Sunday, November 26, 2017

รีวิว : รถเข็นเด็ก Mountain Buggy Nano พับเก็บขึ้นเครื่องบินได้ เข็นง่าย แข็งแรงทนทานมากกก



รถเข็นเป็นของจำเป็นอย่างหนึ่งในการพาลูกออกไปข้างนอก เพราะจะอุ้มลูกเดินไกลๆ ไม่ไหวแน่นอน แถมยังมีสัมภาระอีกเยอะมากเยอะมาก

Mountain Buggy รถเข็นเด็กนำเข้าจากนิวซีแลนด์ มีหลายรุ่น แต่รุ่นที่ผมใช้คือรุ่น Nano ลักษณะพิเศษของรุ่นนี้คือขนาดเล็ก กระทัดรัด จนถือขึ้นเครื่องบินได้เลย ใช้ได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนประมาณ 6 ขวบ มี 4 สี แดง เหลือง ม่วง และดำ



แชร์ประสบการณ์รถเข็นเด็กพัง เพราะโหลดใต้เครื่อง

ผมเคยมีประสบการณ์อันเลวร้าย เมื่อครั้งที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ซึ่งเราก็โหลดรถเข็นลงใต้เครื่องตามปกติ ซึ่งพอถึงเวลารับของที่ญี่ปุ่น ปรากฎว่าด้วยอะไรก็ไม่ทราบทำให้ขาของรถแตกและหักลงมา

เจ้าหน้าที่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก นอกจากจะบอกว่าเสียใจด้วย แล้วก็ให้เอกสารใบนึงที่บอกว่า เราสามารถเบิกประกันได้เมื่อกลับถึงเมืองไทย ซึ่งดูเหมือนจะดี แต่แล้วอีกเกือบ 10 วันที่อยู่ญี่ปุ่นจะทำยังไงล่ะคร๊าบบบบ

สุดท้ายผมก็ต้องไปซื้อรถเข็นจำเป็นที่ญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุมากๆ ได้รุ่นที่ไม่คุ้นเคย และต้องมาคอยประกาศขายภายหลัง พอมีรถเข็นเด็ก Mountain Buggy Nano ที่เล็กขนาดพับขึ้นเครื่องเองได้ ก็รีบจัดไปแทบไม่ทันเลย ^___^

รถเข็นเด็ก Mountain Buggy Nano

  • ผลิตจากผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เย็น ทำความสะอาดง่าย และกันน้ำ ไม่ต้องห่วง ถ้าน้องทำน้ำหกใส่ ไม่เปียกเลย
  • พับแล้วขนาดเล็กกระทัดรัด พับแล้วเหลือแค่นี้เอง

  • มีสายสะพายช่วยให้เวลาถือไม่ต้องแบกรับน้ำหนักมากไป 
  • มีกระเป๋าใส่ไว้สำหรับเดินทางด้วยนะ
  • เบาะที่นั่งลึกให้ลูกได้นั่งสบายได้เต็มก้น

ทดลองใช้

ผมไปเที่ยวสิงคโปร์เลยถือโอกาสลองทดสอบรถเข็นคันใหม่ไปด้วยเลย พบว่า
  • น้ำหนักเบามาก แค่ 5 กิโลกรัม ไม่หนัก พับใส่กระเป๋าแล้วถือขึ้นเครื่องบินได้เลย 
  • ถ้าไม่ถือก็ลากได้สบายๆ
  • วางในช่องเก็บสัมภาระบนเครื่องบินได้ ยังมีที่เหลืออีกเยอะ หรืออย่างเวลาที่เวลาเราขึ้น Taxi ไม่ต้องเสียเวลาเอาไปเก็บท้ายรถ สามารถวางหน้าคนขับหรือวางตรงที่พักขาได้เลย
  • รองรับน้ำหนักได้ถึง 20-25 กิโลกรัม ผมลองเอากระเป๋า 3 ใบ กับของที่ช้อปปิ้งมาระหว่างวัน น้ำหนักเกือบๆ 20 กิโลกรัม แล้วลองเข็น ยังเข็นได้สบายๆ บังคับทิศทางได้ง่ายมากเหมือนเดิม โคลงเคลง อันนี้เห็นความแตกต่างชัดเจนจากรถเข็นที่เคยใช้มา
  • ภายในกว้าง น้องวชิหลับเลยปรับให้เอนนอน แล้วปรับที่วางขาขึ้นมา หลับสบาย หลับยาวไป 2 ชั่วโมงกว่าเลยครับ
  • เข็มขัดนิรภัย ล็อค 4 ทิศทาง ไหล่ 2 จุด และช่วงตัว 2 จุด กดล็อคหรือปลดล็อคง่าย จะด้านหน้าหรือด้านหลังล็อคด้วยกันได้หมด ไม่ต้องเสียเวลามาจับให้ถูกด้าน
  • ที่วางขาปรับได้ 2 แบบ จะวางขาสบายๆ 

หรือถ้าลูกหลับก็ปรับที่วางขาขึ้นมาให้ลูก จะได้นอนได้สบายขึ้น ไม่ต้องทิ้งน้ำหนักขาไปข้างล่าง
  • ที่สำคัญคือมี Grab Bar & Food Tray ที่กั้นกันเด็กหล่นและถาดอาหารด้วยนะ ไว้ให้ลูกวางของทานเล่น ระหว่างเรากำลังเดินช็อปปิ้งก็ได้ ซึ่งถ้าเทียบกับรถเข็นในราคาใกล้เคียงกันแทบจะไม่มีแบรนด์ไหนมีเลยจ้า อันนี้ดีนะ

  • ล็อค-ปลดล้อรถแค่ปลายเท้า แค่ปุ่มสีแดงเบาๆ ล้อก็ล็อคแน่นไม่สามารถขยับได้เลย ถ้าจะปลดล็อคก็แค่เหยียบปุ่มสีแดง 

  • เข็นง่ายมาก แค่แตะเบาๆ ก็ขยับแล้ว ไม่ต้องออกแรงเยอะ แถมยังขับเคลื่อน 4 ล้อ บังคับทิศทางได้ง่ายสุดๆ เข็นข้ามสิ่งกีดขวางเล็กๆ อย่างสายไฟนี่ไม่มีสะดุดเลย ผมลองเข็นน้องวชิที่ชายหาด ผ่านทราย รถก็ยังเข็นได้ 



ราคา

ราคา 17900 บาท ไม่ต่างจากราคารถเข็นทั่วไป เทียบกับคุณสมบัติเท่านี้ถือว่าไม่แพงเลย

ข้อดี

  • ทำจากวัสดุดีมาก แข็งแรง
  • น้ำหนักเบา เล็ก กระทัดรัด
  • เบาะลึก นั่งสบาย
  • เข็นง่าย
  • รับน้ำหนักได้เยอะ เวลาเข็นไม่โคลงเคลง
  • ใช้ได้ยาวนานจนลูกโต บางคนอาจใช้ได้ถึง 6-7 ขวบ ไม่ต้องเสียเงินซื้อคันใหม่บ่อยๆ

ข้อเสีย

  • มีขั้นตอนพับมากกว่ารถเข็นเด็กทั่วไปนิดหน่อย แต่กางง่ายมาก 
  • ปรับเอนนอนได้ไม่เยอะ แต่ถ้าเทียบกับรถเข็นทรงนี้ บางรุ่นปรับนอนไม่ได้ด้วยซ้ำ 
  • ที่บังแดดเล็ก

สรุป

หลังจากลองใช้มาหลายวัน พบว่า Mountain Buggy Nano เป็นรถเข็นเด็กที่ครบเครื่องมากๆ แม้จะมีขนาดที่เล็กจนพับขึ้นเครื่องเองได้ แต่ตัวเครื่องและล้อที่แข็งแรง (สุดๆ) ก็ทำให้ใช้งานได้ดีไม่แพ้รถเข็นรุ่นใหญ่ๆ เลย

ที่ประทับใจสุดไม่ใช่เรื่องความเล็กและพกพาสะดวก แต่เป็นเรื่องของความแน่นของล้อ ซึ่งอันนี้บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร ต้องลองเข็นเองดูฮะ ตัวเครื่องเขาแน่นจริง ไม่ง๊องแง๊งเหมือนรถเข็นขนาดเล็กยี่ห้ออื่นๆ

สรุปคือชอบมากๆ ตอนนี้ใช้เป็นรถเข็นหลักสำหรับน้องวชิไปแล้ว เดินทางสะดวกดี ราคาไม่ถูกไม่แพงจนเกินไป ใครสนใจแนะนำลองติดต่อได้ที่ -> Baby Hills Thailand เลยจ้า



สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
☎️ : 02-056-7863  
📱 : 084-364-4445  
📩 : https://www.facebook.com/messages/t/Daiichithailand/ 
💻:http://www.babyhillsthailand.com 
🔹IG : @babyhillsthailand 


Friday, November 17, 2017

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นพลังไอน้ำ Bissell รุ่น Vac & Steam ดูดและถูพื้นได้ พร้อมฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำเปล่า !!



เชื่อว่าทุกบ้านทุกครอบครัวน่าจะมีเครื่องดูดฝุ่นใช้กันอยู่แล้วใช่ไหมฮะ แต่ปัญหายอดฮิตของเครื่องดูดฝุ่นที่หลายคนพบเจอ คือดูดฝุ่นเสร็จก็ต้องมาถูพื้นอีกรอบ แถมต้องใช้น้ำยาสารเคมีเพิ่มเพื่อฆ่าเชื้อให้สะอาด คนมีลูกก็กลัวมีปัญหาตามมา

ตอนที่ผมไปอเมริกา ก็ได้ยินชื่อแบรนด์ Bissell บ่อยมาก แม้แต่ Airbnb ที่พัก ก็ใช้เครื่องดูดฝุ่น Bissell เพราะขายดีที่สุดในอเมริกา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเจ๋งยังไง จนล่าสุดได้มีการนำเข้ามาขายในไทยแล้ว !!

ต้องขอบคุณทาง Bissell ที่ให้เครื่องมาได้ทดลองใช้งานตลอด 2 สัปดาห์ วันนี้ได้โอกาสมารีวิวให้ได้ชมกันว่าเครื่องดูดฝุ่นไอน้ำนี้สามารถยับยั้งเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ถึง 99.99% โดยใช้แค่น้ำเปล่าได้ยังไง




รู้จักกับ Bissell


  • Bissell เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องทำความสะอาดมากว่า 140 ปีแล้วนะ นานมากกกก
  • บริษัทแม่อยู่ที่มิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดยคุณ Melville Bissell
  • ตอนนี้ Bissell มียอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพื้น ในอเมริกา
  • ด้วยต้นกำเนิดคือเน้นเรื่องทำความสะอาดพื้นมาตั้งแต่แรก เลยทำให้เชี่ยวชาญมากด้านเครื่องดูดฝุ่นและการทำความสะอาดพื้น ถ้าเสิร์ช YouTube จะเจอคนรีวิวเครื่องไว้เพียบเลย
  • ความเจ๋งคือเทคโนโลยีที่ใช้แค่ไอน้ำ และคลื่นวิทยุทำความร้อน จนยับยั้งเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ถึง 99.99% จดสิทธิบัตรเป็นแบรนด์เดียวในโลกที่ทำได้ตอนนี้


แกะกล่อง Bissell : Vac & Steam


ได้เวลาแกะกล่องมาดูกันดีกว่า ว่าข้างในจะมีอะไรบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แกะกล่องมาเราก็จะพบกับตัวเครื่องดูดฝุ่น, หัวทำความสะอาด, ส่วนประกอบกับแผ่นถูเส้นใยพิเศษ

ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่พอสมควร หนักเล็กน้อย ด้ามจับแน่นแข็งแรงดี ไม่ง๊องแง๊ง



ด้านหลังตัวเครื่อง เป็นที่ใส่น้ำลงไป ซึ่งก็ไม่ต้องใช้น้ำยาหรือสารเคมีอะไรให้ยุ่งยากอันตราย เพราะ Bissell ใช้แค่น้ำเปล่าธรรมดา ก็ช่วยจัดการเชื้อโรคได้แล้วจ้า



ทดลองใส่น้ำลงไปแก้วใหญ่ๆ มองจากด้านนอกก็จะเห็นว่าปริมาณน้ำตอนนี้เป็นยังไงบ้าง




สายไฟมีขนาดยาวพอสมควร ทดลองเสียบแล้วเดินจากห้องครัวไปห้องรับแขกได้สบายๆ ด้านหลังด้ามจับมีตัวล็อคสายไฟ ทำให้เวลาใช้งานและเก็บ ก็พันเก็บได้



ส่วนหัวดูดทำความสะอาด ออกแบบสวยดี ด้านข้างแอบใส ทำให้มองเห็นไอน้ำที่ออกมาด้วยนะ



พลิกมาดูด้านล่าง จะเห็นว่ามีทั้งส่วนของที่กวาดทำความสะอาดขณะดูดพื้น และส่วนที่จับด้านในสำหรับสวมแผ่นถู ทำให้ทั้งดูดและถูพร้อมกันได้เลย ประหยัดเวลาไปได้เพียบ



สำหรับตัวแผ่นถูพื้นที่แถมมาด้วย เป็นเส้นใยละเอียด ซับน้ำสำหรับการถูพื้นได้ แถมล้างทำความสะอาดง่ายดี ถอดออกมาซักแป๊บเดียวกลับมาขาววิ้งเหมือนเดิม




ทดลองใช้งานจริง ทดสอบพลังไอน้ำ ทั้งดูดและถูพื้นในเวลาเดียวกัน

เร่ิมใช้งานจริงกันเลยดีกว่า หลังจากประกอบร่างตัวเครื่องและหัวดูดเสร็จ ใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นก็เสียบปลั๊ก กดปุ่มเปิดใช้งานได้เลยจ้า

ผมทดสอบให้น้องวชิตัวซน ลองทำบ้านเลอะดู ปรากฏว่าลิงตัวน้อยก็สนุกใหญ่เลยทีนี้ พังทุกอย่างลงมาแบบอลังการ ไปหมดเลยทั้งไข่แตก นมหก ซอสมะเขือเทศหก เละเทะ



แต่ก็ดีที่ได้ทดสอบว่าตัวเครื่องทำความสะอาดได้ดีแค่ไหน ผมก็รอจนคราบเริ่มแห้งระดับนึง เหมือนอารมณ์ลูกซน แล้วเรากลับมาบ้านเจอบ้านเละ อะไรแบบนั้น



ได้เวลาลุย !! กดไปที่ปุ่มเลือกความแรงของไอน้ำที่พ่นลงมาพื้นได้ เลือกแรงสุดไปเลยจ้า ไม่ต้องคิดอะไรมาก แล้วก็กดปุ่มดูดฝุ่นที่อยู่ใกล้กัน



จากนั้นที่ด้ามจับ จะมีปุ่มให้กดเพื่อพ่นไอน้ำลงไป กดแช่ไว้ก็มีไอน้ำพ่นลงมาเลย



ช่วงแรกก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน คืออารมณ์เหมือนเราใช้เครื่องดูดฝุ่น มีเสียงฟู่ๆๆๆ แต่มีไอน้ำพ่นลงมาด้วยนะ ว่าแล้วก็ถูพื้นทำความสะอาดที่ลิงน้อยทำเละไว้



จากที่สังเกตุคือตัวเครื่องจะเริ่มจากดูดส่วนที่สกปรกเข้าไปด้านหน้าเครื่อง จากนั้นก็ผ่านตัวกวาด และก็มาถึงส่วนที่เป็นแผ่นถูเส้นใยพิเศษพร้อมไอน้ำความร้อนเกือบ 90 องศา




พอถูเลื่อนผ่านจุดที่สกปรกไป คราบเหนียวๆ ที่ติดพื้นก็หายวับไปกับตาเลย โอ้วววว เจ๋งมากกกก



เอามือจับที่พื้น ช่วงแรกก็จะเป็นไอน้ำอุ่นๆ เกาะ แต่ซักพักก็แห้งสนิท จับดูแล้วไม่มีคราบสกปรกให้เห็นเลย แห้งจริงจัง (ถ้าดูในโฆษณาเขาเคยมีคลิปไวรัลว่าเอาสปาเก็ตตี้มาวางกินบนพื้นเลยนะ โหดมาก)




ถ้าถามว่าทำไมถึงจัดการกับเชื้อโรคได้ อันนี้ก็อธิบายได้ง่ายๆ คือเชื้อโรคส่วนใหญ่จะตายเมื่อเจอความร้อนระดับ 80 องศา ซึ่งปรากฎว่าไอน้ำที่ปล่อยมาจากเครื่อง Bissell มีความร้อนมากถึง 90 องศา

นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ยับยั้งเชื้อโรคได้ระดับ 99.99% นั่นเอง ไม่ต้องใช้น้ำยาอะไรด้วยจ้า สะอาดปลอดภัย



ถูเสร็จ ก็ได้เวลาเก็บ ตัวสายไฟก็พันเก็บด้านหลังเครื่องอย่างที่บอกไปตอนแรก ส่วนฝุ่นหรือคราบสกปรกต่างๆ ก็จะถูกดูดไปถังเก็บฝุ่นกลางเครื่อง ถอดออกมาล้างได้เลยง่ายๆ





ส่วนถังเก็บฝุ่น มีหัวดันให้ตะกอนต่างๆ ตกลงมาด้วยนะ อันนี้ดีไซน์ออกแบบคิดมาดี ช่วยให้ดันฝุ่นหรือคราบออกมา ล้างข้างในได้ง่ายขึ้น



ถูพื้นเสร็จ เจ้าลิงน้อยก็ออกมาวิ่งเล่นได้ต่อเลย ไม่ต้องกลัวว่าพื้นจะสกปรก แถมไม่ต้องใช้น้ำยาถูพื้นฆ่าเชื้อโรคแบบแต่ก่อนด้วยนะ


ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • เวลาที่ต้องการดูดฝุ่นอย่างเดียว ไม่อยากใช้ไอน้ำ ก็สามารถกดปิดส่วนพ่นไอน้ำได้
  • หรือถ้าอยากถูพื้นอย่างเดียว ก็ปิดส่วนดูดฝุ่นได้ ใช้แต่ไอน้ำได้เช่นกัน
  • อุปกรณ์ส่วนที่ทำความสะอาดทั้งหมดสามารถถอดมาล้างน้ำได้

:: สรุป ::

ข้อดี
  • เครื่องเดียว ทั้งดูดและถูพื้นในเวลาเดียวกัน ประหยัดเวลาได้เยอะ
  • ใช้พลังไอน้ำ ช่วยจัดการเชื้อโรคได้
  • ใช้แค่น้ำเปล่าก็เพียงพอ พ่อแม่สบายใจได้ ลูกไม่โดนสารเคมีแปลกๆ
  • ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน ทนไม่ทนมือสุดๆ

ข้อเสีย
  • เครื่องมีน้ำหนักพอสมควรเมื่อเติมน้ำเต็มครบ
  • เหมาะกับทำความสะอาดคราบเหนอะ ไม่ควรใช้ดูดน้ำหรือคราบเปียกต่างๆ

หลังจากที่ได้ทดลองใช้งานเครื่องดูดฝุ่นพลังไอน้ำ Bissell รุ่น Vac & Steam มาตลอด 2 สัปดาห์ พบว่าเป็นเครื่องที่ all-in-one อย่างแท้จริง ดูดฝุ่นแล้วก็ไม่ต้องมาถูซ้ำเลย เพราะเครื่องทำได้ไปพร้อมๆ กันแล้ว

ด้วยความที่เป็นสินค้าจากอเมริกา ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานมากๆ ประทับใจเรื่องการใช้แค่น้ำเปล่าจัดการเชื้อโรคได้ด้วย สำหรับคนมีลูกก็หมดกังวลไปได้อีกพอควรเลย

สรุปแล้วชอบครับ ใช้ง่าย ประหยัดเวลา สมกับที่ขายดีสุดๆ จนเป็นอันดับ 1 ในอเมริกาตอนนี้ ใครที่สนใจแนะนำได้เลยที่




[Advertorial]