram เยอะๆ ค่อยแชร์จากใน IG (แต่คนไม่ค่อยไปกดหรอกนะ เพราะขั้นตอนมันดูเยอะ)

  • เวลาใส่ Link อย่าใช้บริการย่อ URL เช่นพวก bit.ly, goo.gl เพราะทวิตเตอร์ย่อให้อัตโนมัติอยู่แล้ว และคนใช้จะเห็นชื่อ Link ของเว็บย่อแทนเว็บเรา

  • ให้แชร์เว็บของเราแบบเต็มๆ ไปเลย คนอ่านจะเห็นชื่อเว็บเราด้วย และถ้ามีระบบ Twitter Card Preview ก็จะมีรูปหรือเนื้อหาโชว์ด้วย
  • ทวิตเตอร์ช่วยให้ SEO ดีได้จริง พิสูจน์มาแล้ว เดี๋ยวนี้หลายเว็บเอาข้อความในทวิตเตอร์ไปใช้ Embeded ยิ่งช่วยให้ SEO เว็บเราดีขึ้นไปอีก

Hashtag ถ้าต้องมี ก็คิดให้เยอะก่อนใช้

  • #ทำแท็ก #หลายตัว #ในทวีตเดียว #ไม่ช่วยอะไร #หรอก #นะ
  • ถ้าอยากให้มีแท็กที่ใช้วัด KPI หรือวัดแคมเปญได้ ใช้แท็กเดียวก็พอ
  • ควรตั้งชื่อแท็กให้ไม่เกิน 12 ตัวอักษร จำง่าย ไม่ต้องมีชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้าได้จะดีมาก
  • #ตั้งแท็กยาวไปก็ไม่มีใครจำได้หรือกดเข้าไปดูหรอกนะจะตั้งยาวไป #เพื่อ?
  • #รีล่า มักมีไว้เพื่อแซะและด่า อย่าดีใจไปถ้าคนรีทวีตของเรา เขาอาจจะเอาไปรีเพื่อด่าก็ได้
  • ควรใช้แท็กเมื่อต้องการสร้างให้คนพูดถึงเรื่องนั้นมาคุยกันในแท็ก เช่น แท็กชื่อของงาน Event, เรื่องของแคมเปญระยะยาว
  • ไม่ควรใช้แท็กแทนชื่อสินค้า แนะนำถ้าอยากพูดถึงสินค้าให้เด่นใช้ "เครื่องหมายคำพูด" แล้วใส่แท็กตามชื่องานหรือแคมเปญนั้นๆ

แบรนด์ตอบ Mention ได้ ไม่ผิดกฏหมาย

  • ถ้าจะตอบก็ตอบแบบ Mention แบบปกติไปเลย ไม่ต้องใช้ Quote RT
  • แต่ถ้าต้องการตอบแบบที่คนอ่านคนอื่นได้ประโยชน์จากคำตอบนี้ด้วย ให้ใช้ Quote RT
  • คนในทวิตเตอร์ชอบถามบ่อย ถามรัวๆ ถามซ้ำๆ ไม่ต้องรีบตอบมากก็ได้ แล้วควรตอบแบบที่ให้ไปหาข้อมูลเพิ่มได้ เช่นใส่ Link หน้าเว็บเข้าไปด้วย
  • ถ้าแบรนด์คุณทำทวิตเตอร์ขึ้นมาเพื่อกระจายข่าวอย่างเดียว และจะไม่ตอบ Mention ใครๆ ในโลกนี้ ... จงสร้างอีก Account นึงมา เพื่อตอบ Mention โดยเฉพาะ
  • อย่าคิดว่าตอบ Mention เยอะๆ แล้วพอทวีตอะไรสำคัญคนจะไม่สนใจ ดูตัวอย่าง @GTHChannel ได้ มีการตอบสม่ำเสมอ พอทวีตอะไรสำคัญๆ คนก็ยังรีปกติ

ข้อแนะนำการทวีตที่เหมาะสม

  • คนใช้ทวิตเตอร์ในไทยมากที่สุดช่วงเวลา 21.00 ... อย่าไปทวีตหรือเปิดตัวอะไรช่วงนั้น
  • เพราะถ้าคุณอยากเปิดตัวอะไรช่วงนั้นคุณก็จะต้องสู้กับ #HormonesTheSeries2 #แรงเงา #ลำยอง คนไทยบ้าละคร ชอบดูไปทวีตไป ไม่มีใครสนใจสิ่งอื่นหรอกนะ
  • เวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์แคมเปญอะไรซักอย่างบน Twitter ไทยคือ 18.30 น. ไม่รู้เพราะอะไร แต่ลองมาแล้วเวิร์ค
  • อย่าแซะแบรนด์อื่น อย่าซ้ำแบรนด์อื่นที่เขาล้ม อย่าช่วงชิงโอกาส แบรนด์เมืองนอกทำได้ ไม่ได้หมายความว่าทำในไทยจะเวิร์ค
  • เพราะจะดราม่าและถูกด่าได้ง่ายมาก แถมมีแค่ 140 ตัวอักษรแก้ดราม่ายากนะ
  • ถ้าอยากแซะแบรนด์อื่น ให้ทำเป็นเรื่องสนุกๆ น่ารักๆ ดูแล้วฮา ดูมีน้ำใจ

ขายของไม่ต้องลีลามาก

  • 140 ตัวอักษรเนียนยาก อย่าเนียนขายของเลย เพราะมันมักจะไม่เนียน
  • ถ้าอยากขายของ ขายตรงไปเลย ไม่ต้องกลัวคนจะไม่รีไม่แชร์ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังขายของรึเปล่า แต่มันขึ้นอยู่กับเนื้อหามากกว่า
  • ทวีตขายของไม่ใช่อาชญากรรม
  • อย่าใส่รูปที่ต้องคิดเยอะ รูปที่ดูแล้วตีความ ให้ใส่รูปแบบขายตรงไปเลย ทำอะไรได้บ้าง ใส่ตัวใหญ่ๆ เห็นชัดๆ
  • Infographic คนชอบแชร์ แต่จริงๆ ไม่ได้อ่านเท่าไหร่หรอกนะ
  • พิมพ์ข้อความสั้นๆ คูลๆ แล้วรูปที่มันโคตรสื่อ จะขายของได้ดีมาก
  • ถ้าอยากให้คนกด Link เข้าไปอ่านต่อเสียเหลือเกิน ให้ใช้ข้อความจูงใจแบบเห็นแล้วต้องกด เช่นโปรโมชั่น, รับรหัสพิเศษ
  • ลองจับมุมรอบตัวสินค้า (Talk around product) มาพูดถึงก็ช่วยได้ มุมฮาๆ คนจะชอบมาก

Follower ฉลาดกว่าที่คุณคิด

  • คนใช้ทวิตเตอร์วันนึงอ่านทวีตกันเป็นร้อย มีทักษะในการอ่านแบบว่องไว และกวาดตารอบเดียวรู้เลยว่าควรอ่านทวีตไหน
  • เมืองไทยวัยรุ่นเล่นทวีตมากกว่าผู้ใหญ่ ถ้ากลุ่มเป้าหมายคุณคือติ่งเกาหลี, เด็กมหาลัย, คนดูละคร, คนที่ชอบเสพข่าว, Geek คุณเลือกใช้ Twitter ถูกต้องแล้ว
  • การแบ่งกันทวีต คนนี้ช่วงเช้า คนนี้ช่วงบ่าย คนนี้อีกวันนึง ให้กระแสไม่หาย ไม่ค่อยจะได้ผลเท่ากับทำให้มันบูมไปเลยในวันแรก ถ้าจุดกระแสติด มันจะไปต่อได้เอง
  • คนอ่านทวีตถ้าเคยรีเรื่องไหนแล้วจะไม่รีเรื่องเดิมซ้ำ ต่อให้มาจากเซเล็บคนดังก็เถอะ
  • ถ้ากลัวกระแสตก ให้ใช้สื่อรองในช่วงหลังแคมเปญ เช่นแชร์ใน Facebook, Pantip, Instagram
  • ชาวทวิตเตอร์เป็นปลาทอง กด Fav ไว้แล้วค่อยมาอ่านมักไม่ค่อยได้อ่าน, กดรีไว้แล้วรอกลับมาดูมักไม่ได้กลับมาดู
  • เล่นเกมในทวิตเตอร์ ควรจบทั้งหมดภายใน 30 - 60 นาที นานกว่านั้นคนไม่เล่น และลืมไปหมดแล้ว
  • ถ้าเล่นด้วยความเร็ว ใครได้ลำดับ 1, 5, 7 ไรงี้ชนะ ต้องมีวิธีตัดสินดีๆ ประท้วงง่าย โกงง่าย บางคนลบแล้วทวีตใหม่เรื่อยๆ
  • เล่นเกมแบบสุ่มแจกได้ผลคนเล่นเยอะ แต่ไม่ได้ช่วยให้คนติดตามแบรนด์มากขึ้นเท่าไหร่
  • เกือบทั้งหมดเล่นทวิตเตอร์บนมือถือ ถ้าแชร์ Link หรือวิดีโอ มักไม่ค่อยมีคนกดไปดูเนื้อหาจนจบ

รู้จักกับเซเล็บในทวิตเตอร์บ้าง

  • คนดังในทวิตเตอร์มักไม่เหมือนกับคนดังใน Facebook, Instagram
  • ดาราไม่ค่อยเล่นทวิตเตอร์ ให้แชร์ไปบางทีก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่
  • คิดอะไรไม่ออกลองดูใน @ThaiTopRT
  • ถ้าอยากให้ Influencer ในทวิตเตอร์ช่วย ควรทำความรู้จักเขาให้มาก อ่านทวีตเก่าๆ ของเขาบ้าง แม้จะแค่ 140 ตัวอักษรแต่ทุกคนมีการใช้ภาษาที่ต่างกัน
  • คำหยาบในทวิตเตอร์เป็นเรื่องปกติ อย่าคิดมากว่าจะเสียภาพลักษณ์แบรนด์
  • เซเล็บในทวิตเตอร์มักจะทวีตโปรโมทสินค้าหรือบริษัทของตัวเองอย่างบ้าพลัง และรีอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
  • จำนวน Follower บางทีก็ไม่ค่อยมีผลกับจำนวนคน RT คนตามเป็นแสนแต่แทบไม่มีใครรีเลยมีเยอะมาก
  • แนะนำลองดูยอด RT, กดเข้าไปดูในแท็กที่เกี่ยวข้อง ว่ามีใครขึ้นมา Top บ่อยๆ, อาจจะดู Klout Score ก็ช่วยได้บ้าง

จริงๆ มีอีกเยอะเลยที่พอจะนึกออก แต่กลัวจะยาวเกินไป ถ้าแบรนด์หรือเอเจนซี่ไหนอยากให้เข้าไปช่วยแนะนำทำการตลาดบน Twitter ก็ยินดีช่วยแชร์นะครับ เข้าใจว่าหลายคนยังใหม่กับ Twitter ซึ่งอาจจะดูยาก แต่ถ้าจับทางได้คุณจะไปไกลมาก

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นการใช้ Social Media ไหนก็ตาม เงินไม่ได้ช่วยให้คนสนใจได้ เนื้อหาดีๆ ต่างหากที่สำคัญที่สุดครับ



0 comments: