ทดสอบตั้งหัวข่าวล่อให้คลิ๊ก (Clickbait) คนเข้าเพิ่ม 3 เท่า, คนด่าเพียบ, ผลที่ได้ทำเอาอึ้ง

“เห็นแล้วคุณจะต้องอึ้ง”, “และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น”,​ “และนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอด”

เป็นตัวอย่างพาดหัวข่าวเนื้อหาที่เรียกกันว่า Clickbait หรือล่อให้คลิ๊ก ซึ่งกำลังเป็นกระแสดังอยู่ในตอนนี้ เพราะเว็บที่ทำเนื้อหาลักษณะนี้ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด พร้อมกับสถิติคนเข้าอลังการ อย่างเช่น Ohozaa ที่เคยแซงหน้า Sanook ขึ้นไปด้วยซ้ำ (แต่สุดท้ายก็ปิดตัวไปซะแล้ว)

โดยส่วนตัวก็ไม่สนับสนุนแนวทางนี้เท่าไหร่ เพียงแต่เมื่อเราเป็นคนในวงการเว็บ ก็อยากจะขอพิสูจน์ดูว่าการทำเนื้อหาและหัวข้อข่าวแนวนี้ มันได้ผลอย่างไรบ้าง

(อ่านข่าวที่ใช้ในการทดสอบ : ภาพที่แม่ถ่ายด้วย iPhone นี้ กลับช่วยชีวิตลูกชาย 2 ขวบของเธอได้ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น)

การทดสอบทำเนื้อหา Clickbait และจับทุกการเคลื่อนไหว

หาข่าวที่เหมาะสม

  • เนื้อข่าว : คุณแม่ถ่ายภาพลูกน้อยด้วยกล้อง iPhone พบตาข้างหนึ่งสีผิดปกติ  เธอจึงพาลูกไปหาหมอและพบว่านั่นคือมะเร็ง เลยรีบผ่าตัดและเด็กก็รอดตาย โชคดีที่แม่สังหรณ์ใจเสียก่อน
  • ประเด็น : แม่-ลูก, ภาพหัวข่าวแปลกตา, มีดราม่า
รูปต้นข่าวเป็นแนวตั้ง เลย Crop แล้วใส่ที่ว่างซ้ายขวา ให้ลง FB ได้พอดีๆ
ปรับเปลี่ยน แปลงร่างให้เป็นเนื้อหาแบบ Clickbait
  • ตั้งหัวข่าว : ภาพที่แม่ถ่ายด้วย iPhone นี้ กลับช่วยชีวิตลูกชาย 2 ขวบของเธอได้ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
  •  Crop รูปใหม่ ให้เห็นหน้าเด็ก ตาสองสี และใช้ภาพที่แม่ถ่ายจริง 
  • เน้นการแชร์ผ่าน Social Media เตรียมเนื้อหา ทดสอบดูว่าถ้าวางบน Facebook แล้วจะได้ภาพที่พอดี หัวข่าวที่ไม่ยาวจนหลุด มีข้อความ Description ที่ชวนกด
  • เขียนเรื่องราวให้มีความดราม่า ในลักษณะการเล่าเรื่อง
เครื่องมือและช่องทางการทดสอบ
  • แชร์ผ่านเว็บ MacThai ซึ่งคนตามใน Social Media บน Facebook 100k, Twitter (รวมทีมงาน) 250k, Google+ 20k
  • ตรวจสอบผ่าน Google Analytics แบบ Realtime
  • เก็บสถิติด้วย Jetpack บน WordPress
  • ใช้ Social Monitoring Tools อีกนิดหน่อย
  • หลังโพสต์เสร็จ รีบประกาศผ่านช่องทางส่วนตัวว่านี่เป็นการทดสอบนะจ๊ะ เผื่อมีดราม่าตามมาทีหลัง 5555

เมื่อโพสต์ไปแล้ว !! ผลที่ได้ ทำให้อึ้ง

ผมเลือกโพสต์ในช่วงเวลา 16.00 ซึ่งถือเป็นช่วง Primetime สำหรับการโพสต์ให้คนแชร์ต่อโดยเน้นเป้าหมายถือ Facebook เป็นหลัก โดยหลังจากกดโพสต์ไปปุ๊บ ก็รีบไปโพสต์ดักไว้ที่ FB และ TW ส่วนตัวว่านี่คือการทดสอบนะจ๊ะ (แต่ไม่ได้แจ้งในเนื้อข่าว เพราะต้องการให้ผลมันสะท้อนความจริง)
ซึ่งหลังจากที่โพสต์ข่าวที่มั่นใจว่า Clickbait 100% (ฮาาา) และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครัช
  • นาทีที่ 1 ผมทดสอบจากการโพสต์ลง Twitter ก่อน คนเข้าพุ่งมาทันทีที่ 179 Active user (ดูที่ Top Active Page ด้านขวา) ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจาก Twitter นั่นแหล่ะ
  • Note: ค่าโดยปกติโดยเฉลี่ยของข่าวใน MacThai คือหลังโพสต์จะมีคนเข้ามาอ่าน 100 – 200 คนในช่วงเวลาเดียวกัน
  • ผ่านไป 2 นาที คนเข้าเพิ่มขึ้นมาจาก 179 เป็น 378 Active user
  • ผ่านไป 5 นาที เริ่มโพสต์แชร์ลง Facebook บ้าง คนเข้าพุ่งจาก 378 เป็น 767 Active user
  • ผ่านไป 10 นาที คนเริ่มแชร์กระจายใน Facebook คนเข้าพุ่งจาก 767 เป็น 884 Active user โดยค่าจาก Twitter เริ่มลดลง ตามปกติที่ Timeline ไหลไปเร็วกว่า FB
  • คนเริ่มมาเม้นด่า ว่าต่อไปอย่าตั้งหัวข่าวแบบนี้นะ, ไม่ชอบให้โพสหัวข้อแบบนี้เลย, เดี๋ยวนี้ MacThai พาดหัวแบบนี้แล้วเหรอ แย่ว่ะ
  • เริ่มมียอดคน Unfollow และ Unlike Page แต่เป็นจำนวนที่ไม่เยอะมาก
  • คำด่าเริ่มลามเข้ามาที่ Social ต่างๆ และส่งมาบอกผมโดยตรง ซึ่งผมก็ตอบกลับไปอย่างสุภาพว่า “ทดสอบจ้าาาา”
  • แต่ยอดแชร์ก็ยังพุ่งไปต่อเนื่อง ภายใน 1 ชั่วโมง โพสต์ใน Facebook ได้ Reach ไปแล้ว 80k ยอดคนแชร์ 120+
  • ผ่านไป 1 วัน ท่ามกลางเสียงบ่นด่า แต่ยอดคนเข้าก็อยู่ที่ 32,000 คน, แชร์ 180+, Like 3,000+
  • ผมก็ไม่คิดอะไร เลิกเก็บสถิติแล้วก็เตรียมเข้านอน …
  • เช้าวันต่อมา ปรากฏว่ายอดแชร์กลับยังไม่ลดละ โดยเฉพาะบน Facebook มีคนแชร์ต่อเยอะขึ้นมาก จาก 180+ แชร์ ขึ้นมาที่ 315 แชร์ โดยสืบทราบมาว่ากลายเป็น viral ในหมู่แม่ๆ ตามเพจเลี้ยงลูกต่างๆ
  • ยอดคนด่าก็เพิ่มเข้ามา แต่ไม่ได้เข้ามาที่เพจ MacThai โดยตรง เพราะมีคนแชร์ไปช่องทางอื่นๆ ไม่ได้ Refer มาจากเพจโดยตรง
  • น่าสนใจที่บน Twitter กลับไม่มีคนแชร์มากเท่าไหร่ อาจจะเพราะเนื้อหาตรงกับกลุ่มผู้ใหญ่หรือผู้ปกครอง ที่กดแชร์แบบไม่ยั้งบน Facebook
  • สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือยอดคนเข้าวันที่ 2 กลับมากกว่าวันที่ 1 คืออยู่ที่ 36k view มากกว่าวันแรกที่ 32k
  • ยอดคน Unlike เพจไม่เยอะเท่าวันแรก แต่เสียงด่าลอยๆ ผ่านใน Social เยอะพอสมควร
สรุปผล
  • ยอดคนเข้าอ่านเนื้อหา 90,000+ view
  • Facebook 9,003 likes และ 1,364 shares
  • Reach 223,040
  • Twitter มากกว่า 2,000 Retweet (รวมทุก Account)
  • คน Unfollow 50+,  คนกด Unlike Page 70+
  • ยอดคนด่า ประมาณว่ามากกว่า 80+ เม้น
จากผลการทดสอบ พบว่าการทำเนื้อหาแบบหลอกให้คลิ๊ก สร้างคนเข้ามาอ่านได้มากกว่าค่าเฉลี่ยโดยปกติถึง 3 เท่า และมีแนวโน้มที่จะถูกแชร์ต่อเป็น Viral มากกว่าโพสต์โดยปกติ ซึ่งถ้านับเฉพาะด้านนี้ก็จะเห็นว่าทำไมเว็บพวกนี้ถึงมีคนเข้าเยอะจัง
แต่ด้านที่ลบ คือมีการถูกด่า, เว็บมีคนจำชื่อไปว่ามันชอบทำเนื้อหา Clickbait, มีคนกด Unlike และ Unfollow พอสมควร ซึ่งสำหรับเพจที่ปั้นมากับมือก็รู้สึกได้เลยว่า ค่อนข้างเจ็บ และรู้สึกไม่ดีที่ทำให้คนที่ติดตามกันมานาน บอกลากับข่าวเพียงข่าวเดียว
โดยสรุปคือเว็บที่เน้นหัวข่าวแบบชวนให้คลิ๊กนั้น เรียกคนอ่านได้มากจริง แต่ก็แลกมาด้วยภาพลักษณ์ที่แย่ตามไปด้วย ซึ่งถ้าคุณทำเว็บแบบไม่ได้แคร์ใคร อยู่ของฉันคนเดียวก็อาจจะโอเค แต่ในระยะยาวก็ไม่น่าจะคุ้มเสี่ยง เพราะเราคงไม่ได้ทำเว็บแล้วเลิกแค่ไม่กี่ปี
ซึ่งผลสุดท้าย เว็บอาจจะมีชื่อเสียงแย่ๆ จนทำเอาคุณต้องอึ้ง ก็เป็นได้
Site Icon

Khajochi's Blog

It's not a bug, it's a featured

Proudly powered by WordPress & SeedThemes