รีวิว: NESCAFÉ Dolce Gusto Mini Me เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล รุ่น Limited Edition

ยุคนี้เครื่องชงกาแฟน่าจะเป็นไอเท็มที่หลายคนกำลังมองหามาไว้ที่บ้าน หรือออฟฟิศซักเครื่อง เพราะนอกจากจะสะดวกสบายกว่าการไปซื้อนอกบ้านแล้ว พอบวกลบคูณหารออกมา ราคาต่อแก้วก็ถูกกว่าพอสมควรด้วย

ก่อนหน้านี้ผมเคยรีวิวเครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Red Cup ซึ่งเป็นกาแฟแบบผงมาแล้ว วันนี้ทาง NESCAFÉ ส่ง Dolce Gusto เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล

ซึ่งรุ่นนี้พิเศษตรงที่เป็น Mini Limited Edition ที่กำลังฮ็อตฮิตอยู่ตอนนี้มาให้ทดลองกัน ลองมาดูกันดีกว่าว่าเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้จะเจ๋งแค่ไหนกัน

[Advertorial]

แกะกล่อง NESCAFÉ Dolce Gusto Mini Me ดีไซน์สุดเก๋ในแบบ Mini Copper

สำหรับใครที่ชื่อชอบความน่ารักและดีไซน์สุดชิคของรถ Mini Copper ต้องร้องกรี๊ดดด เมื่อแกะกล่องเครื่องรุ่นนี้ออกมา เพราะตัวเครื่องสีสันใช้แบบรถ Mini เลยทีเดียว

Dolce Gusto เป็นภาษาอิตาลีแปลว่ารสชาติที่หวานหอม (Sweet Taste) ซึ่งก็เหมาะกับดีไซน์ที่ดู โค้งสวยงาม ต่างจากเครื่องชงกาแฟแบบปกติที่จะเป็นทรงเหลี่ยมๆ

นอกจากนี้ใครที่ซื้อรุ่น Mini ยังมีแถมแก้วกาแฟ Mini Limited Edition ด้วยนะ น่าสะสมมากๆ

แกะมาดูตัวเครื่องประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Dolce Gusto Mini
  • แทงค์ใส่น้ำ สำหรับประกบเครื่องด้านข้าง
  • ถาดรองน้ำ
  • ถาดรองแคปซูล
  • ถังทิ้งแคปซูล

ตัวเครื่องด้านบน มีช่องไฟสำหรับแสดงระดับน้ำที่ใช้ในการชงกาแฟแต่ละแก้ว พร้อมตัวจับสำหรับถอดใส่ถาดแคบซูล ด้านบนสุดมีแท่งจับปรับระดับน้ำได้
จากที่ลองสัมผัสกับตัวเครื่อง พบว่าหนักกว่าที่คิด 2.68 กิโลกรัม งานประกอบแน่นดี ไม่ง๊องแง๊ง โดยเฉพาะส่วนบนด้ามจับของเครื่องแน่นดีมาก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชงกาแฟในเครื่องระดับโปร

มาชงกาแฟกันเถอะ !!

แน่นอนว่าเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล เราก็ต้องมีแคปซูลสำหรับกาแฟแก้วโปรดเอาไว้ ซึ่งทาง NESCAFÉ ก็ทำมาให้เลือกเยอะมาก ถ้าไปดูที่ร้านจะมีเป็นสิบแบบเลยทีเดียว ซึ่งก็เลือกได้ตามความชอบของแต่ละคน
จุดเด่นคือกาแฟแต่ละชนิดจะมีสูตรการชง ทั้งระดับน้ำ และก็การผสมก่อนหลัง ให้ฟีลเหมือนเป็น Barista เลยทีเดียว
ลองมาชงแก้วแรกกันดีกว่า กับกาแฟยอดฮิต “คาปูชิโน่” ซึ่งจะเห็นว่าแคปซูลจะมี 2 ชิ้น เป็นส่วนของกาแฟและนมนั่นเอง

นอกจากนี้จะเห็นว่าที่ฉลากจะมีเขียนระดับของน้ำร้อนที่ต้องใช้ โดยกาแฟใช้น้ำ ระดับที่ 1 ส่วนนมใช้น้ำระดับที่ 6 

 

เริ่มต้นด้วยการใส่น้ำเปล่าแล้วประกบที่ใส่ด้านข้าง จากนั้นเสียบปลั๊กไฟ กดปุ่มเปิดเครื่อง รอไม่เกิน 20 วินาที ไฟก็จะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว แปลว่าน้ำเดือดพร้อมใช้งานแล้ว เร็วมากๆ

เอาแคบซูลเสียบใส่ถาดรอง แล้วก็เอาเข้าเครื่อง ดันคันโยกปิดลงมา 
จากนั้นก็ใช้แท่นบังคับด้านบน เลือกระดับน้ำ และเลือกไปที่น้ำร้อน แค่นี้น้ำก็จะไหลลงมา พร้อมกับส่วมผสมในแคปซูล ซึ่งรอบนี้เป็นส่วนผสมของนม

จะเห็นว่านมลงมาในปริมาณเกือบจะเต็มแก้วละ ซึ่งก็ตามระดับน้ำที่เราเลือกนั่นเอง แถมนมที่ลงมายังมีการตีฟองนิดๆ เพิ่มความนุ่มอีกด้วย

จากนั้นเปลี่ยนแคปซูลเป็นกาแฟ แล้วก็ปรับระดับน้ำที่ 1 ขีดตามสูตรหน้ากล่อง 

กาแฟจะลงมาเพียงเล็กน้อย ผสมกับนม แบ่งชั้นออกมาได้ดูน่าทานทีเดียว
ทดลองชิม “คาปูชิโน่” แก้วแรกที่ชงด้วยตัวเอง เติมน้ำตาลนิดๆ ได้รสนุ่มกำลังดี กลิ่นกาแฟหอม นมตีฟองจนติดปากเลยดูสิ 555 แหม่ เรานี่ชงกาแฟเก่งจุงเบย (จริงๆ เครื่องมันให้สูตรมาพอดีตะหาก)

ลองแก้วที่ 2 เป็น Chococino ช็อคโกนั่นเอง แก้วนี้วิธีการชงคือใส่แคปซูลโกโก้ก่อนแล้วค่อยตามด้วยนม
โกโก้ร้อนจะมีรสหวานผสมความเข้มในแบบช็อคโกแล็ต ผมลองเอาให้หลานตัวน้อยชิม โหชอบกันมาก แย่งกันดื่มจนต้องทำออกมาอีกแก้วนึงเลยทีเดียว แนะนำๆ

สำหรับใครที่ชอบกาแฟดำในแบบ Espresso ก็มีให้เลือกเช่นเดียวกัน วิธีชงก็ง่ายมาก เพราะใส่แค่แคปซูลเดียวคือกาแฟเข้าไป ก็จบเลย
สังเกตว่าถ้าเราต้องการชงกาแฟแก้วเล็ก เราก็สามารถปรับระดับถาดรองแก้วให้สูงขึ้นมาได้ 
Espresso รสชาติเข้มมากทีเดียว เหมาะกับคนที่ต้องการกาแฟชงไว้ดื่มระหว่างนั่งทำงาน ได้ตาสว่างกันทั้งคืนเลยทีเดียว 5555
สุดท้ายเป็นอีกแก้วโปรดของผมเหมือนกันคือ Latte Macchiato ซึ่งวิธีชงก็คือใส่นมก่อนแล้วค่อยตามด้วยกาแฟ คล้ายกับคาปูชิโน่ แต่ปริมาณน้ำจะมากกว่า ดื่มช่วงทำงานตอนเช้าได้ยาวๆ
ชงออกมาสีสันสวยงามทีเดียว กาแฟแยกชั้นออกมาให้เห็นส่วนของนม กาแฟ และฟองนมด้วย

เทียบความคุ้มค่า

ในส่วนของราคา ตัวแคปซูลคาปูชิโน่ อยู่ที่กล่องละ 329 บาทชงได้ 8 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 41 บาท ถ้าเป็นช็อคโกแล็ตกล่องละ 299 บาท ชงได้ 8 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 37 บาท ซึ่งก็ไม่ได้แพงอะไร เทียบกับความสะดวกสบาย รวมถึงมีรสให้เลือกเยอะมากเป็นสิบแบบ
ราคาเครื่องที่ 7,490 บาท ก็ถือว่าเป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลที่ราคากลางๆ ไปถึงระดับบน ไม่ได้แพงแบบเครื่องมือโปรราคาเป็นหมื่น จุดเด่นน่าจะอยู่ที่ความแข็งแรงของเครื่อง และดีไซน์ที่สวย(มาก) วางไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศได้ไม่อายใคร
ข้อมูลสินค้า
  • NESCAFÉ Dolce Gusto Mini Limited Edition
  • ความจุแทงค์น้ำ 1 ลิตร
  • แรงดันน้ำ 15 บาร์
  • น้ำหนัก 2.68 กิโลกรัม
  • รับประกัน 2 ปี
  • ราคาขาย 7,490 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสุดเร้าใจ

สำหรับใครที่สนใจเครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Dolce Gusto Mini พิเศษช่วงนี้มีโปรโมชั่นที่ Coffee Club ลดราคาจาก 7,490 เหลือแค่ 6,490 บาท
แถมถ้าซื้อแคปซูล 24 กล่อง ลดราคากระหน่ำ จาก 12,176 บาท เหลือแค่ 7,686 บาทเท่านั้น ลดเกือบครึ่งนึงเลยทีเดียว
แนะนำใช้โค้ดส่วนลด “FREEESP5” แล้วสั่งซื้อผ่านเว็บ จะได้รับแคปซูล ESPRESSO มูลค่า 329 บาทฟรี ด้วยนะ ดูรายละเอียดโปรได้ที่เว็บ -> Coffee Club 

:: สรุป ::

แน่นอนว่าการจะทานกาแฟสมัยนี้ มีทางเลือกมากมาย ไล่ตั้งแต่ไปร้านกาแฟชื่อดัง, อาแปะหน้าออฟฟิศ, ซื้อแบบซองมาใส่น้ำร้อนทานเอง หรือใช้แบบแคปซูล
ผมพบว่าข้อดีของการชงกาแฟแบบแคปซูลคือความคงที่ของรสชาติ คือทุกอย่างออกมาเป๊ะๆ ตามที่คำนวณไว้ ซึ่งถ้าเราไม่ชอบระดับน้ำตามที่เขียนไว้หน้ากล่อง ก็สามารถเพิ่มปรับระดับน้ำของเราเองได้ เช่น บางคนชอบนมน้อย กาแฟเยอะหน่อย ก็ทำได้เช่นกัน
ข้อเสียคือเราต้องซื้อกล่องแคปซูลมาไว้ล่วงหน้า และไม่มีขายตามร้านสะดวกซื้อ แต่ยังดีที่แบรนด์ NESCAFÉ ก็หาซื้อตามห้างหรือ Super Market ได้สะดวกกว่ายี่ห้ออื่นๆ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม